winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 69

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 15:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

“ฝน น้องทหารคนนั้นน่ะ เป็นใครเหรอ แล้วฝนไปรู้จักน้องเค้าได้ยังไง”

เมื่อฝนต้นเมษาซื้ออาหารอร่อยๆ จากร้าน แป้ว-ปราง อาหารตามสั่งเสร็จเรียบร้อย ก็ขับรถกลับมาที่บ้าน นั่งกินอาหารกับแม่และพี่สาวอย่างเดือนลดา จากนั้นก็นั่งพูดคุยดูทีวีอยู่ด้วยกัน ก่อนที่เดือนลดาจะพาแม่เข้าไปนอนในห้อง แล้วตัวเองก็มาคุยกับน้องสาว

คำถามของเดือน ทำเอาน้องฝนของเธออึ้งไปนิดหน่อย

“คือเบธเค้าเป็นคนที่มายืมหนังสือที่ห้องสมุดบ่อยๆ น่ะพี่เดือน แล้วพอดีวันนั้น เค้าคงเห็นฝนตกใจเรื่องแม่ ก็เลยอาสามาช่วยขับรถให้”

“แล้วฝนก็ยอมให้เค้าขับมาให้”

“ตอนนั้นฝนตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ก็เลย...”

“ปกติฝนไม่ไว้ใจคนง่ายๆ นะ เท่าที่พี่เห็น”

“คือ จริงๆ เค้าก็เป็นมากกว่าคนที่มายืมหนังสือ เราได้คุยกันบ่อยๆ จนฝน มองว่าเค้าเป็นเพื่อนใหม่คนนึง” เธอค่อยๆ อธิบาย ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และหลบสายตาพี่สาวนิดหน่อย

“พี่ไม่ได้จะว่าอะไรนะ ที่ถามก็คือ ถ้าฝนไว้ใจเค้าแล้ว มั่นใจว่าเค้าเป็นคนดีจริงๆ ก็พามาเที่ยวบ้านเราก็ได้ พี่ก็อยากรู้จักน้องเค้าเหมือนกัน ดูเค้าเป็นคนมีน้ำใจ หน้าตาก็น่าเอ็นดู”

“อืม” เธอตอบสั้นๆ

“เดือนหน้าวันเกิดแม่นี่นา เราจัดปาร์ตี้เล็กๆ กันมั้ย แล้วฝนก็ชวนน้องเค้ามา”

“เดี๋ยวฝนคิดดูอีกทีนะพี่เดือน”

สองพี่น้องคุยกันนิ่งๆ เรียบๆ ตามสไตล์ผู้หญิงวัยสามสิบกลางๆ ที่ผ่านโลกมามากพอสมควร และโลกของเธอทั้งสองมันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อพ่อทิ้งแม่ไปมีผู้หญิงอื่น สามีของเดือนลดาก็นอกใจเธอเหมือนที่พ่อทำกับแม่ และแฟนของฝนต้นเมษาทุกคนที่ผ่านมา ก็ทำกับเธอแบบนั้นเช่นเดียวกัน ราวกับต้องคำสาป

แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ฝนก็ยอมจำนนไปแล้ว เธอกลัวคำสาปนั้น และยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจของมัน แต่เบธก็ค่อยๆ ทำให้เธอหวั่นไหว และลังเล บางครั้งเธอก็คิดว่า คำสาปนั้นมันอาจจะเสื่อมสลายไปแล้วก็ได้

หลังจากคุยกับพี่สาวจบ ฝนต้นเมษาก็ขึ้นมาบนห้องนอนของเธอ ดินแดนที่ไม่มีใครมาถึงได้ เธอวางกระเป๋าไว้ที่ปลายเตียงนอน แล้วก็นั่งลงข้างๆ มัน

จากนั้นก็หยิบกระดาษที่เบธให้ไว้ออกจากกระเป๋าเสื้อ

“แค่เบอร์โทร คงไม่เป็นอะไรหรอก ก็เผื่อไว้สั่งข้าวจริงๆ”

