Maysaya
email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 103

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9k

ความคิดเห็น : 128

ปรับปรุงล่าสุด : 09 พ.ย. 2562 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 103
แบบอักษร

วันรุ่งขึ้นหลิวเทียนก็พาทุกคนในกลุ่มมารายงานตัวกันที่ลานหน้าท้องพระโรง

“ในตอนนี้ยามเฉินแล้วขอปิดการลงทะเบียน กลุ่มที่ลงทะเบียนแล้วขอเชิญมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าด้วย” เสียงของขันทีประกาศขึ้น

ทุกกลุ่มที่ละทะเบียนแล้วต่างก็มาเข้าแถวที่ด้านหน้า เยว่เล่อสังเกตว่าในตอนนี้จำนวนคนลดลงไปจากวันแรกมากนักในตอนนี้มีจำนวนกลุ่มที่ผ่านเข้ามาจนถึงรอบนี้ไม่ถึงยี่สิบห้ากลุ่มเสียด้วยซ้ำ

“ฝ่าบาทเสด็จ” เสียงบันทีประกาศขึ้นจากหน้าลาน

ฮ่องเต้เสด็จมาตามทางและขึ้นบนแท่นประทับ

“ถวายพระพรฝ่าบาท ของพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี” เสียงถวายพระพรดังขึ้นทั่วลาน

“ลุกขึ้น” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น “เมื่อพร้อมแล้วเชิญขันทีดำเนินการต่อได้” ฮ่องเต้รับสั่ง

“ต่อไปจะเป็นการประลองรอบที่สาม ของให้ทุกกลุ่มไปประจำตำแหน่งที่ได้ลงทะเบียนเอาไว้ด้วย” เสียงของขันที่ประกาศขึ้น

ทุกกลุ่มต่างก็เดินไปที่ผลึกที่ตั้งอยู่ตามจุดต่างๆที่ห่างกันเป็นระยะรอบๆลานและมีหมายเลขกำกับไว้ตามลำดับที่ตัวเองได้ลงทีเบียนไว้

เยว่เล่อลองสำรวจมันแล้วคิดว่ามันน่าจะเป็นแกนอาคมหรืออะไรสักอย่าง และตรงกลางลานก็มีผลึกขนาดใหญ่มากๆตั้งอยู่ด้วย

“ต่อไปจะเป็นการอธิบายกฎในการแข่งรอบนี้ เราจะมีนักอาคมมาประจำรอบๆลานและสร้างเขตอาคมขึ้น แก่นผลึกที่ตั้งอยู่กลางลานจะสร้างสัตว์อสูรระดับต่างๆขึ้นมาซึ่งพลังของพวกมันจะเท่ากับสัตว์อสูรของจริง พวกมันจะมุ่งเข้าไปทำลานผลึกขนาดเล็กที่พวกท่านประจำตำแหน่งอยู่ จงป้องป้องผลึกของตัวเองให้ปลอดภัยจากสัตว์อสูร” เสียงของขันที่ประกาศขึ้น

ทุกคนต่างก็ฮือฮาในที่สุดพวกเขาจะได้ต่อสู้ต่อหน้าทุกคนจริงๆเสียที

“เราจะให้คะแนนตามระดับของสัตว์อสูรที่สังหารได้ ถ้ากลุ่มไหนสังหารสัตว์อสูรระดับสูงได้เยอะคะแนนก็จะเยอะตามและจะหยุดให้คะแนนเมื่อผลึกของท่านถูกทำลาย หลังจากจบการประลองกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุดสี่กลุ่มจะได้เข้ารอบต่อไปเพื่อเข้าร่วมประลองหาผู้ชนะเลิศในวันพรุ่งนี้” ขันทีประกาศขึ้น

ทุกคนต่างก็ฮือฮาถ้าวันนี้เข้ารอบไปได้พรุ่งนี้ก็จะได้ประลองและอาจจะชนะแล้วได้รับตำแหน่งรัชทายาทก็เป็นได้

นักอาคมจำนวนหลายคนต่างก็เข้ามาล้อมรอบลานประลองและสร้างเขตอาคมขึ้นรอบๆ

“พวกเจ้าต้องรู้จักแบ่งหน้าที่ให้คนในกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันป้องกันผลึก” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น

“เราจะให้เวลาทุกกลุ่มปรึกษากันเป็นเวลาหนึ่งเค่อจากนั้นนักอาคมจะปล่อยสัตว์อสูรออกมาจากแก่นผลึกอันใหญ่กลางลาน” ขันที่บอก

 

