ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 57 แสงอุษาใหม่(1)

ชื่อตอน : ตอนที่ 57 แสงอุษาใหม่(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 02 พ.ย. 2562 20:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 57 แสงอุษาใหม่(1)
แบบอักษร

ในขณะที่คาซึยะกำลังปรับแต่งร่างกายโทบิใหม่โดยมีโคนันคอยช่วย ณ หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความมืด สายฝนที่ล่วงหล่นจากท้องฟ้าจนพื้นทั่งบริเวณเปียกชุ่มไปเสียหมด มันตอบรับความเศร้าโศกของชายผมแดงที่กำลังนั่งอยู่บนหัวเหล็กที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์

 

 

 

"ฉัน ฉันฆ่ายาฮิโกะ โคนันและโทบิด้วยมือของตัวเอง!!"

 

 

 

"หึ ฉันบอกนายแล้วในวันนั้นแต่นายกลับไม่เชื่อฉัน การจะสร้างสันติภาพของโลกได้นายต้องพึ่งพาพลังของเนตรสังสาระและสัตว์หาง ไม่ใช่การเจรจา"

 

 

 

เสียงเยาะเย้ยของหญิงสาวสวมหน้าสีขาวลายสังสาระ เธอค่อยๆเดินออกมาจากมุมมืดและจ้องมองนางาโตะอย่างสังเวช นางาโตะเริ่มนึกถึงวันที่เขาเจอผู้หญิงสวมหน้ากากคนนี้เป็นครั้งแรก ก็ได้แต่นึกถึงคำพูดในวันนั้น

 

 

 

'ถ้าวันนั้นฉันและยาฮิโกะเชื่อคำพูดของเธอ ทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้!'

 

 

 

"แล้วฉันต้องทำยังไงต่อไป ?"

 

 

 

"ยาฮิโกะฝากแสงอุษาไว้กับนายนี่นะ จากนี้ก็จงสร้างแสงอุษาตามความปราถนาของยาฮิโกะและฟังคำแนะนำของฉัน เชื่อได้เลยเมื่อมีพลังของพวกเราสองคน สันติภาพในโลกนินจาต้องบังเกิดตามที่ยาฮิโกะคาดหวังไว้แน่!"

 

 

 

"แต่ก่อนอื่นเราต้องรับสมัครพรรคพวกหลักๆเสียก่อน นี่คือรายชื่อห้าคนที่เหมาะสมที่จะทำงานเป็นมือและเท้าให้กับแสงอุษาใหม่ของนายนางาโตะ"

 

 

 

นางาโตะเริ่มใช้สายตาไล่อ่านชื่อบนแผ่นกระดาษที่หญิงสาวส่งมาให้ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบชื่อสองคนที่เขาคุ้นเคยนั่นก็คือโทบิ และโคนัน 

 

 

 

"พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ?"

 

 

 

"ใช่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ และอีกไม่นานพวกเขาก็คงกลับมา"

 

 

 

นางาโตะพยักหน้าเฉยชา แม้น้ำเสียงจะดูดีใจแต่นั่นก็เป็นเพียงไม่กี่ส่วน หลังจากเสียยาฮิโกะไปเขาก็ไม่ได้คิดจะเชื่อใจหรือไว้ใจใครอีก แม้แต่หญิงสาวที่ยืนข้างๆ ตัวเขา

 

 

 

"ส่วนนี่คือแหวนตำแหน่งตามนิ้วของเทวรูปมารนอกรีตที่ฉันได้มาจากซากโบราณสถาน จากนี้ฉันจะเป็นผู้ครองตำแหน่งชูคาคุ(หงษ์เพลิง) เซ็ตสึตำแหน่งเก็นบุ(เต่าดำ) ส่วนนายครองตำแหน่งเรย์(ซีโร่) ซึ่งเป็นตำแหน่งศูนย์"

 

 

 

