10969

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.6 Await

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 20:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.6 Await
แบบอักษร

EP.6 

Await 

 

 

 

 

 

‘ท่านแม่’

ความรู้สึกของเด็กน้อยเหมือนถูกฉีกกระชากรุนแรง เสียงรอบข้างเข้าไปไม่ถึงจิตใจของเจวาแม้แต่นิด ดวงตาสีฟ้าลอยค้างเสมือนไร้ชีวิตชีวา มองภาพเคลื่อนไหวผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อย่างเลื่อนลอย

แอนเดรียเห็นสภาพลูกชายเพื่อนตัวเอง ก็อดสะท้อนใจไม่ได้ เธอได้แต่อุ้มร่างนั้นวิ่งออกห่างจากตัวเมือง พบเจอกับลูกชายตัวเองพอดี

“เคิร์กรีบไปเก็บของ เราจะหนีออกจากเมืองนี้!” แอนเดรียสั่งลูกชายตัวเองอย่างร้อนรน หันมองด้านหลัง ว่ามีผู้ใดตามมาหรือเปล่า เมื่อเห็นลูกชายจอมทึ่มทำหน้างุนงง เธอได้แต่เอื้อมมือไปบิดหูเจ้าม้าอ้วนตรงหน้า

“เดี๋ยวนี้!”

“โอ๊ย ข้าเข้าใจแล้ว!” เคิร์กรีบร้องตอบ มองเพื่อนตัวเองที่แปลกไป แววตาสีฟ้าดูเลื่อนลอยคล้ายพบเจอบางสิ่งกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง ไหนจะท่านแม่มีสีหน้าเคร่งเครียดน่ากลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จึงเข้าใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

“ทะ ท่านแม่ ฟะ ไฟไม้!” ยังไม่ทันได้วิ่งกลับไปบ้านตัวเอง เจ้าม้าอ้วนก็ร้องเสียงตระหนก รีบชี้นิ้วไปยังกลุ่มควันที่อยู่ไม่ไกล เหมือนกลุ่มควันไฟพวกนั้นจะเป็นทิศทางบ้านของเจวา

“ตรงนั้นน่าจะเป็นบ้านเจวา!”

คำพูดของเคิร์กเหมือนสะกิดให้อีกคนที่สติเลื่อนลอย พลันรู้สึกตัวเมื่อได้ยินคำว่า ‘บ้าน’ ใบหน้าเรียวซีดเผือดตื่นตระหนกรีบจับมือของป้าแอนเดรียออกจากตัวลนลาน

อาร์ซ

เด็กคนนั้น

“อาร์ซ!” เจวาร้องเรียกเสียงดัง สติเริ่มกลับมา เขาจำได้ว่าบอกให้อาชาน้อยรอเขาอยู่ที่บ้าน เขาเกือบลืม เกือบทิ้งเด็กคนหนึ่งเอาไว้ เบื้องหน้าควันไฟพวยพุ่งสูง ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้เจวากระวนกระวาย รีบวิ่งกลับเส้นทางบ้านตัวเองทันที

“เจวา!” แอนเดรียกับเคิร์กต่างร้องเรียกเด็กหนุ่มที่วิ่งตรงกลับไปบ้านตัวเอง เมื่อไม่มีทางเลือก เธอหันมาสั่งลูกชายให้รีบไปเก็บของ แล้วไปรอที่ประตูเมืองด้านหลัง ตนกับเจวาจะรีบตามไป

“ขะ ขอรับ!”

เคิร์กรีบกลับบ้านตัวเองตามคำสั่ง ส่วนแอนเดรียรีบวิ่งตามอีกคนไป แต่ด้วยเธออายุมากแล้ว การจะไล่ตามเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ยังเป็นเรื่องยาก แต่จะให้ลูกชายตัวเองเป็นฝ่ายไล่ตามไป คงไม่ทันการและอาจชักช้าได้ เพราะเคิร์กยังไม่รู้สถานการณ์ที่อันตรายเช่นนี้

สองขาเรียววิ่งตรงไปยังบ้านตัวเองอย่างรวดเร็ว เจวาเอาแต่วิ่ง แล้วก็วิ่ง ราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ดวงตาคู่งามพร่าไปด้วยน้ำตาเมื่อสติกลับมา เขาสูญเสียผู้เป็นแม่ไปแล้ว ตอนนี้เขาจะไม่ยอมเสียเด็กคนนั้นไปอีก