“เยว่เล่อเจ้าเฝ้าผลึกเอาไว้ห้ามใช้กระบี่ของเจ้าโดยเด็ดขาดที่เหลือให้พวกเราจัดการเอง” หลิวเทียนพูดขึ้น

“ทำไมเล่า” เยว่เล่อถามขึ้น

“พลังของเจ้าร้ายกาจถ้าใครรู้อาจจะหาทางหาผลประโยชน์จากเจ้าได้ แถมพวกขุนนางจำนวนมากต่างก็เข้ามาร่วมดูอยู่ด้วยคนพวกนี้มีแต่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่หวังจะหาแต่ประโยชน์ให้ตัวเองเพียงเท่านั้น” หลิวเทียนบอก

“ข้าก็คิดเหมือนพี่หลิวเทียนนะ เจ้านั่งเฉยๆเฝ้าผลึกเถอะ” หยางหลูพูดขึ้น

“ใช่แล้วขอรับ เรื่องต่อสู้ให้พวกเราจัดการเองคุณชายไม่ต้องห่วง” ฮุ่ยเหอว่าขึ้น

“เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ต้องติดหนึ่งในสี่ทีมด้วยนะ” เยว่เล่อบอก

“หมดเวลาวางแผนแล้ว การประลองในรอบนี้จะสิ้นสุดในยามเซิน(15:00-16:59)เริ่มการประลองได้” ขันทีประกาศขึ้น

หลังจากที่ขันที่ประกาศสัตว์อสูรที่ถูกสร้างด้วยแกนผลึกอาคมขนาดใหญ่ตรงกลางลานก็ปรากฏออกมารอบๆแกนผลึกจากนั้นพวกมันก็วิ่งไปที่แกนผลึกอันเล็กที่กลุ่มต่างๆปกป้องอยู่

สัตว์อสูรต่างๆมีตั้งแต่ระดับหนึ่งไปจนถึงระดับสูงซึ่งมันจะออกมาจากแก่นผลึกแบบสุ่มและวิ่งไปตาทางต่างๆ เมื่อสังหารสัตว์อสูรได้คะแนนจะขึ้นตามระดับของมันเช่นสังหารระดับหนึ่งก็จะได้หนึ่งคะแนน

เยว่เล่อเรียกโต๊ะเตี้ยและกาชาออกมาตรงหน้าผลึกพร้อมกับนั่งจิบชาและมองการต่อสู้ไปด้วย

กฎในรอบนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากสังหารสัตว์อสูรให้ได้มากๆและป้องกันผลึกของตัวเองจะสังหารด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่

 

“บังอาจนักทั้งที่คนอื่นกำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรแท้ๆแต่เขากลับนั่งจิบชาถือเป็นการไม่ให้เกียรติการประลองฝ่าบาทควรจะลงโทษเขา” เสียงของขุนนางคนหนึ่งพูดขึ้น

“ใช่แล้ว แต่ข้าก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ก็เขาเป็นคนขององค์ชายสี่นี่ กระหม่อมคิดว่าเราไม่น่าจะให้องค์ชายสี่เข้าร่วมตั้งแต่แรกแล้วเพราะเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์” ขุนนางอีกคนพูดขึ้น

“พวกเจ้าพูดเรื่องอะไรกัน” ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น “เราไม่ได้บอกว่าทุกคนในกลุ่มต้องต่อสู้แค่บอกว่าให้สังหารสัตว์อสูรและปกป้องผลึกเพียงเท่านั้น บางกลุ่มอาจจะสู้ทั้งหมดหรือให้คนเฝ้าผลึกเอาไว้ เวลาเหนื่อยก็ผลัดเปลี่ยนกันพักได้เช่นนั้นก็ถือว่าเขาไม่ได้ผิดกฎ และองค์ชายสี่เข้ามาจนถึงรอบนี้ได้นับว่ามีฝีมือพวกเจ้าไม่สามารถดูถูกเขาได้เพราะมีหลายคนที่ตกรอบไปก่อนเขาเสียอีก” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมกับมองไปที่กลุ่มขององค์ชายสี่ที่กำลังต่อสู้อยู่

“ขอประทานอภัยด้วยฝ่าบาทพวกกระหม่อมพูดไม่ทันคิด” ขุนนางทั้งสองพูดขึ้น

 

ในตอนนี้สัตว์อสูรกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นและระดับก็สูงขึ้นเช่นกัน เยว่เล่อจึงเรียกจานฝนหมึกกับพู่กันธรรมดาและยันต์เปล่าออกมาก่อนที่จะเริ่มต้นเขียนยันต์ระเบิดขึ้น

