winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 11:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

เช้าตรู่วันนี้ เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำให้ทุกคนที่ต้องทำงานหรือไปเรียนไม่ต้องไปทำหน้าที่ของตนเอง สาวน้อยเมธนภา แต่งตัวตามสบาย เสื้อยืดสีหวานกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าตัวโปรด มาหาแก้วตาขวัญแต่เช้า นอกจากเพื่อนที่มหาวิทยาลัย เมธก็มีแก้วเป็นเพื่อนเป็นพี่ที่สนิทอีกคน

แต่วันนี้ เมธไม่ได้ตั้งใจมาซื้อต้นไม้ มานั่งเม้ามอยเหมือนปกติ แต่เธอตั้งใจจะมาบอกแก้วตาขวัญให้รู้สักนิดว่า พี่เบธของเธอ กำลังมีใจให้กับคนอื่น แก้วจะได้ไม่เจ็บหนัก

“พี่แก้วตา มือไปโดนอะไรมาคะนั่น”

“อ้าว น้องเมธ มาแต่เช้าเลย ส่วนนิ้ว โดนมีดบาดน่ะค่ะ แต่ไม่เข้าลึก สบายมากๆ”

“เจ็บแย่เลย แล้วทำงานอยู่กับดิน ระวังๆ เชื้อโรคนะคะ”

 

“เชื้อโรคในดิน มันไม่อันตรายเท่ากับคนบางคนหรอก”

เมธมาถึงก็ทักเรื่องบาดแผลบนนิ้วแก้วด้วยความเป็นห่วง แต่นายอาช ที่เดินมาได้ยินพอดี ก็เลยแขวะเมธนิดหน่อย แล้วก็เดินทำหน้านิ่งๆ ผ่านไป

“เค้าไม่น่าเกิดมาเป็นน้องพี่แก้วตาอะเมธว่า ลุงขวัญเก็บเค้ามาเลี้ยงหรือเปล่า” เมธพูดหน้านิ่งๆ พยายามเก็บอารมณ์ ทำเอาแก้วถึงกับหัวเราะ

“เมื่อคืนพี่ก็โดนมันสวดยับ เจ้าอาชเป็นแบบนี้แหละ ปกติไม่ค่อยพูด แต่พอพูดออกมา ก็คือ เป็นเรื่อง”

“เค้าบ่นพี่แก้ว เรื่องพี่เบธ ใช่มั้ยคะ”

แก้วที่กำลังนั่งนับจำนวนกระถางพลาสติก หยุดชะงัก จนกระทั่งลืมว่า นับมาถึงเท่าไหร่แล้ว เลยต้องสูดลมหายใจลึกๆ แล้วนับแถวนั้นใหม่ทั้งหมด จากนั้นก็จดตัวเลขลงสมุด แล้วก็พาเมธไปนั่งตรงที่ร่มๆ นำน้ำหวานมาให้ดื่ม เพราะคิดว่า อาจจะต้องคุยกันยาว

“ขอบคุณนะคะพี่แก้วตา”

เมธรับน้ำแดงใส่น้ำแข็งมา ดื่มไปหนึ่งอึก แล้วก็พูดเรื่องสำคัญ

“ก่อนอื่น เมธต้องขอโทษพี่แก้วด้วยนะคะ ที่พยายาม เอ่อ พาพี่เบธมาอยู่ใกล้ๆ โดยที่เมธไม่เคยคุยกับพี่เบธจริงๆ จังๆ ว่า พี่เบธชอบใครอยู่หรือเปล่า”

พอเมธเปิดมาแบบนี้ แก้วตาขวัญก็พอจะนึกออกว่า สิ่งที่เมธจะพูดต่อไปคืออะไร มันก็คงคล้ายๆ ที่นายอาชพูดไว้เมื่อคืน และโชคดีที่เมื่อคืน แก้วนอนคิด นอนทำใจเรื่องนี้มาระดับนึงแล้ว คาดว่า เมื่อได้ฟังเมธพูด แก้วจะไม่ช็อค

