ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปรไป

ชื่อตอน : สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปรไป

คำค้น : จ้าวเมือง แสงรัก เถื่อน ซึ้งกินใจ รัก รักเดียว ตบจูบ หวาน หญ้าอ่อน โคแก่

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 126

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2562 07:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนแปรไป
แบบอักษร

 งามพรรณกระแทกก้นบนเบาะรถโดยสารเข้ากรุงเทพฯ ด้วยความเจ็บใจ เมื่อเช้าจู่ๆ พี่สาวของหล่อนก็ให้เก็บข้าวของและให้ขึ้นรถมากับคนงานของโอมสเตย์รักษ์นานาพรรณเข้าเมืองมา พร้อมได้รับจดหมายที่เขียนจากรายมือของอีแก่รสรินให้ไล่หล่อนออกไปจากที่นี่ หล่อนพยายามโทรหาจ้าวเมือง ฝ่ายนั้นก็ไม่รับสาย หนักเข้าก็ปิดเครื่องไป โทรหาชัช ไอ้บ้านั้นก็ไม่รับสายไปอีกคน 

พี่สาวกับพี่เขยของหล่อนไม่พูดอะไรสักคำ สีหน้าไม่สู้ดี ตอนมาคะยั้นคะยอให้ออกจากไร่  ก็พี่สาวหล่อนเจียมตัวจะตาย ถึงได้ผัวเป็นแค่คนงานกระจอก ๆ แบบนั้น

                “ฮึ สักวันกูจะมาเอาคืนมึงอีรสริน” งามพรรณพูดอย่างขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน โกรธที่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างใจหล่อน

 

                               *************************************************

                   

 

     คุณรสรินถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อมีคนงานมาบอกว่างามพรรณออกไปจากไร่แล้ว ตั้งแต่จ้าวเมืองได้ดูรูปของงามพรรณ ชายหนุ่มก็เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ออกมากินข้าวกินปลา นางรู้ว่าลูกเสียใจมาก แต่เวลาก็จะช่วยชายหนุ่มเอง ตอนนี้ก็ขอให้เขาดีขึ้นไวๆ จะได้ไปเรียนต่ออย่างที่วางแพลนไว้ตั้งแต่แรก

         "อ้าว ชัช มีอะไรหรือเรา มานั่งก่อนสิ" หันไปเห็นชายหนุ่มผู้ มีศักดิ์เป็นลูกชายอีกคน ถึงจะไม่ใช่ในใส้ก็เถอะ

      "ผมมากราบขอโทษคุณครับ" ร่างใหญ่นั่งลงกับพื้น พนมมือกราบแทบตักผู้มีพระคุณอย่างนอบน้อม

      "ไฮ้ ตาชัช มากราบขอโทษคุณทำไมละจ๊ะ"

คุณรสรินรับไหว้แทบไม่ทัน พร้อมประคองไหล่กว้างให้ลุกขึ้นมานั่งข้างตัว รู้หรอกว่าชายหนุ่มมากราบขอโทษตนทำไม นางไม่ได้โกรธลูกเลี้ยงหรอก รู้ว่าลูกชายตัวก็ผิด ปากเสียออกอย่างนั้น

         "ผมมากราบคุณเรื่องเมื่อวาน ที่ต่อยนายจ้าว"

      "ฮื่อ..ทำยังกับไม่เคยชกต่อยกันมาก่อนอย่างนั้นละ" คุณรสรินพูดยิ้มๆ แววตาปราณี

 

        ชัชกับจ้าวเมืองต่อยกันตั้งแต่แรกเจอเมื่อเกือบแปดปีก่อน  เมื่ออยู่ๆ วันหนึ่งก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งถือจดหมายมาหาสามีของหล่อนแล้วบอกว่าเป็นลูกชาย ทั้งคุณจรินทร์ และคุณรสรินต่างตกใจ 

