MTBBDoubleBeYBXZ
Twitter-icon

เป็นการแต่งนิยายแฟนฟิคครั้งแรกในชีวิต หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยนะคะ ช่วงนี้อัพทุุกวัน วันละตอน หรือไม่อัพเลยก็ได้ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลค์ กดติดตามด้วยนะคะ เม้นเป็นกำลังใจ หรือติชมได้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ :)♥

BL ปรมาจารย์ลัทธิมาร 44

ชื่อตอน : BL ปรมาจารย์ลัทธิมาร 44

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 649

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 17:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BL ปรมาจารย์ลัทธิมาร 44
แบบอักษร

"3 ลืมตาได้!" 

สิ้นเสียงนั้นเว่ยอู๋เซี่ยนก็พลันค่อยๆลืมตามามองหน้า คนที่เขาเจอนั้นคือบุรุษที่สวมชุดขาวราวกับชุดไว้ทุกข์ ใบหน้าแน่นิ่งราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบก็ไม่มิปาน นั้นทำให้เขาคลี่ยิ้มออกมาทันที 

"...อะไรกัน หวังอี้ป๋อ นี่เจ้าไปเปลี่ยนชุดเอาตอนไหนกันเนี่ย" 

"เว่ยอิง..." 

"แถมยังเรียกกันแบบนี้อีก ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยสักนิด..." 

"...." คนตรงหน้าไม่พูดอะไร เขาค่อยๆเดินตรงเข้าไปหาเว่ยอู๋เซี่ยนข้างหน้า "ไหนว่าจะไม่หนีไปไหนแล้วไง" 

"หนีไปไหน... อะไรของนายกันน่ะ... โอ๊ย!" 

"เว่ยอิง!!!" เมื่อเห็นคนตรงหน้าทรุดลง คนคนนั้นก็พลันประคองร่างเขาไว้แล้วแบกขึ้นหลังทันที 

...จริงสิ เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วยนี่นา... 

 

 

"ไปเถอะ ข้าแบกเจ้าเอง" 

"ข้าโดนแส้จื้อเตี้ยนฟาดทีเดียวเอง แค่ขาชาไม่ได้หัก อีกอย่าง ผู้ชายตัวโตยังต้องแบกดูไม่ดีเอาเสียเลย" 

"ดูไม่ดีงั้นหรือ" 

"แล้วมันน่าดูหรือไง" 

 

 

"ฮึๆ"  

"...มีอะไรน่าขำรึ?" 

"เปล่า ก็แค่คิดว่าแปลกดี ทั้งๆที่คิดว่าจะลืมไปหมดแล้วแท้ๆ แต่พอเห็นหน้าของเจ้าขึ้นมา กลับคิดว่า การที่ตัวข้ากำลังลืมเลือนทุกสิ่งอยู่นั้น ทั้งๆที่น่าจะเป็นลางร้ายมากกว่าลางดีแท้ๆ แต่หากในตอนนี้มีเจ้าอยู่ข้างกายข้า ดังนั้นข้าจึงไม่กลัวที่จะถูกลืมเลย" 

...ใช่แล้ว แผ่นหลังของเขา ราวกับใครสักคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่... 

"...." 

"นี่ หวังอี้ป๋อ เจ้าว่ามันแปลกไหมล่ะ?" 

"...ไม่" คนคนนั้นพูด พลางทำสีหน้าเศร้าหมอง "ไม่แปลก" 

"ถึงงั้นก็เถอะ นี่เจ้ากำลังจะพาข้าไปที่ใดกันแน่เนี่ย เอาแต่แบกข้าแล้วเดินไปเดินมาอยู่แบบนี้ ผู้คนที่เห็นเจ้าอาจจะคิดว่า เจ้านั้นเป็นคนวิปลาสที่กำลังแบกอากาศอยู่ก็เป็นได้" 

"อืม"  

"ว่าแต่ ปกติข้าก็ว่าเจ้าก็พูดน้อยแล้วนะ ทำไมหนนี้กลับพูดน้อยกว่าเดิมเสียล่ะ เจ้าไม่สบายรึเปล่า?" เว่ยอู๋เซี่ยนพูด พลางจับไปยังหน้าผากของคนตรงหน้าเบาๆ แต่ก็พบถึงบางสิ่งที่ถูกคาดไว้ที่หน้าผากของเขาอยู่ "อะไรกัน นี้เจ้าคาดสายคาดหน้าผากตั้งแต่เมื่อใดกัน แล้วยังชุดสีขาวราวกับไว้ทุกข์เช่นนี้อีก นี่เจ้าใช่หวังอี้ป๋อจริงๆน่ะเหรอ?" 

