ควียอบนิม

ยินดีตอนรับสู่บ้านใหม่ของไรท์เตอร์ 'ควียอบนิม' อัปเดตเรื่อง THE MIDNIGHT วันเว้นวัน ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนงาน

ชื่อตอน : THE MIDNIGHT Chapter 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 108

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2562 19:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE MIDNIGHT Chapter 24
แบบอักษร

"หนึ่ง..."

"วอนชิค"

"สอง..."

"วอนชิค อย่านะโว้ย"

"สาม..."

ปัง!

"ฮงบิน!"

แทคอุนพุ่งเข้าโอบกอดร่างบาง ก่อนจะเบี่ยงตัวเพื่อหลบลูกตะกั่วที่พุ่งเข้ามา สถานการณ์ที่กระทันหัน ยากที่จะรับมือ ทำให้ชายหนุ่มที่พยายามปกป้องคนในอ้อมกอดสุดชีวิต เสียหลักพลัดตกลงจากขอบถนน

Hongbin Part

ขณะที่ร่างของเราทั้งสองกำลังดิ่งลงสู่ความมืด ความกลัวมันถาโถมเข้ามาจนผมไม่อยากรับรู้ถึงความรู้สึกถ้าหากร่างของผมและคุณแทคอุนต้องลงไปกระแทกกับพื้นด้านล่าง

ผมทำได้แค่หลับตาแน่น กอดรัดคนใกล้ตัว รอรับความเจ็บที่ผมจินตนาการไว้

ชั่ววินาทีนั้น ฝ่ามือใหญ่เข้ามาคอยประคองหัวผมไว้ ก่อนที่ร่างจะล้มลง แขนแกร่งกอดรัดร่างกายผมแน่น เหมือนกลัวว่าผมจะได้รับบาดเจ็บ

ร่างของเรากลิ้งลงไปตามทางที่ราดชันสูง กายที่กระเด้งกระดอนทำให้รู้ว่าทางที่ลงมามันเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งก้อนหิน และกิ่งไม้ แต่ความรู้สึกเจ็บกลับน้อยเกินกว่าที่ผมคิดไว้ เพราะร่างกายใหญ่ที่คอยประคองผมอยู่

ผมรู้ว่าคุณแทคอุนคงกำลังเจ็บมาก เพราะต้องคอยรับแรงกระแทก และเส้นทางที่ไม่ได้สวยงาม มีเสียงร้องเล็ดออกมาให้ผมได้ยินเป็นระยะ ทุกการกระกระทำของเขามันทำให้ผมร้องไห้อย่างห้ามไม่อยู่ ผมไม่ได้อยากให้เขาเจ็บเลยแม้แต่น้อย ทำไมมันทำให้ผมทรมานใจถึงเพียงนี้

เส้นทางที่ยาวไกลจนผมไม่รู้ว่าเราลงมาลึกขนาดไหน และไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ ทำได้แค่กระชับกอดอีกคน ให้เขารู้ว่ามีผมอยู่

อั้ก!

ในที่สุดทุกอย่างก็จบลง ร่างของคุณแทคอุนกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่ขึ้นขวางอย่างแรง จนคนรับแรงกระแทกร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด แต่มันก็ทำให้เราไม่กลิ้งลงไปลึกมากกว่านี้

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้เราตกลงมาลึกขนาดไหน บรรยากาศรอบตัวที่โอบล้อมไปด้วยความมืด ทำให้วิสัยทัศน์การมองของผมแย่ลง ทุกอย่างดูสลัวไปหมด

"คุณแทคอุน ฮึก..." เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมา ผมที่มีอาการเจ็บเพียงเล็กน้อย รีบผุดตัวลุกขึ้น มาดูคุณแทคอุนที่มีสภาพน่าเป็นห่วง

แล้วจู่ๆน้ำตามากมายก็พลันไหลไม่หยุด ตอนนี้เกินคำว่ากลัวไปแล้ว ผมเป็นห่วงอีกคนที่ต้องมาเจ็บเพราะปกป้องผมมากกว่า

"ไม่ต้องร้องนะ เราจะต้องปลอดภัย" เสียงแหบพร่าเอ่ยแทบเป็นเสียงกระซิบ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวผมพร้อมกับกดลงมาซบกับอกตนเอง

โอ้ย!