เธอพูดกับตัวเอง แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมากดตัวเลขสิบตัว แต่เมื่อจัดเก็บใส่ชื่อว่า คุณทหาร เรียบร้อยปุ๊บ บัญชีที่ใช้เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ขอบเบธ ก็เด้งขึ้นมาในเครื่องทันที

“ถ้าแอดไป ก็คือ จบเกมส์”

เพราะแบบนั้น เธอจึงตัดสินใจเก็บมือถือ แล้วลุกไปที่โต๊ะทำงาน เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา และบรรจงเขียนหนังสือ ที่เธอกำลังเร่งเขียนให้จบ เพื่อจะนำส่งสำนักพิมพ์ แต่ว่า มันก็ไม่จบลงง่ายๆ เสียที

 

‘ตัวตนจริงๆ ของคุณเป็นอย่างไรกันแน่คะ คุณจะน่ารัก เหมือนที่ตาฉันเห็น เจ้าเสน่ห์ เหมือนที่ฉันรู้สึก และคุณจะใจร้าย เหมือนที่ฉันคิดอยู่ตลอดเวลาหรือเปล่า  

หรือว่าฉันต้องพิสูจน์มัน ด้วยการเอาหัวใจดวงเดียวที่มีไปเสี่ยง โดยจะต้องครอบครองคุณและความรักของคุณให้ได้อย่างรัดกุม ไม่เช่นนั้น ฉันอาจจะปางตาย เพราะสูญเสียคุณไป  

ฉันต้องตัดสินใจ และการตัดสินใจท่ามกลางความคิดถึง มันช่างตลกดีเหลือเกิน’  

 

ขณะที่บรรณารักษ์กำลังแปลงร่างเป็นนักเขียน และกำลังถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นตัวอักษรอย่างตั้งใจ แต่สายตาของเธอ ก็ดันเหลือบไปมองสมุดบันทึกของตัวเองที่วางอยู่ใกล้ๆ

และที่หน้าปกมันเป็นรูปแคคตัส

“เจ้าของแคคตัส 3 ต้นนั้น คงจะชอบคุณมากๆ และก็คงจะเสียใจมาก หากฉันกับคุณ...”

เธอเปรยออกมาเบาๆ ก่อนจะเรียบเรียงให้สละสลวยกว่านั้น ก่อนจะพิมพ์ลงไปในหน้าจอสีขาว

‘แล้วฉันจะดื่มด่ำกับความสุขที่ได้มาอย่างไรไหว หากได้ครอบครองคุณทั้งหมด แล้วพบว่า จะมีดวงใจหนึ่งดวงของคนหนึ่งคน แตกหักและหลุดร่วง เหมือนกิ่งไม้ที่ถูกลมกรรโชก’  

 

 

หลายวันต่อมา ณ หน่วยโดรนติดอาวุธ

‘มีคำสั่งจากผู้บัญชาการกองทัพอากาศ ในวันงานสานสัมพันธ์ทัพอากาศ ให้เพิ่มกิจกรรมการทดสอบสมรรถภาพของทหารทุกคน ให้นำคะแนนมาหาเป็นค่าเฉลี่ยของแต่ละหน่วย เพื่อจัดลำดับ หน่วยที่มีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งถึงสาม ท่านผู้บัญชาการจะมีรางวัลให้เป็นพิเศษ และหน่วยที่มีคะแนนน้อยที่สุด จะมีกิจกรรมพิเศษให้ทำ’  

“คุณพ่อ! จะทำอะไรเคยปรึกษาลูกสาวบ้างมั้ยเนี่ย โอ๊ย ขี้เกียจซ้อมวิ่งมั้ยล่ะ”

หมวลนภดลอ่านคำสั่งที่หมวดคีรีไปดึงจากบอร์ดมาวางไว้ให้ที่โต๊ะ แล้วก็บ่นออกมาอย่างเซ็งๆ ที่คุณพ่อของเธอ ได้เพิ่มกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อกองทัพอากาศ แต่มันไม่เข้าท่าสักนิดสำหรับคนสวยอย่างเธอ

