กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 29 จุดนัดพบ

คำค้น : ตื่นเต้น

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 147

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2562 20:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 29 จุดนัดพบ
แบบอักษร

29...     จุดนัดพบ            

          บ้านคุณนายเลวิส.. 

         เช้าวันรุ่งขึ้น 

                   จอห์นที่นั่งเฝ้าอยู่นอกระเบียงทั้งคืน เผลอหลับไปก่อนรุ่งสาง รู้สึกตัวขึ้นมาตอนสองโมงเช้า รถตู้ลึกลับก็อันตรธานหายไปแล้ว

                  นักสืบหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจ แล้วเดินเข้าไปหาวิชุดาที่น่าจะยังคงหลับสบายอยู่บนเตียงในห้อง

              แต่บนเตียงว่างเปล่า ในห้องน้ำก็ไม่มี วิชุดาหายตัวไปอย่างลึกลับ

          จอห์นวิ่งพล่านไปทั่วบ้านที่ว่างเปล่า น่าแปลกจริงๆคุณนายเลวิสก็ไม่รู้หายไปไหน

            เขาคว้าปืนวิ่งออกมานอกบ้าน แล้วชะเง้อหาไปทั่วทิศก็ไม่พบแม้แต่เงาของคนที่ตามหา

            ชายหนุ่มเกิดวิตกจริตคิดไปสารพัด กระทั่งมาพบวิชุดานอนสลบอยู่ใต้ต้นไม้หลังบ้าน ถึงได้รู้ความจริง        

            วิชุดาไม่ได้หายไปไหน เธอแค่ออกมาเดินสูดอากาศยามเช้ารอบๆบ้าน ในขณะที่กำลังชมนกชมไม้เพลินๆ เธอก็พบลูกนกตัวหนึ่งตกลงมาที่โคนต้นไม้แถวหลังบ้าน

            สูงขึ้นไปบนต้นไม้ต้นนั้นมีรังนกอยู่รังหนึ่ง ทำให้หญิงสาวมั่นใจว่าลูกนกวัยอ่อนขนยังไม่ขึ้นตัวนี้ ต้องพลัดตกลงมาจากรังของมันอย่างแน่นอน

             วิชุดาเป็นคนมีใจเมตตา ไม่ว่าหมูหมากาไก่ถ้าเธอพบว่าป่วยไข้หรือมีภัย เธอจะยืนมือให้การช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

           หญิงสาวตรงเข้าไปจะช่วยลูกนกที่น่าสงสาร แต่เจ้างูหางกระดิ่งตัวเท่าแขนตัวนึงปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน

           มันเลี้อยปรูดปราดไปที่โคนต้นไม้ หวังจะจับลูกนกกินเป็นอาหารเช้า

           วิชุดาใจหายวาบ รีบคว้ากิ่งไม้แห้งเท่าพลองลูกเสืออันนึง เข้าไปสู้กับงูปกป้องลูกนกเป็นพัลวัน

         เจ้าอสรพิษร้ายเขย่าหางส่งเสียงขู่ พลางชูหัวฉกกัดหญิงสาวเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาหลายครั้งน่าเสียวไส้

       วิชุดาทั้งเกลียดทั้งกลัวงู แต่กัดฟันสู้อย่างสุดกำลัง ไม่ยอมให้ลูกนกตกเป็นเหยื่อเจ้างูพิษง่ายๆ

        กว่าเจ้างูจะยอมแพ้ล่าถอยจากไป วิชุดาก็เหงื่อตกเหนื่อยแทบขาดใจ เธอเข้าไปอุ้มลูกนกขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอม แล้วตัดสินใจจะปีนต้นไม้ขึ้นไปส่งมันกลับคืนสู่รัง

       หญิงสาวจับลูกนกซุกในอกเสื้อ แล้วค่อยๆปีนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นนั้นทีละน้อย

          ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ไม่นานวิชุดาก็ปีนขึ้นไปถึงกิ่งไม้ที่นกมาทำรัง

           หญิงสาวค่อยๆวางลูกนกในอกเสื้อ ลงในรังข้างๆพี่น้องมันอีกสองตัว แล้วเกาะต้นไม้มองพวกมันอย่างรักใคร่เอ็นดู ก่อนจะไต่กลับลงมาช้าๆ

         ทันใดนั้นกิ่งไม้ที่เธอเหยียบเกิดรับน้ำหนักไม่ไหว หักหลุดออกจากต้นดังกร๊อบ

          หลังจากนั้นวิชุดาก็ไม่รู้อะไรอีกเลย..