“อาลู่มาเอายันต์นี้ไปให้ทุกคน” เยว่เล่อร้องบอกหวงลู่ “มันเป็นยันต์ระเบิดขว้างให้ห่างๆตัว” เยว่เล่อบอก

“ขอรับ” หวงลู่รับคำพร้อมกับรับยันต์ไปมอบให้กับอีกสามคนที่เหลือ

กลุ่มของพวกเยว่เล่อต่อสู้โดยการให้หยางหลูและหวงลู่ขว้างยันต์ลูกไฟใส่สัตว์อสูรส่วนฮุ่ยเหอและหลิวเทียนก็คอยสังหารสัตว์อสูรที่เหลือรอดจากยันต์ระเบิดมาได้และมีเยว่เล่อคอยเขียนยันต์ส่งให้เรื่อยๆ

เวลาผ่านไปในตอนนี้มีบางกลุ่มที่ผลึกถูกสัตว์อสูรทำลายไปเยอะมากแล้ว

เยว่เล่อเองก็บอกให้ทั้งสี่คนแบ่งกันมาพักเหนื่อยบ้างแต่ทั้งสี่ก็ปฏิเสธ เยว่เล่อก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพวกชอบเอาชนะ

อีกหนึ่งชั่วยามจะหมดเวลาการแข่งขันแต่ในตอนนี้สัตว์อสูรที่ออกมาจากแกนผลึกอันใหญ่ตรงกลางกลับหมดลงแล้ว เกิดเสียงฮือฮาขึ้นจากกลุ่มที่มีคะแนนน้อยเพราะในเวลาที่เหลืออาจจะสามารถทำคะแนนให้ขึ้นมาติดหนึ่งในสี่ได้

ตึงงง เสียงดังขึ้นมาจากแกนผลึกหลังจากที่สัตว์อสูรที่ออกมาก่อนหน้าถูกกำจัดไปหมด

“นั้นมัน” เสียงหยางหลูร้องขึ้นเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่ออกมาจากแกนผลึก

“สุดยอดเลย” เยว่เล่อร้องขึ้น สัตว์อสูรระดับสิบสองวิ่งออกมาจากแกนผลึกและมุ่งเข้าไปโจมตีผลึกเล็กของกลุ่มต่างๆ แต่ละกลุ่มต้องรับมือกับสัตว์อสูรระดับสิบสองหรือราชันย์เทพอสูรกลุ่มละตัว “พวกท่านต่อสู้ไหมหรือไม่” เยว่เล่อถามขึ้น

“ไหว เจ้าป้องกันผลึกไว้ก็พอ” หลิวเทียนบอก

“ข้าอยากลองสู้กับสัตว์อสูรระดับนี้ดูสักครั้งเหมือนกันขอรับ” ฮุ่ยเหอบอก

ส่วนหยางหลูกับหวงลู่ก็ได้แต่พยักหน้าให้กับเยว่เล่อในดวงตาทั้งสองก็กำลังตื่นเต้นที่จะได้ต่อสู้เหมือนกัน

“เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วยถึงจะเป็นแค่สัตว์อสูรที่อาคมสร้างขึ้นแต่มันสามารถทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้เหมือนสัตว์อสูรของจริง” เยว่เล่อบอกกับทั้งสี่คน

ทั้งสี่คนพยักหน้าพร้อมกับเข้าไปขวางทางสัตว์อสูรที่กำลังตรงมาทางผลึกที่เยว่เล่อปกป้องอยู่

การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นการต่อสู้แบบสี่ต่อหนึ่ง หมีตัวใหญ่วิ่งเข้าปะทะกับทั้งสี่คนอย่างรุนแรงแรงกระแทกของมันทำให้ทั้งสี่ต้องถอยออกห่างเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

ฮุ่ยเหอกับหลิวเทียนตรงเข้าปะทะกับมันอีกครั้งโดยมีหวงลู่ใช้ยันต์กักขังควบคุมการเลื่อนไหวของมันและหยางหลูก็คอยป้องกันไม่ให้มันหลุดรอดจากทั้งสี่คนจนเข้ามาถึงตัวเยว่เล่อได้

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ผู้คนรอบๆสนามต่างก็เอาใจช่วยกลุ่มที่ตัวเองสนับสนุน มีบางกลุ่มที่พ่ายแพ้ให้กับสัตว์อสูรและถูกทำลายผลึกไปแล้ว

“เหลือเวลาในการแข่งขันอีกหนึ่งเค่อ” เสียงของขันที่ประกาศขึ้นเมื่อใกล้จะหมดเวลาการแข่งขัน

