Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER T E N

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.9k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2562 15:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER T E N
แบบอักษร

_________________________________ 

 

สถานที่สำหรับการถ่ายแบบที่ทางฝ่ายสถานที่ได้เลือกเอาไว้ในวันนี้นั้นก็คือเกาะไม้ท่อนจังหวัดภูเก็ต ทางฝ่ายคอสตูมและช่างภาพต่างมาสแตนด์บายรอไว้ล่วงหน้าก่อนแล้วตั้งแต่เช้า ส่วนกำหนดการจะเริ่มในช่วงบ่ายเพราะอเล็กซ์นั้นติดคิวถ่ายแบบของนิตยสารอีกที่จึงจะตามมาทีหลัง 

ส่วนนายแบบอีกคนก็เดินทางมาถึงเมื่อช่วงสายพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัว ทั้งคู่นำสัมภาระไปไว้ที่โรงแรมในตัวเมืองก่อนจะเช็กอินแล้วกลับมารอที่ท่าเรือกับทีมงานเพื่อข้ามไปยังตัวเกาะ 

“ไม่ร้อนหรือไง” หลังจากที่คุยกับทีมงานเสร็จฮานะก็เดินกลับไปหาคนที่นั่งรออยู่บนม้านั่งอีกฝั่ง ฝ่ายนั้นกำลังนั่งตากลมทะเลอยู่ที่บริเวณชานไม้ด้านนอก พีทใส่หูฟังไว้พร้อมกับเอนหลังพิงผนักแล้วหลับตาพริ้ม แสงแดดช่วงสายเริ่มแรงขึ้นจนเขายังรู้สึกแสบผิว ไม่รู้ทำไมเจ้าเด็กตัวโตถึงนั่งเฉยไม่รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย 

“ฮานะ?” ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าอีกคนถอดเสื้อคลุมมาวางโปะไว้บนหัวให้จนบดบังภาพทัศนียภาพเบื้องหน้า 

“เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” ฮานะยื่นมือมาดึงแก้มจนยืดพร้อมกับดุเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผิวบริเวณนอกร่มผ้าของเขาเริ่มไหม้แดด ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงสายแต่แดดของทางภาคใต้นั้นก็แรงจนทำให้แสบผิวอยู่ไม่น้อย 

“ผมตั้งใจจะออกมานั่งเล่น...ไม่รู้เผลอหลับไปตอนไหนเหมือนกัน” พีทกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้ลงมานั่งที่ม้านั่งตัวเดียวกันซึ่งฮานะเองก็ให้ความร่วมมือแต่โดยดี ฝ่ายนั้นขยับตัวเข้ามาแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากผิวกายก่อนจะเอนหัวมาพิงซบที่บริเวณต้นแขนของเขาแล้วมองออกไปยังผืนทะเลกว้าง 

“...นานมากแล้วที่ฉันไม่ได้มาเที่ยวทะเล” เสียงพึมพำที่ดังคลอไปกับสายลมทำให้ต้องก้มลงไปมองอย่างสนอกสนใจ “ถ้าจำไม่ผิด...ก็คงเป็นเมื่อห้าปีที่แล้วได้ล่ะมั้ง” ความทรงจำครั้งสุดท้ายกับผืนน้ำสีครามและแสงแดดที่ตกกระทบทอประกายนั้นช่างเลือนรางในความทรงจำเหลือเกิน... 

“ผมเองก็เหมือนกัน” เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกับมองเลยไปยังฝูงนกสีขาวที่กำลังบินอยู่เหนือผิวน้ำ “ครั้งล่าสุดก็คงเป็นตอนที่ไปทัศนศึกษากับทางคณะ” แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของมันอีกเลยเป็นเวลาหลายปี 

“ถ้าอย่างนั้น...เอาไว้เรากลับมาเที่ยวด้วยกันอีกดีไหม” ฮานะยื่นข้อเสนอพร้อมกับเงยหน้ามองคนข้างกายด้วยแววตาที่เป็นประกาย “ครั้งนี้มาทำงานคงได้เที่ยวไม่จุใจแน่...ถ้ามีโอกาส กลับมาด้วยกันอีกนะ” 

ถ้อยคำชักชวนคล้ายคำสัญญานั้นเรียกรอยยิ้มบางเบาให้ขึ้นมาประดับบนใบหน้าของใครอีกคนก่อนที่จะพยักหน้าตกลงเพื่อรับปาก “ครับ” 

“คุณฮานะ-...เอ่อ ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะคะ” 

หนึ่งในลูกทีมที่ตั้งใจจะมาตามกลับต้องชะงักค้างเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นส่วนเกิน ทั้งคู่มองมาทางเธอพร้อมกันก่อนที่คุณฮานะจะเป็นฝ่ายดึงมือออกจากการกอบกุมก่อน เธอทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่ดูผิดไปปกติไปจากนายแบบในความดูแลและผู้จัดการส่วนตัว 

“ว่ายังไง” ใบหน้าสวยเรียบนิ่งไม่แสดงอาการตื่นตกใจออกมาให้ได้เห็น เจ้าตัวลุกขึ้นยืนและจัดเสื้อผ้าไปมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

“คือ...ได้เวลาลงเรือแล้วค่ะ” 

“อ้อ” ฮานะพยักหน้ารับ “เดี๋ยวพวกผมเดินตามไป...ขอบคุณมากครับ” รอยยิ้มกว้างถูกส่งไปพร้อมกับคำขอบคุณ 

การถ่ายแบบเซ็ทแรกนั้นเป็นชุดสำหรับกีฬาทางน้ำโดยเฉพาะ อเล็กซ์อยู่ในกางเกงผ้ายืดสามส่วนสีขาวส่วนพีทเป็นสีดำ ในช่วงแรกนั้นคนที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นนายแบบน้องใหม่ยังคงตกประหม่าอยู่บ้างเล็กน้อยตอนที่อยู่ต่อหน้ากล้องแต่เมื่อได้รับคำแนะนำจากช่างภาพและเหล่าทีมงานพีทก็ปรับตัวและทำมันออกมาได้ดีจนถูกชมไม่ขาดปากรวมไปถึงผู้จัดการส่วนตัวที่กำลังนั่งดูอยู่หน้าจอมอร์นิเตอร์ด้วย 