                           *****          

สถานที่.... บลูไดมอนด์ปาร์ค ถนนค้อตต่อนวู๊ด 

                   ช่วงบ่ายวันเดียวกัน 

    พาเมล่า มาปรากฏตัวอยู่ที่ม้านั่งยาวใต้ต้นไม้ริมสนามกอล์ฟ ในสวนสาธารณะบลูไดมอนด์

      หล่อนอยู่ในชุดเดรสสั้นสีเหลืองอ่อนไม่ใช่ชุดสูทออฟฟิซเชยๆอย่างเคย แถมใส่คอนแทคเลนน์ไม่สวมแว่นทำให้ดูสวยโฉบเฉี่ยวไฉไลบุคลิกเปลี่ยนไปราวคนละคน

                          ตอนสายวันนี้ เธอมาลงเครื่องที่สนามบินแมคคาแรนในย่านสตริป ขึ้นแท็กซี่ไปศูนย์คาร์เร้นท์ เช่ารถโฟร์วีลคันนึง แล้วขับไปแวะซื้อของที่พรีเมี่ยมเอ๊าท์เล็ต ก่อนจะดิ่งตรงมาที่นี่

               วันนี้ไม่ใช่วันสุดสัปดาห์ สนามเด็กเล่น โต๊ะปิกนิก ในปาร์คจึงมีผู้คนบางตา

            สัตว์จำพวกกระรอก กระต่ายทะเลทราย และตัวเบอโร(ลา)เดินกันขวักไขว่ไปทั่วอาณาบริเวณ จำนวนสัตว์เหล่านี้เท่าที่เห็นโดยเฉพาะเบอโรมีเยอะมากๆจนน่าแปลกใจ

         สาวต่างถิ่น นั่งทอดสายตาเหม่อมองทิวทัศน์ที่แตกต่างแต่กลมกลืน ของต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวชอุ่มร่มรื่นในปาร์ค กับภูเขาหัวโล้นสีแดงแห้งผากที่อยู่ถัดออกไป

            ดวงตะวันสีเหลืองกับท้องฟ้าสีครามที่เป็นฉากหลัง เติมองค์ประกอบสีสรรของธรรมชาติให้งดงามลงตัวน่าหลงไหล

    สร้างความเพลินตาเพลินใจให้พาเมล่าผู้มาเยือนได้ไม่น้อย หลังชมวิวไปสักพักหล่อนก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู แล้วชะเง้อมองหาคล้ายกำลังรอคอยใครสักคน

    ลูกเบอโร(ลา)วัยละอ่อนตัวนึงวิ่งเข้ามาประจบประแจงพาเมล่าเป็นเชิงขออาหาร

      สาวต่างถิ่นรู้สึกว่ามันน่ารักน่าเอ็นดู จึงเปิดกระเป๋าสะพายบนบ่า ล้วงช๊อกโกแล็ตเวเฟอร์แท่งนึงออกมาแกะ จะป้อนให้เจ้าลาน้อยกิน

    “ อย่าทำอย่างนั้น ไม่รู้รึไง?ที่นี่มีกฎห้ามให้อาหารสัตว์ทุกชนิด ถ้านายอำเภอเห็น คุณโดนจับไปเสียค่าปรับแน่ๆ ” เสียงร้องห้ามของชายคนนึงดังขึ้นด้านหลัง

        พาเมล่าชะงักมือหันขวับไปมอง เห็นชายชราหนวดหงอกท่าทางคร่ำครึเจ้าระเบียบคนนึง กำลังยืนเท้าเอวทำหน้าเข้มงวดใส่หล่อน เขาใส่หมวกปีกแม็กซิกันใบใหญ่ สวมเอี๊ยมยีนส์สีซีดกับรองเท้าบูทเก่าๆ

           พาเมล่าโยนขนมในมือลงถังขยะข้างๆดังเป๊ง แล้วหันไปลูบหัวปลอบเจ้าลาน้อย

      “ โถ น่าสงสาร ของอร่อยจะเข้าปากอยู่แล้ว ดันมีมารแก่มาผจญ ” หล่อนบ่นกับลูกเบอโร แต่หางตาชำเลืองไปที่ตัวปัญหา

                                  มารแก่โกรธจนหนวดกระดิก

      “ มารป้าเธอสิ อย่ามาลามปาม ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอนะ เธอรู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร ? ”