“น้องเมธไม่ต้องขอโทษพี่เลยนะคะ น้องเมธไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แถมยังช่วยให้พี่ขายของได้เยอะขึ้นด้วยซ้ำ เนี่ย พี่หลอกขายต้นไม้ให้พี่เบธไปตั้งเท่าไหร่แล้ว” แก้ว พยายามทำให้เป็นเรื่องขำ

“คือ แล้ว เอ่อ เมธขอถามตรงๆ นะคะ ว่า พี่แก้วตา รู้สึกยังไงกับพี่เบธคะ เอ่อ เผลอใจชอบพี่เบธไปบ้างแล้ว หรือ ยัง” เมธนภาคนตรง เหมือนนายอาช แต่อ่อนหวานกว่าเยอะ ค่อยๆ พูด กับแก้วตา

แก้วตานิ่งไป ก่อนจะยิ้มออกมา

“มีใครอยู่ใกล้พี่เบธแล้วไม่ชอบบ้าง จริงมั้ยคะ น้องเมธ พี่แกเล่นน่ารักขนาดนั้น”

“ก็จริงค่ะ”

“แต่เอาจริงๆ นะ แม้พี่จะชอบพี่เบธไปแล้ว แต่พี่ก็ชอบไป โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่า เค้าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับพี่ ทำให้พี่ ก็ชอบไป หวังเล็กๆ ไป แล้วก็แอบทำใจไป”

“หืม จริงเหรอคะ เมธเห็นพี่เบธหยอดเอาๆ แล้วก็ตามใจพี่แก้วทุกอย่าง”

“เพราะเค้าทำกับพี่ เหมือนที่ทำกับน้องเมธค่ะ สายตาที่เค้ามองพี่ กับที่เค้ามองเมธ มันเป็นแบบเดียวกัน”

เมธพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็ยังเห็นอกเห็นใจ ที่แก้วตาขวัญ ต้องมารู้สึกค้างๆ คาๆ อะไรแบบนี้ ก็เลยตัดสินใจพูดความจริงออกไป ให้มันจบๆ

“คือ พี่เบธ เค้ามีคนที่ชอบอยู่แล้วค่ะพี่แก้วตา เมธอาจจะพูดตรงไป แต่เมธอยากให้พี่แก้วตา ค่อยๆ ตัดใจจากพี่เบธนะคะ เดี๋ยวเมธจะช่วยอีกแรง ด้วยการไม่ชวนพี่เบธมาหาพี่แก้วตาบ่อยๆ พี่จะได้...”

“เอ่อ น้องเมธ ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้ เอ่อ ทำทุกอย่างให้ปกติเถอะนะคะ คือ พี่แก้วตาโอเคจริงๆ ค่ะ” เธอพูดแบบนั้น เพราะยังคงอยากเห็นหน้าเบธต่อไป

“พี่แก้วตา...คือ เมธ...”

“วันนี้พี่มีงานกราฟต์แคคตัส น้องเมธสนใจมาเรียนกับพี่มั้ยคะ” แก้วตาขวัญรู้ดีว่า คนใฝ่รู้ใฝ่เรียนแบบเมธ จะต้องสนใจงานนี้แน่ๆ เลยพาเปลี่ยนเรื่อง

“สนใจสิคะ สนใจๆ ค่ะ เราไปกราฟต์แคคตัสกันนะคะ”

แล้วมันก็ได้ผล เมธนภาทำหน้าตื่นเต้นดีใจ เหมือนลืมไปเลยว่ากำลังคุยอะไรกันอยู่

“แต่เราต้องไปทำในโรงเรือนเดียวกับนายอาช ยังไงน้องเมธก็อย่าสนใจเจ้าอาชเลยนะคะ”

“แน่นอนค่ะ เมธอะ ไม่สนใจหรอก”

 

