โซซอล
facebook-icon

ชินยา สาวชาวบ้านฐานะยากจน แต่เบื้องหลังคือนักล้วงกระเป๋าฝีมือดีไปล้วงกระเป๋าของฮอน เมื่อนางโดนจับได้ นางจึงเผลอกลืนแหวนลงคอแล้วหนีไป แต่แล้วทั้งคู่ก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ชินยาสลับตัวกับน้องสาวที่โดนบังคับให้ไปปรนนิบัติชายสูงศักดิ์ หากใครจะเชื่อว่าผู้สูงศักดิ์คนนั้นคือฮอน!

ตอนที่ 4-3 มุ่งหน้าสู่แทวังซอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-3 มุ่งหน้าสู่แทวังซอง

คำค้น : เล่ห์รักจอมโจรสาว นิยายแปลเกาหลี ย้อนยุค ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 462

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-3 มุ่งหน้าสู่แทวังซอง
แบบอักษร

 

 

ฝีเท้าของเซยอนช่างหนักอึ้ง 

 

‘เห็นว่าดีก็เลยตามไปด้วยน่ะสิ’ 

 

คำพูดสุดท้ายของชายชราชุนจางยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเซยอน 

ไม่ เป็นไปไม่ได้ 

เซยอนส่ายหัว จะต้องมีสาเหตุอะไรแน่นอน ต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ 

เดี๋ยวก็ติดต่อมา ถ้ารออยู่ที่บ้านเดี๋ยวท่านพี่ก็จะมารับ ท่านพี่ไม่เคยผิดสัญญาเลยสักครั้ง 

ใช่แล้ว ชินยาคือคนที่เชื่อถือได้ หากสัญญาอะไรออกไปก็จะรักษาสัญญานั้นอย่างแน่นอน เมื่อนึกถึงนิสัยของพี่สาว เซยอนจึงเชื่อว่าในไม่ช้าชินยาจะปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้ม ฝีเท้าที่เคยหนักอึ้งจึงค่อยๆ เบาขึ้นทีละน้อย 

อย่างไรก็ตามโชคดีที่พี่สาวยังปลอดภัย แม้จะก่อความผิดอันใหญ่หลวงโดยการหลอกเจ้าที่ดิน แต่ทั้งชินยาและเซยอนก็ยังไม่เป็นอะไร เพียงแค่นี้ก็พูดได้เลยว่าทั้งสองโชคดีมากพอสมควร 

นั่นสิ เอาแบบนี้แหละ ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับทั้งท่านพี่และข้า! 

เซยอนปลอบใจตัวเองแล้วรีบเดินเพื่อกลับถึงบ้านก่อนพระอาทิตย์ตกดิน เพราะว่าออกมาโดยที่ยังไม่ทันได้เตรียมอาหารเย็นจึงกลัวว่าพ่อจะตวาดใส่ ด็อกซานมักจะโมโหเวลาหิว เซยอนหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นว่าตัวเองกังวลเรื่องอาหารเย็นโดยไม่รู้ตัว ความกังวลเล็กๆ น้อยๆ นี้ทำให้นางรู้สึกว่าได้กลับมาสู่ชีวิตปกติแล้ว 

เมื่อเปิดประตูไม้และก้าวเข้าไปในลานบ้านก็เห็นว่าด้านในนั้นวุ่นวายไปหมด ไม้ค้ำที่ผูกเชือกตากผ้าไว้ล้มลงจนหักครึ่ง ส่วนไหต่างๆ ที่หมักเครื่องปรุงเอาไว้ก็แตกหมด ด็อกซานทรุดนั่งอยู่ท่ามกลางซากเหล่านั้นและกำลังดื่มเหล้าอยู่โดยที่ถือขวดเหล้าในมือ ส่วนคุณฮันก็กำลังกวาดพื้นและทำความสะอาด 

“ท่านพ่อ นี่มัน...” 