                                   พาเมล่าอมยิ้มแก้มตุ่ย

         “ อ๋อ...รู้สิคะ เป็นขี้ข้าให้จิกหัวใช้ตั้งหลายปี ทำไมจะไม่รู้ ต่อให้ปลอมเป็นสไปเดอร์แมน ฉันก็จำบอสได้ คิดจะลองภูมิฉันรึไงเจ้าคะ คุณลุงจอห์นขา ”

                        คุณลุงจอห์นถูกรู้ทันก็หมดสนุก เขานั่งลงข้างๆลูกน้อง แล้วเหวี่ยงใส่แก้เขิน

       “ คุณนี่ชักเอาใหญ่แล้วนะ รู้แต่แรกว่าเป็นผม ยังจะหลอกด่ากินเปล่าอีก ฮึ่ม..สิ้นปีนี้อย่าเอามันเลยโบน้ง-โบนัส ”

                         พาเมล่าหน้ามุ่ย หันไปบ่นพึมพำกับลาน้อย

         “ วันก่อนใช้ไปแม็กซิโก วันนี้เรียกมาเวกัส ใช้งานยังกะทาส แต่โบนัสจะไม่ให้ ถ้าสหภาพแรงงานรู้ว่าฉันมีบอสใจร้ายแบบนี้ แกว่าพวกเขาจะทนนิ่งเฉยอยู่มั้ย ? ”

                      ตาแก่จอห์นสะดุ้งเฮือก รีบยกมือตีก้นไล่เจ้าเบอโรน้อยให้ไปห่างๆ

        “ เลิกว่าลากระทบผมซะที ชิชะๆเจ้านายล้อเล่นแค่นี้ จะฟ้องสหภาพเลยรึ แรงนะยัยตัวแสบ มันน่าโบกหัวจริงๆ ” เขาจวกลูกน้อง และยกมือจะทำอย่างที่กล่าว

                  พาเมล่า ยกมือปิดป้อง แล้วเอียงคออมยิ้มน่ารัก

         จอห์นสังเกตเห็นใบหน้าหล่อนดูอิดโรย ขอบตาดำคล้ำ คงเป็นเพราะต้องช่วยวิ่งเต้นให้เขาหลายเรื่องจนไม่มีเวลาพักผ่อน

                 เขาลดมือลง เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยน

   “ พาเมล่า รับรองโบนัสของคุณปีนี้จุใจแน่นอน คุณคงเหนื่อยมาก ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเทียวไปเทียวมา สถานการณ์มันบังคับผมจริงๆ ว่าแต่ของที่ผมสั่งไป คุณจัดเตรียมเอามาให้ครบรึเปล่า ? ”

                    พาเมล่าพยักหน้า

    “ครบซิคะ ทุกอย่างที่บอสต้องการอยู่ในรถคันนั้น ” หล่อนชี้ไปที่รถฟอร์จูนเนอร์สีดำบนลานจอดข้างสนามกอล์ฟ แล้วเปิดกระเป๋าสะพายหยิบกุญแจรถส่งให้เขา

    “ นี่ค่ะกุญแจรถ ”

                             ลุงจอห์นยิ้มหนวดบาน รับกุญแจมาใส่กระเป๋ากางเกง

         “ คุณทำได้ดีมากพาเมล่า ถ้าไม่มีคุณผมคงแย่ เฮ้วววว ” เขากล่าวชมเชย แล้วเผลออ้าปากกว้างหาวออกมาดังๆ

                               พาเมล่า มองหน้าเขาอย่างสงสัย

         “ หน้าตาบอสเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน คงฟิเจอริ่งกับมิสเจ็นเซ่นยันเช้าแน่เลย ขอบตาบอสถึงดำเป็นหมีแพนด้าแบบนี้ ”

                               นักสืบหนุ่มในคราบชายชราทำคอย่นหลับตาปี๋

     “ บ้าแล้วยัยบ๊องส์ คิดไปถึงไหนเนี่ย เมื่อคืนหลังวางหูโทรศัพท์คุณ ผมเห็นรถตู้น่าสงสัยมาจอดซุ่มอยู่หน้าที่พัก พฤติกรรมมันเหมือนพวกนักล่า ผมไม่ไว้ใจก็เลยยอมอดนอนนั่งเฝ้ามันทั้งคืน ” เขาแก้ตัวเป็นพัลวัน

                            เลขาสาว ลืมตาโพลง ซักถามด้วยความตื่นเต้น

      “ แล้วยังไงต่อคะ บอสได้ลุยกับพวกมันรึเปล่า? ”