"โทบิและโคนันจะอยู่ในตำแหน่งเกียวคุนโยะ(พรหมจรรย์)และเบียคโกะ(พยัคฆ์ขาว) ตำแหน่งอื่นก็แล้วแต่นายจะแต่งตั้ง แหวนทั้งสิบเป็นตัวแทนนิ้วของเทวรูปมารและองค์กร เราจะใช้มันก็ตอนประกอบพิธีกรรมดึงพลังจากสัตว์หาง"

 

 

 

นางาโตะพยักหน้าและรับกล่องแหวนจากมือของหญิงสาวสวมหน้ากาก เจ้าตัวมองแหวนสิบวงในกล่องก็ค้นพบพลังแปลกๆภายในแหวน พอสวมใส่แหวนลงบนนิ้วโป้งขวา จักระภายในร่างก็พุ่งเข้าสู่แหวน สักระยะเจ้าตัวก็รู้สึกถึงการควบคุมของเทวรูปมารนอกรีตที่อยู่ภายในตึกที่เขานั่งอยู่

 

 

 

"สุดยอด แล้วพวกเราจะเริ่มแผนการณ์กันเมื่อไหร่ ?"นางาโตะหันไปถามหญิงสาวสวมหน้ากาก

 

 

 

"เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกนินจาครั้งที่สาม ตอนนี้นายควรจะปรับปรุงหมู่บ้านใหม่ หลังจากเสียฮันโซไปหมู่บ้านอาเมะคงวุ่นวายยิ่งขึ้น ไหนนายจะต้องรวบรวมสมาชิกระดับสูงอีก มีสองคนที่ไม่มีปัญหา คนแรกคือนักรบรับจ้างในตำนาน คาคุซึผู้รักแต่เงิน เด็กน้อยจากลัทธิจาชิน ฮิดัน"หญิงสาวสวมหน้ากากยืนอธิบายด้วยท่าทีสงบ

 

 

 

"พลังของพวกเขาเพียงพอใช่ไหม ?"

 

 

 

"แน่นอน และเพื่อนายจะเคลื่อนไหวและควบคุมองค์กรได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยพลังของเนตรสังสาระนายต้องเริ่มใช้การควบคุมซากศพเสียก่อน นี่เป็นวิชาของเซียนหกวิถี ความเจ็บปวดของริคุโด ส่วนนี่เป็นศพสองร่างที่มีจักระระดับคาเงะ"

 

 

 

ร่างศพโผล่ออกมาคนแรกคือมิซึคาเงะรุ่นที่สามและมันเงสึ ในอดีตทั้งคู่มีพลังและจักระทรงพลังมากน่าเสียดายสุดท้ายชีวิตของทั้งคู่ก็ถูกอาซามิเก็บเกี่ยวอย่างง่ายดายในปีนั้น

 

 

 

"ขอบใจ ฉันจะปล่อยให้เธอไปรับสมัครสามาชิกและเดินทางมาที่นี่ ส่วนฉันจะเริ่มทดสอบคาถาใหม่และรอโทบิและโคนันมาที่นี่"

 

 

 

"เอาแบบนั้นก็ได้"

 

 

 

หญิงสาวสวมหน้ากากหรืออาซามิแสยะยิ้มใต้หน้ากาก ร่างกายของเธอจะค่อยๆมุดดินและหายไปต่อหน้าของนางาโตะ สิ่งที่เธอต้องเริ่มทำในตอนนี้คือติดต่อไปหาคาคุซึและเด็กน้อยฮิดันที่กลายเป็นอมตะจากเหตุการณ์สังเวยพิธีบูชายัญของลัทธิจาชิน

 

 

 

"เซ็ตสึ นายติดต่อเจ้ากระจอกนั่นไปหรือยัง"

 

 

 

อาซามิที่โผล่มาคิริงาคุเระในระยะเวลาไม่นานหันไปถามร่างขาวดำที่กำลังมุดดินออกมายืนเคียงข้างเธอ

 

 

 