"....." 

"นี่ อย่าเงียบสิ พูดอะไรบ้าง..." 

"ไม่ใช่..." คนตรงหน้าพูดพลางก้มหน้าลง แล้วตอบเขาด้วยเสียงที่แผ่วเบาราวกับจะเลือนหายไป "ข้าไม่ใช่เขา" 

"หืม? จะไม่ใช่ได้อย่างไรกัน--- โอ๊ะ!"  

จู่ๆคนข้างหน้าของเขาก็หยุดเดินเสียขึ้นมาเฉยๆ แล้วจากนั้นก็ปล่อยให้เว่ยอู๋เซี่ยนเป็นอิสระ แล้วหันหน้ามาสบตากับเขา แล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง 

"เว่ยอิง ไหนสัญญาว่าจะไม่พรากจากกันอีก" 

"หา?" เว่ยอู๋เซี่ยนพูด พลางทำสีหน้าฉงนใจ "นั้นเจ้ากำลังพูดอะไรของเจ้ากัน?" 

"เจ้าสัญญาแล้ว เหตุใดจึงลืมมันเสียล่ะ" 

"สัญญางั้นเหรอ... ข้า... อึก!" เว่ยอู๋เซี่ยนพูด ก่อนที่จะขบคิดถึงสิ่งที่คนตรงหน้าเขาพูด แต่ไม่ทันไรอาการปวดหัวก็เข้าหาเขาฉับพลัน 

"เว่ยอิง!!" 

...เดี๋ยวก่อนนะ ข้าจำได้ว่าเคยพูดประโยคนี้กับผู้ใดที่ไหนมาก่อน... 

 

"หลานจ้าน ข้าชอบเจ้า ไม่สิ ข้าหลงรักเจ้าอยู่นะ พี่รองหลาน"  

"เจ้าปดข้า" 

"หลานจ้าน นี่ข้าพูดจริงๆนะ ถึงแม้จะมีบางครั้งที่ข้าชอบแกล้งเจ้า เย้าแหย่เจ้าบ้างก็ตาม หากแต่ครั้งนี้ข้าสาบานเลยว่า ข้าหาได้ปดเจ้าไม่"  

"...." 

"หลานจ้านฟังข้าให้ดีดี ข้ารักเจ้า หลงใหลเจ้า ต้องการเจ้า อยากนอนกับเจ้าทุกคืนวัน และที่สำคัญ..." 

"...." 

"ข้าอยู่ต่อไปไม่ได้หากไม่มีเจ้า"  

"...." 

"หลานจ้าน เจ้า... ไม่ได้รังเกียจข้าใช่ไหม..." 

"รังเกียจ..."  

"งั้นเหรอ... กะแล้วเชียว... ขอโทษนะที่มาพูดเรื่องไร้สาระให้เจ้าฟังแบบนี้ หากเป็นไปได้เจ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ ทางที่ดีข้าว่าเจ้าลืมๆมันไปเสียได้ก็ดี"  

"เว่ยอิง..." 

"ฮะๆ ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นไร ดังนั้น เจ้าไม่ต้อง---" 

*ฟึ่บ* 

"เอ๊ะ!? ละ หลานจ้าน ทำไม..."  

"ข้า... รักเจ้า" 

"เอ๊ะ!" 

"หลงใหลเจ้า ต้องการเจ้า" 

"อะ อืม" 

"ข้าอยากนอนกับเจ้าทุกค่ำคืน" 

"อืม อืม"  

"อยู่ต่อไปไม่ได้หากไม่มีเจ้า"  

"อืม..." 

"กว่า 16 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง มันทรมาน ทรมานมาก..."  

"อืม ข้ารู้ ข้าขอโทษที่ปล่อยให้เจ้าต้องทนทุกข์ทรมานอยู่แบบนี้" 

"...." 

"จากนี้ไปข้าจะไม่ไปไหน จะอยู่เคียงข้างเจ้าอยู่แบบนี้ จากนี้ และตลอดไป" 

"ตลอดไป..." 

"ใช่ ตลอดไป เจ้าว่าดีหรือไม่ เอ๊ะ!" 