ยิ่งวิ่งไปใกล้ กลุ่มไฟพุ่งสูงน่ากลัว เจวาหวาดหวั่นเมื่อกลุ่มไฟนั้นเป็นบ้านของตัวเอง เจวาวิ่งแทบไม่หายใจ สองเท้าพุ่งทะยานตรงไปยังต้นเพลิงนั้น เมื่อมาถึง เจวาตาเบิกค้าง มือไม้สั่นเทายามเห็นภาพตรงหน้า

เปลวเพลิงโหมกระหน่ำ แผดเผาบ้านหลังเล็กจนมอดไหม้ เหล่าต้นไม้ ดอกไม้ถูกเผาจนสิ้น ไอความร้อนแผ่กระจาย มันร้อนระอุแสบผิวเมื่อเข้าไปใกล้ เสียงไม้หัก หลังคาทรุดลงพร้อมเพลิงไฟลุกโหมรุนแรง ดวงตาสีฟ้าสั่นระริก จ้องเข้าไปในบ้านตัวเอง

ในนั้นมีเด็กคนหนึ่งรอเขาอยู่

“อะ อาร์ซ”

“อาร์ซ!”

เจวาตะโกนเรียกเสียงดัง รีบสาวเท้าหวังวิ่งเข้าไปในกองเพลิง ในใจปวดร้าวแทบกระอักออกมา ขอบตาทั้งสองพลันร้อนผ่าว ใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กคนนั้น แววตาที่เฝ้ารอคอยฉายชัดขึ้นมา เขาปล่อยให้เด็กคนหนึ่งรอ รออยู่ตรงนั้น

พรึบ

หมับ!

“เจ้าเด็กโง่!” แอนเดรียตามมาทันก็เห็นเจวากำลังวิ่งพุ่งเข้าใส่กองเพลิงเหมือนคนเสียสติ เธอรีบคว้ากอดร่างนั้นไว้แล้วดึงถอยออกมา

“ปล่อยข้า! อาร์ซอยู่ในนั้น เขาอยู่ในนั้น” เจวาดิ้นรนทั้งน้ำตา พยายามจะเข้าไปในนั้นให้ได้ ปากสั่นเทาร้องบอกไม่หยุด

โครม!

บ้านหลังเล็กพังครืนลงมาพร้อมเปลวโพลงโหมกระหน่ำ ริมฝีปากสั่นเทาอ้ากว้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา แอนเดรียกอดเด็กหนุ่มเอาไว้ทั้งน้ำตา มองภาพเบื้องหน้าค่อยๆ ถูกเพลิงไฟกลืนกิน

“อะ อาร์ซ”

ดวงตาสีฟ้าสั่นระริก ทรุดร่างลงพื้นอย่างหมดแรง เขามาช้าไป เขาปล่อยให้เด็กคนนั้นรอ ทั้งที่รับปากไปแล้วว่าจะรีบกลับมา

เขาผิดสัญญา

เขาทำให้เด็กคนนั้นตาย

“มะ ไม่จริง ไม่จริง!!” เจวาทึ้งผมตัวเองร้องออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว หยดน้ำตาไหลพรากน่าสงสาร สองมือกุมอกที่มันเจ็บแทบขาดใจ

“โถ่ เจวา” เธอปลอบ แอนเดรียเข้าใจความสูญเสียได้ดี แต่เด็กคนนี้เพิ่งเสียแม่ไป กลับต้องมาเสียเด็กน้อยอีกคนไปแบบกะทันหันเช่นนี้

ทำไมสวรรค์ช่างโหดร้ายกับเด็กคนนี้นัก

“ขะ ข้าบอกให้เขารอ ฮือ”

เหมือนตอกย้ำคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับอีกคน เจวารู้ว่าอาชาน้อยเชื่อฟังเขาแค่ไหน ไม่ยอมไปไหนถ้าเขาไม่บอก เขาจะรอ รอจนกว่าเจวาจะกลับมาตามสัญญา แอนเดรียได้ยินเสียงร้องไห้ปานขาดใจนั้น เธอก็อดร้องไห้ตามไม่ได้

“ฮือ ขอโทษ ข้าขอโทษ”

แอนเดรียกอดกระชับร่างเด็กน้อยที่น่าสงสารเอาไว้ โยกตัวปลอบให้ใจที่แตกสลายของเด็กน้อยคนนี้ แอนเดรียกอดร่างสั่นเทาสะอื้นร้องไห้ในอ้อมกอดได้ไม่นาน เธอมองเห็นสิ่งผิดปกติอยู่ไม่ไกลจากที่เธออยู่