ด็อกซานวิ่งมาหาและกระชากผมของลูกสาว ก่อนที่เซยอนจะพูดจบ 

“ชินยา นังนั่นอยู่ที่ไหน เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่านังชินยาอยู่ที่ไหน” 

“โอ๊ย! ท่านพ่อทำเช่นนี้ทำไมเจ้าคะ เจ็บเจ้าค่ะ!” 

เซยอนตกใจจนร้องตะโกนออกมา 

“นี่ เจ้าคิดว่าเซยอนจะรู้อะไรงั้นหรือ ถึงไปกระชากนางเช่นนั้น นางเพิ่งลำบากมาจากการไปปรนนิบัติผู้สูงศักดิ์นะ” 

คุณฮันพูดพลางดึงมือของด็อกซานออก ด็อกซานจึงปล่อยมือ 

“นั่นสินะ เซยอนคงจะไม่รู้” 

เมื่อคืนด็อกซานกับคุณฮันทิ้งบ้านไว้แล้วมัวแต่ไปเล่นพนันด้วยเงินที่ได้มากันอย่างสนุกสนาน ด้วยเหตุนั้นพวกเขาจึงไม่รู้ความจริงที่ว่าชินยาไปบำเรอแทนน้องสาว 

“เจ้าคงเหนื่อยมากสินะ” 

ด็อกซานเดินโซเซและตบไหล่เซยอนเบาๆ เซยอนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลออกมา ท่านพ่อใจร้ายมาก นางรู้สึกไม่พอใจท่านพ่อที่ไม่สนใจใยดีเลยว่าเมื่อวานกับวันนี้นางและท่านพี่เจอเรื่องอะไรมาบ้าง เซยอนเกร็งดวงตาและพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ 

“เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ” 

เซยอนเอ่ยถามคุณฮันพร้อมกับมองไปรอบๆ 

“เฮ้อ” 

“นังตัวดี ถ้ากลับเข้ามาอีกล่ะก็ ข้าจะหักข้อมือทิ้งซะเลย” 

คุณฮันถอนหายใจ ส่วนด็อกซานก็ด่าอย่างสาดเสียเทเสีย 

“พี่สาวเจ้าก่อเรื่องน่ะสิ เมื่อกี้นี้มีพวกร่างยักษ์จากร้านเสริมสวยพรวดพราดเข้ามา แล้วบอกว่าชินยาขโมยวิกผมที่มีราคาแพงมากไป เจ้าของร้านเสริมสวยก็เลยเข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรงและบอกให้ชดใช้ค่าเสียหาย เหลือเชื่อไปเลย! เหรียญเงินสิบมุนมันสมเหตุสมผลหรือไม่เล่า กับแค่ผมปลอม?” 

ด็อกซานที่กำลังฟังคุณฮันพูดก็รู้สึกโกรธขึ้นมาอีกครั้งจึงยกขวดเหล้าขึ้นมากระดกอึกๆ 

“ไม่สิ เสียดายอะไรกับเส้นผมที่ขายไปถึงได้ขโมยมันกลับมา อย่างไรเดี๋ยวผมก็ขึ้นใหม่แท้ๆ ถึงอย่างนั้นนางก็เป็นนังตัวแสบที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรในชีวิตข้าอยู่ดี” 

ด็อกซานบ่นพึมพำ สีหน้าของเซยอนซีดเซียวขึ้นและนึกถึงวิกผมที่ชินยาใส่มาเมื่อวาน 

เป็นเพราะข้า 

“แย่แล้ว เซยอน ทำไมเจ้าหน้าซีดเช่นนั้น รีบเข้าไปพักผ่อนเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวข้ากับพ่อของเจ้าจะจัดการเก็บกวาดเอง” 

คุณฮันดันหลังของเซยอน เซยอนเข้าไปในห้องและทรุดตัวนั่งพิงผนัง เมื่อมองไปรอบๆ ภายในห้องก็เห็นสะดึงที่ชินยาเคยใช้ เซยอนลูบสะดึงอันนั้นที่ถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวไร้เจ้าของ ความจริงที่ว่าตอนนี้ท่านพี่ไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้วถูกฝังเข้าไปถึงส่วนลึกของจิตใจ และในตอนนั้นเองความเหงาและความหวาดกลัวที่ยากจะควบคุมได้ก็หลั่งไหลเข้ามา 

“ท่านพี่..” 

