Duble R.
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 สิ่งที่ไม่ได้เลือกเอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 สิ่งที่ไม่ได้เลือกเอง

คำค้น : นิยายรักวัยรุ่น,พี่ว้าก,เฮียปาร์ค,อัญชัน,อัญโก๊ะ,พระเอกเย็นชา,นางเอกโก๊ะ,ไม่เน้นดราม่า,แพ้ทาง

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 16:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 สิ่งที่ไม่ได้เลือกเอง
แบบอักษร

กระบะสี่ประตูขับเคลื่อนสี่ล้อเคลื่อนตัวเข้าจอดในโรงจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชายหนุ่มร่างสูงผิวพรรณดีหน้าตาหล่อราวเทพบุตรเปิดประตูก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าสง่า นายภัควัฒน์ หรือ ปาร์ค พี่ว้ากปีสามหน้าหล่อประจำคณะวิศวกรรมศาสต์ พอลงจากรถร่างสูงก็เดินไปหากลุ่มเพื่อนที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่ที่โต๊ะประจำ  

เคน เบียร์ เจอาร์ เซน ทัพไทและเลโอ หกพี่ว้ากหนุ่มหล่อคณะวิศวะนั่งรวมกลุ่มกันอยู่ที่ม้านั่งใกล้ตึกคณะ ตั้งแต่เปิดเทอมมาวันนี้เป็นวันแรกที่กลุ่มพี่ว้ากปีสามรวมตัวกันครบเจ็ดหนุ่ม  

"มาแล้วหรอครับลูกพี่ กว่าจะเสด็จได้นะครับ นี่พวกกระผมรอลูกพี่อยู่คนเดียวเลยนะครับเนี่ย" คำทักทายแรกหนีไม่พ้นเซนที่เอ่ยขึ้นแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับใดใดจากปาร์ค ปาร์คเพียงเดินไปนั่งลงโดยไม่ได้เอ่ยอะไรแต่หันไปสบตากับเลโอที่เหมือนพึ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ ตั้งแต่เปิดเทอมนี่เป็นวันแรกที่เลโอมาเรียน "เห็นกูเป็นอากาศธาตุตลอด" 

"มึงยังไม่ชินอีกหรอวะไอ้เซน ไปเรียนได้แล้วเข้าสายเดี๋ยวอาจารย์ด่าตายห่า" เจอาร์เอ่ยชวนแล้วลุกขึ้นเดินนำคนอื่นๆ ไปก่อน 

"มันไม่พูดน่าจะดีกว่านะ" ทัพไทตบที่ไหล่ของเซนสองสามทีแล้วเดินตามเจอาร์ไปก่อนที่คนอื่นๆ จะทยอยลุกเดินตามไปด้วยรวมเซน 

อย่างที่ทัพไทว่า ปาร์คไม่พูดเลยน่าจะดีกว่า เพราะถ้าหากว่าเขาเอ่ยปากขึ้นมาคงจะไม่ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกดีสักเท่าไหร่ ความจริงแล้วปาร์คไม่น่าจะมาสนิทกับใครได้ขนาดนี้เลย หากไม่ใช่เพราะตอนที่จะขึ้นปีสองนั้นเซนดันไปเสนอกับรุ่นพี่ให้เขาเป็นพี่ว้ากด้วย ทำให้ปาร์คกับเพื่อนทั้งหกได้รู้จักกันและสนิทกันมากขึ้นเพราะหน้าที่ที่ต้องทำร่วมกันที่ปาร์คไม่สามาถปฏิเสธได้ในตอนนั้น  

พี่ว้าก หน้าที่นี้ไม่เคยมีอยู่ในหัวของปาร์คเลย แต่วันนี้เขากลับต้องมายืนอยู่ต่อหน้ารุ่นน้องทั้งรุ่น ดีหน่อยที่ว่าการทำหน้าที่นี้เขาไม่ต้องฝืนตัวเองมากนัก แค่ไปยืนอยู่ต่อหน้ารุ่นน้องแล้วก็ทำตัวตามปกติของเขาก็เท่านั้น ถ้าจะบอกว่าชีวิตของเขาเป็นพี่ว้ากอยู่แล้วก็คงจะใช่  

"เงียบ!" แค่เพียงคำเดียวที่ออกจากของปาร์คที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ที่มาถึงทำเอารุ่นน้องถึงกับสะดุ้งแรงและเงียบกริบเหมือนอยู่ในป่าช้า เลโอถึงได้จังหวะพูดต่อ ก่อนที่ปาร์คจะต้องตะโกนขึ้นอีกครั้งเมื่อรุ่นน้องเริ่มซุบซิบกันดังขึ้นในตอนที่เซนกำลังพูด "เงียบ!" เมื่อความเงียบกลับมาอีกครั้งปาร์คเลยเป็นคนพูดต่อ "ที่เพื่อนผมสอนไปพวกคุณไม่สนใจเลยใช่ไหม มารยาทในการฟังของพวกคุณถึงไม่มี เพื่อนผมพูดอยู่ทำไมพวกคุณถึงไมฟัง ในเมื่อไม่ฟังกันได้งั้นปีหนึ่งลุก วิ่งรอบสนามสามรอบใครกลับมาถึงช้าที่สุดห้าคนสุดท้ายจะต้องโดนลงโทษ ปฏิบัติ" 

