สมสรวล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน ๑.๒​ ​: กับดักราชสีห์ - ราชสีห์คำรน

ชื่อตอน : ตอน ๑.๒​ ​: กับดักราชสีห์ - ราชสีห์คำรน

คำค้น : ไกรสิงห์ นักรบ เจ้าชาย กษัตริย์ ความแค้น

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 38

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2562 18:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๑.๒​ ​: กับดักราชสีห์ - ราชสีห์คำรน
แบบอักษร

 

 

ราชสีห์คำรน 

 

แต่สำหรับสีหนครแล้ว กลับมิใช่เรื่องง่ายต่อกองทัพอันยิ่ง

ใหญ่ของจอมนาคินทร์ แสนยานุภาพที่เหนือกว่าหลายขุมมิ

อาจทะลุทะลวงปราการธรรมชาติอันแข็งแกร่งซึ่งปกป้อง

นครของกษัตริย์ชราที่ตั้งมั่นอยู่บนหน้าผาสูงชันราวเพชร

ยอดมงกุฎนั้นได้ เล่ห์ร้ายสับปลับราวลิ้นอสรพิษจึงเป็นกล

ศึกที่นายทหารแห่งนครนาคานำออกมาใช้ตามสันดานชั่ว มิ

ทันที่เจ้าชายหนุ่มจะเสด็จกลับถึงราชมาตุภูมิ พระบิดาของตน

ก็ทรงถูกฝ่ายรุกรานหลอกให้เสด็จออกจากอาณาเขตนิรภัย

บนยอดภูผา ด้วยข้ออ้างการเจรจาเพื่อสงบศึก สันติภาพ

กลับถูกใช้เป็นข้ออ้างจากฝ่ายที่กระหายสงคราม 

 

ฤาศิลาแกร่งซึ่งทนทานต่อทุกคมศาสตราวุธ จักถึงคราวพัง

ทลายด้วยหยดน้ำอันกลอกกลิ้ง

 

ชราภาพแลอาการประชวรกระเสาะกระแสะต่อเนื่องมาหลาย

คืนเพ็ญ มิอาจหยุดยั้งขัตติยมานะแห่งจอมกษัตริย์เยี่ยงสีหราช 

ให้ทรงลุกจากพระแท่นบรรทม เพื่อเสด็จพระราชดำเนินลงจาก

พระนครบนขุนเขาไปร่วมเจรจาสงบศึกกับผู้รุกราน ราชกิจเพื่อ

ความผาสุกร่มเย็นของผสกนิกรโดยแท้ ทรงปฏิเสธคำกราบ

บังคมทูลของราชโอรสองค์รองที่ทรงประสงค์จะร่วมเสด็จด้วย 

จึงมีเพียงทหารราชองครักษ์ร่างกำยำห้าสิบนายที่ตามเสด็จ 

เพื่อถวายอารักขาให้สมพระเกียรติเท่านั้น

 

อนิจจา ขบวนเสด็จถูกลอบโจมตีโดยกองทหารของศัตรูที่ดักซุ่ม

รออยู่ราวสัตว์เถื่อนเฝ้าเหยื่อ ทุกชีวิตถูกพิฆาตอย่างเหี้ยมโหด

มิทันรู้ตัว ซากศพฉีกขาดกระจัดกระจาย โลหิตแดงฉานหลั่ง

นองทั่วทุ่งสังหารอย่างน่าสะพรึงกลัว พระเศียรของกษัตริย์ผู้

ถึงคราวเคราะห์ถูกหอกปักเสียบไว้ ณ​ เชิงผาปราการแกร่ง

นั่นเอง

 

สีหนครา.. เพชรยอดมงกุฏแห่งภูผาล่มแล้ว  

 