เซยอนน้ำตาไหลออกมา 

 

* * * 

 

ม้าทั้งหาตัวกำลังวิ่งพร้อมกับก่อฝุ่นสีขาวตลบอบอวลไปทั่วบนถนน ชินยารู้สึกมึนหัวและเจ็บก้นทุกครั้งที่ม้าใช้กีบเท้าเตะพื้นดิน นางเกิดอาการวิงเวียนศีรษะและปวดเมื่อยหลัง ตั้งแต่เกิดมานางก็เพิ่งเคยขี่ม้าเป็นครั้งแรก แต่ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ไม่สนใจและไม่ได้มีความคิดที่จะค่อยๆ เดินทางไปอย่างช้าๆ เลยสักนิด 

ฮอนขี่ม้าอย่างใจเย็นอยู่ข้างหน้ากลุ่ม อูซาที่ตามอยู่ข้างหลังเร่งความเร็วขึ้นเล็กน้อยจนม้าของเขาขึ้นมาตีคู่กับม้าของแม่ทัพใหญ่ 

“ตอนนี้เจ้าที่ดินมาคงจะเจ็บแค้นใจน่าดูนะขอรับ” 

เมื่ออูซาอมยิ้มและเปิดฉากสนทนา ฮอนจึงดึงบังเหียนม้าแล้วลดความเร็วลงเล็กน้อย อูซาเองก็พลอยลดความเร็วตามไปด้วย ชินยาจึงรู้สึกเหมือนได้มีชีวิตอยู่ต่อ 

“ทรัพย์สมบัติที่เก็บรวบรวมมาด้วยการขูดรีดการเช่าที่ดินทำการเกษตรเป็นเวลาหลายปีปลิวหายไปในพริบตา ก็คงจะช้ำใจน่าดู" 

ฮอนตอบด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง 

บทสนทนาของพวกเขาทำให้ชินยาคิดว่าโลกใบนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ ดังคำที่เขาว่ากันว่าการแก้แค้นของตนให้คนอื่นทำให้ ฮอนที่หลอกลวงเอาทรัพย์สมบัติที่เจ้าของที่ดินมาขูดเลือดขูดเนื้อจากการเช่าที่ดินทำการเกษตรนั้นดูน่าทึ่งมาก 

ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ชนชั้นสูงธรรมดาจริงๆ 

เจ้าที่ดินมาคือบุคคลที่น่าทึ่งซึ่งสามารถทำให้นัมฮยอนซองสั่นสะเทือนได้เพียงแค่ส่ายหัวครั้งเดียว แต่แม้แต่เจ้าที่ดินมายังต้องถูมือไปมาพร้อมกับประจบสอพลอเขา และถึงจะถูกขโมยทรัพย์สมบัติที่เป็นดั่งเลือดเนื้อก็ตามแต่ไม่สามารถปริปากพูดได้ ชินยาจึงคาดเดาไม่ออกเลยว่าระดับชนชั้นของเศรษฐีผู้นี้สูงศักดิ์สักแค่ไหน ถ้าโดนเขาจับได้ว่าโกหกล่ะก็คงจะได้ขึ้นไปทักทายท่านยมบาลแน่นอน 

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหนี 

“เจ้าติดตามดูใช่หรือไม่” 

