ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 58 แสงอุษาใหม่(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 แสงอุษาใหม่(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 แสงอุษาใหม่(2)
แบบอักษร

"ที่นี่สินะ หืมกลิ่นหอมแบบนี้"

 

 

 

อาซามิถอดหน้ากากและชุดคลุมออกก่อนจะวิ่งไปที่กระท่อมหลังหนึ่ง พอเธอพบเด็กหนุ่มผมยาวกำลังยืนครุ่นคิดอยู่คนเดียวก็ยิ้มร่า ก่อนจะพุ่งเข้าไปสวมกอดเด็กหนุ่มจากด้านหลัง ทำให้เด็กหนุ่มที่แสร้งครุ่นคิดถึงกับสะดุ้งโหย่ง

 

 

 

"คิดถึงจังเลยน้า คาซึยะคุง"

 

 

 

"อาซามิงั้นหรอเธอมาทำอะไรที่นี่ ?"

 

 

 

ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเจ้าตัวก็ยังสงบเสงี่ยมและไม่ได้แสดงท่าทีแปลกๆออกมา ดีนะที่เขาเก็บร่างโทบิให้บอกให้โคนันไปซ่อนตัวได้ทันไม่งั้นมีหวังเรื่องที่เขาเป็นคนควบคุมโทบิได้ความแตกกันพอดี

 

 

 

"แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ฉันก็มาหาคาซึยะคุงยังไงละ ไม่ได้เจอสุดที่รักอย่างเธอตั้งนานก็ต้องมีคิดถึงกันบ้างจริงไหม ?"

 

 

 

"หรอ ?คนรักกันจริงเขาไม่พยายามทำลายสิ่งที่คนรักอยากปกป้องหรอกนะ"

 

 

 

"แหม๋แต่โคโนฮะก็ไม่ถูกทำลายนี่นา"

 

 

 

"เอาเถอะฉันจะไม่โทษฝ่ายเธอก็แล้วกัน"

 

 

 

"จริงนะ เธอนี่น่ารักเสมอเลยคาซึยะคุง วางใจได้ฉันไม่คิดจะโจมตีโคโนฮะอีกแล้วละ"

 

 

 

อาซามิยิ้มร่าเริงยิ่งกว่าเดิม คาซึยะได้แต่ยืนเกาศีรษะและปล่อยให้ยัยบื้อนี่สวมกอดเขาต่อไป แต่สักพักคาซึยะก็เริ่มสัมผัสถึงความรู้สึกแปลกๆที่คล้ายคลึงกับแฟนสาวของเขา

 

 

 

'ทำไมสัมผัสและกลิ่นอายทั้งสองถึงคล้ายกัน ?'

 

 

 

"เป็นอะไรไปคาซึยะคุง"

 

 

 

คาซึยะหันไปมองใบหน้าของอาซามิสักพักกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับฮินะก็หายวับไปทันที เขาจึงได้แต่ส่ายหัว เขาน่าจะคิดมากไปเองมันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่อาซามิและฮินาโมริจะเป็นคนๆเดียวกันได้ยังไง

 

 

 

"ไม่มีอะไร"

 

 

 

"ก็ดีแล้ว ว่าแต่นั่นอะไร"

 

 

 

อาซามิปล่อยแขนที่กอดเอวคาซึยะและเดินไปหยิบสิ่งที่คล้ายหน้ากาก ไม่ใส่ไอ้นี่มันหน้ากากชัดๆ แถมสีส้มแบบนี้มัน อาซามิขมวดคิ้วและมองที่คาซึยะ ก่อนจะแสยะยิ้มบางๆ โดยไม่สนสายตาของเด็กหนุ่มที่กำลังแอบมองร่องอกของเธอตอนโน้มตัว

 

 

 

"ไม่คิดเลยว่าคาซึยะคุงจะมีงานอดิเรกแบบนี้"

 

 

 

"งานอดิเรก ? ชิบ!"

 

 

 

ตอนแรกก็ว่าจะแกล้งตีหน้าตายเมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองหน้าอก แต่ที่ไหนได้ยามมองหน้ากากสีส้มแสนคุ้นเคยในมือของเธอ เหงือก็ไหลรินออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คาซึยะหันหน้าหนีสายตาของอาซามิทันที

 

 

 

"ถึงว่าทำไมโทบิที่บ้าๆบอๆถึงแข็งแกร่งแปลกๆ เพราะแบบนี้นี่เอง โทบิคุงคือที่รักใช่ไหม"

 

 

 

อาซามิเข้ามาอยู่ในระยะประชิด ก่อนจะเอานิ้วเขียนไปที่หน้าอกของคาซึยะ และถามด้วยสีหน้ายั่วยวนชวนตัณหา คราวนี้กลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับฮินะไหลพรากออกมาจนคาซึยะแปลกใจ ไม่ผิดแน่ยัยนี่...

 

 

 

'เธออาจจะมีบางสิ่งเกี่ยวข้องกับฮินะ...'

 

 

 

"เอ๋ ใครหรอโทบิ ?"

