เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

21 : ของขวัญจากแดนไกล?

ชื่อตอน : 21 : ของขวัญจากแดนไกล?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ย. 2562 21:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
21 : ของขวัญจากแดนไกล?
แบบอักษร

 

 

 

"ฝัน...อเมริกาโน่เย็นหนึ่งครับ"

ฉันพยักหน้ารับคนที่มาช่วยงานที่ร้านให้ฟรีๆตั้งแต่ตอนเช้า จนกระทั่งตอนนี้ก็เลยเวลาเที่ยงมามากแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยหรือว่าเบื่อให้เห็นเลยสักนิด

มือบางของเหมือนฝันขยับขยุกขยิกไปมาตรงเครื่องทำกาแฟ หากแต่สายตากลับยังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างสูงของพันธกาลหรือโซ่ ที่ยืนส่งยิ้มละมุนมาให้อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเคาน์เตอร์ไม่วางตา

"อเมริกาโน่ได้แล้ว"

ฉันบอกพร้อมกับวางแก้วกาแฟลงไปบนถาดสีเข้มที่เขาวางรอเอาไว้ ซึ่งโซ่เองก็พยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบถาดนั้นขึ้นมาถือไว้ แล้วหมุนตัวเดินออกไป เพื่อนำกาแฟไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่นั่งรออยู่

 

"โซ่ไปพักเถอะเลยเที่ยงมามากแล้ว"

ฉันบอกหลังจากที่เขาเดินถือถาดเปล่าเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ

"ถ้าโซ่ไปใครจะอยู่ช่วยฝันล่ะ" เขาเลิกคิ้วถาม

"ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวจีนก็น่าจะมาแล้ว"

ฉันอธิบาย เพราะว่าฉันไล่ให้จีนไปพักทานมื้อเที่ยงได้สักพักแล้ว คงอีกไม่นานเดี๋ยวก็กลับเข้ามา ส่วนกรวันนี้เขาไม่ได้มาทำงานเพราะว่ามีชั่วโมงเรียน วันนี้จึงทำให้ร้านค่อนข้างวุ่นวายมากเลยทีเดียว เพราะว่ามีแค่ฉันกับจีนเท่านั้น แต่ก็ดีที่มีโซ่มาที่ร้านแล้วก็ช่วยงานพวกเราแต่เช้าอย่างที่บอก เลยช่วยเบาแรงไปได้มาก

"งั้นก็รอไปพร้อมกันไม่ดีกว่าหรือไง"

"แต่...."

ฉันลอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เมื่อไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาปฏิเสธเขาได้อีก จึงทำได้แต่จำใจพยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบตกลงอย่างอ่อนใจ ก่อนจะรีบหันหน้าหนีเขาไปจัดแจงเรียงแก้วกาแฟที่อยู่ใกล้ๆแทน

จึก จึก

ฉันสะดุ้งเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงสะกิด...ไม่สิแรงจิ้มจึกๆตรงบริเวณเอวบาง จนอดที่จะรู้สึกรู้สึกจักจี้ไม่ได้

"โซ่!...หยุดกวนได้แล้วน่า"

ฉันดุเขาเสียงเขียว เมื่อหันหน้ากลับไปแล้วเจอเข้ากับร่างของผู้ชายตัวโตที่กึ่งนั่งกึ่งนอน เอนตัวมานอนใช้ศอกตั้งฉากกับเคาน์เตอร์ โดยฝ่ามือหนาก็ท้าวคางเอาไว้ ใช้สายตาจับจ้องมองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้ว แล้วใช้แขนที่ว่างอยู่อีกข้าง ยื่นออกมาเตรียมที่จะแกล้งฉันอีกครั้ง

"หิวแล้ว..."

ปากก็พูดเสียงออดอ้อน หากแต่ว่าฝ่ามือและเรียวนิ้วแสนร้ายกาจก็ยังไม่หยุดที่จะจิ้มเอวฉันตรงนู่นทีตรงนี้ที จนฉันที่บ้าจี้ขั้นสุดก็ต้องสะดุ้งหลบหนีเรียวนิ้วของเขาไปมาเป็นพัลวันอย่างช่วยไม่ได้

"นี่! รอหน่อยสิเดี๋ยวจีนก็มาแล้ว...เอ๊ะ! โซ่! เลิกวอแวได้แล้วน่า"

เหมือนฝันขมวดคิ้วยุ่งเป็นปม เมื่อคนตัวโตที่ยังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ฝั่งตรงข้าม ยังไม่ยอมที่จะหยุดแกล้งและวอแวกับร่างกายเธอเสียที

"หิวแล้ววว"

ฉันมองท่าทีออดอ้อนของเขาอย่างตกตะลึง นี่วันนี้โซ่จะมาไม้ไหนอีกเนี้ย ออดอ้อนเสียยิ่งกว่าคุณปั้นตอนขอขนมกินเสียอีก แปลกคนจริงๆ

กรุ้งกริ๊งๆ~~~

และก่อนที่ฉันจะได้ตกใจขวัญผวาไปกับโซ่มากกว่านี้ เสียงกระดิ่งก็ดังกังวานกระทบกับประตูร้าน พร้อมกับเสียงเจื่อยแจ้วสดใสของจีนดังขึ้นมาช่วยชีวิตไว้ได้เสียก่อน

"จีนมาแล้วค่าาาา~~..."