คุณแทคอุนร้องเสียงหลง เมื่อมือผมไปโดนบริเวณสีข้างด้านขวา แล้วผมก็ต้องตกใจกับของเหลวสีแดงที่เปื้อนติดมือผมเต็มไปหมด

"คุณแทคอุน! คุณโดนยิงนี่ครับ!" ผมเอ่ยแทบจะเป็นเสียงตะโกนด้วยความตกใจระคนเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรๆ ฉันทนได้ อึก..." คุณแทคอุนหลับตาลงช้าๆ พร้อมเงยหน้าขึ้นเพื่อสกัดกั้นความเจ็บ

"ทำไงดี ฮึก..." ผมเบ้ปากลงเตรียมจะร้องไห้กับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญและความรู้สึกที่มืดแปดด้าน

"เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเรา ฮัคยอนต้องตามคนมาช่วยเราได้แน่นอน ไม่ต้องกลัวนะ"

คุณแทคอุนจับมือของผมมากุมไว้ เพื่อปลอบใจ ทั้งที่หน้าที่นี้ควรจะเป็นผมแท้ๆ คนที่ต้องการความช่วยเหลือและหวาดกลัวควรเป็นคุณแทคอุนที่กำลังบาดเจ็บ แต่เขากลับทำมันกับผมแทน ผมนี่มันอ่อนแอจนดูแลใครไม่ได้เลยจริงๆ

"อึก.. อ่า... แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก" เสียงหอบหายถี่รัวจากคนใกล้ตัว ทำให้ผมนั่งไม่ติด เป็นห่วงแต่กฌทำอะไรไม่ได้ หรือมีสิ่งที่ทำได้ แต่ผมเขลาเกินกว่าจะรู้มัน

"อดทนหน่อยนะครับ"

"อืม ฉันบอกแล้วไงว่าทนได้ หืม ไม่ต้องเป็นห่วง"

ผมใช้มือกดบาดแผลไว้ เพื่อไม่ให้คุณแทคอุนเสียเลือดไปมากกว่านี้ แต่เป็นเพราะผมทำไม่ถูกวิธีหรือไร เลือดมันยังคงไหลออกมาไม่หยุด จนมือถูกย้อมไปด้วยสีแดงสด

"ใช่สิ คุณแทคอุนมีโทรศัพท์ติดตัวมามั้ยครับ?" ผมโพล้งถามอีกคนทันทีที่นึกถึงสิ่งนี้ได้

"มีสิ.. ถ้าไม่หล่นระหว่างเราตกลงมานะ"

ผมถือวิสาสะล้วงหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงคนบาดเจ็บ เพราะถ้ารอให้หยิบเองคงลำบาก และโชคดีที่มันยังอยู่ดี ผมรีบจัดการต่อสายหาคนที่ไว้ใจที่สุด นั่นก็คือพี่ฮัคยอน แต่ก็พบว่าที่แห่งนี้มีสัญญาณไม่มากพอ

"ไม่มีสัญญาณเลย ทำยังไงดี"

"อืม" เสียงทุ้มตอบเพียงสั้นๆ

"คุณแทคอุน!"

ผมรีบวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะใช้มือกดแผลไว้ดังเดิม ตอนนี้อาการของคุณแทคอุนดูแย่ลงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ด้านล่างนี้จะมืดสลัวจนแทบมองอะไรไม่เห็น แต่ผมรับรู้ได้ว่าคุณแทคอุนหน้าซีดจากการเสียเลือดมาก และกำลังเจ็บแค่ไหน

หัวสมองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา เมื่อตัวเองต้องตกมาอยู่ในที่ที่รู้สึกไร้ประโยชน์ ทำได้เพียงนั่งกดแผลห้ามเลือดโง่ๆ รอเวลาให้คนอื่นมาช่วย ไม่มีแผนในหัว ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป สิ่งที่มีเพียงอย่างเดียวคือ 'ความกลัว'

กลัวการเสียใครสักคนไป

กลัวต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิด

กลัวการต้องอยู่กับความโดดเดี่ยว

"ฮงบิน...."