หมดสิ้นแล้ว ราชบัลลังก์ว่างเปล่า เจ้าชีวิตเหนือเกล้าเหลือ

เพียงพระเศียรถูกหอกปักไว้นอกเมือง เศษซากกลายเป็น

อาหารของแร้งกาน่าสังเวช เหล่าราชวงศ์ ขุนนางแลนาย

ทหารที่ขาดจอมทัพต่างระส่ำระสายไม่เป็นหนึ่ง บ้างลนลาน

หนีสู่พงลึก บ้างพลิกลิ้นกลืนเลือดถวายตัวเป็นขี้ข้าศัตรู บ้าง

ยืนหยัดต่อสู้รักษาเมืองประวิงเวลาไว้ด้วยชีวิต แต่กำลังที่ถูก

ลดทอนนี้ก็มิต่างจากสัตว์พิการตัวน้อยท่ามกลางหมู่อสรพิษ

ร้าย จึงถูกรุมประหัตประหารอย่างไร้ปรานี ชาวบ้านถูกไล่

ต้อนจับตัวเป็นเชลย ลำคอหากไม่ถูกบั่นด้วยคมดาบก็ถูกอุ้ง

ตีนฝ่ายรุกรานเหยียบย่ำกดใบหน้าให้คลุกคะมำดินเยี่ยงทาส

ต่ำต้อย พระนครที่เคยโอ่อ่าราวเมืองสวรรค์บัดนี้ร้างราพัง

พินาศ เหลือเพียงซากศพเกลื่อนกลาดไปทั่ว สมบัติในท้อง

พระคลังทรัพย์สินราษฏรถูกริบปล้นไปพร้อมเหล่าทาสทุกเพศ

วัย กลับไปยังค่ายใหญ่ของนาคานาครที่ยังตั้งมั่นคุมเชิงล้อม

พระนครไว้ นี้คือสิ่งที่เหลืออยู่ให้เจ้าแผ่นดินเจ้าชีวิตองค์ใหม่ 

..เจ้าไกรสิงห์ ผู้เสด็จนิวัติพระนครมาอย่างเร่งรีบ 

 

ไม่มีอีกแล้ว พระชนมชีพในสำนักวิชชาสัประยุทธ์กลางไพร 

แม้ต้องทรงตรากตรำทุ่มเททั้งเวลาและพระพละกำลังให้กับ

การฝึกฝนวิชาพาหุยุทธ์ พหุศาสตราวุธทั้งปวงอย่างทรหด

อดทนตลอดเพลากลางวัน ครั้นตกค่ำหลังตะวันลับขอบฟ้าก็

ต้องทรงศึกษาตำราพิชัยสงครามด้วยพระวินัยเคร่งครัด แต่

สิ่งเหล่านั้นมิได้สร้างความปริวิตกให้พระองค์ เมื่อต้องเปรียบ

กับราชกิจที่เพิ่งทรงแบกรับเพียงลำพังในครานี้

 

ไม่มีอีกแล้ว สายตาของเหล่าหนุ่มฉกรรจ์ที่เหลียวมองด้วย

ความปรารถนาอยากเป็นอยากได้เทียมเสมอ เมื่อพระองค์

เสด็จผ่าน บุรุษซึ่งเพียบพร้อมทุกสิ่ง พระวรกายที่สูงใหญ่

กำยำ ความเจนจัดเป็นเลิศในทุกการต่อสู้ ความองอาจผึ่ง

ผายซึ่งตกเป็นเป้าของทุกสายตาที่พบเห็น ผิดด้วยรึ ..ที่รู้สึก

มั่นพระทัยในพระองค์เยี่ยงนั้น? หลายคราทรงรู้สึกเหมือนมี

คลื่นประหลาดแผ่ซ่านไปตามกระแสพระโลหิตทั่วทั้งพระวรกาย 

ปลุกเร้าให้ตื่นพระองค์ ยามทอดพระเนตรเห็นสายตาเหล่านั้น 

สายตาซึ่งจ้องมองพระองคาพยบที่อัดแน่นด้วยกล้ามพระ

มังสาอย่างชื่นชมปรารถนา แม้จักเป็นชายชาตินักรบด้วยกัน

 

ไม่มีอีกแล้ว ภาพสันติสุขในอดีต บัดนี้แม้มิทรงหลีกหนีราว

ราชสีห์ลำบาก แต่ก็ต้องทรงหลบเร้นแฝงพระองค์ ด้วย

กองทัพแห่งนาคานาครได้ทุ่มสรรพกำลังไล่ล่า จัดหน่วยลาด

ตระเวนหลายสิบชุดล้อมประชิดไปทุกเขตคามที่ได้รับเบาะแส

ของพระองค์ ราวสุนัขล่าเนื้อตามกลิ่นเหยื่ออันโอชะ หมาย

มั่นจะคร่ากุมกำจัดเสี้ยนหนามสำคัญนี้ให้สิ้นซาก หากพระ

องค์และเหล่าทหารร่วมตายเปิดเผยตน

 