“ขอรับ คำพูดของท่านแม่ทัพใหญ่ถูกต้องขอรับ ชายชรานามว่าชุนจางได้ออกไปจากคฤหาสน์อย่างลับๆ เมื่อกลางดึก และติดต่อกับกลุ่มที่ลักลอบนำเข้าของขอรับ” 

“ถ้วยชาเซรามิกคือสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ถ้าหากไม่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มพวกลักลอบนำเข้าของ ก็เลยไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องติดต่อไปหาฝั่งนั้นสินะ” 

“ถูกต้องขอรับ” 

อูซาพยักหน้า 

“คงจะต้องแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มอย่างระมัดระวังโดยไม่ให้ฝั่งนั้นสังเกตเห็นได้สินะ” 

“ไม่ต้องห่วงขอรับ ชังฮวารับงานนี้ไว้แล้ว อีกเดี๋ยวก็คงจะติดต่อมาขอรับ ว่าแต่เจ้าหนูนี่คือใครหรือขอรับ” 

อูซาหันไปมองชินยาที่นั่งยึกยักอยู่ข้างหลังตัวเองแล้วเอ่ยถาม คำถามนั้นทำให้ฮอนหันไปมองชินยาแวบหนึ่ง สายตานั้นดูหนักใจ ชินยาจึงก้มหัวพร้อมกับหลบสายตา 

“โจรขโมยแหวนน่ะ” 

ฮอนพูดพร้อมกับยิ้มออกมา 

“ว่าอย่างไรนะขอรับ ถ้าเช่นนั้นเจ้าหนูนี่ก็คือโจรล้วงกระเป๋าที่ฉลาดหลักแหลมคนนั้นหรือขอรับ แต่จะปล่อยไว้เฉยๆ อย่างนี้หรือขอรับ น่าจะตัดมือเสียให้ขาด ท่านแม่ทัพใหญ่อ่อนข้อให้เกินไปแล้วนะขอรับ” 

อูซาจิ๊ปากไม่พอใจพลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแล้วหันไปมองข้างหลัง ใบหน้าที่จ้องมองข้อมือของโจรล้วงกระเป๋าที่จับชายเสื้อของตนอยู่นั้นดูน่ากลัวราวกับอสูร ชินยากลัวจึงค่อยๆ ปล่อยชายเสื้อแล้วซ่อนมือไว้ด้านหลัง นั่นทำให้นางเซไปมาจนเกือบกลิ้งตกจากหลังม้า 

“ฮ่าๆ กลัวงั้นรึ เจ้าเด็กน้อย รู้ไว้ด้วยว่าเจ้าน่ะโชคดีมากนะ เพราะว่าท่านแม่ทัพใหญ่มีจิตใจดี ข้อมือของเจ้าก็เลยยังติดอยู่กับแขนอยู่ แต่ถ้าใช้มือเล่นกลอะไรอีก ตอนนั้นไม่ว่าท่านแม่ทัพใหญ่จะพูดว่าอะไรก็ตาม อูซาคนนี้จะตัดข้อมือเจ้าให้เอง” 

อูซากล่าวพร้อมกับหัวเราะดังลั่น ฮอนมองชินยาและยิ้มให้เล็กน้อย 

“อูซาอย่ารุนแรงนักสิ เจ้าจะทำให้กลัวหรืออย่างไร” 

ชิ ทำมาเป็นนึกถึง ไม่ใช่แค่ข้อมือหรอกที่อยากจะตัดน่ะ แต่คิดจะตัดคออยู่ตลอดเวลาที่ไม่พอใจน่ะสิ 

ชินยาบ่นพึมพำในใจและมองใบหน้าหล่อเหลาของฮอนที่ดูเป็นคนดี นางยังคงไม่ลืมว่าฮอนเคยตัดคอของชายมีไฝอย่างเลือดเย็น จะโดนหลอกด้วยรอยยิ้มละมุนนั้นไม่ได้ เช่นเดียวกับที่เห็ดพิษมักจะมีความสวยงามกว่าเห็ดทั่วไป 