เวลาผ่านไปพักใหญ่ เสียงทุ้มอันแผ่วเบาดึงผมออกมาจากภวังค์ กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่น่าหวาดกลัว ช่วงเวลาก่อนหน้า ราวกับสมองผมตายไปชั่วขณะ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองปล่อยให้บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบมานานแค่ไหนแล้ว

"ครับ?"

"ฉัน...ง่วงเหลือเกิน..."

และแล้วคำที่ผมกลัวก็มาถึงจริงๆ เปลือกตาสีมุกกระพริบช้าๆอย่างริบหรี่ ราวกับใกล้จะปิดลงในไม่ช้า กับตาสีนิลที่มองมาที่ผมตลอด นั่นทำให้ผมแทบไร้เรี่ยวแรง ถ้าคุณแทคอุนหลับ ก็เท่ากับว่าผมต้องเสียเขาไปตลอดกาล และมันไม่ควรจบลงแบบนี้

"ยะ...อย่าเพิ่งหลับนะครับ เดี๋ยวพี่ฮัคยอนก็ตามคนมาช่วยเราแล้ว" ผมตบที่แก้มคุณแทคอุนเบาๆเพื่อเรียกสติ ปากก็คอยตะโกนเรียกชื่อคนตรงหน้าไม่ขาด

"ฮงบิน...อึก.."

"ค..ครับ?"

"กอดฉันจนกว่าจะหลับได้มั้ย?"

เสียงแผ่วเบาเอ่ยคำขอที่ทำให้น้ำตาผมต้องหยดเผาะลง ผมดึงร่างกายใหญ่ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน กระชับกอดอีกคนตามความต้องการ

"ฮึก...ฮืออออ ไม่เอา ห้ามหลับนะ อยู่เป็นเพื่อนผมก่อน"

ผมส่ายหัวเป็นพัลวัน พรางเขย่าเพื่อนคนเดียวในที่มืดมิดแห่งนี้ตลอด กลัวเหลือเกินถ้าตาคมดวงนี้จะปิดไปต่อหน้าต่อตา อาจดูเห็นแก่ตัวที่คอยรั้งให้เขาอยู่กับความทรมาน แต่ผมทำใจกับการเสียผู้ชายคนนี้ไปไม่ได้จริงๆ

"ก็อยู่ข้างๆแล้วนี่ไง หืม ฉันไม่ได้ไปไหน" คุณแทคอุนแย้มยิ้มบางๆมาให้ผม

"ฮืออออ ห้ามหลับนะครับ ผมขอร้อง" ผมปล่อยโฮออกมาจนหมดสิ้น

"จับมือฉันแน่นๆได้มั้ย จะได้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว และก็ไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว" มือใหญ่ยกขึ้นเพื่อรอรับสัมผัสตอบกลับจากผม

"คุณ..ฮึก...แทคอุน...ฮือออออ"

ผมจับมือคนตัวใหญ่ไว้แน่น พร้อมกับร้องไห้จนตัวโยน ใบหน้าหล่ออันเลือนลางหลังม่านน้ำตา ทำให้ผมรีบเช็ดมันออกอย่างลวกๆ เพื่อจะได้เห็นหน้าเขาชัดเจน

"ฉัน...ร...รัก...อัก อึก..."

"คุณแทคอุน! พอแล้วๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมรู้แล้วๆ ฮือออออ"

ลมหายใจที่ขาดห้วงของคนในอ้อมกอด ริดรอนเสียงที่กำลังเปล่งประโยคที่เขาต้องการเอ่ยที่สุดไป คุณแทคอุนหอบหายใจถี่รัว พยายามต่อสู้กับพิษบาดแผล เพื่อจะได้เห็นหน้าเด็กน้อยเจ้าของอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้ได้นานที่สุด

"ฮงบิน... ก..กอดฉัน...หน่อย อ่ะ..อึก.."