"ครับ/ค่ะ" แม้จะพร้อมใจกันรับคำสั่งหนักแน่นแต่ปีหนึ่งก็นึกแย้งในใจว่าที่สั่งให้พวกเขาไปวิ่งนี่ยังไม่ใช่การลงโทษอีกอย่างนั้นหรอ แต่ก็อย่างว่าคงจะได้แค่คิดอยู่ในใจหรือไม่ก็พูดกันลับหลังไม่ให้รุ่นพี่ได้ยิน ไม่อย่างนั้นคงไม่จบอยู่แค่การวิ่งรอบสนามสามรอบแน่  

"ไปต่อไหนกันดีวะ?" พอว้ากน้องเสร็จเซนก็เริ่มก่อหวอดหาแนวร่วมก่อนที่เบียร์จะเสนอให้ไปที่ผับของพี่เจอาร์แล้วเลโอก็บอกว่าคงไม่ไปเพราะมีธุระ 

"ธุระอะไรของมึงวะ งานของแด๊ดมึงก็เคลียร์เสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ" เจอาร์นึกสงสัยเพราะเลโอพึ่งกลับจากไปทำงานให้พ่อที่ต่างประเทศวันนี้เองและเขาก็ไม่มีงานอะไรนอกเหนือจากงานของพ่อให้ต้องทำอีก 

"เรื่องส่วนตัว พวกมึงไปเลย" เลโอบอกแล้วเดินไปขึ้นรถที่ขับมาจอดรออยู่ไม่ไกล 

"พวกมึงว่ามันทำตัวแปลกๆ ไหมวะ?" เซนถามขึ้นหลังจากที่เลโอออกไป แล้วทุกคนก็พากันเห็นด้วย แม้แต่ปาร์คที่ไม่พูดอะไรก็แอบเห็นด้วยกับเพื่อน แม้ว่าในกลุ่มเลโอจะนิสัยคล้ายปาร์คมากที่สุด แต่ว่าก็ยังไม่หนักเท่าปาร์คยังพูดคุยกับเพื่อนอยู่บ้างและบรรยากาศยังดูผ่อนคลายกว่าปาร์คอยู่ไม่น้อย แต่พอเพื่อนชวนออกไปเที่ยวเวลากลางคืนเลโอกลับแทบไม่เคยไปเลยสักครั้ง ในขณะที่ปาร์คยังไปอยู่บ้างแค่ไม่ไปพร้อมเพื่อนและกลับก่อนเสมอเท่านั้น  

"กูไม่ไปนะ มีธุระ" เหมือนข้ออ้างของปาร์คจะซ้ำกับเลโอ แต่คิดว่าคงไม่ใช่เหตุผลเดียวกันแน่เพราะเท่าที่รู้จักเลโอมาหากว่าเลโออยู่ที่ไทยครอบครัวของเขาจะต้องกลับไปดูแลธุรกิจที่ต่างประเทศแล้ว 

"อีกคนละ ธุระอะไรของมึงอีกวะ" พูดเรื่องของเลโอไม่ทันจะจบพอปาร์คบอกว่าไม่ได้ไปเซนก็หันมาทำหน้าเซงใส่ปาร์คพร้อมกับถามด้วยความอยากรู้อย่างลืมตัวว่านี่คือใคร 

"เสือก!" 

นั่นปะไร ปาร์คทิ้งประโยคอันแสนไพเราะไว้ให้เพื่อนรักอย่างเซนแล้วหันไปสบตากับเพื่อนคนอื่นๆ เป็นการบอกลาก่อนจะเดินแยกออกไป 

"ถ้าไม่โดนมันด่าสักวันนี่มึงคงนอนไม่หลับสินะ"  

 

ปาร์คขับรถเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่ บ้านที่เขาแทบจะไม่ค่อยกลับมาเลยหลังจากที่เปิดสนามแข่ง ถ้าไม่ใช่เพราะคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับพ่อว่าจะกลับมาบ้านอย่างน้อยเดือนละครั้งเพื่อทานข้าวเย็นด้วยกันแลกกับการที่พ่อของเขาจะยอมให้เขาเปิดสนามแข่งรถและออกไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่เรียนอยู่มอปลาย แม้ว่าเงินลงทุนทุกอย่างในตอนแรกนั้นเกินครึ่งเป็นของพ่อปาร์คที่ให้มาแต่ว่าร่างสูงก็ใช้หนี้คืนไปหมดแล้ว 