                              บอสยิ้มแหยๆ

      “ เปล่า..ราวๆตีสี่ผมเผลองีบไป ตื่นมาอีกทีมันก็หายตัวไปแล้ว ”

                               พาเมล่ารู้สึกว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่

    “ ถ้ามันเป็นนักล่าจริงๆ ในไม่ช้ามันต้องกลับมาอีก บอสคะยิ่งถลำลึก ก็ยิ่งอันตรายขึ้นทุกที ฉันว่าถอนตัวกลับบ้านดีกว่ามั้ย ? ” หล่อนพยายามหว่านล้อมให้เขาล้มเลิกความตั้งใจ  

                         จอห์นสั่นศีรษะ ยืนกรานความคิดเดิม

  “ ไม่ ! ก็แค่ไอ้พวกนอกกฎหมาย ผมไม่กลัวมันหรอก คุณไม่ต้องห่วง ผมรับมือได้สบาย เอ้อ..แล้วพวกของใช้ล่ะ คุณซื้อมาถูกต้องครบถ้วนรึเปล่า ? ” เขาเปลี่ยนเรื่องคุย

                   พาเมล่านึกน้อยใจที่บอสห่วงแต่นังฆาตกรไม่สนใจใยดีความปรารถนาดีของเธอ

         “ ถ้าบอสหมายถึงเสื้อผ้ากับชุดชั้นในผู้หญิงละก็ ไม่ต้องห่วง ครบตามออร์เดอร์ทุกรายการเจ้าค่ะ ” หล่อนเจตนาแทงใจดำๆของบอส

                     จอห์นรู้สึกเขิน ตีหน้าปูเลี่ยนๆ

      “ ผมหมายถึงโน๊ตบุ๊ค กับของใช้ส่วนตัวผมต่างหาก ” เขาพูดแก้ขวย

                            พาเมล่าทิ้งหางตาใส่ด้วยความหมั่นไส้

       “ ง้านเหรอคะ ฉันนึกว่าบอสจะสนใจแต่ของฝากสาวๆ ” หล่อนกัดทิ้งท้ายให้คันเล่น ก่อนจะตอบเขาอย่างเป็นงานเป็นการ

      “ ทั้งโน๊ตบุ๊ค ปืนพกกับข้าวของเครื่องใช้บอสทุกอย่างอยู่บนรถ ส่วนพยานหลักฐาน กับผลการชันสูตรศพเหยื่อไอ้โม่งทุกรายในแฟ้มตำรวจ อยู่ในดิสแผ่นนี้ค่ะ ” หล่อนหยิบแผ่นดิสออกมาชูให้ดู

               คุณลุงจอห์นยิ้มแป้น ยกมือจะคว้าแผ่นซีดี

               พาเมล่าชักมือกลับไม่ยอมส่งให้ และเตือนสติเขาอีกครั้ง

      “ บอสคะ คดีนี้ไม่มีใครจ้างเรา คุณจะหาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวไปทำไมคะ ไม่ว่าแม่ฆาตกรนั่นจะเสน่ห์แรงแค่ไหน คุณก็ตัดใจพาหล่อนไปมอบตัวสู้คดีเถอะ มันไม่คุ้มหรอกกับชื่อเสียงเงินทองที่คุณกำลังจะเสียไปโดยใช่เหตุ ” หล่อนพยายามจะฉุดเขาขึ้นจากหลุม ที่เขากำลังขุดฝังตัวเอง

            จอห์นกุมขมับรู้สึกอิดหนาระอาใจ กับความหวังดีที่น่าเวียนหัวของลูกน้องเต็มที

          “ พาเมล่า ผมเคยบอกเหตุผลคุณไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ำอีก คุณช่วยกรุณาอย่าเซ้าซี้ถามคำถามนี้กับผมอีก ส่งแผ่นดิสมา มันสำคัญต่อผมมาก ” เขาตัดบทดื้อๆขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืด

                           พาเมล่าหน้าจ๋อย ส่งสิ่งที่เขาต้องการให้โดยดี

    “ จะไม่ให้ฉันเซ้าซี้ได้ยังไง ถ้าคุณถูกตำรวจวิสามัญหรือถูกนักล่าฆ่าตาย แล้วฉันจะไปรับเงินโบนัสกับแมวที่ไหนล่ะ ” หล่อนบ่นพึมพำ

                         จอห์นกลืนน้ำลายเอื้อก

 “ ไม่ต้องกังวล ผมไม่ตายง่ายๆหรอก โธ่ นึกว่าห่วงเรา ที่แท้ก็ห่วงโบนัส เชอะ ” เขาตัดพ้องอนๆ