สติอันเลือนลาง ทำให้แทคอุนพร่ำแต่ประโยคเดิมๆวนไปมา แม้ว่าผมจะทำให้อย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม ผมก้มหัวลงซบกับหัวของคุณแทคอุน กระชับกอดให้แน่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

มือสากที่เข้ามาสัมผัสที่แก้มทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่ตอนนี้กำลังยิ้มน้อยๆมาที่ผม รอยยิ้มที่ไร้ความเศร้าหมอง แต่เต็มไปด้วยความสุข

"อย่ากลัว...อย่ากลัวการจากลาเลย" คุณแทคอุนเอ่ยพร้อมกับน้ำสีใสที่ไหลลงหางตา นิ้วโป้งสากไล่ปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดของผมอย่างถะนุถนอม

"ฮือออออออ"

"ตอนนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลยรู้มั้ย แม้จะ...เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่สำหรับฉัน... อึก... อย่างน้อย...มันก็จบแบบสวยงามที่สุดแล้ว..อึก.." มือใหญ่สอดประสานกับมือผมแน่นขึ้น ก่อนจะยกขึ้นประทับจุมพิตลงที่หลังมือผม

"ฮืออออ"

"อภัยให้กับสิ่งที่ฉันเคยทำไม่ดีไว้กับนายได้มั้ย?"

"ฮึก ไม่ครับ จนกว่าเราจะรอดไปด้วยกัน"

"ใจร้ายจัง อึก... แต่ก็สมควรได้รับแล้ว"

"ผมไม่ได้ให้คุณมาโทษตัวเองนะครับ ผมหมายถึงเราต้องรอดไปด้วยกันต่างหาก"

"แล้วถ้าหาก อึก...ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังล่ะ แม้ว่าฉันจะพยายามอย่างที่สุดแล้ว จะโกรธกันมั้ย?" นัยตาสีนิลจ้องอย่างแน่วแน่มาที่ผม บ่งบอกว่าคนตรงหน้าใส่ใจกับความรู้สึกของผมแค่ไหน

"เราต้องรอดไปด้วยกันแน่นอนครับ แล้วคุณจะต้องไม่เป็นอะไร" ผมเลี่ยงการตอบคำถามของคุณแทคอุนตรงๆ อย่างน้อยก็ทำให้บรรยากาศไม่ดูแย่ไปกว่านี้

"ปลอบใจฉันอยู่หรอ ฉันรู้ตัวเองดีว่าเวลาของฉันเหลือนานแค่ไหน ตอนนี้ฉันแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย อึก... แฮ่ก... แฮ่กๆ มันชาไปหมด"

ระดับเสียงทุ้มเริ่มเบาลงจนผมใจหาย ไม่สิ ทุกอย่างต้องไม่แย่ไปกว่านี้ เพราะผมทนอยู่กับผลลัพท์แบบนี้ไม่ไหวหรอก เมื่อไหร่กันนะ ที่โชคชะตาจะเลิกเหวี่ยงเรื่องร้ายๆมาไว้รอบตัวผมเสียที

"ฮึก...ฮือออออ"

"แต่สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกชัดเจนคือการตกหลุมรักนาย ขอบ...คุณสำหรับทุกอย่าง ฮึก...ขอบคุณที่ไม่รังเกียจสิ่งที่ฉันเคยทำไว้กับนาย ขอบคุณที่ อึก..อ่า...สอนให้ฉันรักตัวเองจนมากพอที่จะแบ่งให้คนอื่น และขอโทษที่ฉันอาจไม่ได้อยู่ตอบแทนความรู้สึกดีๆที่มีให้ ขอ..โทษที่..อึก..."

ประโยคยาวเหยียดยังไม่ทันได้ถูกเอ่ยจนจบ ลมหายใจของชายตรงหน้าก็ถูกช่วงชิงไปกระทันหัน และนั่นก็เหมือนพรากลมหายใจผมด้วยเช่นกัน

"คุณแทคอุน! ทำใจดีๆไว้นะครับ คุณแทคอุน! ได้ยินเสียงผมมั้ย?"

