เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11/4 สืบจนกว่าจะแน่ชัด

ชื่อตอน : ตอนที่ 11/4 สืบจนกว่าจะแน่ชัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ต.ค. 2562 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11/4 สืบจนกว่าจะแน่ชัด
แบบอักษร

ในขณะที่วราวุฒินั่งคิดเรื่องเมื่อวานที่ผ่านมาแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไมมีนตราจะต้องหนีหน้าเขาแบบนั้น และยังทำท่าร้อนรนอีกด้วยซึ่งเขาไม่เคยเห็นเธอในมุมแบบนั้นมาก่อน ที่แปลกใจกว่านั้นก็คือมีนตรารู้จักกับน้องสาวของภรรยาชยากรได้อย่างไรด้วยสัญชาตญานของนักข่าว ทำให้เขาเดาว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ  

“เฮ้ยไอ้กร!” คนที่กำลังใช้ความคิดร้องลั่นด้วยความตกใจ “พรวดพราดเข้ามาแบบนี้ทำฉันใจหายใจคว่ำหมด ไปไงมาไงว่ะเนี๊ย ถึงโผล่มาหาฉันที่ทำงานได้ คราวหน้าคราวหลังจะมาก็โทรมาบอกบ้างสิวะ ถ้าฉันไม่อยู่แกจะหัวเสียเปล่า ๆ” 

“ก็เพราะฉันคิดว่าแกอยู่ ถึงได้บุกแบบไม่บอกกล่าวไงล่ะ” 

คนตอบสีหน้าเรียบเฉยไม่บอกอารมณ์ใด ๆ ทำให้คนฟังรู้สึกตะหงิดใจว่าเพื่อนสนิทต้องมีอะไรในใจแน่ ๆ มาฟอร์มนี้ทีไรก็มักจะมีเรื่องให้ช่วยทุกที แต่ทว่าสภาพของชยากรดูไม่สดชื่นไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะแต่งงานสักนิดแปลกพิกล 

เพราะเขาเพิ่งได้รับข้อความจากเลขาคนสนิทว่ามีนตราไปนั่งรอที่บริษัท ทำให้เขาเลี้ยวรถมาที่ออฟฟิศของเพื่อนสนิททันที ตอนนี้เขายังไม่อยากจะเจอใครทั้งนั้น แม้แต่มีนตราก็ตามเขาจึงเลี่ยงที่จะไม่พบเธอ ที่สำคัญไปกว่านั้นเขาอยากรู้เรื่องของบัวบงกชด้วยเช่นกัน เพราะตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้ชีวิตที่อิสระเสรีของตัวเองกลับคืนมา แต่ดูเหมือนมันจะวุ่นวายขึ้นทุกวัน ตั้งแต่มีบัวบงกชเข้ามา ทุกอย่างปั่นป่วนไม่หมด ทำให้เขาเกลียดทุกอย่างที่อยู่รอบตัวไปด้วย 

“ไอ้กร…” 

“อือ…” เขาตอบแบบขอไปที 

“แกส่องกระจกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่วะ สภาพของแกมันถึงดูไม่จืดขนาดนี้แถมยังดูไม่มีความสุขทั้งที่เพิ่งจะแต่งงานไม่นาน” คนถามหัวเราะแกมหยอกล้อและยังกระแซะไม่เลิก “ฉันเพิ่งจะเคยเห็นคนแต่งงานเป็นแบบนี้” 

“พูดจบหรือยัง?” 

แทนที่เขาจะตอบแต่กลับย้อนถามเพื่อนสนิทอย่างตีรวน เพราะชีวิตการแต่งงานของเขามันเหมือนถูกสาปไม่มีผิด จากที่เคยใช้ชีวิตตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญแต่ทุกอย่างกับตาลปัตร เมื่อผู้เป็นบิดาถูกผู้หญิงคนนั้นครอบงำทำให้ชีวิตเขาต้องวุ่นวายตามไปด้วย 

“เป็นอะไรของแกวะ”  

คนพูดถามโดยไม่ได้มองหน้าและสายตายังจับจ้องที่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังหงุดหงิดเมื่อถูกถามถึงเรื่องแต่งงาน แต่ไม่วายที่เพื่อนสนิทจะถามต่อราวกับเป็นเรื่องน่าอิจฉา  

“เห็นหายหน้าไปนานก็นึกว่าไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กับเมีย” 

“ไปดื่มกับผีนะสิ” ชยากรเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ 

พอได้ยินน้ำเสียงกระแทกแดกดันและรู้สึกว่ามันเริ่มผิดปกติ ทำให้วราวุฒิเงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที  