คุณจรินทร์ถึงกับสาบทสาบานว่าไม่เคยมีเมียน้อย มีเมียเก็บที่ไหน แต่หน้าตาของชัชก็ฟ้องเพราะเหมือนคุณจรินทร์ราวกับถอดกันออกมา ตอนนั้นจ้าวเมืองโกรธจัดถึงกับพุ่งไปต่อยเด็กหนุ่ม  แต่มีหรือชัชจะยอมง่ายๆ ด้วยปากกัดตีนถีบมาแต่เด็ก ก็ไม่ยอมเช่นเดียวกัน ผลปรากฎว่า ทั้งปากแตก หน้าช้ำแตกกันไปทั้งคู่ สุดท้ายก็ต้องพิสูจน์ DNA และผลปรากฎว่าชัชก็คือลูกของคุณจรินทร์จริงๆที่เกิดกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานในบาร์ที่คุณจรินทร์ตอนไปเที่ยวแล้วเมาหนัก และแยกย้ายเมื่อตื่นขึ้นมา  

ต่อมาคุณจรินทร์เจอคุณรสริน และตกหลุมรัก แต่งงานกัน  โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นท้องลูกของเขา หล่อนไม่กล้าบอกเพราะตัวเองเป็นแค่ผู้หญิงบาร์ พอรู้ว่าท้องก็ลาออกจากงาน และกลับไปทำนาที่บ้านต่างจังหวัด เลี้ยงดูจนชัชอายุได้เกือบห้าปี ก็ล้มป่วยเพราะตรากตรำงานหนัก ก่อนตายได้บอกความจริงกับชัชและยายของชัชไว้ จนอายุสิบหกยายตาย ชัชจึงมาตามหาพ่อ เขาไม่ได้อยากให้พ่อต้องมารับผิดชอบ 

แต่อยากให้รู้ไว้เท่านั้น ว่ามีเขาอีกคนหนึ่งบนโลกใบนี้ ด้วยความที่คุณรสรินเป็นคนมีเหตุผล และมีความสงสารในตัวเด็กชายจึงขอรับดูแลไว้ แต่ช้ชก็ไม่กล้าตีเสมอ เขาขอแค่พ่อยอมรับเท่านั้น และตั้งแต่ตอนนั้นที่ชัชกับจ้าวเมืองก็เป็นไม้เบื่อไม้เมา เจอกันทีไรก็ชกต่อยกันตลอด เพราะจ้าวเมืองรับไม่ได้ที่ตัวเองมีพี่ชาย ทั้งที่คิดว่าตัวเองเป็นลูกชายคนเดียวมาตลอด จนคุณจรินทร์เกิดอุบัติเหตุตายจากไป นั่นละที่ทั้งสองเลิกชกต่อยกัน แล้วหันมาดูแลหัวใจคุณรสรินแทน  อาจจะไม่สนิทเหมือนพี่น้องคลานตามกันมาแต่ก็ไม่ทะเลาะและชกต่อยกันอีกเลย

     "คุณไม่ได้โกรธอะไรชัชนะลูก อีกอย่างตาจ้าวก็ทำนิสัยไม่ดีก่อน"

     "ถึงอย่างนั้นผมก็ต้องขอโทษ ที่วู่วาม ทั้งๆ ที่เป็นใครก็ต้องโกรธกันทั้งนั้น"

ชัชพูดด้วยความสำนึกผิดจริงจัง เขาอายุมากกว่าเจ้าเมือง ควรจะต้องใจเย็นมากกว่านี้ อีกทั้งรู้ว่าเจ้าเมืองรักงามพรรณ เขาก็ยังคงยุ่งเกี่ยวและไม่บอกความจริงกับน้องชายต่างแม่ ถึงเขาจะไม่มีความรักหล่อนเลยก็ตาม

        "ถ้าจะขอโทษใคร แกควรขอโทษฉันก่อนดีไหม"