รอยเท้าอาชามากมาย ฝากรอยเท้าไว้รอบบ้าน เหมือนก่อนหน้านั้นมีกลุ่มอาชามากลุ่มหนึ่งมาที่นี่ แอนเดรียพลันเข้าใจได้ทันที ไฟไหมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“มีทหารมาที่นี่”

เจวาได้ยินรีบพลันผละออกทั้งน้ำตา มองผู้เป็นป้าด้วยสีหน้าตื่นตะลึง แอนเดรียจึงชี้ให้ดูรอยเท้ามากมายที่อยู่ตรงพื้น

“บางทีเด็กคนนั้นคงหนีไปแล้วก็ได้”

เจวาพยายามคิดตาม ลืมความเศร้ารู้สึกผิดทิ้ง รีบลุกขึ้นเดินมองรอยเท้าพวกนั้น เพลิงไหม้ครั้งนี้มีคนจงใจทำ เจวาไม่คิดให้มากความก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร เจวาเดินตามหารอบๆ ตัวบ้านแล้วตะโกนหาอาชาน้อย ก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับ เจวาเริ่มหวาดกลัวอีกครั้ง มือเล็กปาดน้ำตาทิ้ง กลั้นสะอื้นร้องเรียกหาอาชาน้อย

“อาร์ซ ข้ากลับมาแล้ว!”

เงียบ

รอบตัวเงียบงัน

“อาร์ซ เจ้าอยู่ไหน ข้ากลับมาหาเจ้าแล้ว!” เสียงร้องเครือสั่น หยดน้ำตาใสไหลอาบใบหน้าอีกครั้ง เจวาพยายามไม่คิดในสิ่งที่กลัว กุมมือสั่นเทาของตัวเองไว้ ได้แต่ภาวนาให้เด็กคนนั้นมีชีวิตอยู่

“เด็กคนนั้นอาจถูกจับตัวไป” แอนเดรียสันนิษฐาน เพราะถ้าเกิดทหารฆ่าเด็กคนนั้น คงต้องมีรอยเลือดให้เห็น แต่ถ้าเกิดฆ่าในตัวบ้าน ก็ยากเดาได้ว่า เด็กคนนั้นอยู่หรือตาย แอนเดรียเงยหน้ามองเด็กน้อยตรงหน้า

“หรือไม่ก็.”

“ไม่! เขายังไม่ตาย”

เจวาปฏิเสธเสียงดัง เขาไม่อยากเจ็บปวดกับการสูญเสียใครอีกแล้ว บางทีพวกนั้นอาจจับอาชาน้อยไป เจวารีบเดินตามรอยเท้า มันออกห่างเข้าไปในป่า มีรอยลากคล้ายมัดบางสิ่งไว้ ลากไปตามแนวทางยาว ปะปนกับร้อยเท้าของม้ามากมายอยู่รอบข้าง เจวาใจเริ่มชื่นขึ้นเล็กน้อย เห็นความหวังเมื่อรู้ว่าอาชาน้อยอาจยังมีชีวิตอยู่ แต่เจวาเริ่มหวาดหวั่น เมื่อคิดว่าทหารพวกนั้นคงรู้แล้วว่าอาชาน้อยยังไม่ตาย

ทำไงดี

ถ้าเด็กคนนั้นถูกจับได้อีกครั้ง คงไม่พ้นถูกฆ่าตายแน่ พวกคนชั่วช้าสารเลวพวกนั้น คงไม่ปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไปอีก ยิ่งคิดเจวายิ่งร้อนรนกระวนกระวาย ความรู้สึกผิดท่วมท้นตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง

เป็นเพราะเขา

“ข้าจะไปช่วยเขา!”

“ไม่ได้ เราต้องหนีแล้ว ถ้าเจ้าไป พวกเราจะตายกันหมด!” แอนเดรียเอ่ยเตือนสติ เธอเข้าใจว่าเด็กน้อยคนนั้นคือสิ่งที่พวกทหารตามหา ต่อให้มีชีวิตอยู่หรือไร้วิญญาณ ชะตาชีวิตคงถูกลิขิตขีดไว้แบบนั้นแล้ว แต่เธอจะไม่ยอมให้ลูกชายเพื่อนรักของเธอ ต้องจบชีวิตไปพร้อมกับเด็กคนนั้นแน่