                       พาเมล่าฝืนหัวเราะ ทั้งที่หัวใจเจ็บแปลบๆ

   “ ฉันล้อเล่นค่ะ แต่มีอยู่เรื่องนึง ฉันไม่เข้าใจ ฉันขออนุญาติถามบอสตรงๆได้มั้ยคะ? ”

                        ลุงจอห์นขมวดคิ้วเขย่งหนวด

    “ ว่ามา “ เขาพยักหน้าอนุญาติ

                   ทั้งที่รู้ว่าคำตอบอาจทำให้หล่อนเจ็บปวด แต่พาเมล่าก็ตัดใจถามคำถามนั้นออกมา

  “ ฉันอยากรู้ว่าใจบอสคิดยังไงกับมิส.เจ็นเซ่น ที่บอสทุ่มหมดหน้าตักขนาดนี้ เป็นเพราะบอสรักผู้หญิงคนนี้ใช่มั้ยคะ ? ”

                      ห่างออกไปราว 300 เมตร 

                    บนลานจอดรถข้างสนามเบสบอลในปาร์คเดียวกัน 

          จัสตินที่ยังมีผ้าพันแผลพันรอบหัว กำลังเดินหันรีหันขวางออกมาจากหลังอัศจรรย์ว่างเปล่าด้านนึงของสนามเบสบอล

           วันนี้ไม่มีการแข่งขัน บรรยากาศทั้งภายนอกภายในสนาม จึงเงียบสงัดปราศจากผู้คน 

              เขาจ้ำพรวดๆไปที่รถเบ็นลี่ย์ลีโมซีนสีน้ำตาลเข้มที่จอดสงบนิ่งอยู่บนลานจอดโรยกรวดข้างๆสนาม ซึ่งมีรถจอดอยู่โหรงเหรงแค่เพียงไม่กี่คัน

         พอเขาเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่คนขับเรียบร้อย ซูซานที่นั่งรออยู่ในห้องโดยสารสุดหรูด้านหลังก็เอ่ยถามขึ้น

     “ เรียบร้อยมั้ย จัสติน? ”

     “ เรียบร้อยแล้วครับคุณนาย ” จัสตินตอบน้อบน้อม

                         ไม่รู้ว่าคุณนายลินน์กับคนรถ มาทำอะไรลับๆล่อๆอยู่แถวนี้

    “ แล้วพวกมันว่าไงบ้าง ? ” ซูซานถามยิ้มๆ 

    “ ตอนแรกก็อิดๆเอือนๆ แต่พอผมบอกจำนวนเงินไป ก็ตาลุกรีบรับงานทันทีครับ ” คนรถผู้ภักดีตอบตามจริง

                                   ซูซาน หัวเราะชอบใจ

    “ ฮะ ฮะ ไอ้พวกนักล่าเงินรางวัล ก็ละโมบโลภมากเห็นเงินเป็นพระเจ้าแบบนี้แหละ ”

                               จัสตินพยักหน้าเห็นด้วย

    “ ครับ ผมเลยจ่ายมัดจำไปครึ่งนึง พวกมันจะได้ลงมือทำงานทันที ”

   “ ก็ดี หวังว่าพวกมันจะไม่เล่นตุกติกกับเรา ”

    “ คงไม่ครับ คนพวกนี้เป็นมืออาชีพ ถ้ารับเงินใครแล้ววางใจได้ มันจะตามกัดไม่ปล่อยจนกว่างานจะสำเร็จ ”

                                ซูซาน ยักไหล่

     “ เสียเท่าไหร่เสียไป ฉันไม่แคร์อยู่แล้ว แกทำได้ดีมากจัสติน ขอบใจมาก ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ”

                      สาวใหญ่ไฮโซหัวเราะชอบใจแล้วหยุดทันควัน เมื่อเห็นพาเมล่าเดินร้องไห้ผ่านลานจอดไป

              ซูซาน กระซิบกระซาบกับคนรถ แล้วมองตามจนกระทั่งพาเมล่าเดินไปหยุดยืนเรียกรถแท็กซี่คันนึง ที่เพิ่งเข้ามาส่งผู้โดยสารในปาร์ค

              พอรถแท็กซี่คันนั้นกำลังจะเคลื่อนตัวพาผู้โดยสารคนใหม่จากไป ซูซานที่จับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว ก็ร้องสั่งคนขับรถ

     “ จัสติน ตามไป! ”

                     ******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น