“แล้วคนที่ประกวดขวัญใจกองทัพ ต้องทดสอบด้วยมั้ยวะ ไอ้ดล”

“ทหารทุกคนว่ะ เสียใจด้วยไอ้เบธ”

“แล้วต้องทำอะไรบ้าง วิ่งอย่างเดียว หรือว่ามีอะไรอีก”

“วิ่ง 6 รอบสนามบอล วิดพื้น 30 ที ซิทอัพ 30 ที โอ๊ย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว”

“แค่นี้เอง....ฮะ อะไรนะ วิ่ง 6 รอบสนามบอล” เบธทำหน้าตะลึงๆ

“ก็เอออะดิ ถ้าไม่ซ้อมนะ วันจริงตายแน่ๆ”

“เย็นนี้เลยดีมะ ไปวิ่งกันปะดล” จากหน้าตกใจ ตอนนี้เบธเปลี่ยนมาทำหน้ามีเลศนัย

“ทำหน้าเหมือนมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังการวิ่ง”

“เปล๊า ไม่มีอะไร เดี๋ยวเราเอารถไปจอดที่หน้าห้องสมุดกัน เยื้องๆ กันมีสวนสาธารณะ”

“คือมึง วิ่งที่ลานโดรนก็ได้มั้ย หรือ ทำไมเราไม่เอารถไปจอดที่สวนสาธารณะ” หมวดดลว่า พลางจิกตาใส่

“ไปหากำลังใจก่อน ไม่งั้นไม่มีแรงวิ่งอะดิ”

“เกลียดดดดด”

“อย่าเกลียดฉันเลยน่า ฉันก็ได้ยินมาว่า หัวหน้า ก็ชอบไปวิ่งที่นั่นหลังเลิกงานอยู่บ่อยๆ ”

“ตกลงตามนั้นไอ้เบธ เราจะไปวิ่งกัน”

เมื่อตกลงกันตามนั้น สองคนก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง จนกระทั่งเย็น ก็พากันไปที่ห้องเก็บของ เปิดตู้เหล็ก ค้นหาชุดกีฬาที่กองทัพแจกไว้ให้ทหารใสออกกำลังกายปีละหลายๆ ชุดเป็นสวัดิการพิเศษ แต่สองสาวก็เอามาหมกๆ ไว้ ไม่เคยได้เอาออกไปใช้สักที

จากนั้น หมวดดลก็ขับรถพาเบธไปห้องสมุดตามสัญญา

“แล้วนี่แกจีบคุณบรรณารักษ์ตาคมไปถึงไหนแล้วยะ”

“ก็ไม่ค่อยถึงไหนเลยว่ะ วันก่อนก็ดันไปก่อเรื่องไว้อีก”

“หึ ไปทำอะไรไว้ล่ะ อย่าบอกนะ ว่ารถไฟชนกัน”

“พูดเหมือนน้องสาวฉันไม่มีผิด มันจะเรียกรถไฟชนกันได้ยังไง ฉันชอบคุณฝนคนเดียว ไม่ได้ชอบคนอื่น มันเลยไม่มีทางชนกันได้เว้ย” เบธประท้วงนิดหน่อย

“แล้วสรุปแกไปทำอะไรไว้”

“ก็คือมีน้องคนนึงให้ต้นไม้ฉันมา แล้วฉันดันไปลืมไว้ที่ห้องสมุด ทีนี้คุณฝนดันไปเจอ แล้วข้างในมันก็มีจดหมายของน้องเค้าถึงฉัน”

“ไม่ชนก็เฉี่ยวๆ ละวะ” หมวดดลว่า

“แต่อีกวัน คุณฝนเค้าก็มาหาฉันที่บ้านนะ แปลว่า เค้าคงไม่ได้หึง”

“หรือไม่ ก็ไม่ได้คิดอะไรกับแก ก็เลยไม่หึง”

“ขอบคุณมากมึง”