“ไม่เสียแรงที่คุณเจนนี่โม้เอาไว้ซะเยอะ” เบต้าหนุ่มเอ่ยชมหลังจากที่รูปชุดสุดท้ายถูกปิดเซ็ทลง ก่อนเขาจะสั่งพักกองเพื่อให้เหล่านายแบบและนางแบบไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเซ็ทต่อไป 

“ข่าวไกลขนาดนั้นเลยเหรอครับเนี่ย” ฮานะอมยิ้มขำเมื่อนึกถึงหน้าของเมนเทอร์คลาสเทรนด์นิ่งที่ดูจะปลาบปลื้มพีทเป็นพิเศษ 

“รู้กันทั้งบริษัทแล้วมั้งนั่น” อีกฝ่ายตอบกลับ “ก็รู้ๆ กันอยู่ว่ารายนั้นน่ะเวลาถูกใจใครแล้วจะลำเอียงเป็นพิเศษ...ดูท่าพีทคงถูกดันอย่างหนักเลยล่ะ” แม้แต่กับอเล็กซ์เองก็ยังไม่เคยถูกแม่อัลฟ่าสาวคนนั้นกล่าวถึงเลยเสียด้วยซ้ำไป เรียกได้ว่าทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างเป็นลูกรักลูกชังอย่างเห็นได้ชัด 

“ฮานะ” ร่างสูงใหญ่ที่ตัวเปียกมะล่อกเพราะเพิ่งไปลุยน้ำมาเดินดุ่มเข้ามาหา เมื่อเห็นว่าฮานะนั่งอยู่กับผู้กำกับก็โค้งศีรษะให้อย่างมีมารยาทก่อนที่ฝ่ายนั้นจะขอตัวเดินออกไปเพื่อยืดเส้นยืดสาย 

“เหนื่อยหรือเปล่า” ฮานะเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าเจ้าโกลเด้นท์สะบัดผมจนหยดน้ำกระจาย 

หลังจากที่พีทนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้างกันเขาก็วางผ้าขนหนูลงบนเรือนผมสีเข้มก่อนจะออกแรงขยี้ซับน้ำให้หมาด พอมองสำรวจไปตามท่อนบนที่เปล่าเปลือยก็เห็นว่ามัดกล้ามเนื้อตึงแน่นถูกตกแต่งเพิ่มเติมจากฝ่ายเมคอัพทำให้ผิวคร้ามแดดดูสุขภาพดี 

“ไม่เหนื่อยครับ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าปฏิเสธ 

“แล้ว...” ฮานะเว้นช่วงไปสักพักก่อนจะลอบมองไปยังใครอีกคนที่กำลังยืนให้ฝ่ายคอสตูมอีกทีมจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้ใหม่ “…ไม่โดนอเล็กซ์ทำตัวแย่ๆ ใส่ใช่ไหม” แม้จะรู้ดีว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี 

“ไม่ครับ” พีทตอบตามความจริง ถึงแม้จะรู้ตัวว่าถูกฝ่ายนั้นเหม็นขี้หน้าและเคยแสดงท่าทีหยาบคายใส่แต่พอเวลางานอเล็กซ์กลับปฏิบัติได้อย่างเป็นมืออาชีพราวกับเป็นคนละคนกัน 

“ถ้าเขาทำตัวไม่ดี...รีบบอกฉันเลยนะ” ฮานะย้ำอีกครั้ง...บอกตามตรงว่าเขายังไม่ไว้ใจอเล็กซ์สักเท่าไหร่ 

“ไม่เป็นไรครับ” เด็กหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าแววตาคู่สวยทอแววเป็นห่วง “แค่เขาไม่มายุ่งกับคุณก็พอแล้ว” 

ฮานะลอบมองใบหน้าคมเข้มของคนที่นั่งอยู่ข้างกันก่อนที่ฝ่ายนั้นจะถูกผู้กำกับเรียกตัวไปพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าฉากเซ็ทต่อไป พีทดูตั้งอกตั้งใจในการทำงานมากเขาจริงจังจนแทบไม่เหลือกลิ่นอายของเด็กใหม่ในวงการให้ได้เห็น จนทีมงานหลายคนในกองถ่ายก็ล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าถ้าภาพเซ็ทนี้ถูกปล่อยออกไปคนที่จะถูกพูดถึงเยอะที่สุดก็คงจะไม่ใช่อเล็กซ์อย่างแน่นอน 

“มีความสุขจังนะ” แต่แล้วเสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็เอ่ยทัก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างกัน ฮานะไม่ได้หันไปมองและตั้งท่าจะลุกหนีเพราะไม่อยากจะเสวนากับอีกฝ่ายให้เปลืองน้ำลาย แต่กลับถูกอุ้งมือใหญ่ดึงเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้ “จะรีบไปไหน อยู่คุยกันก่อนสิ” อเล็กซ์พูดเสียงเรียบแต่คนฟังกลับรับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ขุ่นมัว 

“มีอะไร” ฮานะยอมนั่งลงตามเดิมก่อนจะขยับเลื่อนเก้าอี้ให้ออกห่างจากอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าจะทำให้ใครอีกคนเข้าใจผิดเอาได้...ทั้งที่มันไม่จำเป็นแต่เขาไม่อยากให้พีทต้องรู้สึกเป็นกังวล 

“เปล่า...ก็แค่แวะมาทักคุณผู้จัดการคนเก่า...ไม่ได้หรือไง” รอยยิ้มที่เจ้าตัวมักจะเผยให้ได้เห็นบนหน้าจอโฆษณาถูกส่งมาให้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงใจเต้นแรงจนลืมความเป็นตัวเอง...แต่ในเวลานี้กลับคิดถึงเพียงแต่ใบหน้าของใครบางคนที่ปกติมักนิ่งเฉยแต่จะยิ้มกว้างเป็นพิเศษเมื่ออยู่กันเพียงแค่สองคน 

...รอยยิ้มที่ไม่ได้ให้เพียงแค่ความรู้สึกวาบหวาม แต่กลับมอบความอบอุ่นและการถูกปลอบประโลมทุกครั้งเมื่อได้มอง...