ฉันหันควับไปมองทางต้นเสียงที่เดินยิ้มหน้าบานมาแต่ไกลอย่างดีใจ ส่วนโซ่ ฉันเหลือบไปใช้หางตามองหน้าเขาที่แสดงถึงความหงุดหงิดเล็กๆออกมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก่อนจะต้องจำยอมละฝ่ามือที่บีบๆนวดๆเล่นอยู่ตรงบริเวณเอวบางของฉันออกไป

"จีน!...มาพอดีเลย"

เหมือนฝันส่งยิ้มกว้างไปให้กับรุ่นน้องคนสนิท จนคนที่จู่ๆก็ได้รับรอยยิ้มหวานๆจากเหมือนฝันถึงกับยืนเกาท้ายทอยอย่างงงๆ

"จีนมาแล้ว ทีนี้โซ่ก็ออกไปหาอะไรทานเถอะ"

เหมือนฝันหันไปบอกคนที่ยังคงนั่งหน้ามึนอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงฝั่งตรงข้าม หากแต่ชายหนุ่มพอได้ฟังแล้วกลับยังคงนิ่งเฉย ไม่พูดอะไร อีกทั้งยังไม่ยอมลุกจากไปไหนเสียด้วย

"โซ่!..."

เหมือนฝันยังคงมีความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้เขาออกไปจากร้านเสียที หากแต่ทันทีที่กำลังจะเอ่ยปากสรรหาคำพูด ริมฝีปากหนาของโซ่ก็ดันเปิดเผยอเปล่งเสียงทุ้มๆออกมาเสียก่อน

"ฝันรีบเดินออกมาสิ..."

"ห๊ะ?..." ฉันหลุดเสียงออกไปด้วยความงุนงง

"ก็ไหนว่าจะออกไปพร้อมกันไง..."

ดวงตาคมเพ่งมองจดจ้องมาที่ฉันอย่างคาดหวัง อา....เขาเล่นมาทำแบบนี้ฉันก็ลำบากใจแย่สิ อุตส่าห์แกล้งๆทำเป็นลืมคำที่บอกว่าจะออกไปพร้อมกับเขาไปแล้วนะ...ทำไงดี ฉันไม่อยากออกไปทานข้าวกับเขาเลย มันทำให้ฉันรู้สึกอึดอัด แต่ก็ใจไม่แข็งพอที่จะบอกปัดแล้วเทเขาไปดื้อๆแบบนั้น

"จีนว่าพี่ฝันไปเถอะ...ไม่อย่างนั้นวันนี้พี่กับพี่โซ่คงไม่มีใครได้ทานข้าวแน่ๆอ่ะ"

ฉันมองจีนที่เดินอ้อมเข้ามาในเคาน์เตอร์ข้างๆกันแล้วกำลังจะสวมใส่ผ้ากันเปื้อนสีเข้มกรอกตาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ...พี่เข้าใจว่าที่เธอพูดเพราะอยากจะตัดปัญหานะจีน แต่ว่าคนที่จะมีปัญหาแล้วก็หนักมากๆด้วยมันพี่นะเว้ย ฮือออ

"แต่..." ฉันกำลังจะอ้างออกไปว่ากลัวจีนอยู่ร้านคนเดียวแล้วจะทำไม่ไหว

"จีนอยู่ได้ค่ะพี่ ช่วงบ่ายแก่ๆแบบนี้นักศึกษาเข้าคลาสกันหมดแล้ว ลูกค้าไม่น่าจะเยอะ"

และเหมือนจีนนางจะรู้ทันความคิดฉัน เธอจึงรีบพูดดักคอขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับยิ้มแฉ่งยกนิ้วโป้งมาให้ พร้อมกับพยายามทั้งผลักทั้งดันฉันจนมาหยุดยืนอยู่นอกเคาน์เตอร์อย่างงๆ ได้แต่ยืนอึ้งแตกมึนเบลอไปหมด

นะ...นี่ทำไมยัยเด็กนี่ถึงได้เอาแต่พูดไล่ฉันล่ะ? คงไม่ใช่ว่าถูกโซ่ซื้อตัวไปแล้วหรอกนะ...เล่นพูดสนับสนุนเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนยัยเด็กตรงหน้าฉันยังแสดง ท่าทางออกมาว่าไม่ค่อยจะปลื้มโซ่สักเท่าไหร่อยู่เลยแท้ๆ ต้อง...ต้องใช่แน่ จีนต้องถูกเขาซื้อตัวไปแล้วแน่ๆ!