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันเพลินๆ รถของหมวดดลก็วิ่งผ่านร้านของแก้วตาขวัญ แถมยังติดไฟแดงอยู่ตรงนั้นพอดี เบธก็หันไปมองโดยอัตโนมัติ แล้วสังเกตเห็นว่า แก้วตาขวัญเหมือนกำลังมีปากมีเสียงกับผู้ชายคนหนึ่ง

แล้วก็

“เชี่ย! ”

ผู้ชายคนนั้นตบหน้าแก้วตาขวัญ เบธก็เลยเปิดประตูลงไปจากรถ โดยไม่บอกอะไรหมวดดล ทำเอาหมวดดลถึงกับงง แต่จะให้จอดรถตรงนั้นเลยก็ลำบาก ก็เลยตัดสินใจไปรอเบธที่ห้องสมุด คิดว่าไม่นานเบธก็คงจะตามไป

เมื่อเบธไปถึง ก็ไปยืนเอาตัวบังแก้วตาขวัญไว้ 

“เฮ้ย! คุณ มีอะไรก็พูดกันดีๆ ดิ คุณทำร้ายร่างกายเธอแบบนี้ มันคดีอาญา! ”

“อาญาไม่อาญา ผมไม่สน แต่ผู้หญิงคนนี้ รับเงินผมไป แล้วไม่ยอมส่งต้นไม้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ แล้วผมก็ต้องการต้นไม้ วันนี้ และเดี๋ยวนี้”

“งั้นก็เอาเงินคืนไปสิ! ทำไมต้องใช้ความรุนแรงด้วย น้องเค้าก็ตัวแค่เนี้ย” เบธเริ่มขึ้นเสียง

“พี่เบธ” แก้วตาขวัญร้องไห้ แล้วก็ดึงเสื้อเบธไว้ เป็นเชิงว่า ให้ใจเย็นๆ

“คุณก็ถามอีนี่มันดูสิ ว่ามันมีเงินคืนผมมั้ย! ”

เบธหันไปมองแก้วตาขวัญ เธอเอาแต่ร้องไห้ และส่ายหน้า

"ค่าต้นไม้เท่าไหร่" เบธพูด และตั้งใจว่าจะจ่ายแทนแก้ว

“สองแสนห้า คุณมีมั้ยล่ะ ถ้าคุณมี คุณเอาเงินมาให้ผม แล้วผมจบ”

“ฮะ! สองแสนห้า ต้นไม้อะไรสองแสนห้า”

เบธหันไปมองแก้ว แก้วพยายามหยุดร้องไห้ แล้วอธิบายให้เบธฟัง

“ค่าต้นไม้จริงๆ คือสองหมื่นห้า แต่เค้าบอกว่า แก้วทำให้เค้าเสียรายได้ไปสองแสนห้า แต่แก้วไม่มีให้เค้า”

“แล้วต้นไม้ที่ว่า คือต้นอะไร แล้วทำไมแก้วถึงหาให้เค้าไม่ได้”

“แคคตัสแบบกราฟต์หัวสีๆ แบบที่แก้วให้พี่เบธไป มันขาดอีก 100 ต้น มันเป็นความผิดของแก้วเอง ที่จำออร์เดอร์ของลูกค้าสลับกัน”

“แล้วถ้าทำตอนนี้ ทันไหม เดี๋ยวพี่ช่วย เดี๋ยวพี่ให้เพื่อนพี่อีกคนมาช่วยด้วย ก็ตกคนละ 30 ต้น”

“แก้วว่าคงจะไม่....”

“ดี! ทำเลยคุณ ไม่ต้องเอาสวยอามอะไรทั้งนั้น ผมรอได้อีก 2 ชั่วโมง แล้วทุกอย่าง จบ! ”

ผู้ชายคนนั้นเสนอไอเดีย ทุกคนก็ตกลงกันตามนั้น เบธโทรเรียกให้หมวดดลที่ไปถึงห้องสมุดแล้ว แล้วก็กำลังคุยกับฝนต้นเมษาอย่างสนุก

“เชี่ยเบธ กูบอกคุณฝนแล้ว ว่าอีกแป๊บมึงจะตามมา”

