MaschenY
facebook-icon

ถึงเวลาเล่าเรื่องราวของรุ่นลูกอย่าง ดิน ลูกชายคนโตของดนัยและพลอยไพลินแล้วครับ

ตอนที่ 70 ค่ำคืนของสามผู้โชคร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 70 ค่ำคืนของสามผู้โชคร้าย

คำค้น : ป่า,คดีความ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 467

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 03:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 70 ค่ำคืนของสามผู้โชคร้าย
แบบอักษร

เวลาห้าทุ่มครึ่งของเมื่อวานนี้ 

"ป่านี้มันแปลกๆว่ะ ข้ารู้สึกเหมือนกับไอ้ป่าหมอกนั่นเลย" 

บุญอ่ำบ่นขณะนั่งเอามือผิงไฟ 

ตอนนี้เหลือเขากับนายมั่นและไอ้จั่นเด็กลูกหาบ 

เขาพลัดหลงกับกลุ่มทั้งหมด 

ตกไปในหลุมบนนทางด่านที่เต็มไปด้วยหมอก 

แต่กลุ่มนั้นไม่ได้เป็นอุโมงค์เหมือนๆกับพวกดิน 

มันเป็นเพียงโพรงไม่ลึกมาก พอที่คนจะปีนขึ้นมาได้อยู่ 

เมื่อกลับขึ้นมาได้ก็พบว่าพวกเขาอยู่กันแค่สามคนแล้ว ไม่ว่าจะตะโกนเรียกหรือเดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอกับพวกหัวหน้าตัวเองเลย 

ทั้งสามจึงตัดสินใจหาทางออกมาจากป่าลับแลแห่งนั้น 

ซึ่งก็ใช้เวลานานข้ามวันกว่าจะคลำทางกลับออกมาได้ 

และเมื่อวันก่อน พวกเขากำลังเฝ้าปักหลักรอพรรคพวกที่หายไปแถวๆใกล้ๆกับป่านั่น 

จู่ๆเสียงประหลาดก็ดังขึ้น! 

'ตึงงง ตึงงง ตึงงง' 

ทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก 

ก่อนที่ใครจะเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว... 

พลันป่าที่เคยปรากฏตรงหน้าก็หายไปในพริบตา! 

ทั้งสามถึงกับอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง 

"ห่าอะไรวะนั่นน่ะ?" 

นายมั่นพึมพัม 

"หรือมันจะเป็นป่าลับแลวะพี่อ่ำ?" 

จั่นถาม 

"ข้าคิดว่าใช่นะ" 

บุญอ่ำกัดฟันพูด 

ใช่เขาเคยได้รับฟังเรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เล็กๆแล้ว 

แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้มาเห็นที่ตาตัวเองจริงๆเหมือนอย่างวันนี้ 

ป่าที่เคยอยู่ตรงหน้าพร้อมสายหมอกกลับกลายเป็นป่าไผ่ที่มีต้นไผ่ขึ้นประปรายแทน 

แต่สายหมอกยังอยู่ 

สามหน่อตั้งสติได้ก็เริ่มลุกขึ้นมาจากท่านั่งและเริ่มก้าวขาเดินสำรวจอย่างกล้าๆกลัวๆ 

พวกเขามีนาฬิกาที่กันน้ำได้ใส่ติดข้อมือไว้เพียงแค่จั่นที่เป็นเด็กสมัยใหม่ 

ส่วนอีกสองคนเห็นว่าพวกเขาดูเวลาได้เพราะความคุ้นเคยกับชีวิตในป่า 

หน้าปัดดิจิตอลนั้นกำลังบอกเวลาบ่ายสามโมงตรง 

น่าแปลกใจไม่น้อย เพราะบรรยากาศวันนี้มันครึ้มและอึมครึมจริงๆ 

ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็เดินสำรวจจนทั่ว 

แต่ก็ต้องขนลุกไปตามๆกัน เพราะไม่มีร่องรอยเลยว่าพื้นที่ว่างๆตรงหน้ามันเคยมีป่ามาก่อน 

