ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SILVER BULLET [18]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SILVER BULLET [18]
แบบอักษร

-18- 

 

มิคาเอลกับไคเดินทางไปถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ช่วงบ่าย เมื่อไปส่งเจ้านายถึงเพนท์เฮ้าส์ บรรดาการ์ดมากมายก็กระจายตัวไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงโรมัน ลูก้า กับคนขับรถอีกคนเท่านั้นที่มิคาเอลบอกให้อยู่ต่อ  

ช่วงเวลาพักผ่อนประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะต้องไปทำงานใหญ่ทิ้งท้ายในฐานะนายแบบ มิคาเอลขังตัวเองอยู่ในห้องกับไค แม้แต่โรมันกับลูก้าที่พักอยู่ชั้นล่างก็แทบไม่ได้เจอหน้า ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขทำให้นายแบบหนุ่มยิ้มได้แทบทั้งวัน ไคเองก็ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด เพราะถึงสีหน้าจะเฉยชาอย่างไรก็ไม่อาจปกปิดดวงตาเป็นประกายคู่นั้นได้อยู่ดี 

“นอนแบบนี้สบายเหรอ ตักฉันไม่ได้นุ่มนะ” มิคาเอลสางเส้นผมของคนบนตักอย่างเบามือ ต่อให้ชื่นชอบเวลาไคนอนตักมากขนาดไหนก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี เพราะวันนี้อีกฝ่ายแทบไม่ผละไปไหนเลย 

“ไม่ได้ชอบนุ่มๆ” 

ไม่ได้ชอบมาตั้งนานแล้ว... 

ไคพูดในใจ ขณะหันเข้าหาเจ้าของตัก ซุกใบหน้าเข้ากับหน้าท้องอบอุ่นที่เป็นของเขาคนเดียว 

“เดี๋ยวนี้ไม่ขยันวาดรูปเหมือนเมื่อก่อนแล้วเหรอ” 

พอเจอไคในโหมดขี้อ้อนเข้าไป มิคาเอลเกือบจะไปไม่เป็น เผลอขบกัดริมฝีปากแล้วพึมพำว่าน่ารักอยู่เป็นร้อยๆ รอบกว่าจะหาเรื่องมาพูดคุยต่อได้ เขารู้ว่าไคเพียงแค่พักสายตา ไม่ได้คิดจะหลับอะไรจริงจัง เพราะเพิ่งจะตื่นขึ้นมาทั้งคู่ ที่นั่งจู๋จี๋อยู่นี่ก็แค่ฆ่าเวลาระหว่างรอไปทำงานเท่านั้น 

“ขยัน?” 

“ก็เมื่อก่อนเวลาฉันไปทำงาน ไคมักจะขึ้นไปหมกตัวอยู่ในห้องวาดรูปทั้งวันเลยนี่” 

ไม่ใช่แค่นั้น หากไม่ใช่มิคาเอลไปตามหรือเอากลิ่นอาหารล่อก็จะไม่ขยับไปไหนจนกว่าจะถึงเวลานอนด้วย มองอย่างไรก็เหมือนคนขยันทำงานไม่ใช่เหรอ... 

“เพราะ...อยู่คนเดียว” 

มิคาเอลชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ เป็นเวลาเดียวกันกับที่ไคพลิกกายนอนหงายแล้วลืมตามองเขาพอดี เพียงเท่านั้นเขาก็เข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว 

“เพราะฉันไม่อยู่เหรอ” 

“อืม” 

สิ้นคำตอบรับง่ายๆ ที่ทำเอาคนฟังตาเป็นประกายระยิบระยับ ไคก็พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง หันหน้าไปหามิคาเอลแล้วจ้องมองใบหน้าสมบูรณ์แบบนั่นนิ่งงัน  

“ไค?” 