“ขะ ข้าจะไม่ทิ้งเขาอีกแล้ว” เจวาส่ายหน้าไปมา ถึงรู้ว่าต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง แต่เจวาไม่อยากทำผิดสัญญากับเด็กคนนั้นอีก

“เจ้าเด็กโง่!” แอนเดรียตวาดใส่อย่างเหลืออดทั้งน้ำตา เธอเข้าใจความรู้สึกของเด็กคนนี้ดี แต่เธอก็ไม่อยากเสียเด็กตรงหน้าอีกเช่นกัน ถ้าให้เลือกเด็กคนนั้นที่รู้จักเพียงไม่นาน กับลูกชายเพื่อนรัก เธอไม่ลังเลตัดสินใจเลยสักนิด

“ฮึก ข้าไม่อยากทิ้งเด็กคนนั้น” เจวารู้ว่าตัวเองโง่ดั่งคำต่อว่าของป้าแอนเดรีย เด็กคนนั้นเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถ้าเขาไม่เจอเด็กคนนั้น ไม่ช่วย แม่เขาคงไม่ตาย แต่ไม่รู้ทำไม เจวาจึงตัดใจทิ้งเด็กคนนั้นไม่ลงสักที

แอนเดรียได้ฟังก็ไม่รู้จะทำยังไงกับความดื้อรั้นของเด็กคนนี้ ยิ่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ พวกเธออาจมีสิทธิถูกจับได้ คงได้พากันตายทั้งหมดแน่ แอนเดรียจึงใช้จังหวะที่เจวาเผลอหันหลัง ตบสันคออีกฝ่ายอย่างแรง

ตุบ

เมื่อเด็กน้อยหมดสติไป แอนเดรียที่อยู่ในร่างครึ่งม้า รีบอุ้มร่างหมดสตินั้นควบจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเปลวเพลิงที่ลุกโชนค่อยๆ มอดดับลงอย่างช้าๆ เธอไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นมีชีวิตอยู่หรือไม่ ถ้าชะตาของเด็กสองคนนี้เกี่ยวพันกัน

สักวันต้องได้กลับมาเจอกันอีกครั้งแน่

 

แอนเดรียพาเด็กน้อยทั้งสองหนีลงใต้ ยิ่งไกลจากแดนอาชาของเผ่าอาซรัฟที่อยู่ทางตอนเหนือ เงินทองที่เธอสะสมมาหลายปี บัดนี้ใช้เป็นค่าเดินทางแรมปี กว่าจะถึงแดนวิหคเผ่าเมฆา เป็นเผ่าที่อาศัยตามหุบเขา ซ่อนเร้นกายจากโลกภายนอก แอนเดรียรู้จักคนในเผ่าเมฆา เมื่อครั้งเป็นสหายของสามีที่จากไป เธอจึงไม่รอช้าที่จะขอความช่วยเหลือ

ตลอดเวลาเกือบปี แอนเดรียมองลูกชายคนเดียวของเพื่อนรักที่จากไป เจวาเปลี่ยนจากเด็กน้อยที่สดใสร่าเริงกลายเป็นเด็กเก็บตัวเงียบ พูดน้อย ดวงตากระจ่างเคยสดใส บัดนี้กลับหม่นเศร้าเหมือนเมฆครึ้มฝน แอนเดรียรู้ว่าเจวากำลังโทษตัวเอง ที่เป็นต้นเหตุทำให้แม่ตัวเองตาย และทิ้งเด็กคนหนึ่งไป ให้เผชิญความตายอีกครั้ง

แอนเดรียได้แต่ภาวนาหวังว่า เวลาจะเยียวยาทุกสิ่งในจิตใจที่แตกร้าวนั้นให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม เธอจึงหาเหตุผลให้เด็กน้อยนั้นมีความหวังที่จะใช้ชีวิตอยู่ต่อไป

“ถ้าเจ้ายังเป็นเช่นนี้ เจ้าจะไปตามหาเด็กคนนั้นเจอได้อย่างไร”

“...”