"ป่ะ!...ไปกันเถอะฝัน โซ่หิวจะแย่แล้ว"

เหมือนฝันได้แต่ยืนนิ่งอึ้งงงงวยไปกับสถานการณ์ตอนนี้แบบสุดๆ จนกระทั่งมีมือแกร่งทว่าแสนอบอุ่นยื่นเข้ามากอบกุมรวบจับข้อมือขาวบางของเธอเอาไว้แน่น พร้อมกับออกแรงกระตุกเบาๆเป็นเชิงว่าให้คนตัวเล็กก้าวเท้าเดินตามเขาไปได้แล้ว ก่อนจะชะงักตัว หันหลังกลับไปทางรุ่นน้องคนสวยอีกครั้ง ฉีกยิ้มบาดใจแล้วพูดอีกประโยคกับจีน ที่ทำให้เหมือนฝันแน่ใจได้แล้วว่า งานนี้เธอถูกรุ่นน้องสาวขายให้เขาไปเสียแล้วจริงๆ

"เอ้อ! จีนเดี๋ยวขากลับพี่แวะซื้อขนมเข้ามาให้นะ ส่วนเรื่องไอ้ทิม...เดี๋ยวกลับมาแล้วจะเล่าให้ฟัง"

"จ้า!....พี่โซ่ไปทานข้าวให้อร่อยเลยน๊า...จะลากพี่ฝันไปที่ไหนยังไงก็ได้ เดี๋ยวจีนดูร้านให้"

เหมือนฝันผินหน้ากลับไปมองอย่างคาดโทษให้เด็กสาวที่ ยิ้มกว้างทำท่าตะเบ๊ะตรงหางคิ้วเรียว แล้วพูดออกมาอย่างสดใสจนน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของเธอ สรุปแล้วว่าเธอถูกขายแล้วจริงๆสินะ ยิ่งได้ยินไอ้ประโยคสุดท้ายของโซ่มันก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจ ยิ่งมีตัวแปลหลักที่ชื่อทิมมี่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกอยากจะตียัยเด็กรุ่นน้องแรงๆสักทีสองที มีอย่างที่ไหนเอาพี่สาวคนนี้ไปแลกกับเรื่องผู้ชาย ยัยเด็กร้ายกาจ คอยดูนะกลับมาได้เมื่อไหร่จีนจะต้องโดนเธอเล่นงานเป็นคนแรกๆแน่

เหมือนฝันได้แต่คาดโทษเด็กสาวเอาไว้ในใจ แม้ในสมองจะมีวิธีการร้อยแปดที่คิดจะมาแกล้งเอาคืนกับเด็กสาวรุ่นน้อง แต่พอเอาเข้าจริงเธอก็ทำใจโกรธจีนไม่ลงหรอก และตอนนี้เธอก็ทำได้แค่ก้าวขาไปข้างหน้าเดินต้อยๆตามคนตัวสูงที่จับแขนเธอเดินนำเธออยู่อย่างเงียบๆเท่านั้น

 

โรงอาหาร คณะแพทย์

ภายในโรงอาหารกว้างของคณะแพทย์ ที่แทบจะว่างเปล่าไร้ผู้คน เพราะในเวลาบ่ายๆแบบนี้นักศึกษาส่วนใหญ่ก็จะเข้าคลาสเรียนกันหมด หรือไม่ก็เลิกครึ่งวันแล้วกลับหอไปนอนพักกันหมดแล้ว จะมีบ้างประปรายที่ยังคงนั่งเล่นอยู่ในโรงอาหารแห่งนี้ แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญของเราตอนนี้คือเหมือนฝันต่างหาก

ตัดภาพมาที่สาวร่างบางที่ตอนนี้กำลังนั่งไหล่ห่อ เขี่ยข้าวในจานไปมาอย่างเบื่อหน่าย

ฉันหยุดมือที่กำลังใช้ช้อน-ส้อมเขี่ยๆข้าวอยู่ แล้วไล่สายตาขึ้นไปมองอีกคนที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตายัดข้าวกะเพราไข่ดาวอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

กึก! กึก!

ยิ่งเห็นคนตรงหน้ายังคงกินข้าวได้อย่างสบายใจ ผิดกับฉันที่อึดอัดแทบบ้าแล้วก็ยิ่งโมโห มือก็ยิ่งเพิ่มน้ำหนักกดลงไปที่จานข้าวแรงขึ้นๆจนเกิดเสียงดัง ทำให้สายตาคมของโซ่ช้อนขึ้นมามองหน้าฉันอย่างสงสัย

"ฝันเป็นอะไร...ข้าวไม่อร่อยหรอ?"

เขาถามเสียงอ่อน พร้อมกับยื่นแขนออกมาใช้ช้อนที่อยู่ในมือตักข้าวเมนูเดียวกันกับของเขาที่อยู่ในจานของฉันขึ้นมา แล้วยัดใส่ปากของตัวเองคำโต แล้วจึงขมวดคิ้วแน่น

"ก็รสชาติดีนี่..." ก็แน่สิ มันมาจากร้านเดียวกันนี่ รสชาติมันจะต่างกันได้ยังไงล่ะ

ปัง!