"เรียบร้อย ช่วงนี้เจ้าหมอนั่นพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ท่านอาซามิยอมรับอยู่เสมอ แถมเจ้านั่นยังดึงสัตว์ประหลาดที่มีจักระระดับเดียวกับสัตว์หางมาเป็นพวกด้วย"

 

 

 

เซ็ตสึยืนอธิบายสิ่งต่างๆให้อาซามิฟัง หญิงสาวไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากมายราวกับเธอรู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วก่อนที่มาดาระจะสิ้นใจเจ้าตัวได้เลือกผู้ที่จะทำงานไว้แล้ว ที่เหลือก็แค่พาเจ้าพวกนั้นมาเข้าร่วมองค์กร

 

 

 

"ติดต่อเจ้าพวกนั้น วันนี้พวกเราจะเดินทางไปรับฮิดันกัน"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว ขอเวลาสักครู่"

 

 

 

พักเดียวเซ็ตสึก็วิ่งกลับมาพร้อมกับชายสองคนที่มีใบหน้าคุ้นเคย คนแรกใบหน้ามีบาดแผลแบกดาบสะบั้นหัวไว้ที่ไหล่ ส่วนอีกคนมีหน้าตาและสีผิวคล้ายปลาฉลาม

 

 

 

"คุณผู้หญิงคนนี้น่ะหรอครับหัวหน้าคนใหม่ของพวกเรา ?"

 

 

 

คิซาเมะหันไปถามจูโซ แต่เมื่อพบจูโซกำลังตัวสั่นยามพบผู้หญิงคนนี้ คิซาเมะก็เริ่มสนอกสนใจหญิงสาวสวมหน้ากากมากยิ่งขึ้น จูโซเทพสะบั้นหัวกำลังกลัวผู้หญิงสวมหน้ากากคนนี้เพียงคนเดียว

 

 

 

ซึ่งอาซามิสนใจเพียงคิซาเมะที่เหมาะสมจะช่วยให้พัฒนา ส่วนจูโซเป็นเพียงเจ้ากระจอกในสายตาเธอ และไม่สมควรได้รับแหวนตำแหน่งควบคุมเทวรูปของสมาชิกระดับสูง

 

 

 

"ฉันไม่ใช่หัวหน้า ฉันเป็นเพียงสมาชิกระดับสูงขององค์กรเท่านั้น ฉันอุจิวะ อาซามิ ยินดีที่ได้รู้จัก"

 

 

 

"อาซามิสินะครับ เป็นชื่อที่ดีมากเลยนะครับ"คิซาเมะชื่นชม ทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดยามนึกถึงตระกูลอุจิวะ เด็กชายวัยสี่ห้าขวบที่ทำให้เขาพ่ายแพ้ในการสอบจูนินครั้งแรก คิดแล้วอยากจะกลับไปแก้มือจริงๆ

 

 

 

"ขอบใจ ไปกันเถอะฉันยังต้องไปรับหนูน้อยอมตะจากลัทธิจาชินต่อ"

 

 

 

ไม่รอเสียงคัดค้านร่างของทั้งสี่ถูกดูดเข้าไปในช่องรูดวงตาหน้ากากของอาซามิ เพียงชั่วครู่เดียวร่างของพวกเขาก็มาโผล่ยังหน้าค่ายนินจาแห่งหนึ่งมีเด็กชายผมสีขาวนั่งพาดเคียวยักษ์ไว้ที่ไหล่อยู่บนกองภูเขาศพที่สวมเสื้อเกราะแดงนับร้อยด้วยรอยยิ้มแสนบ้าคลั่ง

 

 

 

"มาแล้ว มาแล้ว ผมกำลังรออยู่เลยพี่สาว ผลงานของผมเป็นยังไงบ้าง"

 

 

 