 

...จริงสิ ข้าเคยพูดประโยคนี้กับใครสักคนหนึ่งนี่นา... 

"โอ๊ย!" 

"เว่ยอิง!!!"  

...จะว่าไปแล้ว หวังอี้ป๋อเองก็เคยพูดประโยคทำนองนี้กับข้าด้วยนี่นา... 

 

“หึ สมน้ำหน้า ก็อยากพูดจาบ้าๆบอๆทำไมกันล่ะ”  

“อะไรกัน เจ้านี่นะ ข้าก็แค่ล้อเล่นแค่นิดเดียวเอง ทำเป็นโมโหไปได้…” 

“สำหรับนายอาจจะคิดว่าล้อเล่น แต่สำหรับคนอื่นแล้ว นายคิดว่าเขาจะคิดเหมือนกันกับนายรึไง” 

 

...ในตอนนั้นข้าไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นหูกับประโยคของเขามากถึงเพียงนี้ แต่ตอนนี้ข้ากลับจำมันได้ชัดเจน ราวกับมันเพิ่งจะเกิดกับข้าเมื่อไม่นานมานี้ อีกทั้งน้ำเสียงเหล่านั้นที่เรียกหาข้าอย่างเศร้าศร้อยตลอดเวลานั้นอีก... 

"เว่ยอิง! เว่ยอิง!!!"  

...ใช่แล้ว เสียงนี้เองที่กำลังเรียกหาข้าอยู่ ทำไมข้าถึงได้ลืมมันไปได้นะ... 

 

“เว่ยอิง… กลับมาเถอะ...”  

...ใช่แล้ว ใบหน้านั้น ข้ายังคงจำมันได้ดี... 

 

 

“...แผลเป็นที่อยู่บนตัวของเจ้า มันก็จะยังอยู่กับเจ้าตลอดชีวิต” 

“มันไม่เหมือนกัน ไม่ได้อยู่ตรงหน้าสักหน่อย อีกอย่าง ข้าเป็นผู้ชาย ผู้ชายทุกคนในชีวิตก็ต้องมีบาดแผลกันบ้าง อีกอย่าง ต่อให้แผลเป็นจะลบล้างไม่ออกไปชั่วชีวิต แต่มันก็เป็นสัญลักษณ์ที่ว่า ครั้งหนึ่งข้าเคยปกป้องผู้หญิงคนนึงมาก่อน แล้วผู้หญิงคนนี้ก็จะไม่ลืมข้าตลอดชีวิต พอคิดแบบนี้แล้ว ก็ฟังดูไม่เลวเลยทีเดียว ใช่ไหมล่ะ” 

“เจ้าก็รู้ว่านางจะไม่มีวันลืมเจ้า” 

“แล้วเจ้าจะโมโหไปทำไม” 

“หากเจ้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เจ้าก็อย่าไปล้อเล่นกับใครแบบนั้นอีก” 

 

*ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก* 

"เว่ยอิง!!!" 

...ข้าจำได้แล้ว ครั้งหนึ่งข้าก็เคยพูดประโยคนี้กับหลานจ้านในตอนที่เขาติดอยู่ในถ้ำกับข้านี่นา เพราะอย่างนั้นข้าจึงรู้สึกคุ้นหูนัก แต่ทำไมหวังอี้ป๋อถึงรู้ได้ล่ะ ก็ในเมื่อประโยคนี้ควรจะมีแค่ข้ากับหลานจ้านรู้กันเพียงแค่สองคนนี่นา!... 

"เว่ยอิง!!" 

"งั้นเหรอ... ที่แท้เจ้าก็คือ..." และเมื่อเขาสบตากับคนที่อยู่ตรงหน้า เว่ยอู๋เซี่ยนก็พลันยิ้มออกมาทันที แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ "ฮะๆ ทำไมข้าถึงได้ลืมเจ้าไปได้กันนะ..." 

"เว่ยอิง!! นี่เจ้า---!" 