ผมทั้งเขย่าและตบที่หน้าคุณแทคอุนเพื่อเรียกสติ แต่ดูเหมือนคนในอ้อมแขนจะไม่รับรู้อะไรเสียแล้ว ตอนนี้มือไม้ผมสั่นไปหมด รู้สึกจุกจนหายใจติดขัด ในเวลานี้แม้กระทั่งร้องไห้ยังยากลำบาก เจ็บปวดหัวใจไปหมด เหมือนกำลังมองคนๆหนึ่งหลับไปแบบช่วยอะไรไม่ได้เลย

"ฮงบิน... พี่แทคอุน..."

"!!!"

แว่วเสียงบางอย่างไม่ไกลจากจุดที่ผมอยู่มากนัก ไม่นานก็สามารถจับจุดได้ว่าเสียงมาจากทางไหน ผมเงยหน้าขึ้นมองทางที่เราตกลงมา ปรากฏลำแสงเล็กๆหลายดวงสาดวนไปมาอยู่บนนั้น และผมมั่นใจว่าน่าจะมาจากกระบอกไฟฉาย

"ได้ยินมั้ย ฮงบิน!"

"พ...พี่ฮัคยอน"

ผมอุทานชื่อพี่ชายด้วยอาการตื่นเล็กน้อย พี่ฮัคยอนต้องกำลังตามหาผมกับคุณแทคอุนอยู่แน่ๆ ผมจะปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปไม่ได้ ต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่คนด้านบนนั้นจะเดินผ่านจุดที่ผมอยู่ไป

ผมจัดการวางคนในอ้อมกอดลงนอนราบกับพื้นอย่างเบามือ ก่อนจะลุกยืนขึ้นเต็มความสูง มองตามลำแสงเล็กๆที่คาดว่ามาจากไฟฉายกวัดแกว่งไปมาอยู่ด้านบน

"ย...อยู่ตรงนี้ครับ! ได้ยินผมไหม! ผมอยู่ตรงนี้!"

ผมส่งเสียงตะโกนสุดกำลังหวังให้คนด้านบนได้ยินมัน แต่ดูเหมือนระยะห่างจากตรงนี้กับข้างบนจะมากไป เสียงของผมเลยอาจไปไม่ถึง

"ฮึก...ผมอยู่ตรงนี้! พี่ฮัคยอนช่วยผมด้วย!!! ฮึก..."

ผมตะโกนเรียกคนอายุมากกว่าทั้งน้ำตา ผมไม่รู้ว่าคนด้านบนได้ยินเสียงนี้หรือไม่ แต่ขณะที่กำลังตื่นกับสถานการณ์ตรงหน้า พลันก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว ผมรีบก้มลงหยิบโทรศัพท์ของคุณแทคอุนที่ก่อนหน้านั้นดูไร้ประโยชน์ขึ้นมา กดเปิดไฟฉายของโทรศัพท์ขึ้น แล้วใช้ส่องกวัดแกร่งขึ้นไปด้านบน เผื่อจะมีใครเห็นสัญญาณนี้บ้าง

และดูเหมือนจะได้ผล ไม่นานแสงไฟฉายจากด้านบนก็ส่องมาบริเวณด้านล่าง ผมรีบแกว่งไฟในมือไปมาเพื่อให้สัญญาณว่ามีคนอยู่ตรงนี้ พร้อมกับย่อตัวลงมาดูอาการคนบาดเจ็บ

"ไม่ต้องกลัวนะครับ เราจะส่งคนลงไปช่วยเดี๋ยวนี้"

เสียงทางด้านบนที่คาดว่ามาจากโทรโข่งดังพอที่จะทำให้ผมได้ยินชัดเจน และนั่นทำให้ผมใจชื่นขึ้นมาบ้าง