โซ่ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆร่างบางตรงหน้าของเขา ก็วางช้อน-ส้อมลงกระทบบนจานกระเบื้องอย่างแรง จนเขาอดกลัวว่ามันจะแตกออกเป็นสองส่วนไม่ได้

เขาเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ใบหน้าของเธอเรียบนิ่ง ทว่าในแววตากลับปรากฏแต่ความหงุดหงิด อีกครั้ง สายตาเขาตอนนี้คงมีแต่ความงุนงงและไม่เข้าใจ ที่อยู่ๆเหมือนฝันก็มีอารมณ์แปรปรวนได้ขนาดนี้ จึงอดที่จะถามออกไปเสียงเข้มไม่ได้

"ฝัน!...เป็นอะไรเนี้ย หงุดหงิดอะไร?"

"เปล่า...แค่ข้าวมันร้อนเกินไป"

ข้าวร้อนเกินไปเนี้ยนะ?....แต่เมื่อกี้ที่เขาลองตักข้าวในจานของเธอขึ้นมากิน มันไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของความร้อนเลยสักนิดต่างหาก คิ้วหนาอดที่จะขมวดแน่นขึ้นอีกไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยถามเธอออกไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มๆแต่สีหน้ากลับเริ่มดุดันขึ้นหลายส่วน คล้ายกับผู้ใหญ่กำลังหลอกล่อเด็กน้อยด้วยท่าทางใจดีก็มิปาน

"ฝันเป็นอะไร...ทำไมวันนี้หงุดหงิดแล้วก็โมโหง่ายจัง"

นั่นสิ วันนี้ฉันเป็นอะไรไป ไอ้ความรู้สึกหงุดหงิดแทบบ้า กับความโมโหที่อยากจะวีนหนักๆใส่คนตรงหน้านี่มันคืออะไร ทั้งที่ปกติฉันจะเป็นคนใจเย็นแท้ๆ... จะว่าไปไอ้ความรู้สึกแบบนี้มันก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อเช้าที่ได้เห็นหน้าโซ่แล้วด้วย แต่ที่น่าแปลกก็คือ กับคนอื่นๆฉันกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดหรือว่ารำคาญพวกเขาเลย จะเป็นก็แต่กับโซ่เท่านั้น กับเขา....แค่คนเดียว

"...."

ฉันเงียบ ก็เพราะไม่รู้ว่าจะตอบเขากลับไปอย่างไรดี ลำพังฉันก็ยังหาคำตอบดีๆให้กับตัวเองไม่ได้เลย

พรึ้บ!

ฉันตกใจ ที่จู่ๆโซ่เขาก็ลุกพรวดพราดยืนขึ้น ก่อนจะหมุดตัวหันหลังเดินออกไปเลย...นี่เขาคงไม่ได้กำลังโกรธที่ฉันหงุดหงิดใส่เขาหรอกใช่มั้ย

ร่างบางได้แต่คอตก มองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆเดินหายไปอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างหงอยๆยกช้อนขึ้นมาเขี่ยข้าวในจานต่อ อย่างไม่รู้จะทำอะไรดี...

'หรือว่าเธอควรจะออกไปจากตรงนี้ดี ไหนๆโซ่เขาก็หนีไปแล้วนี่'

คิดได้ดังนั้น เหมือนฝันก็วางช้อนในมือลงแล้ว กำลังจะลุกขึ้นยืน หากแต่ว่า....

ตึง

มีแก้วน้ำจากไหนก็ไม่รู้มาวางไว้ที่ตรงหน้า เรียกความสนใจของเธอไว้เสียก่อน เมื่อช้อนสายตาขึ้นไล่มองตั้งแต่แขนแกร่งทว่าขาวผ่อง ก็พบกับคนที่เธอคิดว่าเขาชิ่งหนีไปแล้ว เป็นคนที่วางเจ้าแก้วใส ที่ข้างในมีน้ำสีน้ำตาลๆและมีมะนาวหนึ่งชิ้นบางๆอยู่ด้วย

"อ่ะ!...ชามะนาวเย็นๆที่ฝันชอบ กินสิจะได้อารมณ์ดีขึ้น"

โซ่เขาส่งยิ้มบางๆมาให้ ก่อนจะนั่งลงที่ตรงข้ามกับฉันตามเดิม แล้วก้มลงไปจัดการกินข้าวที่ยังเหลืออยู่เกินครึ่งในจานของเขาต่อ

นะ...นี่เขาลงทุนเดินไปซื้อมาให้เลยหรอ...ที่เดินหายไป ไม่ใช่ว่ารำคาญฉันหรอกหรอ? อา...ทำไงดีล่ะ ใจเต้นแรงเสียแล้วล่ะทุกคน

"เห็นมะ...นี่ขนาดยังไม่ได้กินก็อารมณ์ดีขึ้นแล้วนะเนี้ย ดูสิยิ้มกว้างเลยนะฝัน"

"ยิ้ม...หรอ?"