“อะไรของแกวะ ทำไมจะต้องหงุดหงิดด้วยไอ้กร ฉันก็ถามดี ๆ ” 

“โทษทีวุฒิ พอดีฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี รู้สึกเบื่อ ๆ ยังไงไม่รู้” 

“อะไรนะ” คนพูดหัวเราะอย่างขำขัน “แกเพิ่งจะแต่งงานนี่นะ แล้วก็บอกว่าเบื่อ ให้ตายเถอะจะให้ฉันเชื่องั้นหรือ” 

“ฉันไม่ขำด้วยนะวุฒิ”  

ชยากรพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สำคัญเขากำลังหนีปัญหาที่เกิดกับตัวเองในตอนนี้ โดยที่ไม่กลับเข้าบ้านเป็นสัปดาห์แล้ว อย่างน้อยบิดาก็จะได้รู้ว่า บัวบงกชไม่มีอิทธิพลต่อจิตใจของเขาและสิ่งที่ท่านกำลังคิดอยู่จะได้เลิกล้มความตั้งใจ นับวันเขาก็ยิ่งเกลียดเธอเพราะเธอกำลังจะทำให้ชีวิตเขาพังพินาศเข้าไปทุกที 

“แกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำหน้าเหมือนคนเบื่อโลกทั้งที่เพิ่งจะแต่งงาน แต่ว่างานแต่งคืนนั้น ผู้ชายทั้งงานอิจฉาแกเป็นแถวเลย เพราะอะไรรู้ไหม” คนถามยิ้มอย่างมีเลศนัยเพราะเห็นว่าเพื่อนหงุดหงิดจึงอยากจะหาเรื่องให้คลาดเครียด 

“อะไร?” ชยากรย้อนถามและไม่สนุกด้วยออกจะหงุดหงิดด้วยซ้ำ  

“เมียแกสวยมาก ผู้ชายในงานต่างก็พูดกันหนาหู ดีใจด้วยนะ พ่อแกตาถึงจริง ๆ ” 

“แกเลิกพูดถึงแม่นั่นเสียทีได้ไหม ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านมีแต่เรื่องวุ่นวายและยังเข้ากับพ่อฉันเป็นปี่เป็นขลุ่ย” 

คำพูดของเพื่อนสนิทไปสะกิดใจเข้าอย่างแรง ทำให้เขาเดือนจนหน้าเป็นสีเลือดเมื่อนึกถึงบัวบงกชขึ้นมา 

“ทำไมจะต้องหงุดหงิดขนาดนี้ด้วยวะ แกมีเรื่องอะไรหรือเปล่า” 

ชยากรถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อสิ่งที่เป็นอยู่ทำให้เขาไม่มีความสุขในชีวิตเลย บัวบงกชกำลังจะทำอะไรกันแน่ แววตาที่มาดมั่นของเธอทำให้เขาไม่ไว้ใจ หากเขายังขลาดอยู่ก็เท่ากับยอมรับความจริงทุกอย่าง แต่ไม่มีวันเสียละที่จะแพ้ทางผู้หญิงอย่างเธอ  

“ช่วยสืบเรื่องของบัวบงกชให้ฉันที” 

“อะไรนะ” วราวุฒิแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “ฉันว่าแกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ อยู่ดี ๆ จะขุดคุ้ยเรื่องเมียของตัวเองนี่นะ เธอเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหรือไง ท่าทางคุณบัวเธอก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นเสียหน่อย มันเป็นเรื่องที่ประหลาดในสามโลกจริงๆว่ะ” 

“แกจะรู้ดีไปกว่าฉันได้ไง ในสายตาแกอาจไม่ได้เลวร้ายแต่ฉันสัมผัสได้ว่าเธอมีความร้ายกาจเลยละ ไม่งั้นฉันคงไม่ให้แกช่วยหรอก เข้ามาอยู่บ้านได้ไม่นานพ่อฉันก็ดูจะพอใจ จะให้มาช่วยงานฉันที่บริษัทแถมยังจะประเคนรถยุโรปคันใหม่ให้อีกต่างหาก มันไม่เห็นจำเป็นสักเรื่อง แล้วแม่นั่นยังเปิดร้านเสื้อผ้าอีกด้วยหนีไม่พ้นทุนพ่อฉันอีกตามเคย” 

“แต่ที่แกพูดถึงน่ะเมียแกนะกร ระแวงเกินไปอะไรหรือเปล่า” คนพูดมองเพื่อนสนิทอย่างไม่เข้าใจ “ไม่เห็นแปลกที่พ่อแกจะทำแบบนั้น ดีเสียอีกแกจะได้ไม่เหนื่อย ลืมไปหรือว่ะแกแต่งงานเป็นผัวเมียกัน” 