 เสียงทุ้มที่แทรกเข้ามาทำให้ทั้งสองหันไปมอง  จ้าวเมืองใบหน้าบึ้งตึง สภาพเหมือนคนไม่ได้นอนมาแล้วทั้งคืน ชายหนุ่มยังคงใส่เสื้อตัวเมื่อวานที่ยับยุ่ง  น้ำท่าก็คงจะไม่ได้อาบ รอบดวงตาดำคล้ำ ริมฝีปากแห้ง ผมดำสนิทยุ่งหยิงไม่เป็นทรง เดินสะโหลสะเหลเข้ามานั่งพังพาบตรงเก้าอี้อีกตัว หลับตา เอามือกอดอก คุณรสรินและชัชได้กลิ่นเหล้ามาจากชายหนุ่ม ต่างหันมามองหน้ากัน สภาพนี้คงไม่เป็นอะไรมากอย่างที่กังวล

 

     "ว่าไง คนที่นายจะต้องขอโทษ ต้องเป็นฉันไม่ใช่หรือไง" เสียงแหบที่เปล่งออกมาทั้งที่ยังหลับตา ทำให้ชัชหมั่นใส้ แต่ยังไงเรื่องนี้เขาก็มีส่วนผิดอยู่ดี

     "ฉันขอโทษ กับทุกอย่าง"

 เสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมาในที่สุด จ้าวเมืองลืมตาที่แดงก่ำเพราะอดนอนและเพราะฤทธิ์เหล้า มองผู้ชายตรงหน้าที่นั่งข้างแม่ของเขา  ถึงจะคนละแม่ แต่ก็คือครอบครัวเดียวกันที่เหลืออยู่   ยอมรับตรงๆว่าเขาเจํบปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้น รักของเขาพังไม่เป็นท่า อกหักยับเยินขนาดนี้ แต่สิ่งที่ได้รู้มาจากเพื่อนก็ต้องยอมรับว่า เขาคงจะโง่ไปอีกนาน ถ้าชัชและแม่ไม่ยื่นมาเข้ามาช่วย

     "อืม"

     "จ้าวหิวไหมลูก อยากทานอะไรร้อนๆไหมจ๊ะ"  คุณรสรินรีบเอาใจ พยายามเปลี่ยนบรรยากาศอึมครึมให้ดีขึ้นทันที ดีใจที่ลูกชายไม่แย่อย่างที่คิด  

     "แม่ยังอยากให้จ้าวไปเรียนต่ออยู่อีกหรือเปลาครับ" 

จ้าวเมืองไม่ตอบแต่ถามกลับไปอีกทาง เขาตัดสินใจแล้ว เขาต้องไปจากที่นี่ เขารู้สึกเสียหน้า รู้สึกโง่เง่า อับอาย ที่ใครๆ อีกหลายคนที่เขารู้จักก็เคยนอนกับงามพรรณ  บอกตรงๆ เรื่องนี้ทำให้ชายหนุ่มเสียศูนย์ไปมากทีเดียว

 

                                      ***************************************

 

 

      แสงรักคลานเข่ามานั่งพับเพียบข้างๆ คุณรสรินที่นั่งถอนหายใจหลายรอบ ก่อนจะรับยามาจากลออคนสนิทที่ยื่นให้พร้อมน้ำเปล่า  ตั้งแต่จ้าวเมืองบินไปเรียนต่อที่อเมริกาเกือบสองปีแล้วที่คุณรสรินเริ่มป่วย 

แรกๆ เป็นๆ หาย ๆ แต่หลังๆ มานั้นก็เริ่มเรื้อรั้ง คุณรสรินไปหาหมอเพื่อตรวจร่างกายเมื่อสามเดือนก่อน แสงรักไม่รู้ว่านายของตัวเป็นอะไร เพราะคุณรสรินไม่ยอมบอก  ครึ่งปีแรกที่ชายหนุ่มไปนั้น ยังมีโทรมาหาบ้าง แต่ช่วงครึ่งปีหลังเสียงโทรศัพท์จากอเมริกาก็เริ่มหายไป  แสงรักได้ยินมาจากลออว่าคุณจ้าวเรียนหนัก ทั้งปรับตัวเรืองที่อยู่อาศัย เพื่อนๆ และยังต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมอีก คุณรสรินไม่ต้องการบอกเรื่องอาการป่วยให้ลูกต้องกังวล งานในฟาร์มม้า และโฮมเสตย์หลายๆ อย่าง ชัชก็ต้องรับไปช่วยดูแลแทน