“อืม” ฮานะลอบมองอย่างไม่ไว้วางใจ และพยายามรักษาระยะห่างไม่ให้ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น

“ฉากพลอดรักที่ลานจอดรถ...ใช้ได้นี่” ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มมาอย่างเป็นมิตรแต่กลับเผยวาจาหยาบคายออกมา “...ก็ไหนเคยบอกว่าไม่ง่าย” นัยน์ตาสีฟ้ากดต่ำมองสำรวจร่างของคนคุ้นเคยตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างพินิจพิจารณา ก่อนรอยยิ้มจะกดลึกข้างมุมปากอย่างเหยียดหยามทำเอาคนที่ถูกมองถึงกับหน้าชาอยู่ไม่น้อย 

“…” ฮานะตวัดตาขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งแสดงท่าทีมากเท่าไหร่อเล็กซ์ก็ยิ่งได้ใจ

“กลับมาตอนนี้ยังทันนะที่รัก” อเล็กซ์ลูบริมฝีปากไปมาอย่างนึกสนุกพร้อมกับมองผิวเนื้อขาวอย่างจาบจ้วง

“…”

“หมดเวลาที่ดอกไม้แสนสวยของฉันต้องลดตัวลงไปเป็นดอกหญ้าริมทางให้หมาจรจัดมันเชยชมแล้ว”

“…”

“อย่าให้ถึงขั้นต้องได้ลงแรงไปแย่งนายกับมันเลย” อเล็กซ์พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เบื่อหน่ายแต่ในแววตาคู่นั้นกลับสะท้อนประกายบางอย่างออกมาชัดเจน...สายตาน่ารังเกียจที่มักถูกใช้มาตลอดในตอนที่เจ้าตัวต้องการทวงคืนสิทธิของตน “เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม?”

แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่อีกฝ่ายคงยังไม่รู้...เขาไม่ใช่คนโง่คนเดินที่จะคล้อยตามคำชักชวนนั้นอีกแล้ว

ฮานะคนเดิมที่จงรักภักดีต่อนายได้ตายไปนานแล้ว...เสียใจด้วยนะคุณแอนเดอร์สัน... 

“ไปให้พ้น” ฮานะเค้นเสียงต่ำลอดไรฟันเมื่อเริ่มรู้สึกเหลืออดและก่อนที่ความอดทนจะหมดลงเสียงของผู้กำกับที่เอ่ยเรียกให้อีกฝ่ายไปเข้าเซ็ทก็เหมือนเป็นระฆังห้ามศึกได้ทันเวลา 

จังหวะชีพจรเต้นถี่รัวเพราะอารมณ์โทสะที่พุ่งขึ้นสูงทำให้ต้องลุกเดินออกไปจากบริเวณนั้นเพื่อสงบจิตใจ กว่าจะกลับเข้ามาได้ทางกองถ่ายก็กำลังเตรีมตัวสำหรับเซ็ทสุดท้ายอยู่พอดี 

“ฮานะ” ทันทีที่พีทเห็นเขาเจ้าตัวก็เดินดุ่มออกมาหาหลังจากที่ก้มหัวขอบคุณทางทีมงานเสร็จเรียบร้อย “ไปไหนมาครับ” เด็กหนุ่มถามอย่างนึกเป็นห่วง 

“ไปเดินเล่นมาน่ะ...โทษทีนะไม่ได้อยู่ดูเธอเลย” ใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นก่อนจะยิ้มบางเบาส่งไปให้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรกลับถูกรวบตัวเข้าไปกอดเอาไว้แน่นจนเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่นั้นเปียกชื้นเพราะหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนแผ่นอกกว้าง 

“พีท...” ฮานะมองเลยไปยังกองถ่ายที่กำลังยุ่งวุ่นวายไม่มีใครหันมาสนใจทางพวกเขาจึงถือโอกาสนี้ยกมือขึ้นกอดตอบ 

“เขาไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหมครับ” เด็กหนุ่มยังคงไม่หายห่วงเพราะตอนที่เห็นว่าฝ่ายนั้นมายุ่มย่ามกับฮานะเขาเองก็ร้อนรนใจจนไม่มีสมาธิจะฟังคำอธิบายของผู้กำกับสักเท่าไหร่นัก 

“ไม่...ไม่ได้ทำ” ฮานะย้ำ “คิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว...” เสียงพึมพำออดอ้อนทำให้ต้องกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น 

หลังจากการถ่ายแบบวันนี้นั้นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีทางทีมงานก็จัดกินเลี้ยงฉลองบริเวณชายหาดที่ทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้ให้เพื่อผ่อนคลายหลังจากที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน ฮานะกับพีทลงมาร่วมเป็นคนสุดท้ายทั้งคู่ถูกจับแยกให้นั่งคนละฝั่งเพราะพีทถูกทีมงานดึงตัวไปนั่งรวมกับเหล่านายแบบและนางแบบที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะราวกับว่าเด็กหนุ่มคือของเล่นใหม่ในค่ำคืนนี้เพราะถูกล้อมหน้าล้อมหลังด้วยความสนอกสนใจ 

“พีทนั่งกินโค้กมาหลายแก้วแล้วนะ ผมชงเหล้าให้เอาไหม” หนึ่งในทีมงานช่างภาพเอ่ยท้วงขึ้นมาอย่างสงสัยเพราะไม่เห็นว่าเด็กหนุ่มจะแตะต้องเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์แม้แต่นิดเดียว 

