ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 59 แสงอุษาใหม่(3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 59 แสงอุษาใหม่(3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 18:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 59 แสงอุษาใหม่(3)
แบบอักษร

"ฉันคงต้องกลับก่อนและจะเริ่มควบคุมโทบิจากทางไกล"

 

 

 

คาซึยะจากไปโดยไม่ได้สีหน้าไม่พอใจของโคนัน หญิงสาวกระทืบเท้าอย่างโมโหยามนึกถึงการท้าทายของอาซามิ แต่นึกว่าคนที่จูบเขาก่อนก็คือเธอ โคนันก็แอบยิ้มบางๆ

 

 

 

'ฉันชนะไปแล้วนี่นา'

 

 

 

ขณะที่โคนันกำลังเหม่อลอย ร่างของโทบิที่ผ่านการปรับปรุงแปลงสภาพใหม่ก็เริ่มขยับ อักขระสีดำที่คอเริ่มแผ่ปกคลุมทั่วร่างกาย ครู่เดียวผิวขาวๆของโทบิก็ค่อยๆกลายเป็นแทน สีดวงตาที่เคยม่วงของเนตรสังสาระก็กลายเป็นสีดำทมิฬโดยนัยน์ตาสีแดงของคอนแทคเลนส์ลายเนตรวงแหวนสามโทโมเอะ

 

 

 

'การฝังอักขระสาปแบบไม่สมบูรณ์จะมีพลังกายมากกว่าขั้นสมบูรณ์ แต่ระดับจักระค่อนข้างแตกต่าง'

 

 

 

การใช้พลังอักขระสาปแบบสมบูรณ์ระดับจักระเพิ่มขึ้นจากปกติถึงเจ็ดถึงสิบเท่าตัว และยังมีพละกำลังที่สูงแต่ใช้พลังได้แค่ขั้นเดียว ส่วนขั้นไม่สมบูรณ์จักระจะเพิ่มขึ้นจากปกติในขั้นแรกสองเท่าจากเดิม ขั้นที่สองมากที่สุดก็สี่ถึงห้าเท่า

 

 

 

และเพื่อวัดพละกำลังในปัจจุบันร่างกายภายนอกของโทบิจึงเริ่มการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ผมที่เคยสั้นเริ่มยาวแผ่สยายไปทั่วแผ่นหลัง พอบังคับพลังอักขระสาปให้ไปกระจุกที่แถวแผ่นหลังก็มีมือพังพืดขนาดใหญ่หนึ่งคู่โผล่ออกมาในรูปร่างคล้ายปีก

 

 

 

'มันเหมือนของซาสึเกะเลยแฮะ'

 

 

 

"Chidori(พันปักษา)"

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดด~!!

 

 

 

กระแสสายฟ้าสีดำเทาอันแหลมคมดุจดั่งคมดาบแผ่ขยายออกจากฝ่ามือของโทบิ เขาชูมือขึ้นฟ้าชั่วพริบตาเมฆหมอกสีดำก็มารวมตัวที่เหนือหัวของเขา กระแสสายฟ้าสีดำเริ่มไหลไปรวมกันอยู่ในกระจุกเมฆ ก่อนจะเริ่มก่อร่างเป็นหัวของมังกรที่กำลังเล่นถลาอยู่แถวเมฆดำ

 

 

 

"Senpō : Kirin(คาถาเซียน : กิเลน)"

 

 

 

เปรี้ยงงงงงงงงงง~!!!!!!!

 

 

 

หัวของกิเลนถูกส่งไปยังภูเขาก่อนที่ยอดเขาจะถูกสายฟ้าระเิดจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณ และเจ้าตัวก็ยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น อากาศตรงหน้าเกิดช่องว่างมิติสีดำทรงสี่เหลี่ยมโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า

 

 

 

"ที่อาเมะงาคุเระเราสามารถใช้คาถากิเลนได้แบบไม่อั้น และไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องอื่น ร่างโทบิสามาระใช้ลาดชันมรณะได้โดยไม่ส่งผลกระทบมากเท่าที่เคยหลังจากฝังอักขระสาป"

 

 

 

คาซึยะที่ควบคุมโทบิจากทางไกลรู้สึกถึงความไหลรื่นมากเป็นพิเศษ เขาสามารถควบคุมโทบิด้วยความคิดราวกับจิตวิญญาณของเขากำลังอยู่ในร่างกายนี้เอง

 

 

 

และเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นและไม่พบสิ่งผิดปกติ เขาก็เดินไปเรียกโคนัน และเริ่มเดินทางไปยังหมู่บ้านอาเมะงาคุเระที่เป็นที่รวมตัวของแสงอุษาใหม่ 

 

 

 

ระหว่างทาง ทั้งคู่พบเจอนินจาจากหมู่บ้านอื่นๆ ที่พยายามปล้นขโมยสะดมเสบียงอาหารจากชาวบ้านไร้พิษสงก็ถูกโคนันและโทบิเก็บกวาดโดยไม่สนว่านินจาพวกนี้มาจากหมู่บ้านไหน ดีที่ที่นี่ไม่มีนินจาจากโคโนฮะ