ณ ร้าน แป้ว-ปราง อาหารตามสั่ง

เบธ ที่ตัดสินใจไม่ตามเมธไปที่ร้านของแก้ว เพราะคิดว่า ตัวเองจะทำตัวไม่ถูก หากจะต้องเห็นหน้าแก้วแล้วทำเป็นนิ่งๆ ก็เลยตัดปัญหา ไม่ไปให้เห็นเสียเลย วันหยุดพักผ่อนแบบนี้ ก็เลยมาช่วยน้าปรางดูแลลูกค้า แล้วก็ได้พบกับ นายสยาม ชายหนุ่มที่ตามจีบน้าปราง และเด็กชายสมชาย หลานชายของเขาที่ตั้งใจมาทวงรีโมทบับคับเครื่องบิน

“ผมเอาข้าวผัดไม่เผ็ด ใส่ผักเยอะๆ เลยก็ได้ครับ” เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อกล้ามสีมอๆ กับกางเกงนักเรียนสีกากีที่มีไว้ใส่ไปโรงเรียนและอยู่บ้าน

“เก่งขึ้นนะเรากินผักก็ได้ ว่าแต่ใครสอน ให้สั่งข้าวผัดไม่เผ็ด” เบธจดเมนูพลางคุยกับเด็กน้อยไปด้วย

“ผมยังกินเผ็ดไม่ได้ครับ แต่ไว้ขึ้นป.หกเมื่อไหร่ ก็จะกินได้”

“ดีๆ ไว้ขึ้นป.หก แล้วสั่งข้าวผัดเผ็ดๆ นะ”

“ครับผม”

เบธเอามือขยี้หัวเด็กชายสมชายอย่างมันเขี้ยว

“แล้วน้าสยามล่ะ วันนี้กินอะไร”

“เอากะเพราะไก่ ใส่ผักเยอะๆ อยากเก่งเหมือนไอ้สมชายมัน”

“ใส่ผักอะไรบ้างอะน้า ถั่วฝักยาวงี้เหรอ หรือว่า ใส่เยอะๆ เหมือนผักรวมเลย เบธได้จดให้น้าปรางถูก”

“ปรางเค้ารู้ ว่าเค้าต้องทำยังไง”

“ง่อววว ดูมั่นใจเหลือเกินนะ”

เบธจดตามที่นายสยามพูดทุกประการ เอาดินสอขีดเส้นใต้เน้นด้วยว่า ปรางเค้ารู้ ว่าต้องทำยังไง เขียนไปก็หัวเราะไป แล้วก็หันหลังจะเดินไปในครัว

“พี่ทหาร อย่าลืมรีโมทผมนะ”

“เออน่ะ แต่ถ้าไปขึ้นไปหยิบแล้ว ท่องสูตรคูณไม่ได้นะ จะเตะให้ไส้ไหลเลย”

“พี่ไม่ได้เตะผมหรอก”

เบธยิ้มกวนๆ ให้เด็กน้อย เดินไปส่งเมนูให้น้าปราง ยืนรอพอให้เห็นหน้าตาโมโหๆ ของน้าปราง แล้วจึงขึ้นไปหยิบรีโมทเครื่องบิน มาให้สมชาย ตามที่สัญญากันเอาไว้

“เออ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว”

เบธหยิบรีโมทเครื่องบิน ลงมาข้างล่าง พร้อมกัน กีตาร์คู่ใจ กะว่าวันนี้จะเล่นดนตรีให้ลูกค้าที่มากินอาหารตามสั่งฟัง เป็นการซ้อมการแสดงไปด้วยในตัว

เบธไปยืนฟังเด็กชายสมชายท่องสูตรคูณ แล้วก็ให้รีโมทไปตามที่ตกลง เด็กน้อยดีใจทำท่าจะกลับบ้าน จนเบธต้องบอกว่า ให้กินข้าวก่อน จากนั้นก็กำชับวิธีใช้งานกับนายสยามผู้เป็นน้า ซึ่งเบธออกแบบให้ง่ายที่สุด ทำสัญลักษณ์ขึ้นลง ซ้ายขวา ไว้อย่างดี แล้วเบธก็เดินไปหาโต๊ะมานั่งเล่นกีตาร์