 

 

 

คาซึยะแสร้งตีหน้าตาย แต่หญิงสาวกลับยิ้มบางๆอย่างจิ้งจอกสาวแสนเจ้าเล่ห์ ใบหน้าที่งดงามเริ่มที่สามารถทำให้ผู้คนตกอยู่ในภวังค์ได้ง่ายๆ ที่แม้แต่คาซึยะยังเกือบชะงักหลงไหลไปวูบหนึ่ง

 

 

 

'อันตรายยัยนี่คือตัวอันตรายต่อพรหมจรรย์ของฉัน'

 

 

 

"เอ๋ถ้าที่รักไม่ใช่โทบิก็แล้วไป งั้นหน้ากากนี่ฉันขอนะ ดูเหมือนมันจะมีพลังแปลกๆที่น่าสนใจอยู่ด้วย"

 

 

 

'ยัยนี่'

 

 

 

นั่นมันหน้ากากระดับอาวุธของเซียนหกวิถีเลยนะเฮ้ยฉันอุสาใช้เวลาสร้างมากตั้งหลายปี เขากัดฟันและยกให้เธอทั้งน้ำตาอาบเลือดอยู่ในใจ แต่ท่าทีที่แสดงออกภายมาราวกับมันไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ

 

 

 

"ตามสบาย"

 

 

 

"ขอบใจนะคาซึยะคุง"

 

 

 

อาซามิยิ้มร่าก่อนจะค่อยๆเก็บหน้ากากลงกระเป๋าอย่างบรรจง จากนั้นเธอก็ส่ายหัวและควักหน้ากากโทบิออกมาและนำมันไปเก็บไว้ที่ร่องอกของเธอแทน ส่ายหัวอีกครั้งและควักออกมายั่วไปมาจนคาซึยะเริ่มมีน้ำโห

 

 

 

'รู้อยู่แล้วยังจะมาตีหน้าซื่อหยอกเย้ากันอีกนะ'

 

 

 

"นี่ที่รักสนใจ มาทำงานพิเศษกับฉันไหม ?"

 

 

 

คราวนี้อาซามิเลิกยั่วเมื่อเธอเห็นว่ามันไม่ได้ผล และกล่าวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะส่งหน้ากากคืนคาซึยะไป ซึ่งเจ้าตัวก็รับมันมาและจ้องมองเธออย่างสับสน งานพิเศษคิดอะไรของแม่นี่อีกละ ?

 

 

 

"ตอนนี้ฉันกำลังหาสมาชิกใหม่ขององค์กรแสงอุษาใหม่อยู่น่ะ ถ้ามีคาซึยะคุงมาร่วมด้วยผู้หญิงตัวๆน้อยๆอย่างฉันคงจะอุ่นทั้งใจและร่างกายมากขึ้น"

 

 

 

"โหแล้วค่าตอบแทนในการเข้าร่วมองค์กรละ"คาซึะแกล้งถามอย่างสนใจ ที่จริงเขาก็คิดจะใช้โทบิเข้าร่วมอยู่แล้ว แต่ถ้ามีของรางวัลช่วยเสริมก็เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่หรือ

 

 

 

"ค่าตอบแทน ? อืม~เอาเป็นร่างกายของฉันดีไหม ถ้าคาซึยะยอมร่วมองค์กรแสงอุษาแล้วละก็ ฉันจะมอบทั้งร่างกายและวิญญาณให้แก่คาซึยะคุงเลย มันไม่น่าสนใจหรอถ้าพวกเราสองจะลองมีความสัมพันธ์บนเตียงกันอย่างลับๆโดยไม่ให้แม่หนูฮิวงะสุดที่รักของเธอรู้น่ะ ?"

 

 

 

น้ำเสียงที่อ่อนหวานยั่วยวน ริมฝีปากอมชมพูเผยให้เห็นถึงโลกใหม่ที่ใครๆก็อยากเข้าไปเพื่อค้นหาถึงสิ่งลี้ลับ แต่คาซึยะนี่สิคิดหนักเลย เขาเผลอตัวไปกับโคนันยังไม่พอ ยังจะมียัยนี่อีกคนหนึ่งหรอ ถ้าฮินะรู้เข้าชีวิตฉัน...

 

 

 

แค่คิดก็เสียวสันหลัง คิดถึงภาพอาละวาดของฮินาโมริ เกรงว่าแม้แต่ซูซาโนโอะก็เกรงว่าจะเอาไม่อยู่ แต่สักพักก็มีบางสิ่งดังเข้ามาในจิตใจ มันบอกให้เขาตอบรับข้อเสนอของอาซามิและจัดการเธอให้อยู่ในกำมือซะ

 

 

 

"แต่ถ้าคาซึยะคุงปฏิเสธไปละก็ เรื่องที่คาซึยะคุงแอบมาสุงสิงกับสาวอื่นในกระท่อมที่เงียบสงัดกันแบบสองต่อสองอาจจะหลุดไปถึงหูแม่สาวน้อยจากฮิวงะก็ได้นะ ว่าไงเริ่มสนใจข้อเสนอสุดพิเศษของฉันขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง ?"