ก่อนจะตกลงใจรีบออกไปให้ไกลจากสถานที่แห่งนี้กันก่อนในเวลานี้ 

เรื่องพรรคพวกที่พลัดหลงกันเอาไว้ทีหลัง 

กองไฟกองน้อยถูกก่อขึ้นในช่องระหว่างต้นไม้ใหญ่ 

ปลากระป๋องที่แอบหยิบมาติดกระเป๋าจากคลังหลักนั้นเหลืออยู่ไม่มากแล้ว 

ดีหน่อยที่พวกนี้อดน้ำกันได้เก่งเพราะผ่านการเดินป่ามาอย่างโชกโชน 

พวกเขาผลัดกันเฝ้ายามคนละสามถึงสี่ชั่วโมง 

ช่วงหัวค่ำผ่านไปอย่างราบรื่น 

แต่พอใกล้จะถึงเวลาตีสอง 

บุญอ่ำกำลังนั่งเติมฟืนเข้าไปในกองไฟ 

ป่ามันเงียบแบบนี้มาหลายวันแล้วจนเขาเผลอตัว 

มีสายตาบางอย่างกำลังจับจ้องมายังเขาและผู้ร่วมชะตากรรมอีกสองคนอยู่เงียบๆ 

โดยที่พวกเขาไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย! 

แม้ว่ามันจะมาอยู่ใกล้จนแทบจะหายใจรดต้นคอกันแล้วก็ตาม!! 

บุญอ่ำเงยหน้าขึ้นมาจากกองไฟเขาก็ต้องสะดุ้งหงายหลังไป 

"เหวอออ!" 

เขาแหกปากร้องลั่นป่า 

"ฮาา" 

เสียงครางต่ำๆจากลำคอ 

สัตว์หน้าขนขนาดใหญ่กำลังยืนจ้องหน้าเขาอยู่อีกฝากของกองไฟ! 

หัวของมันจะเป็นเสือก็ไม่ใช่จะเป็นหมีก็ไม่เชิง 

มันเป็นส่วนผสมที่ไม่ลงตัวกันแม้แต่น้อย 

แต่ดวงตาสีเขียวข้างหนึ่งสีแดงข้างหนึ่งก็พอจะรู้แล้วว่ามันไม่ใช่สัตว์ทั่วๆไป 

มือของบุญอ่ำคว้าได้ปืนลูกซองเดี่ยวก็ยกปลายกระบอกไปทางมันแล้วยิงทันที 

'เปรี๊ยง!' 

เสียงลูกซองแผดร้องลั่นป่าในเวลากลางคืน! 

ทำเอานายมั่นและจั่นสะดุ้งตื่นแทบจะพร้อมๆกัน 

"ยิงอะ...เฮ้ย!" 

นายมั่นอ้าปากจะถามแต่ก็ต้องร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ 

ระยะไม่เกินสิบเมตรจากตัวเขา 

มีร่างลึกลับยืนสี่ขาอยู่หลังกองไฟ 

มันแสยะยิ้ม 

ก่อนที่อะไรจะเข้าที่เข้าทาง... 

มันระเบิดเสียงคำรามออกมา! 

'โฮกกกกกก' 

เสียงนั้นราวกับเป็นเวทย์มนต์ 

บุญอ่ำ มั่น และจั่นไม่สามารถขยับตัวได้เลย! 

"พวกมึงไปเวียงอู้มารึ?" 

เสียงผู้ชายถามมาอย่างเยือกเย็นชวนขนหัวลุก 

ทั้งสามไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

พวกเขาไม่เข้าใจที่มันถาม 

เวียงอู้คืออะไรกัน? 

แล้วไอ้ตัวคล้ายลูกครึ่งเสือโคร่งและหมีควายนี่มันคืออะไรกันแน่!? 

หนำซ้ำมันยังพูดได้อีก! 