“จูบได้ไหม” 

มิคาเอลเอียงคอกะพริบตาปริบๆ ก้ำกึ่งระหว่างงุนงงและคาดไม่ถึง หากสุดท้ายก็ยังตอบออกไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ได้ฉุกคิดอะไรให้มากความ 

“ไม่เห็นต้องถาม...อือ” 

ริมฝีปากร้ายกาจบดจูบลงมาทันทีที่ได้รับคำอนุญาต สองแขนแข็งแรงของไครวบกอดเอวคนที่กำลังตกใจเข้าหาตัว และในเวลาไม่นานนักมิคาเอลก็สมยอมอย่างเต็มใจด้วยการยกมือขึ้นโอบลอบลำคอ เอียงศีรษะและอ้าปาก ปล่อยให้ปลายลิ้นร้อนลุกล้ำเข้ามาได้อย่างง่ายดาย 

เสียงดูดดึงริมฝีปากอย่างไม่มีใครยอมใคร รวมถึงร่างกายที่เริ่มบดเบียดเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ทำให้มิคาเอลรับรู้ว่าอีกไม่นานเขาจะได้ตกเป็นของไคอีกครั้งแน่นอน ยิ่งยามพบว่าในดวงตาที่เคยเฉยชาเริ่มทอประกายน่าหวาดหวั่นบางประการ ความตื่นเต้นยิ่งคืบคลานเข้ามาจนลืมเลือนไปเสียสนิท... 

ลืมว่าวันนี้มีงาน 

ครืด ครืด 

มิคาเอลไม่รู้จะโมโหคนที่โทรศัพท์เข้ามาเตือนว่าถึงเวลาออกเดินทางแล้ว หรือจะโมโหไคที่ดันมามีอารมณ์เอาวันนี้ ทั้งที่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็อ่อยเรี่ยราดอยู่หลายครั้งดี แต่เพราะรู้ว่ายังไงก็โทษไคไม่ลงแน่ๆ ชายหนุ่มจึงเลือกลงกับโทรศัพท์ด้วยการยื่นมือไปปัดมันหล่นลงพื้นแทน 

“ไค” เขาส่งเสียงขัดใจเมื่อไคผละริมฝีปากออกเหมือนจะบอกว่าหมดเวลาแล้ว ถึงอย่างนั้นเมื่อพบว่ามิคาเอลไม่ยอมปล่อยมือง่ายๆ ไคก็ยังโอบเอวกันไว้เพื่อไม่ให้หงายหลังอยู่ดี 

 มีความสุขจัง... 

พอเห็นไคเริ่มแสดงออกมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ได้จับคู่กัน มิคาเอลก็มีความสุขจนยิ้มไม่หุบ รอบกายเหมือนมีดอกไม้หลากสีปรากฏขึ้นโดยรอบ แม้จะเป็นแค่ตอนอยู่กับไค แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก 

“แผลนี่...” ไคแตะปลายนิ้วลงบนหลังคอขาว หลังจากมิคาเอลซบหน้าลงกับบ่ากว้างจนทำให้มองเห็นรอยกัดที่ใกล้หายดีแล้วของอีกคน การฟื้นตัวที่รวดเร็วผิดปกติของอัลฟ่าไม่ใช่เรื่องน่าแปลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ ดังนั้นเมื่อเห็นบาดแผลที่ทำไว้ใกล้หายดี นอกจากคิดว่าจะทำใหม่เมื่อไหร่ดี ไคก็ไม่ได้หงุดหงิดเท่าไหร่นัก 

“ไม่ต้องเป็นห่วง ใช้เครื่องสำอางทานิดหน่อยก็ปิดบังแผลได้ง่ายๆ แล้ว” มิคาเอลเข้าใจความเป็นห่วงของคนพูดไม่เก่งดี เขาจึงอธิบายออกมาด้วยตัวเอง หลังจากแอบขโมยหอมแก้มไคไปหนึ่งครั้ง “อีกอย่างนี่ก็เป็นงานถ่ายแบบครั้งสุดท้ายของฉันแล้วด้วย ต่อจากนี้ไคจะทำรอยตรงไหนก็ได้ทั้งนั้น” 

ชั่ววินาทีหนึ่งดวงตาคู่คมที่เฉยชามาตลอดพลันเปล่งประกายวิบวับน่ามอง น่าเสียดายที่มิคาเอลซุกหน้าเข้าหาอกกว้างเสียก่อนเลยไม่ทันสังเกตเห็น 