“ผมไม่ดื่มน่ะครับ” ทันทีที่ปฏิเสธออกไปก็ได้รับสายตาเหลือเชื่อจากทุกคนบนโต๊ะ 

“ให้เวลาหน่อย เด็กมันคงเขิน” ผู้กำกับที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยิ้มขำก่อนจะยกแก้วตัวเองขึ้นจิบ 

“จริงเหรอฮานะ” ทีมงานอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันหันมาถามย้ำ 

“ครับ...พีทเขาไม่ดื่มมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ฮานะยิ้มขำกับท่าทางเหลือเชื่อที่ทุกคนแสดงออก 

หลังจากนั้นทั้งโต๊ะก็พยายามแกล้งรับน้องใหม่โดยการแอบผสมเหล้าลงในแก้วของพีทบ้างท้าให้ดื่มบ้างจนบรรยากาศบนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยความครื้นเครงสนุกสนาน พอผ่านไปสักพักก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าของเจ้าเด็กตัวโตเริ่มขึ้นสีเพราะรับเอาแอลกอฮอลล์เข้าไปมากพอสมควรทำให้ฮานะต้องขอสลับที่กับทีมงานเพื่อย้ายไปนั่งข้างกัน 

ในระหว่างที่กำลังคุยกับทีมงานอยู่นั้นก็รู้สึกได้ว่ามีใครอีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกำลังจ้องมองมาทางเขาอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตอนที่เดินเข้ามาจนถึงตอนนี้ แต่ฮานะเลือกที่จะไม่สนใจ อเล็กซ์ยังคงดูสนุกสนานร่วมชนแก้วกับเพื่อนร่วมงานได้อย่างเป็นปกติไม่มีท่าทีที่จะล่วงเกินหรือพูดในสิ่งที่ทำให้เขาต้องรู้สึกอึดอัดต่อหน้าผู้คน 

แต่แล้วโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงกลับสั่นเตือนเมื่อมีคนโทรเข้ามา พอก้มลงดูที่หน้าจอก็พบว่าเป็นเบอร์ของคุณแกเรน เห็นดังนั้นจึงตั้งท่าจะลุกเพื่อขอตัวออกไปคุยธุระแต่กลับถูกคนข้างกายดึงรั้งข้อมือเอาไว้ก่อน 

“คุณแกเรนโทรมาน่ะ ฉันจะออกไปรับสายข้างนอก” ฮานะยิ้มเมื่อเห็นว่าเจ้าโกลเดนท์ตัวโตมองมาอย่างเป็นห่วง 

...ขี้ระแวงเกินไปแล้ว.. 

“ผมไปด้วย” เด็กหนุ่มทำท่าจะลุกตามแต่กลับถูกอีกฝ่ายดันไหล่ให้นั่งลง 

“ไม่ต้องหรอก...ไปแค่แป๊บเดียว เธออยู่คุยกับทุกคนที่นี่เถอะ” พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็ขอตัวออกมาจากบริเวณที่จัดงานเลี้ยง ฮานะเดินทิ้งระยะห่างออกมามากพอสมควรเพราะเพลงจากร้านอาหารค่อนข้างที่จะดังเขาเกรงว่าจะทำให้พูดคุยกับปลายสายไม่รู้เรื่อง 

เสียงของคลื่นทะเลที่คลอมากับสายลมพัดแผ่วเบาทำให้รู้สึกผ่อนคลายอยู่ไม่น้อย ผิวน้ำส่องสะท้อนแสงของดวงจันทร์ที่สาดลงมาตรงกลางพราวระยิบระยับท่ามกลางความสลัว ทันทีที่กดรับสายสิ่งแรกที่รับรู้คือทางนั้นดูเดือดดาลเกี่ยวกับพฤติกรรมของอเล็กซ์ที่นับวันชักจะหนักข้อขึ้นจนเกรซคุมเอาไว้ไม่อยู่ ไหนจะข่าวอื้อฉาวเปลี่ยนคู่ควงเป็นว่าเล่นนั่นอีก เรียกได้ว่าตลอดเดือนที่ผ่านมาทางโมเดลลิ่งต้องวิ่งเต้นเอาเงินอุดข่าวกันให้จ้าละหวั่น 

(หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ยอมให้หมอนี่ได้เข้าร่วมโปรเจกต์ใหญ่ปลายปีของเฟยหลงแน่นอน...น่าขายหน้าชะมัด) แกเรนถอนหายใจออกมายาวเหยียด...เขารู้ดีว่าการที่โทรมาเล่าให้ฮานะฟังนั้นมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายต้องเครียดตามไปด้วย แต่เพราะฮานะเป็นคนเดียวที่รู้และเห็นถึงสันดานของเจ้าหมอนั่นจึงคิดว่าคงพอจะช่วยแบ่งเบาความอัดอั้นตันใจของเขาไปได้บ้าง ความจริงแล้วถ้าทางโมเดลลิ่งจะทำการพักงานหรือถอนตัวอเล็กซ์ออกเลยทันทีก็ได้ แต่ผลเสียที่ตามมาก็คือความน่าเชื่อถือและเป็นมืออาชีพของทางโมเดลลิ่งจะถูกลดลง เพราะตอนนี้อดที่จะยอมรับไม่ได้เลยว่าอเล็กซ์นั้นกำลังโด่งดัง หากสั่งให้อีกฝ่ายหยุดพักงานตอนนี้ทางแบรนด์ที่เป็นคู่สัญญากันคงไม่พอใจอย่างแน่นอน มีหวังถูกฟ้องร้องจนถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลและเพราะอย่างนี้เขาจึงเลือกที่จะอดทนและให้โอกาสฝ่ายนั้นได้ปรับปรุงตัวตามที่ทางบอร์ดบริหารเสนอ 

(แล้วก็...มีอีกเรื่อง) แกเรนเสียงเครียดยิ่งกว่าเดิมจึงทำให้ปลายสายต้องเงียบและรอฟัง (ผมเพิ่งได้ยินข่าวลือว่าช่วงที่ผ่านมา...อเล็กซ์ได้ใช้สารเสพติดบางชนิดด้วย) ทันทีที่ฮานะได้ยินก็รู้สึกชาวาบที่หนังศีรษะลามลงไปที่ปลายเท้า...เพราะถ้านี่เป็นเรื่องจริงก็เท่ากับว่าฝ่ายนั้นทำผิดกฎข้อบังคับของทางโมเดลลิ่งอย่างรุนแรง... 