ในตอนนี้เหลืออีกสี่กลุ่มที่ยังไม่โดนทำลายผลึกคือกลุ่มขององค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสี่ และองค์ชายหก และทั้งสี่กลุ่มก็กำลังต่อสู้กับสัตว์อสูรกันอย่างดุเดือด

“พวกท่านถ่วงเวลามันไว้จนจบการแข่งขันก็พอตอนนี้คะแนนของกลุ่มเราเป็นอันดับสี่ถือว่าเข้ารอบแล้ว” เยว่เล่อพูดขึ้นเมื่อมองดูคะแนนของแต่ละกลุ่มที่แสดงอยู่ แต่หารู้ไม่ว่ามันไปกระตุ้นความอย่างเอาชนะของทั้งสี่คนเข้าให้แล้ว

ไหนๆก็จะเข้ารอบแล้วก็ขอเข้าในลำดับที่มันดีๆสิ ทั้งสี่คนคิดก่อนที่จะระเบิดพลังออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปสังหารหมียักษ์ที่กำลังอ่อนแรงเนื่องจากต่อสู้มาเป็นเวลานาน

ตึงง เสียงของหมียักษ์ล้มลงหลังจากที่มันถูกหลิวเทียนแทงกระบี่ไปตรงหน้าอก

“หมดเวลาการแข่งขัน” ขันทีประกาศขึ้น เขตอาคมทั้งหมดหายไปแล้วรวมถึงสัตว์อสูรที่ยังไม่ถูกสังหารก็หายไปด้วยเช่นกัน

เกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบลานเมื่อการแข่งขันจบลง กลุ่มที่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับสิงสองได้มีเพียงแค่องค์ชายใหญ่กับองค์ชายสี่เพียงเท่านั้น

“ปรกาศผลกลุ่มที่ผ่านเข้ารอบสี่กลุ่มสุดท้ายได้แก่ กลุ่มขององค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสี่ และองค์ชายหก ขอให้ทั้งสี่คนเดินออกมาข้างหน้า” เสียงขันที่ประกาศผลการแข่งขึ้น

หลิวเทียนจึงเดินออกไปข้างหน้าแล้วยืนข้างๆองค์ชายรองกับองค์ชายหก

“พวกเจ้าทำได้ดีมากในการแข่งขันครั้งนี้” เสียงฮ่องเต้ตรัสขึ้น “พรุ่งนี้จะเป็นการประลองแบบตัวต่อตัวของผู้นำแต่ละกลุ่มเพื่อหาผู้ชนะ คนที่ชนะทั้งสองคนจะได้เข้ารอบมาต่อสู้เพื่อหาผู้ชนะเลิศ ฉะนั้นเพื่อความยุติธรรมธรรมในการจับคู่ข้าจึงจะให้พวกเจ้าจับฉลากเลือกคู่กันเอง” ฮ่องเต้บอกพร้อมกับหันไปส่งสัญญาณให้ขันที

ขันทีจึงนำแจกันเล็กที่มีไม้เสียบอยู่สี่อันมาให้ทั้งสี่คนได้เลือก

ทั้งสี่คนจับไม้ของตัวเองและดึงขึ้นพร้อมกัน องค์ชายใหญ่กับองค์ชายรองได้ไม้ที่มีหลายเลขหนึ่ง ส่วนองค์ชายสี่กับองค์ชายหกได้ไม้ที่มีหมายเลขสอง

“หมายเลขบนไม้คือลำดับการขึ้นประลองของพวกเจ้า” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น “รอบเช้าจะเป็นการคัดเลือกให้เหลือสองคนสุดท้ายส่วนรอบบ่ายจะเป็นการชิงชนะเลิศพวกเจ้ามีอะไรสงสัยหรือไม่” ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้น

“ไม่มีพะยะค่ะ” ทั้งสี่คนตอบ

“เช่นนั้นก็แยกย้ายกันได้แล้วพรุ่งนี้คู่ที่หนึ่งประลองยามเฉิน” ฮ่องเต้บอกพร้อมกับเดินจากไป

“ทูลลาพะยะค่ะฝ่าบาท” คนทั้งลานประลาสเสียงขึ้นหลังจากที่ฮ่องเต้เสด็จออกไปแล้ว

 

 

————————

ประลองรอบสุดท้ายแล้วเด้ออ

อยากจะให้เยว่เล่อประลองอยู่หรอกแต่มันหารัชทายาทก็ต้องให้คนที่จะเป็นรัชทายาทประลองไปถ้าเกิดองค์ชายแพ้แต่คนในทีมชนะเมื่อขึ้นรับตำแหน่งใครๆก็อาจจะคิดว่าได้ตำแหน่งเพราะฝีมือคนอื่นเลยให้องค์ชายประลองกันเองซะเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น