ไม่มีีอีกแล้ว ภาพทรงสำราญกับเหล่านารีวัยกำดัดสวยสระ

พรั่ง ความพึงพระหทัยยามทอดพระเนตรเห็นสายตาชด

ชม้อยลอบชำเลืองมองพระวรกายกำยำแห่งบุรุษเพศ ภาพ

ฝันที่พยายามซ่อนเร้นในแววตาบ่งอิตถีจริตเหล่านั้น ภาพ

ของตัวนางที่ได้เคียงข้างเจ้าชายหนุ่มรูปงามอย่างพระองค์ 

ฤาเนินเนื้อแน่นของกล้ามพระมังสาที่ฝ่ามือน้อยของนางได้

สัมผัส สายตาตะลึงจังงังที่หลบต่ำลนลานโดยพลันเมื่อรู้ว่า

ทอดพระเนตรเห็น กับภาพของเทพบุตรในฝันที่ดั่งมีมนตรา

ปัดเป่าความเป็นกุลสตรีซึ่งนางต่างถูกอบรมมาอย่างเคร่ง

ครัดให้มลายไปสิ้น

 

ไม่มีีอีกแล้ว พระชนมชีพเยี่ยงหนุ่มคะนองในวัยสมบูรณ์ถึงขีด

สุดของบุรุษ เหลือแต่ราชกิจที่ทรงต้องแบกรับเพื่ออาณา

ประชาราษฎร์แลแผ่นดิน ราชภาระของเจ้าชีวิตเจ้าแผ่นดิน

องค์ใหม่ คือ การต่อพระกรกับแสนยานุภาพของจอมนาคินทร์ 

ซึ่งสร้างความพินาศย่อยยับให้มาตุภูมิ เข่นฆ่ากวาดต้อน

ราษฎรของพระองค์ไปเป็นทาส ก่อทุกข์เข็ญสาหัสไปทุกหย่อม

หญ้า จบสิ้นแล้ว พระชนมชีพเช่นนักรบคะนองศึกไร้พระปริ

วิตก ทรงฝึกฝนการสัประยุทธ์ไปวันๆเพื่อเป็นเลิศ จดจ่อแต่

เพียงการเคี่ยวกรำพระวรกายให้แข็งแกร่งบึกบึนเยี่ยงชาย

ชาตรีเยี่ยงนักรบผู้องอาจ เยี่ยงเทพบุตรแห่งสงคราม

 

ไม่มีอีกแล้ว เพลาที่พระวรกายทำให้สายตาของชายหนุ่ม

เหลียวมองด้วยความปรารถนาอยากเทียมเสมอ ทำให้สาวรุ่น

เคลิ้มฝันจินตนาการซุกซนถึงพระองคาพยบล่ำสันเปลือยเปล่า

 

เหลือเพียงกษัตริย์ไร้บัลลังก์ไร้ราชอาณาจักร ทุกสิ่งสิ้นสูญ

พังพินาศ เป็นเพียงเศษซากอยู่ใต้ขนดหางแห่งจอมอสรพิษ

 

ราวฟ้าดินเล่นตลก นับแต่ประสูติกาลทรงถูกกำหนดให้เจริญ

พระชันษาเป็นนักรบหาญกล้าเยี่ยงราชสีห์เกรียงไกร จะได้ปก

ป้องอาณาจักรจากอริราชศัตรู แต่เมื่อเพลาวิกฤตินั้นมาถึง 

พระองค์กลับเสด็จนิวัติมามิทันการณ์ พระอูรุทรงพลังที่ทรง

ก้าวอย่างเร่งรีบมิอาจนำพระองค์มาทรงราชกิจดั่งหวังได้ 

พระนครล่มสลายเป็นทุรยุค ประชาราษฎร์ถูกย่ำยีกวาดต้อน

เป็นทาส สองพระกรแข็งแรงมิอาจถวายอารักขาพระบิดา 

พระหทัยหดหู่โศกสลด เหตุใดเทพยดาจึงลงทัณฑ์พระองค์

เช่นนี้ แต่กระนั้นก็ทรงมิอาจหลีกหนีปัดราชภาระหนักหน่วง

เบื้องพระพักตร์ออกไปได้ ข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระบิดา 