หลังจากวิ่งตามถนนที่ผู้คนบางตาต่อไปอีกประมาณหนึ่งชั่วยามก็เห็นธงบอกจุดพักอยู่ไกลๆ กลิ่นหอมน่าอร่อยที่รั้งขาของผู้เดินทางไว้ก็ลอยมาตามลมเช่นกัน โครกคราก เมื่อได้กลิ่นหอม ท้องของชินยาก็ร้องออกมาทันที เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเช้าด้วยจึงทำให้หิวยิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนว่าฮอนจะได้ยินเสียงนั้นจึงหันหลังมาและพูดกับอูซา 

“หาอะไรกินรองท้องกันสักพักค่อยไปต่อเถอะ” 

เป็นคำพูดที่น่ายินดีที่สุดในบรรดาคำพูดที่เคยได้ยินมา เมื่อถึงหน้าโรงเตี๊ยม ฮอนจึงลงจากหลังม้า บรรดาคนจากโรงเตี๊ยมออกมาต้อนรับลูกค้าอย่างวุ่นวาย อูซาก็ลงมาจากม้าเช่นกัน ขณะที่อูซากำลังจะช่วยให้นางลง แต่ชินยากลับคว้าบังเหียนม้าไว้อย่างรวดเร็ว 

“ควบไปเลย!” 

ชินยาเตะท้องม้า ม้าที่ตกใจส่งเสียงร้องฮี้ดังลั่นก่อนจะเริ่มออกตัววิ่งไปบนถนน แม้จะเพิ่งเคยขี่ม้าเป็นครั้งแรก แต่ชินยาก็คอยดูอูซาขี่ม้าอย่างตั้งอกตั้งใจจากทางด้านหลัง ถ้าขี่ได้ดีก็น่าจะสามารถทิ้งระยะห่างไปได้ 

เมื่อหันไปข้างหลังจึงเห็นว่าฮอนกับอูซากำลังมองมาทางนี้อย่างมึนงงราวกับไก่ตาแตก ชินยาจึงหัวเราะคิกคัก 

“ไปเลย ไปเลย!” 

ชินยาสะบัดบังเหียนพร้อมกับเร่งม้า แต่ทว่าเสียงกีบม้าก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวฮอนก็ไล่ตามหลังมาติดๆ ชินยาตัดสินใจอย่างเร่งด่วน นางเบนหน้าออกจากถนนและเข้าไปในป่า เนื่องจากนางเป็นแค่มือใหม่ ส่วนเขาเป็นมืออาชีพ จึงคิดว่าเส้นทางในป่าที่ขรุขระน่าจะได้เปรียบกว่าพื้นราบ 

“ไปเลย! รีบไปสิ เร็วเข้า!” 

ความรีบร้อนทำให้ชินยาเตะท้องม้าอย่างแรง ม้าจึงเพิ่มความเร็วและเริ่มวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนเหมือนกับจะทำชินยาตก ลมพัดฟิ้วไปตีแก้มของชินยา แม้จะรู้สึกกลัวอยู่นิดหน่อยว่าจะหล่นจากม้า แต่ชินยาก็รู้สึกตื่นเต้น ลมเย็นสบายกับต้นไม้ที่เฉียดผ่านไปอย่างต่อเนื่อง นางรู้สึกสบายใจราวกับว่าความกดดันทั้งหมดที่มัดตัวเองอยู่ถูกคลายออก 

“หยุดนะ!” 

ฮอนตะโกนมาจากด้านหลัง 

ชิ คิดว่าข้าโง่นักหรือไง ถ้าจะหยุดก็หยุดเองสิ! 

ชินยาหันไปข้างหลังและแลบลิ้นใส่ ทำให้ฮอนโมโหขึ้นมา 

“ฝั่งนั้นเป็นหน้าผานะ!” 

ฮอนตะโกนขึ้นอีกครั้ง 

โกหก! 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น