 

 

 

การเดินทางใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงนักและพวกเขาก็มาถึงยังหมู่บ้านอาเมะ ที่กำลังมีชาวบ้านนับพันชีวิตกำลังยืนรวมตัวกันอยู่ตามถนน พอทั้งสองย่างเท้าเข้าสู่หมู่บ้านก็ต้องแปลกใจกับเสียงเทิดทูญของพวกชาวบ้าน

 

 

 

"ฮันโซตายแล้ว ท่านเพนจากแสงอุษาชื่อดังกำลังเข้ามาควบคุมหมู่บ้าน ดีมากคราวนี้หมู่บ้านเราไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวต่ออำนาจของแคว้นใหญ่"

 

 

 

"ใช่พระเจ้าเช่นท่านเพนไม่มีใครในโลกนี้เทียมเท่าอีกต่อไป"

 

 

 

"พระเจ้าเพนจงเจริญ!! แสงอุษาจงเจริญ"

 

 

 

โคนันยืนมองชาวบ้านอย่างไม่เข้าใจ เพียงวันเดียวการเปลี่ยนแปลงของชาวบ้านก็เป็นได้ถึงขนาดนี้ ? ไหนจะเพนอีก ใครคือเพน โทบิบอกว่าผู้ที่จะควบคุมตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่คือนางาโตะไม่ใช่หรอ

 

 

 

ด้วยความสงสัยเธอจึงเดินไปถามชาวบ้าน แต่คำตอบที่พวกเธอได้รับกลับเป็นเพียงไม่รู้ ไม่เคยเห็นหน้า แต่ที่รู้ๆ คือชายที่ชื่อเพนมอบอาหาร เงิน และจัดสรรพื้นที่ให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัย

 

 

 

ไหนจะการนำหัวของฮันโซครึ่งเทพและคนใกล้ตัวมาแขวนประจานที่เมือง ให้แสดงถึงการเป็นคนนอกรีตทรยศหมู่บ้านและสุดท้ายก็ถูกสังหารโดยเพน ที่เรียกตนเองว่าเป็นพระเจ้า

 

 

 

'เพนคือนางาโตะ'

 

 

 

สุดท้ายโคนันก็เข้าใจ และไม่คิดว่าจะมีใครกล้าสังหารฮันโซและเข้ามาควบคุมหมู่บ้านอาเมะได้นอกจากนางาโตะอีกแล้ว ไหนจะการใช้หัวของฮันโซและลูกน้องมาประจานอีก

 

 

 

"เขาเปลี่ยนไปแล้วสินะ โทบิเอายังไงต่อ"

 

 

 

"พวกเราก็ไปหาเขาโดยตรงเลยยังไงละครับรุ่นพี่"

 

 

 

"จิ้!"

 

 

 

โคนันที่ได้ยินเสียงกวนโอ้ยของโทบิก็เดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนโทบิเงียบขึมก็ดูหล่อเท่ และเย็นชาราวเจ้าชายมันก็ดีอยู่แล้วแท้ๆ แต่พอกลายเป็นคนบ้าๆ บอๆเธอกลับอยากเจื๋อนเจ้าหมอนี่เสียให้ตาย

 

 

 

และสุดท้ายทั้งคู่ก็มุ่งไปที่สำนักงานสายฝนที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับหัวหน้าหมูบ้าน ตึกใหญ่ที่สูงกว่าสามสิบเมตรในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึง พอเดินเข้าไปก็พบบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิมทันที

 

 

 

"คนนี้หรอโทบิ และโคนันจากแสงอุษาดั้งเดิม"

 

 

 

ชายดูชายเล็กน้อยดังมาจากเงามืด ชายผิวแทนในชุดคลุมสีดำมีลายเมฆสีแดงค่อยๆเดินออกมาจากเงามืดทางซ้ายมือ พร้อมกับเด็กชายผมเงินที่กำลังเหวี่ยงเคียวสองใบไปมาอย่างบ้าคลั่ง

 

 

 

"ชายสวมหน้ากากนี่ค่อนข้างอ่อนแอนะครับ แบบนี้จะไหวแน่หรอครับคุณหัวหน้า"

 

 

 

ชายหน้าฉลามเดินออกมาพร้อมกับจูโซและอาซามิและกล่าวถามอย่างสงสัยเนื่องจากตัวเขาไม่สามารถสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของชายสวมหน้ากากได้เลยจึงหันไปถามชายผมส้มที่ฝังเข็มสีดำๆไว้เต็มร่างกำลังจ้องมองโทบิและโคนันด้วยสีหน้าเย็นชา

 

 

 

"ยะ ยาฮิโกะนายยังไม่ตาย ?"