“...ไม่จริงใช่ไหมครับ” ฮานะถามย้ำอีกครั้งเพราะรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน 

(เรื่องนี้ผมยังไม่สามารถบอกได้ว่าจริงเท็จไหนเพราะมันเป็นแค่ข่าวลือจากคนกลุ่มน้อยเท่านั้น) ทางปลายสายถอนหายใจออกมายาวเหยียด (ตอนนี้ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวเสพจริง) 

ฮานะรู้สึกราวกับว่าถูกค้อนเหล็กหนักหลายตันทุบเข้าที่กลางศีรษะทุกอย่างดูมึนงงไปหมด...ในใจลึกๆ แล้วยังหวังว่าขอให้ทุกอย่างมันเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น...แม้ความรู้สึกผูกพันจะไม่หลงเหลือแต่เขาก็ไม่อยากเห็นอีกฝ่ายหมดอนาคตด้วยสิ่งนี้ 

“แล้ว...จะทำยังไงต่อไปครับ” 

(ก็คงต้องสังเกตพฤติกรรมและความประพฤติไปก่อน...ตอนนี้อเล็กซ์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นขืนปล่อยให้ข่าวนี้รั่วไหลคงกระทบหลายฝ่าย...แต่ถ้าถึงขั้นเสียการเสียงานผมก็คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดตามกฎของทางบริษัท) แกเรนเสียงเข้มขึ้น (...หวังว่าฮานะจะเข้าใจ) 

“ครับ...” ฮานะหยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะถอนหายใจออกมา “คุณแกเรนจัดการได้เลยไม่ต้องห่วงผม” 

(แน่ใจนะ...ว่าจะไม่ลองให้โอกาสเขาดูอีกครั้ง) แกเรนลองถามหยั่งเชิงเพราะรู้ดีว่าที่ผ่านมาฮานะนั้นรักอเล็กซ์มากแค่ไหน เขาก็แค่อยากมั่นใจ...ว่าหลังจากนี้อีกฝ่ายจะตัดขาดและตั้งต้นใหม่ได้จริงๆ เสียที... 

“ผมให้เขามามากพอแล้วล่ะครับ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหลังจากที่นึกถึงอดีตที่เลยผ่าน “…ไม่มีโอกาสอะไรอีกแล้ว” 

...อเล็กซ์ แอนเดอร์สัน เป็นเพียงแค่อดีตแล้วจริงๆ ... 

(ผมดีใจนะ...ที่ฮานะเลือกที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า) น้ำเสียงจากปลายสายยังคงอบอุ่นเหมือนอย่างเคย 

“ก็ปลายทางที่รออยู่...มันไม่ได้แย่สักเท่าไหร่นี่ครับ” ใบหน้าของใครบางคนที่เลือนรางอยู่กลับชัดเจนขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด 

(ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าข่าวลือที่ผมได้ยินมาก็เป็นเรื่องจริงน่ะสิ) ทางนั้นหัวเราะอย่างชอบใจจนทำให้คนที่รอฟังถึงกับต้องขมวดคิ้วมุ่น 

“ข่าวลืออะไรน่ะครับ” 

(ก็...เด็กเทรนด์กับคุณผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนกอดกันที่ลานจอดรถ มีอะไรอีกนะ...อ้อ นั่งจับมือกันที่ท่าเรือ อืม ถ้าผมจำไม่ผิดยังมี...) แกเรนเริ่มขุกคุ้ยข้อมูลที่ได้มาอย่างนึกสนุก 

“พอเลยครับ” ฮานะรีบออกปากห้ามเมื่อเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า 

...ให้ตายสิ ข่าวไวจริง...เห็นทีคงต้องระวังตัวมากกว่านี้ซะแล้ว 

หลังจากที่ฝ่ายนั้นขอตัววางสายไปฮานะก็ถือโอกาสนี้นั่งเล่นชมบรรยากาศและตากลมต่ออีกสักหน่อย สายลมที่พัดหอบเอาไอทะเลขึ้นมาทำให้รู้สึกเหนียวตัวเหนอะหนะจนต้องปลดกระดุมสามเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่อยู่เพื่อระบายอากาศ นัยน์ตากลมโตกวาดมองผิวน้ำไปเรื่อยเปื่อยอีกทั้งมือยังควานหาอะไรบางอย่างที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง ซองบุหรี่ที่เหลือเกือบครึ่งพร้อมกับไฟแช็กถูกหยิบขึ้นมาถือเอาไว้ ฮานะจ้องมันด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางมันลงที่ข้างตัวโดยไม่สนใจที่จะหยิบมันขึ้นมาสูบเหมือนอย่างเคย 

นี่เป็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เขาเริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่มีพีทเข้ามาอยู่ข้างกาย...ฮานะไม่ได้สูบบุหรี่จัดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และในหนึ่งสัปดาห์แทบจะนับวันที่เขาใช้มันได้เลยด้วย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนบุหรี่ซองหนึ่งแค่สองวันก็หมดเกลี้ยงแล้ว 