เว่ยอู๋เซี่ยนไม่พูดอะไร ทันทีที่เขานึกถึงเรื่องราวทุกอย่างออก ความคิดถึงก็ถาโถมเข้ามา เขาโน้มคอของหลานวั่งจีมาประทับจูบลงไปบนริมฝีบางๆเพื่อปิดปาก นัยน์ตาสีอ่อนที่เยือกเย็นนั้นพลันเบิกโพลง เพราะไม่คาดคิดว่าคนตรงหน้าจะทำเช่นนี้ทั้งๆที่ยังจำความอะไรไม่ได้ 

แต่ถึงกระนั้นเพราะความรักใคร่ คิดถึง และคะนึงหา นั้นท่วมท้นเกินไป จนเขามิอาจปฎิเสธจูบจากคนตรงหน้าได้ เขาได้แต่หลับตาและกระชับอ้อมกอดคนตรงหน้า ปล่อยให้ความรู้สึกของเขาทั้งสองนั้นนำพาไป  

หลังจากที่เวลานั้นผ่านไปอย่างเนิ่นนาน เว่ยอู๋เซี่ยนก็ได้ถอนจูบออกไปแล้วยิ้มให้เขาราวกับเด็กน้อยก็มิปาน นั้นทำให้คนตรงหน้าของเขาถึงกับหยุดชะงักทันที  

"...ทำไม" 

"หลานจ้าน...." เว่ยอู๋เซี่ยนเรียก พลางคลี่ยิ้มบางๆ "นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอกันน่ะ" 

 

"!!!" เมื่อได้ยินคนตรงหน้าอยู่แบบนั้น หลานวั่งจีถึงกับเสียอาการทันที เขาดึงตัวของคนตรงหน้าไปโอบกอดแนบแน่น ราวกับไม่อยากปล่อยให้หนีหายไปอีก "...นึกว่าจะเสียเจ้าไปอีก" 

"อะไรกัน พี่รองหลาน หลานวั่งจี ข้าก็เคยบอกเจ้าเอาไว้ไม่ใช่รึไงกัน" เว่ยอู๋เซี่ยนพูด พลางปาดรอยน้ำตาที่กำลังไหลรินออกมาช้าๆ แล้วส่งยิ้มอันสดใสมาให้ "ว่าจากนี้ไป ข้าจะไม่พรากจากเจ้าไปไหนอีก" 

"...แต่เจ้าก็ผิดคำพูด" หลานวั่งจีตอบด้วยท่าทีที่น้อยใจ "เจ้าลืมข้า" 

"ฮะๆ... นั้นมันเหตุสุดวิสัยน่ะ..." 

"เหตุสุดวิสัย?" เมื่อได้ยินประโยคนั้นหลานวั่งจีถึงกับขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใจความหมาย แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถามอันใด เว่ยอู๋เซี่ยนก็เอานิ้วชี้ขึ้นมาปิดปากของเขาอีกรอบ แล้วพูดต่อ 

"หลานจ้าน ไม่ว่าจะเมื่อครั้นเรื่องในอดีตหรือครั้งนี้ ข้าจะลืมเลือนเจ้าไปก็ตาม แต่ว่านับจากนี้ตลอดเวลาที่อยู่กับเจ้า ข้าจะจดจำทุกสิ่ง ทุกเรื่องเราที่เราเผชิญด้วยกัน เจ้าว่าดีหรือไม่?" 

"อืม" หลานวั่งจีพูดพลางระบายรอยยิ้มออกมาน้อยๆที่มุมปาก นั้นทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับหัวเราะท่าทีที่จริงจังเช่นนั้นของเขา อดไม่ได้ที่จะยุแหย่ดังเช่นทุกที 

"อืม... แต่จะว่าไปแล้ว พวกเราก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วสินะ" เว่ยอู๋เซี่ยนพูด พลางยิ้มยั่วเย้าออกมา นั้นทำให้หลานวั่งจีลอบถอนหายใจออกมาอย่างรู้ทัน "นี่ พี่รองหลาน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เจ้าอยากจะทำกับข้าที่โลกนี้ไหมล่ะ?" 

"...ไร้สาระ" หลานวั่งจีพูด พลางเอี้ยวตัวหลบ แต่หากใบหูกับลำคอนั้นกลับแดงซ่าน นั้นทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับหลุดขำขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ 

...ก็เหมือนกันจริงๆนั้นแหละ... 

"ว่าแต่ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน ไม่ใช่ว่าข้ากำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูจินตานงั้นหรือ?" 