กว่าไคผู้แสนเฉื่อยชาจะแงะตัวมิคาเอลออกจากเตียงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ก็กินเวลานานหลายนาที แต่ถึงอย่างนั้นลูก้าที่ยืนรออย่างแห้งเหี่ยวอยู่หน้าห้องก็ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ ออกมา เพียงก้มศีรษะให้เจ้านายทั้งสองแล้วเดินนำทั้งคู่ไปขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายซึ่งเป็นสตูดิโอของโมเดลลิ่งที่มิคาเอลทำงานอยู่ 

“งานในวันนี้เป็นงานถ่ายแบบน้ำหอมคอลเลกชันใหม่ในนามแบรนด์ของคุณอาร์เธอร์ จางซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในอดีต โดยน้ำหอมแต่ละกลิ่นจะถูกออกแบบตามคาแรกเตอร์ของนายแบบที่ถูกเลือก รอบนี้มีนายแบบสามคนคือท่าน คุณจางลี่ชิง แล้วก็คุณพีทครับ” 

“อาเธอร์ จาง...” มิคาเอลเลิกคิ้วเล็กน้อยยามได้ยินชื่อคุ้นหู 

“เป็นเจ้าของโมเดลลิ่งที่ท่านอยู่ครับ” 

อา... คนที่ใครต่อใครเรียกว่าบิ๊กบอสนั่นเอง 

“ได้ส่งเมลบอกเรื่องที่ฉันกลับมาหรือยัง” 

“ผมส่งเมลยืนยันกับคุณแกเรนไปแล้ว ว่ายังไงท่านก็จะกลับมาทันงานนี้แน่นอนครับ”  

“อืม” 

เมื่อมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาน่ารำคาญตามมาเพราะดันผิดสัญญาว่าจ้างเอาช่วงใกล้ออก มิคาเอลก็เอนกายพิงพนักโซฟาของรถ ก้มลงเล่นมือไคอย่างสบายใจ  

“แต่ท่านครับ ดูเหมือนงานนี้จะไม่ได้จบในวันเดียว นอกจากถ่ายภาพนิ่งยังเหลืองานเดินแบบเปิดตัวในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าด้วย” ลูก้าก้มลงดูสัญญาจ้างในจอโน้ตบุ๊กแล้วเงยหน้ารายงานต่อเมื่อไม่เห็นมิคาเอลแสดงท่าทีหงุดหงิดใดๆ “ตามสัญญาจ้างท่านไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะยังถือว่าอยู่ในระยะสัญญาครับ” 

ดูเหมือนแม้แต่ตอนนี้มิคาเอลก็ยังอารมณ์ดีอยู่ นอกจากส่งเสียงร้องอ้อออกมาเบาๆ คำหนึ่งเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ยังคงใส่ใจกับมือไคมากกว่าเรื่องอื่นใดเหมือนเช่นเคย ส่วนเหตุผลคงเป็นเพราะหลายวันมานี้ไคไม่ค่อยได้ทำอะไร จึงถูกมิคาเอลจับทาครีมทั้งวันจนมือนุ่มนิ่มไปหมด ถ้าไม่ติดว่าไม่ได้อยู่กันสองคน เขาคงยกขึ้นมาสูดดมและประทับจูบลงไปแล้ว 

“ไคใส่หมวกนี่แล้วสวมฮู้ดคลุมหัวไว้นะ ฉันจะให้ลูก้าอยู่ข้างๆ จะได้ไม่มีคนมากวน” 

“อืม” ไครับหมวกไปสวมอย่างว่าง่ายเมื่อเห็นว่าพวกเขาเดินทางมาถึงสตูดิโอแล้ว  

การทำงานในครั้งนี้สำหรับมิคาเอลถือว่าดีกว่าทำงานนอกไม่น้อย เนื่องจากทีมงานเป็นคนในทั้งหมดจึงคุ้นชินกับนิสัยของมิคาเอลเป็นอย่างดีและรู้ว่าควรปฏิบัติตัวแบบไหนเขาถึงจะพอใจ เรียกว่าดูเป็นมืออาชีพมากกว่าทีมงานด้านนอกก็ว่าได้ แต่นั่นก็เป็นแค่สิ่งที่มิคาเอลคิด เพราะเอาจริงๆ คือคนเหล่านั้นโดนมาจนชินตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้วต่างหาก 