ผมวางโทรศัพท์ที่ยังคงเปิดไฟฉายทิ้งไว้ลงกับพื้น ก่อนจะปรี่มาดูคุณแทคอุนต่อ อาการเขาดูแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ผมใช้นิ้วโป้งแตะดูชีพจร พบว่ายังคงเต้นอยู่ แต่ช้าลงมากกว่าปกติ ผมได้แต่หวังให้พระเจ้าคุ้มครองผู้ชายคนนี้ด้วยเถิด

"คุณแทคอุนอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะครับ มีคนมาช่วยเราแล้ว เราต้องกลับไปอย่างปลอดภัยด้วยกันนะครับ"

ใช้เวลาไม่นาน เจ้าหน้าที่ก็ลงมาถึงจุดที่ผมอยู่ คนหนึ่งวิ่งมาดูอาการผม และอีกสองคนไปดูอาการคุณแทคอุน เจ้าหน้าที่ชายหนึ่งในสองฉายใบหน้าที่คร่ำเครียดออกมาอย่างเห็นได้ชัดทันทีที่ตรวจดูอาการเบื้องต้นของคนหมดสติ

เสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งวิ่งเข้ามา พร้อมกับรีบยกร่างของคุณแทคอุนขึ้นเปล เพื่อเตรียมลำเรียงขึ้นด้านบน

ผมถูกนำไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นหลังจากขึ้นมาด้านบนได้สำเร็จ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่คุณแทคอุนนอนอยู่

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเข้าสู่โหมดย่ำแย่ รถพยาบาลที่ตามมาทีหลังก็แล่นเข้ามาจอด ก่อนเจ้าหน้าที่จะรีบพาผู้บาดเจ็บขึ้นรถ ผมรีบปัดมือของเจ้าหน้าที่หญิงที่กำลังทายาบนแผลให้ออก ก่อนจะมุ่งไปยังร่างบนรถที่กำลังถูกครอบด้วยเครื่องช่วยหายใจ โดยมีพี่ฮัคยอนวิ่งขึ้นรถร่วมมาด้วย

"ผู้บาดเจ็บหยุดหายใจแล้ว CPR* ด่วน!" เสียงของเจ้าหน้าที่นายหนึ่งตะโกนขึ้น ทำเอาใจผมตกมาอยู่ที่ตาตุ่ม

"ค...คุณแทคอุน! ฮึก..."

แขนขาที่แทบไร้เรี่ยวแรง พยายามพุ่งไปหาร่างตรงหน้า ทั้งที่ไม่ควรทำ เพราะจะสร้างความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้สมองเหมือนกับไม่สั่งการให้ยับยั้งช่างใจ ถึงปล่อยให้ร่างกายทำพฤติกรรมน่ารำคาญออกไป

"ฮงบินใจเย็นๆ ตั้งสติหน่อย!"

พี่ฮัคยอนเข้ามาฉุดแขนผมไว้ ออกแรงดึงให้กลับมานั่งที่เดิม ไหล่ทั้งสองข้างผมถูกยึดและเขย่าไปมาเพื่อเรียกสติ

"ผ..ผมไม่ไหวแล้ว ฮึก ฮืออออออ" ผมส่ายหัวไปมารัวๆ

"ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี ฮึก..." พี่ฮัคยอนเอ่ยเสียงสั่นเครือ พร้อมกับดึงผมมากอดแน่น

"ได้โปรด คุณต้องปลอดภัยนะครับ" ผมภาวนาอยู่ห่างๆการทำงานของเจ้าที่ โดยที่ยังมองร่างที่นอนแน่นิ่งไม่วางตา

■ THE MIDNIGHT ■

#เที่ยงคืนเลบิน

มาแล้วจ้า อีกประมาณ 2 ตอนก็จะจบแล้วน้า ถ้ามีโอกาสอาจจะเพิ่มตอนพิเศษให้ ไม่ก็ขึ้นเรื่องใหม่เลย ปวดตับกับเรื่องนี้มาเป็นปี อยากแต่งแบบตลกโปกฮาบ้าง

ขอบคุณรีดเดอร์เสมอที่อ่านมาจนถึงตอนนี้น้า หวังว่าจะมีความสุขกับการอ่านตอนนี้ อย่าลืมเม้นติชม ขอเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์หน่อยน้า ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น