ทำให้ทรงเร่งรุดมิพักผ่อนทั้งกลางวันกลางคืน แต่นั่นก็เพียง

ได้ทรงกลับมาทันทอดพระเนตรเห็นเศียรพระบิดาถูกหอกปัก

อยู่นอกพระนคร ภาพที่ศัตรูจงใจเยาะเย้ย ประจักษ์พยาน

แห่งชัยชำนะเหนือแคว้นแห่งนี้ สัญญลักษณ์ท้าทายถึงมันผู้ใดที่

โง่เขลาพอจะกล้าต่อกรกับแสนยานุภาพแห่งจอมนาคินทร์ ซึ่ง

กลายเป็นภาพจำในคลองพระจักษุของกษัตริย์หนุ่มไร้บัลลังก์ 

เป็นเช่นฟางเส้นสุดท้ายซึ่งนำไปสู่ราชมรรคาเส้นเดียว คือ 

การแก้แค้นอย่างสาสม

 

เจ้าไกรสิงห์มีพระวรกายกำยำล่ำสัน ทรงตรากตรำฝึกฝน

พระองค์เองให้แข็งแกร่งทรหดอยู่เป็นนิจ เป็นนักรบผู้องอาจ 

เป็นนักสู้ผู้หาญกล้า มิมีผู้ใดเสมอด้วย มิมีผู้ใดกล้าต่อกร 

ความคล่องแคล่วว่องไวและพระพละกำลังของพระองค์เหนือ

กว่าชายฉกรรจ์อื่นที่รูปร่างสูงใหญ่กว่ามากนัก แต่ที่สำคัญ 

พระปฏิภาณไหวพริบเจนจัดในกลศึกทุกรูปแบบ คือศาสตราวุธ

ชิ้นเอกที่นักรบผู้อื่นหามีไม่ แต่ทว่า..มีพระองค์เพียงลำพัง ทุก

ตำราพิชัยสงครามที่ทรงศึกษามาตลอดพระชนมชีพกล่าวไว้

ตรงกันว่า หนึ่งราชสีห์เจ้าป่ามิบังควรหยิ่งผยองลำพองขน 

ฤาประมาทฝูงสุนัขป่าเจ้าเล่ห์ได้ รอยแค้นที่ต้องสูญเสียพระ

บิดา ราชบัลลังก์และราชธานีครั้งนี้ สมควรได้รับการคืน

สนองอย่างทัดเทียม แต่ต้องด้วยกลศึกที่แยบยล จึงจะคู่ควร

การโจษขานจารึกเป็นตำนาน การตั้งพระทัยเผยพระองค์เป็น

ปริปักษ์กับนาคานาครครั้งนี้ ทรงหามีไพร่พลขุนทหารเพียง

พอจะเผด็จศึกไม่

 

กษัตริย์หนุ่มทรงแฝงองค์ในไพรเถื่อน ทรงรวบรวมศิษย์

ร่วมสำนักที่ฝึกปรือวิชาเคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกัน จนรักใคร่

ชอบพอเยี่ยงสหาย หาใช่เจ้ากับข้า บัดนี้ได้กลายมาเป็นสหาย

ศึกพร้อมพลีชีพให้กันได้หยิบมือหนึ่ง เป็นกองทหารพเนจรไร้

หลักแหล่งค่ายคู ซ่อนเร้นพรางกายมิให้ฝ่ายศัตรูล่วงรู้ 

ไกรสิงห์ทรงฝึกฝนกองทหารกล้านี้ด้วยพระองค์เอง ให้ซุ่ม

โจมตีเยี่ยงกองโจร เผาทำลายค่ายพัก ลอบสังหารศัตรูมิให้

ทันตั้งตัว แล้วเร้นหายเข้าพงลึกในสายหมอกแห่งมฤตยูทัน

ควันราวภูตพรายหลอน มินาน เรื่องราวกองทัพลึกลับนี้ก็

ติดอยู่ทุกริมฝีปากโสมมของเหล่าทหารแห่งนครนาคา สร้าง

ความขวัญหนีดีฝ่อให้พวกมันได้ลิ้มรสความหวาดกลัวเฉกเช่น

ที่มันเคยยัดเยียดให้ทุกนครารายทาง จนหดหัวมิกล้าออกไป

ลาดตระเวณนอกค่ายใหญ่ซึ่งจัดกำลังรักษาความปลอดภัย

เต็มพิกัด มิกล้าแม้ออกไปปลดทุกข์ เพราะหวาดผวาระแวง

ภูตผีที่เฝ้ารอบั่นคอพวกมันอยู่ภายนอก มินานคำกล่าวขาน

ถึงกองทัพพญายมก็เลื่องลือโจษจันไปทุกสารทิศ เป็นตำนาน

บอกเล่าด้วยความหวังของทุกผู้ทุกนามที่ต้องการความเป็นไท 

กองทัพที่นำโดยเจ้าไกรสิงห์..ราชสีห์คำรน 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น