 

 

 

โคนันถึงกับวิ่งไปหายาฮิโกะ ทว่ากับถูกโทบิดึงมือไว้ เธอจ้องมองโทบิอย่างสงสัยและสุดท้ายเธอก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ดีใจลง เธอจดจ้องไปยังหญิงสาวสวมหน้ากากที่ยืนข้างๆชายผิวสองสีอย่างอาฆาต

 

 

 

"แหม๋ๆ ถึงกลับออกมาต้อนรับกันเลยนะครับ แล้วสี่คนนี่คือใครกันครับรุ่นพี่... เอ~จะให้ผมเรียกรุ่นพี่ว่าอะไรดี ตอนนี้ผมค่อนข้างสับสนจนหัวหมุนติ้วๆเลยนะ"

 

 

 

โทบิแกล้งเดินเซไปมา ราวคนกำลังเวียนศีรษะ คนอื่นๆจ้องมองเขาอย่างไม่สนใจมีเพียงชายผมส้มและอาซามิที่สวมหน้ากากเท่านั้นที่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของชายคนนี้

 

 

 

"เรียกฉันในร่างนี้ว่าเพนก็แล้วกัน ยินดีต้อนรับกลับนะโคนัน โทบิ ส่วนคนพวกนี้คือสมาชิกใหม่ของแสงอุษา"

 

 

 

เพนเริ่มแนะนำตัวคนกลุ่มใหม่ให้โคนันและโทบิฟังรวมถึงตำแหน่งระดับสูงทั้งสิบที่ตอนนี้ถูกครอบครองไปหกตำแหน่งจึงเหลืออีกสองตำแหน่งเท่านั้นที่ยังไม่มีใครมาครอบ

 

 

 

"เอ๋ แล้วรุ่นน้องจูโซไม่ได้ถูกเลือกเข้าเป็นตำแหน่งระดับสูงหรอครับรุ่นพี่ น่าเสียดายจริงๆเลยนะครับ แต่ก็อย่างว่าละครับเขาอ่อนแอมากไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ครอบครองตำแหน่งระดับสูงขององค์กร"

 

 

 

"หา แกว่าไงนะเจ้าหน้ากาก!!"

 

 

 

จูโซวิ่งเข้ามาหมายจะตบชายสวมหน้ากากให้ตายคามือ ทว่ามือยังไม่ทันได้สัมผัสชายเสื้อคลุมของโทบิ จู่ๆแขนของเขาก็ถูกหยุดโดยกระดาษสีขาวที่เริ่มกลายเป็นยันต์ระเบิดพันรอบตัวของเขาเอาไว้

 

 

 

"นะ นี่"จูโซถึงกับหวาดกลัว ไม่คิดเลยว่าหญิงสาวที่ดูไร้พิษสงจะหน้าหวาดกลัวได้ถึงขนาดนี้ เกรงว่าถ้าไม่มีโทบิกระโดดมาหยุดโคนันไว้ละก็...

 

 

 

"ทำแบบนี้ก็แย่สิครับรุ่นโคนัน แกล้งเบ้ขัดรองเท้าประจำองค์กรแบบนี้ แล้วเราจะหาใครมาเช็ดรองเท้าให้พวกเราละครับ"

 

 

 

จูโซกำลังรู้สึกขอบคุณโทบิที่เข้ามาช่วยหยุดแม่สาวกระดาษ แต่พอได้ยินคำพูดของเจ้านี่จูโซก็กระอักเลือดออกมาและเริ่มมีความรู้สึกอยากฆ่าคน เช็ดรองเท้า ?ฉันที่เป็นถึงเจ็ดดาบแห่งคิริผู้มีฉายาว่านักล่าสบั้นหัวเนี่ยนะ

 

 

 

แม้จะไม่พอใจในคำพูดกวนบาทาของโทบิแต่จูโซก็พยายามสงบสติอารมณ์ลง ตอนนี้ไม่ว่าจะคาคุซึ ฮิดัน คิซาเมะต่างเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าถึงต้องออกมาต้อนรับสมาชิกเก่าด้วยตัวเองแบบนี้

 

 

 

'หญิงสาวนามว่าโคนันแข็งแกร่ง!!'

 

 

 

"เลิกทำเป็นเล่นได้แล้วโทบิ ต่อไปนี้นายผู้ครอบครองตำแหน่งเกียวคุนโยะ(พรหมจรรย์) ส่วนโคนันครอบครองตำแหน่งเบียคโกะ(พยัคฆ์ขาว)ของแสงอุษา"

 

 

 

โทบิที่ถูกเพนเตือนได้แต่ทำท่าทางเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปหยิบแหวนสีม่วงที่มีอักษรสลักเขียนไว้ว่าเกียวคุนโยะหรือตำแหน่งพรหมจรรย์ มาสวมไว้ที่นิ้วโป้งซ้าย ส่วนโคนัันหยิบแหวนสีฟ้าอ่อนมาสวมไว้ที่นิ้วกลางข้างขวา

 

 

 

"ยินดีต้อนรับสู่แสงอุษาใหม่ องค์กรผู้จะสร้างสัญติภาพแห่งโลกอย่างแท้จริง แม้ตอนนี้ฉันจะยังไม่คิดที่จะเริ่มแผนการ แต่ฉันจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน..."

 

 

เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกร้อยปี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น