"มีบางอย่างเกิดขึ้นมากมาย" หลานวั่งจีพูด ก่อนจะอธิบายเรื่องราวให้คนตรงหน้าฟังโดยละเอียด 

"งั้นเหรอ... ที่แท้นั้นก็คือ บททดสอบพวกเรา นั้นเอง" 

"อืม"

เมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากหลานวั่งจี เว่ยอู๋เซี่ยนก็ถึงกับอารมณ์เสียทันที ถึงแม้ว่าสิ่งที่นางทำจะเป็นการช่วยเหลือเขาก็ตาม แต่หากกลับยื่นข้อเสนอกับโม่เสวียนอวี้แบบนั้น ไม่แปลกที่จะทำให้คนตรงหน้าต้องหงุดหงิดใจและอารมณ์เสียมากถึงขนาดนี้ 

"หึ! หากข้ากลับไปได้ล่ะก็ ข้าจะ---!" แต่ไม่ทันได้พูดอะไร หลานวั่งจีก็เอื้อมมือมากุมมือของเว่ยอู๋เซี่ยนเบาๆ แล้วระบายรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา นั้นทำให้เขาถึงกับใจเต้นแรงเลยทีเดียว "อะ อะไร..." 

"ได้เจอเจ้าในร่างนี้ เป็นสิ่งที่ดี" หลานวั่งจีพูด นั้นทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับขมวดคิ้วใส่อย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่หมุนตัวไปมา มองสำรวจรอบๆตัวเอง  

"อ่า... จริงสิ ในตอนนี้ข้าอยู่ในร่างของปรมาจารย์อี๋หลิงนี่นะ" 

"อืม"  

"เพราะงั้น วันนี้ที่เจ้าเจอข้า ถึงได้ยิ้มออกมาใช่ไหม?" 

"อืม"  

"อะ อะไรกัน..." เมื่อได้ยินคำตอบตรงๆโดยไม่คาดคิดจากคนตรงหน้า นั้นทำให้เว่ยอู๋เซี่ยนถึงกับผะงักเพราะไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปดี "หานกวงจวิน เพราะเหตุใดเจ้าถึงได้พูดออกมาตรงๆเช่นนี้ล่ะ ไม่สมกับเป็นเจ้าเลย" 

"เว่ยอิง"  

"อะ อะไร..." 

"กลับไปยังกูซู... กลับไปยังอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่กับข้าเถอะนะ" 

"หา?" หลานวั่งจีพูด พลางเอื้อมมือของเว่ยอู๋เซี่ยนขึ้นมา ก่อนที่จะประทับจูบลงไปยังนิ้วนางข้างซ้ายนั้น ดังที่เคยทำที่เนินป่าช้าแถวเมืองอี้ "หลานจ้าน นี่เจ้า..." 

"...." 

"...จะดีเหรอ เจ้าไม่กลัวท่านอาของเจ้าดุด่าว่ากล่าวรึอย่างไรกัน" 

"ไม่เป็นไร" 

"ตะ แต่เขาอาจจะลงโทษให้เจ้ากับข้าคัดกฎของสกุลหลานก็ได้นะ" 

"หากเขายืนกรานจะลงโทษเจ้าเช่นนั้น ข้าจะคัดแทนเจ้าเอง เจ้าว่าดีหรือไม่?" 

...อะ อะไรเนี่ย!!... 

"ตะ แต่ว่า สกุลหลานของเจ้าอาจจะมีหม---" 

"ข้าได้ไตร่ถามท่านอาแล้วว่า สามารถเพิ่มกฎสกุล [สุนัขเป็นสิ่งต้องห้าม ในอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่] อีกข้อได้หรือไม่"  

"ละ แล้วเขาตอบกลับมาว่ายังไง คงไม่ได้สินะ..."

"ท่านอารับปากแล้ว"

"!!!!"

...ปะ เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นหลานจ้านพูดจาได้ยืดยาวถึงเพียงนี้...

"เพราะงั้น หากเสร็จสิ้นเรื่องนี้แล้ว เจ้าจะกลับไปยังกูซู... กลับไปยังอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ กลับไปกับข้าได้หรือไม่?"

"หลานจ้าน..."

"...."

...จริงสิ พอสังเกตดูดีดีแล้ว ใบหน้าของหลานจ้านนั้นกำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไม่เหมือนทุกทีเลยนี่นา... เว่ยอู๋เซี่ยนคิด ก่อนที่จะเอื้อมมือมาสัมผัสตรงบริเวณหัวใจของเขา และทาบกับหัวใจของตนเอง

*ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก*

...เสียงหัวใจของหลานจ้าน มันเต้นแรงมาก เต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา บางทีอาจจะเต้นแรงยิ่งกว่าของข้าเสียอีกก็ได้ นี่เขาคิดถึงข้าถึงเพียงนี้เลยรึเนี่ย...