“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เบธ หลานสาวคนสวยของป้าแป้วน้าปราง จะมาเล่นดนตรีขับกล่อมให้ทุกคนเพลินเพลินระหว่างรับประทานอาหารนะคะ ใครอยากฟังเพลงอะไรก็ขอกันเข้ามาได้ แต่ถ้าไม่ขอ เบธก็จะร้องของเบธไปเรื่อยๆ นะคะ”

“เย่ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ” เด็กชายสมชายและนายสยามปรบมือให้เบธกันเสียงดังอยู่สองคน ในขณะที่คนอื่นยังคงกินข้าวของตัวเองต่อไปแบบงงๆ

เบธชูนิ้วโป้งให้สองน้าหลาน เป็นการบอกว่า ทำดีแล้ว แม้ตัวเองจะขำมากๆ ก็ตามที

 

...ด้วยเหตุใด พี่นี้ จึงคิดถึง พี่คะนึง ถึงคนดี จนหยุดไม่ได้ 

หัวใจเอย มันแกล้ง พี่หรือไร  หลอกให้ คิดไป ทั้งๆ ที่ไม่ มีทางจะถึง... 

 

เมื่อประเมินคนดูซึ่งส่วนใหญ่เป็นลุงๆ ป้าๆ น้าๆ แล้ว เบธก็เลือกเพลงเพื่อชีวิตซึ้งๆ ใช้น้ำเสียงนุ่มๆ เกากีตาร์ช้าๆ ด้วยท่าทางและน้ำเสียงผสมๆ กันทำให้เบธดูมีเสน่ห์มากๆ แม้จะอยู่ในร้านอาหารตามสั่งก็ตาม

“ขอบคุณมากๆ นะจ๊ะน้องปราง”

“จะขอบคุณทำไม ของซื้อของขาย ไม่ได้ให้กินฟรีๆ” น้าปรางเดินทำหน้ายุ่งๆ มาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะของนายสยามแทนเบธ

“แต่คุณครูบอกว่า ถ้าใครให้ของต้องขอบคุณนะครับ” เด็กชายสมชายเห็นลุงโดนดุ ก็เลยอยากจะช่วย

น้าปรางเลยละสายตาจากนายสยาม หันมาที่เด็กสมชาย

“ข้าวน่ะ กินให้หมดนะ ห้ามเหลือ เข้าใจมั้ย ลุงเค้าทำงานมาเหนื่อย เงินมันหายาก”

“เข้าใจแล้วครับ”

แล้วตัวเอง ก็โดนดุเหมือนกัน

 

บรรยากาศที่ร้านอาหารตามสั่งในวันนี้ค่อนข้างจะดี ลูกค้าทยอยเข้ามาและทยอยออกไปอย่างกำลังดี ลูกค้ามีโต๊ะนั่ง ไม่ต้องยืนรอนาน

และบรรยากาศก็ดูเหมือนว่าจะค่อยๆ ดีมากขึ้น

เมื่อ

“คุณฝน”

ขณะที่เบธกำลังตีคอร์ดกีตาร์ช่วงกลางๆ เพลง ก็เงยหน้ามองลูกค้าไปพลาง แล้วก็พบว่า มีลูกค้าคนสวย ตาคมๆ คนที่เบธยกบทเพลงให้เธอไปหลายเพลงแล้ว เดินเข้ามานั่งอยู่ที่โต๊ะเล็กๆ คนเดียว

“คะน้าหมูกรอบ 2 กล่อง แล้วก็ข้าวต้มกุ้ง 1 ถุงนะคะ”

เบธเร่งจังหวะให้เพลงที่กำลังเล่นมันจบลงโดยเร็ว เพราะจะให้หยุดกลางคันแล้วเดินไปหาสาวคนนั้นทันที รับรองวา คนทั้งร้านต้องมองตามไปแน่ๆ ก็เลยต้องเนียนๆ สักนิด สองตาก็มองไปอย่างไม่ลดละ

