เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13 ลาออกและบอกลา

ชื่อตอน : บทที่ 13 ลาออกและบอกลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2562 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ลาออกและบอกลา
แบบอักษร

บทที่ 13 ลาออกและบอกลา 

         …ถ้ารู้ว่ามันเงียบแบบนี้ ผมไม่น่าเดินมาทางนี้เลยแฮะ เลิกดีกว่ามั้ง... 

 

         รายล้อมด้วยผู้คนที่ชอบเรา เวลาผ่านไม่นานพวกเขาเหล่านั้นทยอยหายไปกระทั่งไม่เหลือใคร.. ผมพยายามเพื่ออะไรนะ ทำไมเลือกทางที่มันไม่ใครเหลียวแลแบบนี้ มองย้อนกลับไปบางทีผมควรเลิกตั้งนานแล้วมั้ง ไม่เห็นจะมีอะไรดีเลย ฮาๆ น่าเบื่อจังนะ

         แต่ว่าผมก็ยังอยากเดินไปเรื่อยๆเพื่ออะไรน่ะหรอ

         “ก็เพราะมีแค่ฉันที่สามารถเขียนนิยายของตัวฉันได้ยังไงละ”

         “แกเป็นใคร!!”

         “นักเขียนนิยายที่ผ่านทางมา”

         ผมเดินเข้าไปบริเวณจุดเกิดเหตุ ครั้นพบกลุ่มคุณหนูคุณชายหมาๆกำลังรุมรังแกเจ้านายผม น่าโมโหนัก ผมหรี่ตากวาดมองบรรดาผู้ร้ายที่บังอาจท้าทายผม แล้วไม่นานนักหลังผมเข้าขวางพวกเขา พวกเขาก็รุมกระทืบผม

         ..

         หมดสภาพ

         “แคกๆ”

         “เจ้าเป็นอะไรหรือ”

         “ดูก็รู้ว่าจะตาย”

         เจ้านายตาดีหรือเปล่าครับ หญิงสาววัยสิบเจ็ดกะพริบตาสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นางคือไรท์ เจ้านายของผมที่ไม่รู้เมื่อครู่ทำอีท่าไหนจึงมีปัญหากับพวกคุณหนูหน้าตาสวยอยู่หรอก แต่เล่นใช้เท้าเหยียบผมก็ไม่ดีนะ

         แถวนี้เถื่อนจังว่ะ

         ยกมือปัดๆเศษฝุ่น และรอยเท้าที่วาดสลักระบายเต็มตัว ชุดคนใช้ราคาแพงมาก แต่ข่าวดีคือผมไม่มีชุดสำรอก

         “ดีตรงไหนเนี่ย”

         กะโชว์เทพทำตัวพระเอกปกป้องสาวสวยซะหน่อย แต่จะให้สุภาพบุรุษอย่างผมต่อยกับพวกผู้หญิง ผมไม่ไหวนะ ไม่ใช่เพราะมิกล้าต่อย แต่หมัดผมเบามาก สู้แรงพวกนางยังมิได้เลย น่าสมเพชแท้

         กระนั้นผมมีพลังป้องกันสูงนะ

         สายลมพัดพากลิ่นหมอกฝน ผมถอดชุดนอกออกเพราะมันยับยู่ยี่เหมือนผ้าเช็ดรองเท้า ครั้นปรายตามองไรท์ “ไม่ต้องขอบคุณผมนะครับ” “ทำไมต้องขอบใจเจ้าด้วย” “อ้าว” เดี๋ยวๆเมื่อกี้ตูช่วยรับเท้าแทนหล่อน หล่อนจะปากแข็งแบบนี้ไม่ได้ อย่างน้อยสงสารตูหน่อยก็ได้

         “ปากแข็งดีนิ”

         “..”

         เจ้านายเลิกคิ้วมองผมแบบไอ้พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ผมปั้นหน้านิ่งขรึมๆเพื่อรอฟังไรท์จะพูดสบประมาทหรือกล่าวขอบคุณผมหรือไม่ สรุปนางเมินผมแล้วสะบัดร่างเดินจากไปดื้อๆ ทิ้งผมไว้กลางทางอย่างไม่มีวันหันมาเหลียวแล หมาหัวเน่า “กาลามงกาลามังส้นปีนอาริกาโตะ”

         ผมพึมพำพลางกลับเข้าไปทำงานต่อ

         ไม่รู้ว่าผมต้องทำงานที่นี้อีกนานไหม ไม่รู้ด้วยผมกำลังทำอะไรอยู่ตอนนี้ ผมอยาก…เขียนหนังสือ ชีวิตของผมผูกมัดกับคำนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ บางทีอาจตั้งแต่ตัดสินใจเลือกทำมันก็ได้ เขียนทุกวันๆเพื่อเขียนให้จบในสักวันหนึ่ง ผมทำอย่างนั้นมาตลอดๆจนรู้สึกว่าตัวเองเขียนเยอะมากๆ เยอะจนผมตกใจเลยว่าตัวเองสามารถเขียนได้มากขนานนี้เลยหรอ ว้าว สุดยอดไปเลย แต่ที่น่าตกใจคือเรื่องมันยาวจังว่ะ เมื่อไหร่จะเขียนจบเนี่ย ฮาๆ ผมกลัว และตื่นเต้น

         เมื่อรู้ว่าตอนจบใกล้มาถึงแล้ว… ผมใจหาย และดีใจจนอดยิ้มไม่ได้เลย

         “ผมขอลาออก”

         “หา”

         ในวันที่ฟ้าสดใส อะไรก็เหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี ผมรู้สึกดีเหมือนร่างกายมีปีกนกกำลังกางสยายพร้อมโบยบินจากฟากฟ้าตกลงทะเล “อากาศดีจังนะ” แม้นเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่ผมดีใจนะที่ได้ทำงานกับเพื่อนๆ และได้ตอบแทนท่านหญิงซายะที่กรุณาช่วยดูแลผมตลอดเวลาที่ผ่านมา

         ผมยิ้มบอกลาสาวใช้ดาลินด้วยมิตรภาพระหว่างผมกับนาง

         “กลับมาอธิบายก่อน!!”

         “บาย เจอกันทวีปหน้า”

         ไม่ขอคืนเสื้อคนใช้นะ มันเท่ดี ผมโบกมือลานางอย่างพระเอก แล้วก็เผลอเดินสะดุดก้อนหินกลิ้งๆๆตกลงไปลำธาร ตุ๊บป่อง

         …

         ..

         .

         “อ่า ชีวิตชั้นเนี่ย…”

         ไม่มีอะไรแน่นอนเลยแฮะ..

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น