เหตุผลหนึ่งที่ไม่แตะก็เพราะกลัวว่าอาการโรคภูมิแพ้ของพีทจะกลับมากำเริบอีก...แม้นเจ้าตัวจะไม่เคยออกปากห้ามซ้ำยังบอกว่าตัวเองหายขาดแล้วแต่ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี 

...และอีกอย่างเขารู้ว่าพีทเป็นห่วง...แต่เพราะเจ้าเด็กตัวโตไม่อยากจะทำตัวเซ้าซี้ให้เขาเบื่อต่างหากเลยเลือกที่จะอดทน นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เข้าตั้งใจเลิกบุหรี่อย่างจริงจัง 

...เพราะอย่างน้อยๆ การที่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ ก็ไม่ใชเรื่องที่หนักหนาอะไรมากนักหรอก 

“ไง” เสียงทักคุ้นเคยที่อยู่ทางด้านหลังทำให้ต้องหลุดออกจากภวังค์ส่วนตัวโดยไว ฮานะหันไปมองบุคคลที่มาใหม่ก่อนจะรีบลุกหนีเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นเดินอ้อมมานั่งลงที่ม้านั่งตัวเดียวกัน แต่หนีไม่พ้นเมื่ออเล็กซ์เอื้อมมือมาดึงแขนเขาเอาไว้ก่อนจะออกแรงกระชากจนเสียหลักลงไปนั่งเกยอยู่บนหน้าตักของอีกฝ่าย 

“อเล็กซ์! ปล่อยนะ” ฮานะออกแรงดิ้นทันทีเมื่อถูกโอบลงที่บั้นเอวและถูกซุกไซ้ลงซอกคออย่างจาบจ้วง กลิ่นของแอลกอฮอลล์ผสมกับน้ำหอมประจำตัวฉุนจนเขารู้สึกมึนหัว...ดูท่าแล้วอเล็กซ์คงกำลังเมาได้ที่ 

“อยู่เฉยๆ น่า” เสียงทุ้มสั่นพร่าไปด้วยแรงอารมณ์ ยิ่งได้กลิ่นหอมสะอาดของผิวเนื้อขาวนวลเขาก็ยิ่งควบคุมตัวเองเอาไว้ไม่อยู่...ผิวของฮานะยังคงเนียนนุ่มลื่นมือเหมือนอย่างเคย แต่กลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนคงเป็นเพราะไม่มีกลิ่นของควันบุหรี่ผสมเจือปนอยู่ 

ปลายนิ้วร้อนลากผ่านบริเวณปลอกคอที่อีกฝ่ายสวมใส่ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏเมื่อได้รู้ว่าฮานะยังไม่ตกไปเป็นของคนอื่น... 

“ปล่อยฉัน...นายไม่มีมีสิทธิ์ทำแบบนี้” ฮานะรวบรวมแรงทั้งหมดผลักร่างที่ใหญ่กว่าออกห่างแต่ก็ไม่พ้นตัวมิหนำซ้ำยังถูกรวบข้อมือเอาไว้อย่างแน่นหนา ริมฝีปากร้อนระอุและลมหายใจที่รินรดอยู่ใกล้ผิวแก้มทำให้ต้องหดคอหนีตามสัญชาตญาณ ชีพจรที่คงที่เริ่มเต้นถี่รัวเมื่อความกลัวเริ่มจับกุมจิตใจ 

“แล้วใครมี” อเล็กซ์กดเสียงต่ำแววตาประกายกร้าวเต็มไปด้วยโทสะ “ไอ้หมอนั่นเหรอ หึ...น้ำหน้าอย่างมันจะทำอะไรได้ อย่างมากมันก็ทำได้แค่มองตาละห้อย...ไม่มีปัญญาที่จะทำให้นายพอใจได้หรอกน่า” ถ้อยคำดูถูกมากมายทำให้คนฟังรู้สึกชาที่ใบหน้า ฮานะกำมือแน่นก่อนจะออกแรงผลักอีกหนและคราวนี้กลับทำให้ฝ่ายหยุดชะงัก 

“รู้ไหมว่าอะไรทำให้ฉันเห็นถึงความแตกต่างระหว่างนายกับพีท” ฮานะจดจ้องไปในแววตาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาสวยกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า “เพราะยิ่งได้เห็นธาตุแท้ของนายมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าที่ผ่านมาฉันโง่งมงายแค่ไหน...และถ้าจะต้องเทียบกับเขาคนนั้น” 

“…” 

“คนอย่างนาย...เทียบเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” เพียงแค่พูดจบก็ถูกฝ่ายนั้นบีบเข้าที่สันกรามจนปวดร้าวลามไปถึงแกนสมอง อเล็กซ์จ้องตอบกลับด้วยแววตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยไฟโทสะก่อนจะยิ้มแสยะออกมา 

“หึ...ตรงไหนล่ะที่เทียบไม่ได้” ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงต่ำก่อนจะถือวิสาสะกดริมฝีปากลงไปที่เรียวปากสีสดหนหนึ่งแล้วดึงมือของอีกฝ่ายมาวางที่บริเวณเป้ากางเกงของตัวเอง “ถ้าหมายถึงตรงนี้ละก็ฉันมั่นใจนะว่าสู้ได้” 

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ” ฮานะมองกลับอย่างโกรธเคือง ยิ่งอีกฝ่ายทำตัวไร้มารยาทมากเท่าไหร่ความชิงชังมันก็มีมากขึ้นเท่านั้น 

“อยากจะรู้จริงๆ ว่าหมอนั่นมันยังจะรับได้ไหม” เสียงทุ้มกดต่ำ “...ถ้าต้องกินของเหลือจากผัวเก่าซ้ำไปซ้ำมา” รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นทันทีเมื่อลากมือลงมาที่อุปกรณ์ป้องกันตัวเองของพวกโอเมก้า 

“จะทำอะไร” ฮานะสัมผัสได้ถึงความไม่น่าไว้วางใจบางอย่าง...กับปลอกคอของเขาอเล็กซ์เคยพยายามปลดมันมาแล้วหลายครั้งต่อหลายครั้งแต่เขาสามารถเอาตัวรอดมาได้ตลอด...แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไป

...มันดูอันตรายมากกว่าทุกที..