ร่างเด็กชายที่อาบไปด้วยเลือดวิ่งเข้ามากอดอาซามิด้วยรอยยิ้มแสนอ่อนโยน อาซามิลูบผมของเด็กชายและกล่าวชมเชยเด็กชายที่ทำภาระกิจแรกสำเร็จลุล่วง

 

 

 

"ทำได้มาก มาเถอะจากนี้ไปพวกเราจะพาเธอไปออกล่าสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านี้"

 

 

 

"จริงนะ ผมเริ่มเบื่อพวกอ่อนแอแบบเจ้าพวกนี้จะแย่อยู่แล้ว นินจาอิวะก็ไม่เท่าไหร่เลย เป็นแบบนี้ท่านเทพจาชินคงไม่พึงพอใจแน่ๆ"

 

 

 

เด็กชายหน้ามุ่ยยามพูดถึงนินจาอิวะ ภาพกองศพที่อยู่ด้านหลังนั้นเป็นหลักฐานชั้นดี มันเป็นตัวบ่งชี้ว่านินจาอิวะสำหรับเด็กชายแล้วก็เป็นเพียงแค่มดปลวก คิซาเมะเริ่มรู้สึกถูกใจกลิ่นอายบ้าคลั่งเริ่มแผ่ออกมา

 

 

 

"ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆเลยนะครับ"

 

 

 

"พี่สาวเจ้าหน้าฉลามนี่ใครอะ"

 

 

 

เด็กชายเหล่มองเล็กน้อยและเงยหน้าถามอาซามิ เธอก็หันไปหาเซ็ตสึให้เจ้าตัวอธิบายให้เด็กชายได้ฟัง รวมถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคิซาเมะด้วย

 

 

 

"ว้าว พี่สาวผมขอฆ่าเขาได้หรือเปล่า ?"

 

 

 

อาซามิมองเด็กชายก็ได้แต่ถอนหายใจ ทำไมแสงอุษาบรรพบุรุษมาดาระคัดเลือกถึงมีแต่พวกที่มีแต่ปมด้อยในจิตใจ แบบนี้แต่เอาเถอะถ้าเป็นแบบนี้ก็ควบคุมได้ง่ายหน่อย

 

 

 

"ไว้รอทุกอย่างจบ ไม่ว่าเธอจะอยากฆ่าใครก็ทำได้ ซึ่งนั่นรวมถึงฉันด้วย"

 

 

 

"จริงหรอ ผมจะรอคอยวันนั้นเลย"

 

 

 

'น่าเสียดายแต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉันคงฆ่าเธอก่อน'

 

 

 

ยิ้มเยาะใต้หน้ากาก คิดจะสังหารเธอ นี่มันเรื่องตลกหมูกระทะอะไรกัน ต่อให้นางาโตะมีเนตรสังสาระและมีพลังเต็มร้อยก็ยังทำไรเธอไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย แล้วคนอ่อนแอแบบเด็กน้อยจะเอาอะไรมาสู้กับเธอ

 

 

 

และเมื่อทั้งสี่ได้ตัวเด็กชายหรือฮิดันมาแล้ว อาซามิก็บอกให้เซ็ตสึนำทางพวกเขาไปหานางาโตะแล้วค่อยเดินทางไปเรียกตัวคาคุซึที่กำลังทำงานอยู่ในสนามรบให้กลับมารวมตัวที่หมู่บ้านอาเมะงาคุเระ

 

 

 

"แล้วโทบิกับโคนันละ ท่านอาซามิ"

 

 

 

"สองคนนั้นฉันจะเป็นคนไปติดต่อด้วยตนเอง"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว"

 

 

 

เซ็ตสึพาทั้งสี่มุดดินจากไป ทิ้งอาซามิที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ภายในป่า เธอเงยหน้าจ้องมองดวงจันทร์สีขาว ก่อนจะค่อยๆยื่นมือไปไขว่คว้ามันด้วยสายตาแน่วแน่

 

 

 

"ผู้ที่จะได้ควบคุมชะตาชีวิตของโลกก็คือฉันผู้นี้!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น