คราวนี้ชยากรสวนขึ้นทันควัน “ไม่ได้เป็นโว้ย” 

“อะไรนะ” วราวุฒิร้องขึ้นอย่างเชื่อ “นี่อย่าบอกนะว่าแกกับคุณบัวยังไม่มีอะไรกัน งานแต่งงานก็ผ่านมาหลายวัน เสือผู้หญิงอย่าแกปล่อยหลุดมือไปได้ยังไง แกนี่เป็นสุภาพบุรุษจริง ๆ หรือว่าแกล้อเล่นหะไอ้กร” 

ชยากรพยักหน้าให้อีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “คืนเข้าหอฉันไม่ได้อยู่กับบัวบงกช” 

“อย่าบอกนะว่าแกอยู่กับคุณมีนตรา” 

ชายหนุ่มพยักหน้า “หลังจากคืนนั้นฉันกลับเข้าบ้านก็ถูกพ่อสวดยับ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นพ่อฉันหลงคารมแม่นั่นไปแล้ว ไม่รู้ไปเป่าหูพ่อฉันอีท่าไหน ท่านถึงได้ยอมและยังจะให้ไปฮันนีมูนอีก จะบ้าไปกันใหญ่แล้วว่ะ แค่แต่งงานด้วยก็บุญหัวแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ได้นอนที่บ้านเป็นสัปดาห์แล้ว กลับไปก็ทะเลาะกับพ่อทุกวันไม่รู้จะกลับไปทำไม” 

“แต่แกทำไม่ถูกนะ อย่าลืมสิว่าแต่งงานแล้วน่าจะเห็นใจคุณบัวบ้าง ทำแบบนั้นเธอจะรู้สึกยังไง” 

“จะรู้สึกยังไงมันเรื่องของเธอ แต่ตอนนี้ฉันชักเบื่อ ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นไม่งั้นคงไม่บากหน้ามาให้แกช่วยหรอก แม่นั่นธรรมดาซะที่ไหน ไม่งั้นคงไม่กล้าแต่งงานกับฉันเพื่อแลกกับเงิน” 

“แต่ฉันว่า…” 

วราวุฒิพูดยังไม่จบเขาก็รีบโบกมือและชิงพูดต่อทันที “ไม่มีตงมีแต่อะไรทั้งนั้น แกรีบจัดการให้ฉันเร็วที่สุด หรือว่าแกจะไม่ช่วยหะไอ้วุฒิ ตกลงแกเป็นเพื่อนฉันหรือเปล่า” 

“เออ…ช่วยก็ช่วย” วราวุฒิส่ายหัวไปมาอย่างไม่เข้าใจ 

“แกคือคนที่ฉันไว้ใจที่สุด แล้วอย่าให้เรื่องนี้รั่วไหลเด็ดขาดแม้แต่พ่อฉันหรือว่ากรกฎเลขาของฉัน เพราะหมอนั่นไว้ใจไม่ได้ มีอะไรฟ้องพ่อฉันทุกเรื่อง” 

เมื่อไม่มีคำตอบจากวราวุฒิทำให้ชยากรหงุดหงิดก่อนจะโพร่งขึ้นเสียงดัง “ได้ยินไหมไอ้วุฒิ” 

“ได้ยินแล้วน่า” คนตอบเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ก่อนจะถามขึ้นทันที “จริงสิไอ้กร เมื่อวานฉันไปทานข้าวกับทีมงานข้างนอก ฉันเจอคุณมีนตรากับน้องสาวคุณบัวอยู่ด้วยกัน ฉันแค่แปลกใจว่าสองคนนั่นรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” 

“ก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนนี่ ในเมื่อมีนตราเป็นดาราดังใคร ๆ ก็รู้จักเป็นธรรมดา” 

พูดยังไม่ทันจะขาดคำมีนตราก็โทรเข้ามาพอดี ทำให้ชายหนุ่มเริ่มรำคาญเพราะเธอโทรจิกเช้าเย็น จนแทบไม่มีเวลาเป็นส่วนตัวแถมยังนั่งรอที่ออฟฟิศอีกต่างหากซึ่งเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในที่ทำงาน ทั้งที่เคยพูดคุยกับมีนตราไปแล้วแต่เธอไม่ทำตามสัญญา และนั่นเป็นเหตุผลที่เขาไม่ยอมไปพบเธอทั้งที่ตกปากรับคำว่าจะพยายามไปหาให้บ่อยขึ้น เขาจึงตัดปัญหาโดยการตัดสายทิ้งและหงุดหงิดไม่น้อยที่เธอตามจิกไม่เลิกราแต่ก็ต้องพักเรื่องของมีนตราเอาไว้ก่อนเพราะเรื่องของบัวบงกชสำคัญกว่า 