แต่ว่าการมาครั้งนี้กลับทำให้ร่างสูงได้รู้เรื่องบางอย่างที่ไม่เคยรู้ ปาร์คหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องทำงานของคนเป็นพ่อเมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างพ่อของเขากับผู้ชายอีกคนที่อยู่ในห้องทำงานด้วย 

"คุณพิมพ์มาดาเสียไปหลายปีแล้วครับ" 

พิมพ์มาดา ชื่อนี้ปาร์คไม่เคยลืม เพราะมันเป็นชื่อที่อยู่ในประโยคของพ่อกับแม่ของเขาในตอนทีทะเลาะกันในครั้งนั้น ชื่อของผู้หญิงที่พ่อของเขาไปมีความสัมพันธ์ด้วย เขาไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของเขาให้คนออกตามหาผู้หญิงคนนี้ เพราะตั้งแต่ที่แม่ของเขาจากไปพ่อของเขาก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์ ไม่เคยมองหรือสนใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย 

"ตายแล้ว?" 

"ครับ จากที่ผมไปสืบมาเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกับสามีของเธอ" 

"ฉันให้คนตามหาเธอมาเป็นสิบกว่าปีเพราะอยากจะขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่วันนี้กลับได้รู้ว่าเธอตายไปแล้วแทนเนี่ยนะ" อภิวัฒน์หัวเราะในชะตาของตัวเอง ตั้งแต่ที่เสียมารติแม่ของปาร์คไปเขาก็ตั้งใจกับตัวเองว่าจะต้องขอโทษพิมพ์มาดาให้ได้ เพราะตั้งแต่ที่เธอรู้ว่าเขาหลอกลวงเธอทั้งๆ ที่มีแม่ของปาร์คอยู่แล้วเธอก็หนีไป ไม่ติดต่อเขาอีกเลย เขาแทบจะพลิกแผ่นดินตามหาแต่ก็ไม่เจอ  

"แต่มันมีเรื่องที่น่าแปลกอยู่อย่างนึงครับ" 

"อะไร?" 

"เธอมีลูกสาวหนึ่งคนครับ" 

"แล้วมันแปลกยังไง?" พ่อของปาร์คยังไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนที่พิมพ์มาดาจะมีลูกสาวซึ่งก็ตรงกับใจของปาร์คที่ยืนแอบฟังอยู่ที่ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามันแปลกตรงไหน 

"เธอกับสามีจดทะเบียนสมรสกันตอนที่ลูกสาวอายุได้สามขวบ แต่ว่าก่อนหน้านั้นหนึ่งปีสามีของเธออยู่ที่ต่างประเทศมาตลอดส่วนเธอก็ไม่มีประวัติว่าเดินทางไปต่างประเทศเลย" 

"คุณหมายความว่า?" 

"เด็กคนนั้นอาจจะไม่ใช่ลูกของสามีของเธอครับ คำนวณดูแล้วถ้าตอนนี้เธอมีชีวิตอยู่เธอก็น่าจะอายุประมาณสิบแปดสิบเก้าปีได้" 

"อะไรนะ?" อภิวัฒน์ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน "เป็นไปไม่ได้" 

"ผมมีหลักฐานยืนยันครับ นี่เป็นโรงพยาบาลที่เธอไปฝากครรภ์" นักสืบยื่นเอกสารให้กับอภิวัฒน์ที่พอดูแล้วถึงเขามือไม้อ่อน "จากข้อมูลที่คุณให้ผมมาตั้งแต่แรก กับหลักฐานที่ผมสืบมาได้ดูเหมือนว่า..." 

"เด็กคนนั้น อาจจะเป็นลูกของฉัน" 

ตึก! 

ปาร์คไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ได้ยิน ดีใจ หรือว่า เสียใจ แต่เหมือนว่าหัวใจของเขามันจะเต้นผิดจังหวะไปในวินาทีที่ได้ยิน เพราะน้องสาวที่พึ่งรู้ว่ามีอยู่ดันเป็นลูกสาวของผู้หญิงที่พ่อของเขาเคยไปมีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อนานมาแล้ว อีกทั้งประโยคต่อมาของนักสืบที่ได้ยินก็ทำให้ปาร์คยิ่งตื้อไปหมด 

"แล้วตอนนี้..." 

"ผมพยายามสืบเรื่องของเด็กคนนั้นหลังจากอุบัติเหตุแต่กลับไม่ได้อะไรเลย" 

"หมายความว่ายังไง?" 

"ไม่รู้เหมือนกันครับ ผมสืบมาได้แค่ว่ามีคนรับเธอไปอุปการะเพราะญาติของเธอไม่มีใครอยากจะรับเธอไปดูแล หลังจากนั้นก็เหมือนกับว่าข้อมูลทุกอย่างของเธอก็หายไปเลย พอสืบจากพวกญาติก็ไม่มีใครรู้เรื่องอะไร" 

"รู้ชื่อของเธอรึเปล่า?" 

"ครับ เธอชื่อ..." 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น