"ไม่ตอบงั้นรึ" 

มันเอ่ยก่อนจะมองมายังบุญอ่ำที่เริ่มขยับตัวได้ 

เขาเอื้อมมืออย่างยากเย็นมาที่เอวซึ่งมีมีดอาคมของหมอผีที่เป็นอาจารย์เขาขึ้นมา 

แต่ทันทีที่มือนั้นจับมีดขึ้นมาได้ 

'ฉับ!' 

เสียงของมีคมแหวกผ่านอากาศไปปะทะกับท่อนแขนของเขา! 

เป็นจังหวะเดียวกับที่แขนยกขึ้นมาตามสัญชาตญาณของร่างกาย! 

"อ๊ากกก" 

บุญอ่ำแหกปากสุดเสียง 

พริบตาเดียวเท่านั้นที่ไอ้ตัวประหลาดนั้นก็พุ่งเข้ามาตบเสยขึ้นอย่างรุนแรง! 

มันทำเอาบุญอ่ำกระเด็นไปตามแรงตบ 

ร้ายกว่านั้นคือแขนของเขาขาดหายไปเพราะคมเล็บของสัตว์ร้ายลึกลับ 

ชายผู้เสียแขนนอนดิ้นร้องโอดครวญอย่างน่าเวทนา 

เลือดนั้นพุ่งเหมือนกับว่ามีคนเปิดก๊อกน้ำในระดับที่แรงสุด 

นายมั่นมีปืนพกในมือ แต่เขากำลังตัวแข็งทื่อเพราะเสียงคำรามเมื่อครู่ 

ปืนลูกโม่เก่าๆในมือแทบจะไร้ค่าไปเลยเมื่อคนถือตกอยู่ในสภาพแบบนี้ 

แต่แล้วในเสี้ยววินาทีที่ไอ้ตัวนั้นเดินย่างสามขุมเข้ามาช้าๆ เขาก็คุมสติตัวเองได้! 

มือสองข้างช่วยกันยกปืนขึ้นมาและยิงไปทันที! 

'เปรี๊ยง!' 

เสียงการยิงนั้นดังจนทำให้จั่นคืนสติ 

เขารีบวิ่งไปดูบุญอ่ำทันที 

"พี่อ่ำๆ เฮ้ยพี่อดทนไว้" 

ชายหนุ่มพยายามห้ามเลือดจากบาดแผล 

แน่ล่ะกระสุนนั้นไม่ได้ผลกับมัน 

แต่ก็ทำให้มันชะงักได้บ้าง 

'เปรี๊ยง!' 

นายมั่นยิงไปอีกนัด เพราะเขาเล็งที่จะหยิบเอาปืนลูกซองของตัวเองขึ้นมา 

มันสะดุดเซไปเล็กน้อยตามแรงปะทะ แต่ไม่มีวี่แววว่ามันจะบาดเจ็บแต่อย่างใด 

แต่นายมั่นเหนี่ยวไกปืนลูกซองที่หยิบขึ้นมาแล้ว 

'เปรี๊ยงๆ!' 

สองนัดในลำกล้องแฝดแผดคำรามลั่นป่ายามดึก 

"จั่น มึงเอาตะกรุดนี้ไปแล้วหนีซะ" 

มือเปื้อนเลือดของบุญอ่ำสั่นระริก 

แต่สีหน้าเขาปกติทุกอย่าง 

"แต่พี่มั่น" 

จั่นหันไปทางนายมั่นที่กำลังหักหางเหยี่ยวเพื่อยัดกระสุนใหม่ระหว่างที่ไอ้ตัวนั้นมันกำลังตั้งหลัก 

"ไปไอ้จั่น ไปให้ไว!" 

เขาร้องสั่ง 

จั่นไม่มีทางเลือก เขารับตะกรุดจากมือบุญอ่ำแล้วหันมามองทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย 

"ใช้ชีวิตให้คุ้มซะไอ้จั่น" 

บุญอ่ำพูดอย่างอ่อนแรงและค่อยๆคลานไปหาปืนตัวเองที่ตกอยู่ 

"มันไปแล้วใช่มั้ย?" 