“น้าปราง คุณฝนสั่งอะไรเหรอ” เบธวางกีตาร์เสร็จก็วิ่งเข้าครัวไปหาน้าปรางทันที

“คุณฝน อ๋อ สาวคนนี้ใช่มั้ย ที่เบธหลงรักเค้าน่ะ”

เบธพยักหน้า เขินๆ

“คะน้าหมูกรอบ กับ ข้าวต้มกุ้ง มีอะไรล่ะ หืม”

“น้าปราง ทำช้าๆ หน่อยนะ ถ่วงเวลาให้เบธหน่อย”

“ไม่ได้จ้ะ งานเป็นงาน”

น้าปรางยิ้มขำ ที่ทำให้หลานสาวทำหน้างอๆ ได้ จริงๆ ไม่ได้อยากจะแกล้งหรอก แต่คนสั่งอาหารกลับบ้าน ส่วนใหญ่ก็อยากจะกลับบ้าน หรือมีคนที่บ้านรอกินอาหารอยู่ทั้งนั้น จะช้าได้อย่างไร

“คุณฝน”

เบธตักน้ำลำใยในโหลใส่น้ำแข็ง แล้วนำมาเสิร์ฟให้หวานใจ

“ฝนไม่ได้สั่งนะคะ”

“บริการฟรีค่ะ”

ลูกค้าสาวทำเป็นมองไปที่โต๊ะอื่น ส่วนใหญ่ก็มีแต่น้ำเปล่า เบธก็หันไปมองตาม แล้วก็แก้ตัวว่า

“ฟรีเฉพาะโต๊ะนี้ เอ่อ ฟรีเฉพาะคุณฝนค่ะ” พอเห็นสายตาของเธอ ในที่สุดเบธก็ต้องพูดความจริงที่ทำให้เขินนิดหน่อยออกมา

“คิดเงินเถอะค่ะ ฝนเกรงใจ”

“ถ้าเกรงใจเบธ ก็ดื่มฟรีเถอะค่ะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ในขณะที่เบธแพ้สายตาเธอ ก็เหมือนว่าเธอ จะแพ้สายตาอ้อนๆ ของเบธเหมือนกัน

“คุณแม่คุณฝน กลับมาพักที่บ้านแล้วใช่มั้ยคะ”

“ค่ะ ฝนเพิ่งไปรับมา พาไปส่งที่บ้าน แล้วก็เลยมาซื้อข้าวให้แม่ กับพี่เดือนค่ะ”

“ขอให้คุณแม่แข็งแรงเร็วๆ นะคะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ฝนต้นเมษายิ้ม แล้วก็ดื่มน้ำลำไยของเบธ พอมาถิ่นเบธ กลายเป็นว่า เธอพูดน้อยลง เอาแต่ยิ้ม บางทีก็ดูเขินๆ แต่พยายามเก็บอาการ

“เอ่อ คุณฝนคะ พอดีว่า เบธจะต้องประกวดขวัญใจกองทัพ แล้วต้องมีแสดงความสามารถพิเศษ เบธตั้งใจว่าจะร้องเพลง เอ่อ คุณฝนรบกวนช่วยฟังเบธร้องสักครู่หนึ่ง ได้มั้ยคะ”

“ฝนไม่มีความรู้เรื่องดนตรีนะคะ คงจะแนะนำอะไรให้ไม่ได้”

“ช่วยฟังในฐานะ คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง แล้วใช้ความรู้สึกตัดสินก็พอค่ะ ว่าดีหรือไม่ดี”

“ค่ะ”

เบธยิ้มดีใจอย่างออกนอกหน้า แล้วก็วิ่งไปที่นั่งนักดนตรีเหมือนเดิม แม้มือที่กำลังจะจับคอร์ดมันจะสั่นระรัว หัวใจก็เต้นรุนแรง แต่เบธก็อยากร้อง

อยากร้องให้เธอฟัง

 