“ไม่!”

ผลั่ก! 

วินาทีที่ฝ่ายนั้นเอื้อมมือมาแตะที่ข้างคอจู่ๆ ร่างของอเล็กซ์ก็ล้มลงไปที่พื้นด้านข้างอย่างแรงจนทรายบริเวณนั้นแตกกระจายออกไปคนละทิศก่อนร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนจะปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วชกเข้าไปที่ใบหน้าอย่างจังจนอเล็กซ์ล้มฟุบลงไปที่พื้น 

“เวรเอ๊ย!” ลิ่มเลือดถูกถ่มลงบนชายหาด นัยน์ตาสีฟ้าประกายโรจน์เมื่อจับจ้องไปยังฝ่ายตรงข้าม 

และเพียงแค่ชั่วพริบตาสันหมัดก็ถูกกระแทกเข้ากับใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างจังจนตัวเซเพราะอีกฝ่ายก็มีรูปร่างสูงใหญ่ไม่ต่างกัน 

“ไอ้ระยำ” อเล็กซ์ถ่มน้ำลายลงพื้นพร้อมกับสบถด่าอย่างแค้นเคือง 

“อเล็กซ์หยุดนะ!” ฮานะร้องเสียงหลงเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นอาศัยจังหวะที่พีทกำลังมึนเบลอถีบเข้าที่กลางท้องก่อนจะคว้าเอาท่อนไม้ที่อยู่บริเวณนั้นขึ้นมาถือเอาไว้เตรียมทำร้ายร่างกายอีกฝ่าย ในตอนที่อเล็กซ์หวดไม้เข้าไปโชคดีที่พีทไหวตัวหลบทัน เด็กหนุ่มถอยออกมาให้มีระยะห่างก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าที่ข้อพับขาของอีกฝ่ายจนล้มทรุดลงไปบนพื้น พีทอาศัยจังหวะนั้นเตะท่อนไม้ออกไปให้พ้นมือแล้วกระชากคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาชกไม่ยั้ง 

ไร้ซึ่งคำพูดอื่นใด มีเพียงน้ำหนักของกำปั้นเท่านั้นที่ทำหน้าที่แทนคำสบถและความโกรธที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ 

“พีท...พอแล้ว” ฮานะเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาเพราะไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าเอาไว้ได้ เขาทั้งร้องห้ามและร้องขอความช่วยเหลือจนลำคอแห้งผากแต่ก็ไม่สามารถหยุดคนทั้งคู่ได้ 

พีทในตอนนี้เหมือนเป็นใครอีกคนที่เขาไม่รู้จัก...จากคนที่อ่อนโยนและใจเย็นมาโดยตลอดกลับดูเดือดดาลจนไม่น่าเข้าใกล้ ยิ่งฝ่ายนั้นไม่พูดเอาแต่รัวหมัดใส่อเล็กซ์อย่างเดียวนั้นก็ยิ่งทำให้พีทดูน่ากลัวขึ้นไปอีก ทั้งสองคนตะลุมบอนกันจนพื้นทรายบริเวณนั้นมีหยดเลือดบางส่วนซึมผ่าน 

แต่ก่อนที่เหตุการณ์ทุกอย่างจะเตลิดไปกันใหญ่ทีมงานที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็จัดการจับตัวแยกทั้งสองคนออกห่างจากกันอย่างทุลักทุเลเพราะเรี่ยวแรงของทั้งสองนั้นมีมากจนผู้ชายตัวใหญ่ๆ สามสี่คนเกือบจะห้ามเอาไว้ไม่อยู่ ต่างฝ่ายต่างสภาพดูไม่จืดด้วยกันทั้งคู่ทั้งคิ้วแตกปากแตกหน้าช้ำกันไปตามระเบียบ 

“อเล็กซ์ไหนคุณบอกจะกลับห้องไปพักผ่อน...แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น” ผู้กำกับที่อาวุโสที่สุดเอ่ยถามเสียงเครียด ก่อนหน้านี้เพียงไม่นานพีทขอตัวออกมาตามหาฮานะเพราะเห็นว่าไม่กลับมาที่โต๊ะเสียที แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงฮานะร้องลั่นขอความช่วยเหลือทุกคนเลยรีบวิ่งมาที่จุดเกิดเหตุ...นับว่าโชคดีที่มาห้ามเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นเรื่องคงบานปลายไปมากกว่านี้ 

“มันต่อยผมก่อน” อเล็กซ์ออกปากอย่างฉุนเฉียวก่อนจะถ่มเลือดลงบนพื้นทั้งที่ตายังคงจับจ้องอยู่กับคู่อริ 

“จริงหรือเปล่าพีท” ด้วยความที่เป็นคนกลางเขาจึงไม่อยากจะฟังความข้างเดียว แต่อีกฝ่ายกลับไม่พูดอะไรออกมาและทำเพียงพยักหน้ารับสารภาพอย่างยอมรับผิด เมื่อเห็นดังนั้นผู้กำกับก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะพยักหน้าอย่างปลงตก “ผมจะไม่ถามนะว่าพวกคุณทะเลาะกันเรื่องอะไร” เขาพูดเสียงเข้ม “เอาไว้กลับไปที่บริษัทเมื่อไหร่คงต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ทางคุณแกเรนได้ทราบ” 

“ผมไม่ผิด...มันหาเรื่องก่อน” อเล็กซ์ยังคงโวยวายอย่างไม่ยอมแพ้แต่กลับถูกผู้กำกับปรามดุเอาไว้ 

“นั่นเป็นเรื่องที่คุณต้องไปอธิบายให้คุณแกเรนฟังไม่ใช่ผม” เขาตัดบทเอาไว้แค่นั้น ไม่สนใจสายตาโกรธเคืองที่อีกฝ่ายมองมา “เอาล่ะ ไปพักผ่อนได้แล้ว...พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับกันแต่เช้า” 

หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปฮานะก็หันมามองคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกาย 

พีทมองต่ำลงไปที่พื้น จังหวะการหายใจหนักแน่นราวกับเจ้าตัวกำลังอดทนอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างอยู่ สันหมัดที่เปื้อนเลือดนั้นกำแน่นเข้าหากันจนสั่นเทา เห็นดังนั้นฮานะจึงวางมือลงบนท่อนแขนของอีกฝ่ายแผ่วเบาเพื่อเป็นการปลอบประโลมทางอ้อม 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกมาจู่ๆ กลับถูกดึงเข้าไปกอดเอาไว้จนใบหน้าฝังซุกลงไปบนแผ่นอกกว้างชื้นเหงื่อฮานะได้ยินเสียงจังหวะชีพจรที่เต้นรัวเร็วออกมาจนต้องยกมือขึ้นทาบเอาไว้ เขาถูกกอดอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานานหลายสิบนาทีโดยที่พีทไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว 

เด็กหนุ่มเอาแต่วางคางลงบนศีรษะและกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นราวกับกลัวว่าคนในอ้อมกอดจะหนีหายไป 

“พีท...ฉันไม่เป็นไร” ฮานะบอกเสียงแผ่วอีกทั้งยังพยายามลูบหลังปลอบให้อีกฝ่ายใจเย็นลง 

...พีทกำลังพยายามควบคุมสติอารมณ์ให้กลับคืนมาเป็นปกติ 

“...ถ้าผมมาช้ากว่านี้” เสียงทุ้มต่ำพึมพำอยู่ด้านบน ฝ่ายนั้นกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นจนเขาเริ่มจะหายใจได้ลำบาก...แรงเยอะชะมัดเลย “ผมไม่น่าปล่อยให้ฮานะมาคนเดียวเลย” 

“ไม่เป็นไรนะ” ฮานะหลับตาลงเพื่อฟังเสียงจังหวะหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นตามปกติ “ฉันผิดเองที่ไม่เชื่อเธอ” ใบหน้าสวยเงยขึ้นไปหาก่อนจะยืดตัวขึ้นจูบที่บริเวณปลายคางอย่างอ้อยอิ่ง 

...จูบซ้ำไปมาเพื่อดูดซับความว้าวุ่นใจและช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวด 

“ผมขอโทษ” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นแนบลงข้างใบหน้าก่อนปลายนิ้วจะเกลี่ยไล้ข้างริมฝีปากอิ่มอย่างรู้สึกผิด นัยน์ตาสีเข้มทอประกายเศร้าเมื่อได้เห็นว่าสิ่งที่มีค่าของตนกำลังจะถูกคนอื่นทำลายลงไปต่อหน้าต่อตา 

...ถ้าเกิดว่ามันเกิดขึ้นจริง...เขาจะไม่ให้อภัยตัวเองอีกเลยตลอดชีวิต.. 

“ชู่ว...ไม่เป็นไร” ฮานะเอียงหน้าซบเข้ากับมืออุ่นก่อนจะช้อนตาขึ้นมองพร้อมกับรอยยิ้มบางเบาเพื่อให้อีกฝ่ายได้คลายความกังวลลง “ฉันไม่เป็นไร...อย่าโทษตัวเองเลยนะ” 

“...” 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” เขายกมือขึ้นบีบข้างใบหน้าของเจ้าเด็กตัวสูงเหมือนอย่างที่ชอบทำเสมอตอนที่อีกฝ่ายหน้าบึ้ง ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมากุมมือใหญ่เอาไว้พร้อมกับจรดจูบลงไปแผ่วเบา “…เธอช่วยฉันลบมันได้นะ” 

แสงของดวงจันทร์ที่สะท้อนสาดส่องเข้ามาในดวงตากลมโตทำให้เห็นประกายวาบหวามที่ทำให้คนมองนั้นต้องนิ่งงันราวกับกำลังตกอยู่ในภวังค์ เด็กหนุ่มมองตามเรียวปากสีสดที่ค่อยๆ กดจูบไปตามข้อนิ้วของเขาก่อนฟันขาวจะขบมันแผ่วเบาตอนที่เจ้าตัวช้อนตาขึ้นมามองกัน 

“...” 

“พีท” เสียงที่มากไปด้วยเสน่ห์ถามย้ำอีกครั้ง “...ช่วยลบความทรงจำวันนี้ให้ฉันได้ไหม” 

…แทนคำตอบทั้งหมดก็ถูกช้อนตัวขึ้นอุ้มแนบอกจนลอยเหนือพื้น 

ฮานะไม่มีท่าทีตกใจแม้สักนิดตรงกันข้ามกลับยกแขนขึ้นคล้องรอบลำคอแกร่งก่อนจะซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้างที่อบอุ่นสำหรับเขาเสมอ… 

 

___________________________________ 

 

คนที่ทุกคนคิดถึง(?)ได้กลับมาแล้วค่าา 

ฮือออออ ด่าอเล็กซ์ได้แต่อย่าด่าพันไมล์นะคะ ฮือ แล้วก็ขอความกรุณาไม่ใช้คำหยาบน้า /กราบแนบตัก 

ขอให้ทุกคนเชื่อใจฮานะและเด้นเยอะๆน้า มาเอาใจช่วยทั้งสองคนด้วยกันนะคะ <3 

 

ว่าแต่...ฮานะจะล่อลวงลูกเราอีกแล้วเด้นไม่รอดแน่ /เซฟน้องพีท 

ฝากเม้นต์เป็นกำลังใจให้เด้นด้วยนาคับบ หรือจะมาพูดคุยกันที่แท็ก #ดอกไม้ของพีท ในTwitter ก็ได้เน้อ 

ความคิดเห็น