นายมั่นถาม 

"อ่า...ช่วยกูทีเถอะมั่น" 

บุญอ่ำพูดเสียงเครียด 

เพื่อนที่ท่องป่ามาด้วยกันเป็นเวลานานขอมาแบบนี้ 

เหมือนกับว่าหัวใจของเขาตกลงไปในหุบเหว 

'เปรี๊ยง!' 

นายมั่นยิงใส่ไอ้ตัวนั้นอีกนัดจนมันกระเด็นไปอีกตามแรงปะทะของลูกปราย 

"พวกมึงคิดว่าแค่นี้จะทำอะไรกูได้รึ ไร้อารยะสิ้นดี ฮ่าๆๆๆๆ" 

เสียงชายลึกลับแผดหัวเราะลั่นป่าดังพอๆกับเสียงปืน 

เสียงนั้นมาจากไอ้ตัวนั้นนี่แหละไม่ใช่จากใคร! 

นายมั่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น 

เขาหยิบปืนลูกโม่เก่าๆที่เอวมาเล็งไปที่บุญอ่ำ 

"ขอบคุณเพื่อน..ข้ารักเอ็งนะ" 

บุญอ่ำยิ้มให้ก่อนจะหลับตารอความตาย 

"ข้าก็รักเอ็งเพื่อน ชาติหน้ามีจริงเราเป็นเพื่อนกันอีกนะ" 

'เปรี๊ยง!' 

กระสุนเพียงนัดเดียวเท่านั้น มันช่วยให้สิ้นสุดความทรมาณของเพื่อนรัก 

เขาจ้องไอ้ตัวตรงหน้า 

มันลุกขึ้นมายืนสี่ขาแยกเขี้ยวใส่เขาได้แล้ว 

ก่อนจะกระโจนเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง 

"ตายยยย!" 

มันร้องเสียงดังราวกับคนเสียสติ 

'เปรี๊ยง!' 

กระสุนนัดสุดท้ายในรังเพลิงลั่นขึ้น! 

'เปรี๊ยง!' 

กระสุนอีกนัดลั่นขึ้นมาตามๆกัน! 

นายมั่นตกใจจนต้องหันกลับไปมอง 

บุญอ่ำที่กำลังจะขาดใจอยู่ไม่กี่วินาทีเหนี่ยวไกปืนเป็นครั้งสุดท้ายของชีีวิต! 

ความบังเอิญนั้นส่งให้ตัวประหลาดลึกลับกระเด็นไปไกลกว่าเดิมเพราะกระสุนลูกปรายถึงสองนัด 

"ไอ้อ่ำ!" 

นายมั่นร้อง 

แต่เพื่อนของเขานอนนิ่งเป็นผักในท่าคว่ำและมือข้างหนึ่งจับด้ามปืนแบบเหนี่ยวไกไว้ 

บุญอ่ำจากไปแล้ว 

ตอนนี้กระสุนลูกซองของเขาหมดแล้ว 

นายมั่นตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นไปบนต้นไม้ระหว่างที่มันกำลังทรงตัวใหม่ 

เขาขึ้นไปสูงลิบตามประสาคนเคยปีนขึ้นบ่อยๆเพื่อตีผึ้ง 

แต่ความตกใจและความกลัวทำให้เขาไม่ต้องตอกทอยเพื่อขึ้นมาเลย 

ตอนนี้เขานั่งเกาะกิ่งไม้ใหญ่บนยอดไม้สูงลิบเพื่อพักเหนื่อย 

แต่ยังไม่ทันหายเหนื่อย 

'ตุบ' 

เสียงอุ้งเท้าเหยียบบนกิ่งไม้เดียวกับเขา! 

เขารู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกระทันหัน! 

"ห่าอะไรวะเนี่ย มึงเป็นตัวห่าอะไรกันแน่วะ!" 

เขาแหกปากถามอย่างเสียสติ 

"กูคือยามา ยามาผู้ยิ่งใหญ่!" 