“ฉันดูไม่ปลอดภัย จึงทำให้เธอไม่ไว้ใจ แล้วก็เลยไม่ยอมใยดี 

ไม่รู้ต้องทำยังไง ให้เธอมั่นใจว่าฉันคนนี้ จะภักดีกับเธอเพียงผู้เดียว 

ให้โอกาสฉัน เพียงสักครั้ง ถ้ามันพัง แล้วเธอค่อยจากไป 

ดีกว่าใช่มั้ย อยากจะขอ ให้พิจารณา ฉันคนนี้ อีกที 

เผื่อว่าฉัน ไม่ได้ใจร้าย และรักคุณเกินกว่าที่เข้าใจ 

จะได้ไม่เสียดาย และไม่เสียใจ นะคะ คนดี”  

 

ผู้หญิงที่ตอบตกลงกับเบธว่าจะฟังด้วยความรู้สึก เธอนั่งนิ่ง มองน้ำลำไยที่อยู่บนโต๊ะ อันที่จริงที่เธอหันไปมองเบธแล้ว แต่มันทำให้เธอหวั่นไหวจนเกินไป เธอเลยเบนสายตามาจดจ่อกับแก้วน้ำแทน เธอพยายามนิ่ง ฟังเสียงดนตรีและเสียงร้องโดยไม่แปลความหมาย เธอนิ่ง จนกระทั่งอาหารที่เธอสั่งถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าแล้ว เธอก็ไม่รู้ตัว

“คุณฝนคะ”

“ค่ะ คุณเบธร้องเพลงได้ดีค่ะ”

เบธที่ร้องเพลงจบแล้ว เดินกลับมาที่เดิม เห็นฝนต้นเมษานิ่งๆ ก็เลยเรียก เธอสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะตอบคำตอบที่เธอท่องไว้ในใจ

“คุณไม่ได้เป็นอะไรนะคะ คุณฝน”

“เปล่าค่ะ เอ่อ ค่าอาหารเท่าไหร่คะ”

“หนึ่งร้อยยี่สิบบาทค่ะ”

เบธรับเงินหนึ่งร้อยยี่สิบบาทถ้วนมาไว้ที่ตัว

“ฝนกลับก่อนนะคะ”

“เบธเดินไปส่งที่รถนะคะ”แล้วก็ถือแก้วน้ำลำไปติดตัวไปด้วย

“ค่ะ”

สองคนเดินเงียบๆ ข้างๆ กันไป จนกระทั่งถึงรถ

“กลับบ้านดี ๆ นะคะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“เดี๋ยวค่ะ คุณฝน”

“คะ”

“เบธขอเบอร์มือถือคุณฝน ได้มั้ยคะ”

“เบอร์มือถือของฝน ไม่น่าจะเป็นประโยชน์อะไรกับคุณเบธหรอกค่ะ”

“ถ้าแบบนั้น เอาเบอร์มือถือเบธไปนะคะ เพราะมันจะเป็นประโยชน์กับคุณ อย่างน้อย ๆ ก็โทรมาส่งข้าวได้ค่ะ”

เบธว่า พร้อมกับเอาดินสอ จดเบอร์ตัวเองลงในสมุดฉีดสำหรับจดรายการอาหารของน้าปราง แล้วฉีกให้ฝนต้นเมษาไป เธอก็รับไปแบบเงียบๆ แล้วก็ขึ้นรถไปแบบเงียบๆ เช่นกัน

‘เบธไม่เคยร้องเพลงแล้วตื่นเต้นขนาดนี้เลยนะคะ คุณฝน คุณมีผลกับใจเบธมากจริงๆ ’  

เบธเขียนข้อความนี้ลงในกระดาษ แล้วใส่ไว้ในแก้วน้ำลำไยที่นำไปล้างแล้วเช็ดให้แห้งแล้ว แม้แต่เงินหนึ่งร้อยยี่สิบบาทเบธก็ขอน้าปราง มาใส่ไว้ในแก้ว แล้วนำแก้วใบนี้ไว้ที่ห้องนอน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น