          "คุณแม่จะไม่ลองโทรไปบอกคุณจ้าวหน่อยหรือคะ เรื่องป่วย" ลออเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นว่าอาการของคุณรสรินจะดีขึ้น มีแต่ทรงๆ อยู่อย่างนี้

      "จะไปบอกทำไมละ เดี๋ยวฉันก็หายแล้ว ไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย "  พูดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้ามาบังปากเมื่อมีการไอเล็กน้อย

         "แต่ลออว่า.."

      "อย่าทำให้เป็นเรืองใหญ่ได้ไหมแม่ละออ ฉันไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย คุณจ้าวเขาเรียนหนัก ทั้งปรับตัว ทั้งภาษา หล่อนจะให้ฉันไปกวนลูกอีกหรือ"  คุณรสรินเอ็ดเบาๆ

      "แล้วเราละแม่น้องน้อย สอบเสร็จแล้วสิ จบ ม.3 แล้วสินะเรา"

      "ค่ะ" น้อยรับคำพลางช่วยบีบนวดขาคุณรสริน เมื่อเห็นว่าว่านางนั้นดูสูบผอมลง หล่อนรักคุณของหล่อนนัก

         "ตกลงเรื่องเรียนต่อน่ะ ก็เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดนะแม่น้องน้อย เห็นว่าหล่อนได้โควต้าวิชาการเรือนไม่ใช่หรือ" 

      "ใช่ค่ะ แต่น้อยเป็นห่วงคุณ" เด็กสาวที่ตอนนี้อายุจะเข้าสิบหกแล้ว เอ่ยด้วยความจริงใจ

      "อะไร้แม่คุณ คนในบ้านเยอะแยะ ลออก็อยู่ จะมาห่วงฉันทำไม ตั้งใจเรียนให้ดีเถอะ โตขึนจะได้มีการงานดีๆ ทำ นี่อาของเราส่งจดหมายมาบ้างหรือเปล่าละ" ได้ยินอย่างนั้นแววตาของแสงรักก็สุกไสขึ้น พูดด้วยความดีใจ

      "ส่งค่ะ น้าทินบอกว่าได้งานออกเรือหาปลาออกอ่าวไทยค่ะ บอกให้น้อยตั้งใจเรียน  น้าจะขยันทำงานเก็บ เงินมาใช้หนี้คุณ" 

      "ดูสิลออ เมื่อกี้ยังบอกว่าเป็นห่วงฉันอยู่แหม่บๆ  ตอนนี้ดีใจที่ประทินจะเก็บเงินมาใช้หนี้ฉันเสียแล้ว" คุณรสรินพูดกับลออปนขำ มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู ถ้าแสงรักต้องไปจริงๆ นางคงเหงาและเศร้าน่าดู

     "น้อยยังเป็นห่วงคุณอยู่เสมอค่ะ ถ้าโตขึ้นน้อยจะตอบแทนบุญคุณ จะมาช่วยทำงานให้ ถ้าคุณอนุญาติ" แสงรักรีบบอกด้วยใบหน้าร้อนรน เธอรักคุณรสรินไม่ต่างกับยายหรือน้าเลย เพราะเป็นผู้มีพระคุณให้ที่อยู่ที่เรียน ถึงจะมาในฐานะตัวขัดดอก แต่คุณรสรินและคนในปางนี้ ไม่มีใครคิดอย่างนั้นสักคน ทุกคนเอ็นดู เอื้อเฝื้อกับแสงรักเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ยกเว้นก็แต่ลูกชายของนายแม่เท่านั้น ที่ไม่ชอบหน้าเธอ

     "ดูพูดเข้า ปากหวานจริง"

พูดไปพร้อมยกผ้ามาปิดปากอีกครั้งเมื่อมีกาการไอติดกัน  จนลออและแสงรักต้องหันมามองหน้ากันอย่างหนักใจ  