“อ๊าว มึงไม่ถามกูก่อนวะ เออ แต่เอาไว้ก่อน ไว้ค่อยเคลียร์ มึงมาหากูก่อน ด่วนเลย”

“เออๆ”

หมวดดลวางมือถือ แล้วก็ไปร่ำลาฝนต้นเมษา โดยบอกว่า เบธเจอคนร้ายทำร้านประชาชนเลยต้องไปช่วย

เมื่อหมวดดลไปถึง ก็พบว่า เบธกำลังตั้งหน้าตั้งตาช่วยงานแก้วตาขวัญ ตัวเธอเองก็งงๆ แต่ก็เข้าไปช่วยด้วยอีกแรง การกราฟต์แคคตัสแบบไม่หวังผล เน้นความเร็ว ทำให้สองทหารพอจะทำได้ เริ่มจากเอาดินใส่กระถาง เอาต้นแก้วมังกรปักลงไป ใช้มีดปาดด้านบน จากนั้น นำหัวแคคตัสที่มีสีสั้นต่างๆ มาปาด แล้วนำไปต่อกับตอแก้วมังกร เอาสก๊อตเทปยึดทั้งสองส่วนไว้ด้วยกัน เป็นอันว่าจบ

2 ชั่วโมงผ่านไป งานทุกอย่างก็จบลง ชายคนนั้นก็รับแคคตัสแล้วขับรถออกไปด้วยความเร็ว

“เชี่ย ได้เหงื่อยิ่งกว่า ออกวิ่งอีก ไอ้เบธ”

หมวดดลนั่งหมดแรงอยู่บนโต๊ะหินอ่อน แก้วกำลังเอาน้ำเย็นๆ มาให้

“เดี๋ยวพาไปเลี้ยงข้าว”

“เออ ค่อยคุ้มหน่อย”

“ที่บ้านกูนะ พอดีบอกน้าไว้แล้วว่าให้ทำขนมจีนแกงไก่ไว้ จะกลับไปกิน”

“ก็ยังดีวะ”

แก้วตาขวัญเอาน้ำหวานใส่น้ำแข็งเย็นๆ มาให้ทหารใจดีทั้งสองคน

“ขอบคุณพี่เบธ กับ พี่ดลมากๆ นะคะ แก้วไม่รู้ว่าตอบแทนยังไงดี คือ ถ้าพี่ๆ มีอะไรที่แก้วพอจะช่วยได้ บอกแก้วได้เลยนะคะ หรือว่า ถ้าชอบต้นไม้ต้นไหนในร้านแก้ว เอาไปได้เลยนะคะ กี่ต้นก็ได้”

“พี่ไม่เอาหรอกจ้ะหนู พี่เป็นคนธาตุไฟ ปลูกอะไรตายหมด” หมวดดลตอบติดตลก แต่จริงๆ คือ สงสารแก้วมากกว่า

“แล้วพี่เบธล่ะคะ พี่เบธอยากได้...”

“เชี่ย!! ”

แก้วยังพูดไม่ทันจบ เบธก็รำลึกถึงคำสอนของป้าแป้วได้ แต่ดูเหมือนว่า มันจะสายไปเสียแล้ว ก็เลยสบถออกมา

“เอ่อ แก้ว พี่กลับบ้านก่อนนะ”

“นั่งพักให้หายเหนื่อยอีกสักนิดมั้ยพี่เบธ”

“ไม่เป็นไร ปะ ไอ้ดล กลับกัน”

หมวดดลที่กำลังนั่งกระดกน้ำแดงรีบกลืนน้ำลงไป

“ไปก่อนนะจ๊ะหนู”

แล้วก็ยกมือบ๊ายบายแก้วตาขวัญ จากนั้นก็เดินตามเบธไป

แต่ว่าพอเดินไปได้ 3 ก้าว

“อุ้ย! ”

ผู้หมวดทั้งสองคนยืนนิ่ง โดยเฉพาะเบธ ที่เหมือนว่าวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว

เพราะว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเบธ และห่างกันแค่ก้าวเดียวคือ ฝนต้นเมษา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น