ฉันลูบๆคลำๆไปตรงริมฝีปากตัวเองอย่างต้องการคำตอบว่าที่เขาพูดมันจริงไหม....อ่า ฉันยิ้มอยู่จริงๆด้วยล่ะ หุบยิ้มไม่ได้แล้วด้วย...แย่แล้วเหมือนฝัน

"เอ่อ โซ่!..."

ฉันเอ่ยเรียกเขาเสียงอ่อน เมื่อสามารถจัดการกับอารมณ์ที่ไม่คงที่ของตัวเองให้ดีขึ้นได้แล้ว ไม่รู้สิ จู่ๆก็อารมณ์ดีขึ้นมาเสียเฉยๆเลย

"หืม...."

เขาขานรับทั้งที่ยังคงก้มหน้ากินข้าวต่อไปจนแก้มตุ่ย

"ถามอะไรหน่อยได้ไหม?"

"ได้ครับ..."

เขาตอบตกลงซึ่งมันก็ทำให้ฉันมั่นใจ ว่าคำถามของฉันต่อไปนี้ จะต้องได้รับคำตอบจากเขาแน่ๆ

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยคำถามที่มันค้างคาใจของฉันมาได้สักพักแล้วขึ้น

"ทำไมอยู่ๆถึงกลับมาหรอ?...ทำไมถึงกลับมาทำดีกับพี่อีกล่ะ"

ฉันหมายถึงว่าทำไมอยู่ๆเขาถึงยังกลับเข้ามาวนเวียนอยู่ในชีวิตของฉันอีก ทั้งๆที่เป็นคนเอ่ยตัดความสัมพันธ์ของพวกเราไปเองแท้ๆ และหวังว่าเขาคงจะเข้าใจในความหมายที่ฉันพยายามจะสื่อด้วย

".....ก็นี่ มันเป็นสิ่งที่โซ่ควรจะทำมาตั้งนานแล้ว และควรจะต้องทำมันไปตลอดไม่ใช่หรอ" เขาเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วตอบ

"แต่เราเลิกกะ..."

"โซ่ว่าเราเลิกพูดถึงมันเถอะ เอาเป็นว่าโซ่เต็มใจที่จะทำมันก็พอนะ..." เขาตอบยิ้มๆ

"......"

"หรือถ้าฝันรำคาญ โซ่จะไม่เข้าไปยุ่มย่ามใกล้ๆแล้วก็ได้นะ...เดี๋ยวจะคอยดูอยู่ห่างๆไม่ให้ฝันเห็นเลย จะได้ไม่ต้องลำบากใจ"

เขาบอกเสียงอ่อย...เนี้ย!ทุกคนดูสิคะ ดูโซ่สิ เขาทำแบบนี้อีกแล้ว ไอ้การพูดเสียงอ่อยๆกับหน้าหงอยๆแบบนั้นน่ะ ฉันแพ้มันแบบสุดๆไปเลย ทำแบบนี้ฉันก็ไปไม่เป็นสิ

"เห้ออ~~ ช่างมันเถอะ เอาที่โซ่สบายใจเลย แบบนี้ฝัน...เอ่อ พี่ก็ไม่ได้ลำบากใจอะไรมากมาย"

"จริงนะ" เขาถามย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าดีใจ จนฉันต้องพยักหน้าเบาๆส่งให้เป็นการยืนยัน

"ถามอีกเรื่องได้มั้ย?"

"ได้สิ อีกหลายๆเรื่องก็ได้"

"...คือ....โซ่จะไม่แบ่งเวลาไปเรียนบ้างหรอ...แบบ พี่เห็นว่าสองสามวันมานี้ เธอเอาแต่มาคลุกอยู่ที่ร้านพี่ทั้งวันน่ะ ละ...."

"โซ่ดรอปเรียนไปแล้ว..."

ฉันชะงักกึกทันที เพราะยังไม่ทันที่ฉันจะได้รัวถามเขาจนจบคำ เขาก็โพล่งตอบขึ้นมาเสียก่อน...และคำตอบของเขา ยอมรับจากใจเลยว่ามันทำให้ฉันตกใจสุดขีด ดรอปเรียนเนี้ยนะ! คนอย่างโซ่น่ะหรอดรอปเรียน มีปัญหาอะไรหรือเปล่านะ...จะว่าเพราะเรียนหนักจนเครียดเกิน ก็ไม่น่าใช่ เพราะเท่าที่ผ่านๆมาผลการเรียนเขาก็ดีมาตลอด แถมเวลาเรียนก็ดูจะสนุกและมีความสุขไปกับมันด้วย ไม่เคยมีความเครียดรอดผ่านมาให้ฉันเห็นเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาถึง.....

"โซ่!!!...เกิดอะไรขึ้น?"