"....."

"หลานจ้าน..."

"....." เมื่อเห็นท่าทีที่ของคนตรงหน้าเว่ยอู๋เซี่ยนก็ถึงกับหัวเราะออกมาโดยไม่ทันตั้งตัว

"ฮะๆ เจ้าไม่ต้องมองข้าแบบนั้นก็ได้" เมื่อได้ยินดังนั้นหลานวั่งจีก็ก้มหน้าลงทันที บัดนี้ใบหน้าของเขานั้นได้แดงเถือกจนลามไปถึงลำคอกับใบหูแล้ว "เพราะถึงอย่างไรคำตอบของข้า ข้าก็คิดเอาไว้ตั้งนานแล้วล่ะ"

"....."

ยิ้ม "เจ้าดีมาก ข้าชอบเจ้า"

"...หมายความว่า" เว่ยอู๋เซี่ยนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปัดป่ายนิ้วไปยังจมูกของเขาแก้เขิน

"อืม ข้าจะกลับไปยังสกุลหลาน กลับไปยังกูซู กลับไปยังอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่กับเจ้า เจ้าว่าดีหรือไม่?"

"!!!!"

"เอ๊ะ! หลานจ้าน!!" ไม่พูดพร่ำทำเพลง หลานวั่งจีก็ตรงมาโอบกอดเว่ยอู๋เซี่ยนทันที การกระทำนั้นทำให้เขาระบายรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขออกมา แล้วกอดคนตรงหน้าตอบเบาๆ "อะไรกัน ดีใจถึงเพียงนี้เลย"

หลานวั่งจีพยักหน้า ก่อนที่จะก้มลงจูบไปที่หน้าผากของเว่ยอู๋เซี่ยนเบาๆ จากนั้นก็ไล่ไปที่แก้ม และสุดท้ายริมฝีปากของพวกเขาทั้งสองก็จรดเข้าหากันอีกครั้ง ราวกับเป็นคำสาบานถึงความรักที่พวกเขามอบให้กันอยู่ในตอนนี้ ทุกอย่างมันควรจะเป็นไปด้วยดี หากไม่ติดเสียงหัวเราะที่ทำลายบรรยากาศของคนตรงหน้าเสียก่อน

"ฮึๆ"

"...เป็นอะไรไป?"

"ไม่มีอะไร ก็แค่เผลอคิดไปว่า หากท่านอาของเจ้ารู้เรื่องเช่นนี้แล้วล่ะก็ ข้าคงจะเขาโดนจับขังกรงถ่วงน้ำประหนึ่งหมูในอวยเป็นแน่"

"หากเขาทำเช่นนั้นข้าจะช่วยเจ้าเอง"

"...แม้กระทั่งโดนโบยด้วยเหรอ?"

"อืม"

"ฮะๆ... หลานจ้าน เจ้าพูดจริงๆงั้นรึ?"

"หากสิ่งนั้นทำให้เจ้าอยู่กับข้าล่ะก็..." หลานวั่งจีพูด พลางเงยหน้ามองสบสายตาเว่ยอู๋เซี่ยนอย่างจริงจัง แววตาสีอ่อนและเยือกเย็น บัดนี้ ในสายตาของเว่ยอู๋เซี่ยนนั้น มันกลับร้อนแรงจนแทบจะหายใจไม่ออก "ข้าก็จะทำ"

"เจ้า..."

เมื่อเห็นสีหน้า แววตา และท่าทาง ที่จริงจังเหล่านั้นจากคนตรงหน้า เว่ยอู๋เซี่ยนก็ปัดป่ายเกาจมูกแก้เขินทันที พลางคิดไปว่า บางทีการที่จิตวิญญาณหลุดมาภพอื่นนั้น อาจจะเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่าที่เขาคิดก็เป็นได้

...เพราะอย่างน้อยๆเขาก็ล่วงรู้ถึงความนัยของหลานวั่งจีบ้างยังไงล่ะ...

 

 

 

[...กลับมาก็สวีททันที คนเขียนเหม็นฟามฮักเหลือเกิน!  

และจากนี้ต่อไปบอกเลย แม้จะมีวุ่นวายบ้างก็ตาม แต่มดตอมหน้าจอกันแน่ 555 ] 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น