 

 

 

อาซามิกล่าวพร้อมเหล่มองไปที่หน้าต่างกระท่อมที่มีโคนันแอบมองด้วยรอยยิ้ม ทว่าคาซึยะกลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของอาซามิที่มีต่อโคนัน ท่าทางแบบนี้มันค่อนข้างคล้ายกับนางพญาที่รู้ว่าสามีแอบมีเมียน้อย...

 

 

 

'กลิ่นอายว่าเหมือนแล้ว ทำไมท่าทางยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่'

 

 

 

คาซึยะเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับอาซามิดูเหมือนเขาจะต้องเริ่มสืบสานเรื่องราวและตัวตนที่แท้จริงของเธอแล้วสินะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ต่อให้เขาตายก็ตายตาไม่หลับแน่ๆ เขาไม่ได้กลัวว่ายัยนี่จะเอาเรื่องเขาและโคนันไปพูดกับฮินะ แต่เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเรื่องตัวตนของฮินะและอาซามิมากกว่า

 

 

 

"เข้าใจแล้วฉันจะเข้าร่วม"

 

 

 

"โอ้น่ารักที่สุดเลยคาซึยะคุง ไม่สิหลังจากนี้ต้องเรียกโทบิใช่ไหม อืมจากนี้เราก็จะอยู่ด้วยกัน ยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะโทบิคุงแล้วเจอกันใหม่ที่หมู่บ้านอาเมะงาคุเระ บาย~จุ้บ!"

 

 

 

ก่อนจะจากไปอาซามิเดินเข้ามาจูบปากของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย ก่อนจะยิ้มเยาะเย้ยไปทางโคนันที่จ้องมองเธออย่างไม่สบอารมณ์ นี่มันเป็นการประกาศสงครามกันชัดๆ แม้เธอและโทบิจะไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ในใจเธอกลับบอกอย่ายอมแพ้ยัยนั่นโดยเด็ดขาด

 

 

 

'เล่นแบบนี้ใช่ไหม ดี! ฉันรับคำท้า'

 

 

 

เจ้าตัวร้ายที่ทำให้สงครามของหญิงสาวใกล้ปะทุตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรมากกับการจูบเมื่อครู่ เพราะเขากำลังคิดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฮินะอยู่ กลิ่นอายและท่าทางที่เหมือนกันของสองสาว ไหนจะเรื่องลึกลับที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่ยามถูกอาซามิจูบ

 

 

 

'นายท่านระวังผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ดี เธอคือตัวอันตราย เธอมีกลิ่นอายพลังบางส่วนของคนจากตระกูลโอซึซึกิในวิญญาณของเธอ แม้จะเบาบางก็เถอะ...แต่ระวังไว้หน่อยก็ดี เธอน่าจะครอบครองเนตรสังสาระอยู่เช่นกัน'

 

 

 

นี่คือสิ่งที่เจ้าจิ้งจอกบอกเขา แน่นอนว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเธออันตราย แต่ไม่คิดจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ อีกอย่างทำไมยัยนี่ถึงมีกลิ่นอายของตระกูลโอซึซึกิได้ละ ในเมื่อเธอก็เป็นคนในตระกูลอุจิวะที่มีสายเลือดเจือจาง

 

 

 

แตกต่างจากเขาที่มีจักระของอินดราและอาชูราบรรพบุรุษของเขา แล้วไหนจะพลังเทพในเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาที่มีพลังในขอบเขตของเนตรสังสาระอีก ไม่สิบางทียัยนี่อาจจะมีเนตรสังสาระอยู่แล้วแต่ตีเนียน....

 

 

 

ไหนจะยังมีฮินะที่ค่อนข้างแปลกประหลาด พลังเนตรสีขาวที่บริสุทธิ์กว่าคนในตระกูลและอาจจะเหนือตระกูลโอซึซึกิที่อาศัยอยู่บนดวงจันทร์ด้วยซ้ำ ราวกับว่าเธอมีเนตรสีขาวที่แท้จริงเหมือนโอซึซึกิ คางุยะและคนในตระกูลโอซึซึกิ

 

 

 

'นิสัยบางส่วนเหมือนกัน กลิ่นอายเหมือนกัน ท่าทีเหมือนกัน แม้แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยมีสถานการแบบนี้เกิดขึ้น ทว่าสองคนที่มีสายเลือดคนละหมวดกลับให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน เนตรที่ทรงพลังผิดปกติ มีความรู้สึกคล้ายโอซึซึกิ คงไม่ใช่ว่าทั้งคู่คือร่างเกิดใหม่ของ...'

 

 

 

คาซึยะเงยห้ามองที่ดวงจันทร์ที่กำลังส่องสว่างสวยงามในยามค่ำ ก่อนจะส่ายหัวไปมาและปฏิเสธความคิดนี้ โอซึซึกิ คางุยะยังไม่ได้ตาย เธอแค่ถูกผนึกจิตวิญญาณไว้เท่านั้น แล้วเธอจะมาเกิดใหม่เป็นทั้งสองได้ยังไงจริงไหม ? เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า

 

 

 

"ใช่มันคือเรื่องบังเอิญ แต่สักวันเราจะคำตอบหาคำตอบด้วยตนเอง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น