"...."

"อย่าเงียบสิโซ่! ถึงกับดรอปเรียนเนี้ยมันไม่ใช่เล่นๆแล้วนะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า"

"...." และเขาก็ยังเอาแต่เงียบมองหน้าฉันนิ่งๆอยู่อย่างนั้น

"โซ่!!!"

"ไม่มีอะไรหรอกฝัน...แค่เรื่องส่วนตัวเล็กๆน่ะ"

อา....ฉันรีบกลืนคำถามมากมายร้อยพันคำถามกลับลงท้องไปทันทีที่ได้ยินเขาพูดว่าเรื่องส่วนตัวซึ่งมันก็คงหมายถึงว่าคนอื่นอย่างฉันไม่ควรเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องของเขาสินะ

"อืม งั้นไม่ถามแล้ว...ป่ะกลับร้านกันเถอะ โซ่อิ่มหรือยัง?"

ฉันรีบชวนเขากลับเพราะรู้สึกว่าแถวนี้บรรยากาศมันไม่น่าอยู่เสียแล้ว รู้สึกว่าอากาศแถวนี้มันจะทำให้หัวใจฉันบีบรัดจนอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆเลย...

"อืม ไปสิโซ่อิ่มแล้วพอดี...เอ้อ แต่ต้องเดินไปซื้อขนมให้ยัยน้องจีนก่อนนะ"เขาบอก

"อื้ม...งั้นไปเถอะ"

ฉันเอ่ยชวนพร้อมกับลุกขึ้นยืน โดยที่เขาเองก็รีบยืนขึ้นตามเช่นกัน ก่อนที่พวกเราจะเดินตรงไปที่ร้านขนมเล็กๆน่ารักๆร้านหนึ่งภายในโรงอาหาร แล้วกวาดซื้อขนมที่วางเรียงรายกันอยู่ว่าสิบอย่างนี่กลับไปให้ยัยเด็กแสบที่อยู่ที่ร้านของฉัน...

 

"จีนกลับก่อนนะพี่"

ฉันที่นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางร้านมองจีนที่โบกมือบ๊ายบาย หลังจากที่ได้เวลาเลิกงานแล้ว และเธอก็กำลังจะเดินทางกลับพอของตัวเอง

ฉันพยักหน้าเบาให้เธอ ก่อนจะก้มลงมาเคลียร์บัญชีของร้านต่อ

"ฝัน งั้นโซ่ไปล็อคหน้าร้านเลยนะ"

ฉันเงยหน้ามองคนที่นั่งตรงข้ามท้าวคางมองฉันอยู่ก่อนแล้ว

"ถ้าล็อคแล้วโซ่จะออกไปได้ไง?"

"ก็ไม่ออกไง.." บอกฉันพร้อมกับส่งยิ้มหน้าตาย

"จะนอนนี่อีก?"

"ช่ายยย~~~" เข้าพยักหน้าตอบอย่างคนอารมณ์ดี

"เกินไปมั้งโซ่...จะตามติดตลอดเวลาเลยหรือไง" ฉันตำหนิเขาแบบไม่จริงจังนัก

"ไม่เกินหรอกน่า เหลือเวลาอีกไม่มากแล้วน๊า~ ต้องรีบกอบโกยสิ"

"เวลา?...เวลาอะไรของเธอ"

"ก็....เวลาของวันนี้ไง เหลือน้อยแล้วน๊า...ดูสิตอนนี้ใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้วล่ะ"

"มีพิรุธนะโซ่...." ฉันมองเขาอย่างจับผิด

"อะไร๊....เอ๊ะ!นี่ทุ่มนึงแล้วใช่มั้ย ถึงว่าสิหิวแปลกๆ ในครัวมีอะไรกินบ้างนะ!"

"แปลกคน..."

ฉันได้แต่บ่นและมองตามหลังคนที่เดินเนียนๆหลบกันไปในห้องครัวอย่างอ่อนใจ

Rrrrrrr

เสียงโทรศัพท์เครื่องบางที่ถูกวางคว่ำหน้าไว้ข้างๆดังขึ้น เรียกร้องความสนใจฉันได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องมัวลีลาท่ามากให้มากความ ฉันรีบยกเจ้าโทรศัพท์ขึ้นกดรับแล้วแนบไปกับหูทันทีโดยที่ไม่ได้ดูว่าปลายสายนั่นคือใคร

"เหมือนฝันพูดค่ะ..."

(ฝันนนนน...คิดถึงจัง)

และเสียงที่คุ้นเคย ทำให้ฉันยกโทรศัพท์นี่ออกห่าง แล้วมองไปที่ชื่อและเบอร์โทรที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ 'เจสซี่'

"เจสหรอ?"

(yeah it's me! ไงคิดถึงฉันมั้ย?)