“ใครโทรมาทำไมไม่รับสาย” วราวุฒิถามขึ้น 

“มีนตรา” เขาตอบพลางระบายลมหายใจออกมาอย่างรำคาญใจ “ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงจริง ๆ ทำไมจะต้องตามจิกขนาดนี้ก็ไม่รู้…เบื่อฉิบ” 

“เพราะว่าแกไปให้ความหวังเธอหรือเปล่าถึงได้ตามไม่ห่าง” คนถามปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะถามต่ออย่างหยังเชิง “แล้วแกรักเธอหรือเปล่าล่ะ” 

ชยากรหยักไหล่เล็กน้อย “อาจจะผิดที่ฉันไปให้ความหวังมีนตรา ไม่รู้สิตอนนี้ฉันรู้สึกเฉย ๆ กับเธอว่ะ” 

“แสดงว่าแกไม่ได้รักคุณมีนตรา” อีกฝ่ายยังรบเร้าไม่เลิก 

“แกจะถามอะไรนักหนาวะไอ้วุฒิ มีนตราไปนั่งรอฉันที่ออฟฟิศแต่เช้าแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับ ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในที่ทำงานของฉัน” น้ำเสียงนั้นติดหงุดหงิด “น่าเบื่อชะมัด” 

สีหน้าของชยากรออกอาการไม่พอใจเป็นอย่างมาก โชคดีที่กรกฎรู้งานไม่อย่างนั้นเจอดีแน่เพราะตอนนี้ชีวิตเขาเริ่มอยู่ไม่สุขตั้งแต่แต่งงานและมีแต่เรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อย 

“แกว่าอะไรนะ” วราวุฒิเอ่ยขึ้นปนขำ “ขนาดแต่งงานแล้วยังเนื้อหอมขนาดนี้ ดูท่าทางแม่ดารานั่นคงไม่ปล่อยแกหลุดมือง่าย ๆ แน่ไอ้กร ท่าทางคุณมีนตราก็ไม่ใช่ย่อย ๆ นะโว้ย” 

“จะอะไรก็ช่างเถอะน่า เรื่องของมีนตราเอาไว้ทีหลังแกอย่าทำให้ฉันประสาทเสียได้ไหมไอ้วุฒิ ฉันอยากจะจัดการกับเมียจอมปลอมฉันก่อน” คราวนี้น้ำเสียงของคนพูดออกอาการหัวเสียขึ้นมาทันที 

“ทำไมแกจะต้องหงุดหงิดด้วยวะ ก็เห็นก่อนหน้านี้ออกจะพอใจนางเอกแถวหน้านี่หว่า แต่ตอนนี้ทำเป็นอยากจะคายทิ้งซะงั้น หล่อ รวย ก็เป็นซะอย่างนี้แหละ” 

“เมื่อไหร่แกจะหยุดพูดถึงมีนตราเสียที…รำคาญโว้ย” 

“ใจเย็น ๆ สิวะ ฉันก็แค่ล้อเล่นทำไมจะต้องโมโหขนาดนั้นด้วยละ ฉันก็แค่หวังดีกลัวจะเสียท่าให้แม่นางเอกนั่น” 

“หุบปากของแกไปเลยนะ ถ้าจะพูดถึงมีนตรา ฉันจัดการของฉันได้ก็แล้วกัน 

พูดจบชยากรก็ลุกจากเก้าอี้อย่างหัวเสีย และก้าวออกจากห้องทำงานของเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกหงุดหงุดไม่คิดว่าชีวิตหลังแต่งงานมันไร้ความสุขขนาดนี้ หากไม่มีบัวบงกชสักคนชีวิตของเขาคงดีกว่านี้ 

“แล้วนั่นแกจะไปไหน” อีกฝ่ายตะโกนถามตามหลังแต่ทว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย ทำให้คนถามงงงวยกับอารมณ์ของเพื่อนสนิทเสียเหลือเกินที่ขึ้นลงราวกับคนวัยทองไม่มีผิด 

 ++อัพให้อ่านกันต่อนะคะ และมาพร้อมกันการเปิดจองหนังสือ ส่วนอีบุ๊คคาดว่าจะได้อ่านกันในสัปดาห์หน้า ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ....ขอบพระคุณสำหรับการติดตามค่ะ ++ 

ความคิดเห็น