 

 

                                           **********************************

 

     หลังเลิกเรียนแสงรักมาช่วยลออทำขนมทองหยอดและฝอยทอง เพื่อจะนำไปช่วยงาน และขายสมทบทุนเลี้ยงดูเด็กกำพร้าของจังหวัดโดยมีคุณรสรินนั่งบนตั่งกำกับอยู่ข้างๆ  

     "วนช้าๆ  แม่น้อย อย่างนั้นละ ดีมาก"

 คุณรสรินสอนแสงรักระหว่างที่หล่อนกำลังถือกรวยโรยฝอยทองเหลืองในกระทะใบย่อม มีน้ำเชื่อมลอยเดือดอยู่ในนั้น  แสงรักก็ทำตามอย่างตั้งใจ

     "หยอดสวยมากลออ ฝีมือไม่ตกไปเลยนะหล่อน" คุณรสรินไม่ลืมชมคนสนิท

     "ดูละออไว้นะแม่น้อย ลออน่ะ ทำอะไรละเอียด ทำขนมอร่อยทุกอย่าง เรียนรู้จากลออไว้ ภายภาคหน้าหล่อนจะได้มีวิชาติดตัว"  คุณรสรินสอนแสงรักไปพลาง ลออยิ้มปลื้มหันไปมองน้อยอย่างให้รู้ว่าเต็มใจสอน

     "ลออยังทำสวยและอร่อยสู้คุณนายไม่ได้เลยค่ะ ที่เป็นทุกวันนี้ก็เพราะคุณนายทั้งนั้น"  ละออบอกอย่างเจียมตัว

     "เมื่อก่อนน่ะใช่ แต่ตอนนี้หล่อนนำหน้าฉันไปไกลแล้วนะ" ทั้งแสงรักและเด็กๆในบ้านที่มาช่วยเหลือพากันหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นลออเขิน

   "เอ๊ะ นั่นถืออะไรมาละจุก" ละออหันมาเห็นจุก คนทำสวนในบ้าน

     "จดหมายของหนูน้อยจ๊ะ ไปรษณีเพิ่งมาส่งเดี๋ยวนี้เอง ฉันเลยเอามาให้"

แสงรักวางกรวยโรยขนม รีบไปรับจดหมายจากจุก ลายมือไม่คุ้นทำให้แสงรักขมวดคิ้วมุ่น นอกจากน้าชายจะมีใครกันที่ส่งจดหมายมาหา ที่อยู่ผู้ส่งเป็นจังหวัดทางภาคใต้ที่น้าชายไปทำงานอยู่ 

     คุณรสรินหันมามองหน้ากับลออ เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของแสงรักที่ค่อยซีดลงๆ น้ำตาเริ่มไหลเป็นทาง ก่อนที่ร่างอวบจะเป็นลมล้มไปต่อหน้าต่อตา

     "ว้าย แม่น้อยเป็นอะไร ลออ  นวล แก้ว  มาช่วยกันหน่อยเร็ว"  

คุณรสรินกรีดเสียงอย่างตกใจ ร้องเรียกคนรับใช้รอบตัววุ่ยวายไปหมด แล้วในครัวก็เกิดกลียุคย่อมๆ เมื่อทุกคนกรูกันเข้ามาช่วยประถมพยาบาลเด็กสาวร่างอวบที่เป็นลมแน่นิ่งไป

 

 

 

 

 

                                   กลับมาจากยุโรปแล้วนะคะ เจทแลทนิดหน่อย แต่ไม่เป็นปัญหา

    ตอนนี้ยาวหน่อยนะคะ ช่วงแรกนี้เนื้อหาอาจจะยืดเยื้อหน่อย แต่ต้องการปูพื้นความเป็นมาของตัวละครและเนื้อเรื่องนะคะ 

ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ 

มีเกมส์เล่นนะคะ ชิงของรางวัลจากปราก สามารถติดตามได้ที่ 

เพจ Lunlapa Emma ลันลาภา นักอยากเขียน  

ความคิดเห็น