"อื้อ...คิดถึงสิ ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่เจอกันเลย"

ฉันตอบคนปลายสายเสียงเบาลงด้วยความคิดถึง เจสซี่ เธอคือเพื่อนสนิทของฉันสมัยเรียน เราสนิทกันมาก จริงๆไม่ได้มีแค่ฉันกับเจส แต่ยังมีเพื่อนฉันอีกคนชื่อ จินจิน แต่พอพวกเราเรียนจบ ก็ต้องแยกย้ายกัน ต่างคนก็มีทางของตน ต่างคนก็มีความฝันที่จะต้องไปทำ อย่างเจสที่พอเรียนจบเธอกับน้องชายก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศทางฝั่งยุโรปเลยทันที เช่นเดียวกันกับจินจิน ที่พาตัวเองไปตามหาความฝันที่ประเทศเกาหลี จนตอนนี้ได้เป็นดาราน้องใหม่และนางเอกคนดังอันดับต้นๆของประเทศนั้นไปแล้ว อา คิดถึงทุกคนจังไม่ได้ติดต่อกันนานแล้วสินะ

(ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อไปเลยนะ พอฉันกับน้องย้ายมาอยู่ที่นี่ทุกอย่างมันก็ยากสำหรับพวกเรามาก จนตอนนี้ที่อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ฉันเลยโทรมาหาเธอน่ะ)

"อื้อ ฉันเข้าใจ...ว่าแต่ที่โทรมานี่มีเรื่องอะไรให้ช่วยหรือเปล่า"

(แหม...ในหัวคิดอะไรอยู่ห๊ะเหมือนฝัน ฉันจะโทรหาเธอเพราะความคิดถึงไม่ได้รึไง)

"ก็เท่าที่คบกันมา แกไม่ใช่คนดีขนาดนั้น"

(เอ้า! อีนี่...)

"ฮ่าๆๆ ล้อเล่นๆ"

(เหอะๆ...แล้วของขวัญส่งตรงไปหาแกยังอ่ะฝัน)

"ของขวัญ?...ของขวัญไรอ่ะ?" ฉันถามออกไปอย่างงงๆกับคำพูดของเพื่อน

(งั้นแสดงว่ายังไปไม่ถึงสินะ...ให้ตายสิเจ้าบ้านั่น!!)

"นี่ฉันเริ่มจะงงแล้วนะเจส"

(เออๆน่าเดี๋ยวไปถึงแกก็รู้เองแหละ โอ๊ะ!...ฉันต้องรีบไปทำงานต่อแล้ว ไปนะบ๊ายบาย ฝากด้วยนะฝัน...เทคแคร์จ้า จุ๊บ!)

พูดจบสายก็ถูกตัดไปทันทีจนฉันได้แต่นั่งงงขมวดคิ้วแน่นกับความเคลมเร็วของเพื่อนตัวเอง

"มีอะไรหรือเปล่าฝัน...หน้าเครียดเชียว"

ฉันหันไปมองร่างสูงที่เดินถือขวดนมจืดยี่ห้อดังออกมาจากห้องครัว ถามฉันอย่างสงสัย ก่อนจะใช้ขายาวๆก้าวอาดๆมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉัน

"ไม่มีอะไรหรอก..." ฉันส่ายหน้าบอกปัดไป

"หรอแล้ว....เมื่อกี้คุยกับใครหรอ?..."

เขาถามพลางท้าวแขนลงบนโต๊ะ

"...เพื่อนน่ะ"

"จริงอ่ะ..."

เขาย้ำคล้ายว่าไม่เชื่อ ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ จนฉันเผลอกลั้นหายใจอย่างเกร็งๆ

สายตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาหวานของหญิงสาวตรงหน้าคล้ายจะค้นหาความจริงบางอย่าง ทว่ายิ่งจ้องดวงเนตรหวานฉ่ำตรงหน้านานขึ้นเท่าไหร่ ตัวของเขาก็คล้ายกับว่าต้องมนต์สะกดเข้าให้แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาจึงค่อยขยับเขาไปใกล้ใบหน้าหวานของเหมือนฝันอีกนิดอย่างไม่รู้ตัว จนแทบจะไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน แต่ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกันนั้น

กรุ๊งกริ๊งๆ

เสียงกระดิ่งน้อยๆก็ดังขึ้นกระทบกับประตูกระจกที่ยังไม่ถูกล็อคเข้าเสียก่อน

ร่างบางเมื่อได้ยินเสียงใสๆของกระดิ่งดังกระทบเข้าโสตประสาท ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงขึ้นทันทีเหมือนพึ่งจะรู้ตัวว่าเกือบจะพลาดท่าเสียทีให้กับอีกคนเข้าให้แล้ว เธอจึงรีบผละใบหน้าหวานออกห่างจากตัวอันตรายที่ชื่อว่าโซ่ทันที ก่อนจะเบนสายตาหันไปมองหาคนมาใหม่

ตาของเธอเบิกโพลงขึ้นอีกครั้งอย่างตกใจ ที่เห็นว่าคนมาใหม่นั้น คือผู้ชายที่น่าจะอายุประมาณ 19-20 ปี หน้าตาค่อนไปทางฝั่งตะวันตกเสียส่วนมาก ตัวสูงน่าจะเกิน180 เสียด้วยซ้ำ เขายืนนิ่งอยู่อย่างนั้นในท่าเปิดประตู

"เอ่อ...."