ร่างสี่ขานั้นตอบ 

"พวกกูไปทำห่าอะไรให้มึงวะ!" 

นายมั่นถามก่อนจะพยุงตัวให้ลุกขึ้นอย่างระวัง 

ปืนสั้นในมือเหลือกระสุนอีกแค่สองนัด 

เขานึกถึงเจ้าป่าเจ้าเขา 

ขอขมาที่ล่วงเกินป่า 

นึกถึงพ่อแม่ที่แม้จะจากไปนานแล้ว 

นึกถึงเรื่องราวของตัวเองสมัยเด็กจนวัยรุ่นถึงตอนนี้ 

ยามาเดินเข้ามาหาเขา 

มันแยกเขี้ยวสีแดงสด 

ดวงตาสีเขียวและแดงเรืองแสงนั้นดูน่ากลัวจนก้าวขาไม่ออก 

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะก้าวขาไปไหนแล้ว 

มันคงถึงเวลาที่เขาจะตามเพื่อนรักไปเสียที 

แต่ก่อนจะไป จั่นเด็กนั่น...เขายังอยากให้มันท่องโลกของมันต่อไป 

อยากให้มันใช้ชีวิตที่มันต้องการ... 

เขายกมือพนมขึ้นท่วมหัวอธิษฐาน 

'ขอเพียงแค่นัดนี้ ช่วยทำให้มันอย่าได้ตามไอ้จั่นไปเถอะครับ' 

ก่อนจะเล็งปืนไปยังตัวยามาที่กำลังวิ่งเหยาะเข้ามาหาเขา! 

"มึงคิดว่าทำได้ก็เอาสิวะไอ้โง่ ฮ่าๆๆๆๆ" 

ยามาร้องท้าทายแล้วพุ่งเข้ามาทันที! 

'เปรี๊ยง!' 

เขายิงตรงไปที่ตัวของมันเต็มๆ 

"อั่ก..มึง" 

มันได้ผล ไอ้ยามาตัวนี้น่าจะรู้สึกเจ็บแล้ว! 

"ตายห่าซะเถอะไอ้มนุษย์หน้าโง่!" 

มันตบนายมั่นลอยกระเด็นไปทันที! 

"อึก" 

นายมั่นกระอักเลือดพุ่งออกมา 

ขณะลอยอยู่ในอากาศ ปืนยังอยู่ในมือ 

เขามองไปก็เจอยามาพุ่งตามมาอ้าปากแยกเขี้ยว! 

ภาพตรงหน้ามันน่ากลับจับหัวใจ! 

ร่างสัตว์ที่มีส่วนผสมของเสือโคร่งและหมีควายนั้น ราวกับว่ามีไอความมืดปกคลุมรอบๆตัวมัน 

สีหน้าของมันนั้นกระหายเลือดและหมายชีวิต 

"กูไม่ให้มึงฆ่ากูหรอกไอ้เวร กูขอแช่งให้มึงต้องตายในสามวันเจ็ดวัน!" 

นายมั่นแสยะยิ้มแล้วจ่อปืนเข้าที่หัวตัวเองแล้วลั่นไกกลองอากาศ 

'เปรี๊ยง!' 

ภาพเขาดับในทันทีหลังเหนี่ยวไกปืน... 

แต่ยามามันยังตบเอาร่างเขาสุดแรงจนกระเด็นไปไกลเหนือยอดไม้ 

"ฮาาาา" 

มันร้องลั่น 

ก่อนจะลงมายังพื้นอย่างง่ายดาย 

พยายามดมกลิ่นของจั่นที่หนีไป 

แต่ดมยังไงก็ไม่เจอ 

มันเดินวนหาจนทั่วจนฟ้าเกือบจะสาง 

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอจึงหลบหายไป 

เรื่องนี้ไม่มีใครเล่าขานต่อไปได้หากนายจั่นตายอีกคน 

เรื่องที่บอกเล่าเกี่ยวกับสางดงหรือยามา 

ว่ามันทำอะไรได้บ้างในเวลาไม่ถึงสิบนาที... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น