“หรือต่อให้เจ้าเจอเด็กคนนั้น เจ้าจะสู้กับชายสารเลวผู้นั้นได้หรือ ถ้าเจ้าอยากแข็งแกร่งขึ้น อย่ามัวแต่จมอยู่กับความรู้สึกผิด จงฝึกฝนตัวเองให้เก่งกาจปกป้องคนสำคัญของเจ้าเสีย”

แอนเดรียเห็นเด็กน้อยที่สูญเสียทุกอย่างกำลังร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ราวกับระบายความเจ็บปวดทั้งหมดออกมา เธอได้แต่บอกให้ร้องแค่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้ไปอย่าอ่อนแอเช่นนี้อีก

นับตั้งแต่นั้นมา เจวาหมั่นฝึกพลังเวทย์ของตัวเองอยู่ทุกวัน โดยมีคนจากเผ่าภูตไม้ที่อาศัยอยู่ในเผ่าเมฆาช่วยถ่ายทอดวิชาให้อย่างถูกวิธี วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า เจวายึดคำมั่นในใจว่าตัวเองต้องเก่งขึ้นเพื่อจะไปตามหาใครอีกคน

จนกระทั่งเวลาล่วงผ่านไป 8 ปี

จากเด็กน้อยกลายเป็นชายหนุ่มวัย 21ปี เจวาตอนนี้รูปร่างเพรียวสูงปราดเปรียว ใบหน้างดงามราวกับเทพธิดานางไม้ ดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสประกายมุ่งมั่น เส้นผมดั่งไข่มุกสยายยาวกลางหลัง พลัดปลิวไสวยามเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าสง่างาม อ่อนช้อยพริ้วไหว มีเสน่ห์ดึงดูดยากละสายตา รอยยิ้มบางเผยอเพียงนิด ราวกับสะกดจิตให้เหล่าชายหญิงแต่ละเผ่าตกห้วงเสน่ห์จนถอนตัวไม่ขึ้น นี่คือความน่ากลัวของเผ่าภูตไม้ที่ใช้ล่อลวงผู้คน

เจวาไม่สนใจเหล่าชายหนุ่มเผ่าเมฆาที่แวะเวียน บินวนไปมาใช้สายตาเกี้ยวพาตัวเอง ยามที่เขากำลังฝึกการใช้พลังคุมรากไม้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำไป แต่การควบคุมเหล่าพืชไม้ได้ดั่งใจหรือต้องสร้างรูปร่างให้เป็นอาวุธได้ต้องใช้เวลานานและสมาธิสูง เจวาเลยต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ฝึกให้ตัวเองแข็งแกร่งจนสามารถต่อสู้กับชายชั่วช้าผู้นั้นได้

และนั่นคือ เวลาแห่งการรอคอยสิ้นสุดเสียที

อาร์ซ รอข้า

ข้ากำลังจะไปหาเจ้าแล้ว

 

 

อีกฟากฝั่งหนึ่ง

 

“ท่านอาร์ซ ท่านมาที่นี่ทำไมหรือขอรับ”

อาชาทหารคนหนึ่งเอ่ยถาม เบื้องหน้าคือบุรุษหนุ่มในร่างครึ่งอาชาผู้หนึ่ง ร่างกำยำสูงใหญ่ มีนัยน์ตาดำขลับดุดันน่ากลัว แต่ในนั้นมันทั้งว่างเปล่าและแสนเย็นชา กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากคนผู้นี้เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและอันตราย รอบข้างรับรู้ได้ถึงความยำเกรงหวาดหวั่นต่อคนผู้นี้

สถานที่ตรงหน้าคือซากปรักหักพังของบ้านหลังหนึ่ง ถ้าไม่มองให้ดีคงไม่รู้ว่าเคยมีคนสร้างบ้านอยู่แถวนี้ เพราะหญ้าขึ้นรกชัน เศษตอไม้เหมือนถูกเผาไหม้ยังคงหลงเหลือให้เห็นเล็กน้อย นอกนั้นก็ถูกคลุมไปด้วยพืชหญ้าดอกไม้

กายใหญ่เอื้อมไปเด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งขึ้นมาจากซากนั้น นัยน์ตาคมเย็นชาน่ากลัวขึ้น พร้อมกับบดขยี้ดอกไม้นั้นจนแหลกคามือ

“ข้าแค่มารอคนผู้หนึ่งเท่านั้น”

 

 

มาปัจจุบันแล้วววว 

พ่ออาชาโตเป็นหนุ่มแล้ววว นุ้งเจวาก็งามสะพรั่ง>< 

คงเดาได้เนอะว่านุ้งเจวาจะเจออะไร  

เจอกันตอนหน้าค่า  

ถ้าชอบก็ให้กำลังใจ เม้นเยอะๆน้าาา จุ๊บๆ 

ปล. ตอนหน้าจะเริ่มติดเหรียญน้า ใครอยากอ่านฟรีไปที่ Readawrite ได้  

ถ้าอยากสนับสนุนก็จะขอบคุณมากเลยๆค่า>< 

ความคิดเห็น