"ร้านปิดแล้วครับ!.."

และก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรออกมา โซ่ที่ไม่รู้ว่าเดินไปยืนประจันหน้ากับคนมาใหม่ตั้งแต่ตอนไหน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด

"...รู้!"

คนตัวสูงก็เลิกคิ้วตอบกลับโซ่ทันที ด้วยน้ำเสียงที่กวนสุดๆ

"รู้แล้วก็เชิญ!...."

โซ่พูดกระแทกเสียง พร้อมกับพยักเพยิดหน้าไปที่ประตูเป็นการไล่เขาทางอ้อม เอ๊ะ! หรือทางตรงนะ?

"..."

อีกคนไม่ตอบ แต่กลับเบ้ปากอย่างน่าโมโห แล้วก็เดินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ตรงมาหาฉัน ที่ได้แต่นั่งเงียบๆมองพวกเขาเถียงกันอยู่

"ไฮ๊ฮายย ฟานี่ที่รัก..."

เขาพูดเสียงทะเล้นด้วยภาษาไทยสำเนียงชัดแจ๋ว ก่อนจะย่อตัวสูงๆของเขาลงมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามฉันอย่างหน้าตาเฉย จนโซ่ต้องรีบเดินปราดเข้ามา ก่อนจะใช่มือใหญ่ของเขาบีบไปที่ต้นแขนของคุณคนที่พึ่งจะหย่อนก้นนั่งตรงหน้าฉัน หากแต่ไม่นานเขาก็สะบัดมือของโซ่ออกอย่างแรง จนทำให้โซ่ยิ่งโมโหหนักกว่าเดิม

"เรียกฉันหรอคะ?..."

ฉันชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง แล้วถามเขาที่พึ่งเรียกฉันว่าฟานี่อย่างงงๆ

"....สวัสดีครับฟานี่ " เขาพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเอ่ยทักทายฉันอีกรอบ

"ฝันไอ้เด็กนี่มันเป็นใคร ทำไมถึงเรียกฝันว่าฟานี่! " โซ่ถามด้วยใบหน้าที่ดูจะดุดันขึ้นอีกเรื่อยๆ จนน่าขนลุก

"เอ่อ..." จะให้ตอบเขายังไงดีล่ะ เพราะว่าตัวฉันเองก็ยังไม่รู้เลย ว่าเจ้าเด็กยักษ์ตรงหน้านี้มันเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง

"หืม....อะไรเนี้ยฟานี่ มองแบบนั้นแสดงว่าจำผมไม่ได้รึไง โห่! น้อยใจว่ะ!..."

"เอ่ออ...ขอโทษที่จำไม่ได้นะ แต่ว่าสรุปแล้วเธอเป็นใครล่ะเนี้ย?..."

ฉันถามเขาเสียงเบาพร้อมกับส่งยิ้มแหยๆไปให้ แล้วยกมือขึ้นเกาที่ท้ายทอยอย่างเขินๆ

"จำไม่ได้จริง?...นี่พี่เจสไม่ได้บอกฟานี่ก่อนหรอว่าผมจะมา?"

เขาเลิกคิ้วถาม

"เจส...เจสซี่หรอ? ยัยเจสส่งเธอมาใช่มั้ย" ฉันถามเขากลับอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก..ซึ่งเขาก็ยอมพยักหน้าตอบคำถามฉันแต่โดยดี

แต่....เดี๋ยวนะ ถ้าเจสซี่ที่เขาหมายถึงคือคนๆเดียวกับที่ฉันรู้จัก งั้นก็....อ่า ชักจะเริ่มมีกลิ่นไม่ดีเสียแล้วแห๊ะ งั้นไอ้ของขวัญที่ยัยนั้นโทรมาบอกว่าจะส่งตรงมาให้ฉันนี่ก็หมายถึง....

"เจมส์!....เธอคือเจมส์ใช่มั้ยเนี้ย!"

 

..............................................................................

แฮร่ แวะมาอัพแล้วจ้า ขอโทษที่นานน้า พอดีช่วงนี้อาจารย์ของไรท์แกโยนงานมาให้ทำเยอะแยะไม่หมดเลย แง๊~~~ อินี่จะตายอยู่แล้วจ้า5555(ขอบ่นนิดนึง)

ปล.ช่วยติดตามกันไปนานๆหน่อยน้า และอย่าลืม กดไลค์ กดติดตาม หรือว่าคอมเม้นท์ส่งกำลังใจเบาๆมาให้เค้าได้เอาไปใช้ต่อลมหายใจที่ใกล้จะหมด(เพราะงานเยอะ)ด้วยน้า555 รักจ้า จ๊วบบบบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น