“คุณมิคาเอล เชิญที่ห้องแต่งตัวเลยครับ”  

มิคาเอลส่งสายตาบอกให้ลูก้าดูแลไคดีๆ แล้วเดินตามหลังทีมงานเข้าไปด้านใน รอจนแผ่นหลังของเจ้านายหายไป ลูก้าจึงพาไคเดินไปนั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งซึ่งไม่กระทบกับการทำงานของคนอื่นและไม่ได้ดูเป็นจุดสนใจมากนัก โชคดีที่มิคาเอลให้ไคใส่หมวกสวมฮู้ดเอาไว้ ตอนที่เดินเข้ามาและถูกจับจ้องเนื่องจากความโดดเด่นของมิคาเอล ไคจึงไม่ได้ถูกสนอกสนใจไปด้วย 

การเตรียมการเพื่อถ่ายแบบไม่ได้ใช้เวลานานนักเพราะทุกคนรู้ดีว่าสำหรับนายแบบคนนี้ตารางเวลาต้องเป๊ะเท่านั้น การที่พวกเขานัดช่วงบ่ายก็เพราะต้องการมาเตรียมการให้พร้อมจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง มั่นใจได้เลยว่าถ้าช้าจนต้องรอนาน คนคนนั้นต้องเดินออกไปขึ้นรถในทันทีแน่นอน 

แต่อันที่จริงมันก็ไม่แน่หรอก... เพราะวันนี้แลดูคุณมิคาเอลของทุกคนจะอารมณ์ดีผิดปกติ 

“คุณไค ท่าน...คุณมิคาเอลออกมาแล้วครับ”  

ไคเบนสายตาที่กำลังมองเหม่อไปหาเจ้าของชื่อที่ลูก้าบอกโดยอัตโนมัติ เขาจับจ้องท่าทางการเดินของคนที่อยู่ในคราบนายแบบเต็มตัวตาไม่กะพริบ ยังไม่ทันได้คิดว่ามิคาเอลจะมองเห็นหรือเปล่า ทางนั้นก็เบนสายตามาหาโดยไม่ต้องกวาดมอง ราวกับจะบอกให้รับรู้ว่าไม่ว่าเมื่อไหร่ไคก็อยู่ในสายตาเสมอ 

ดูเหมือนใบหน้าที่ถูกซ่อนอยู่ใต้หมวกกับฮู้ดจะทำให้มิคาเอลมองเห็นไคไม่ชัดจนเผลอขมวดคิ้ววูบหนึ่ง ไม่รู้เรียกว่าใจสื่อถึงใจได้หรืออย่างไร คนทางนี้จึงยกหมวกขึ้นเล็กน้อย ใช้ดวงตาที่มิคาเอลรักแสนรักจ้องมองคล้ายจะบอกให้รีบๆ ทำงานจะได้กลับมาอยู่ข้างกันไวๆ เพียงเท่านั้นมิคาเอลก็หลุดยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึกๆ แล้วเดินไปเข้ากล้องอย่างรวดเร็วจนทีมงานที่หันมาเห็นหลอนไปตามๆ กัน  

การบรีฟงานและถ่ายงานของมิคาเอลเป็นไปอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์แบบสมกับเป็นมืออาชีพที่ไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ช่างภาพประจำกองที่มีภูมิต้านทานสูงเพราะเคยเจอกันมาก่อนแล้วไม่ทำให้ใครต่อใครผิดหวัง เมื่อนายแบบเตรียมพร้อมเขาก็พร้อมกดชัตเตอร์ตาม  

“ผมขอท่ายืนหน่อยครับ”  

มิคาเอลผุดลุกขึ้นยืน ไม่ต้องให้ใครเข้ามาปลดกระดุมให้ก็จัดการเปิดเองพร้อมสรรพ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยจนเห็นแนวกรามสวยได้รูป เมื่อรวมเข้ากับดวงตางดงามสีเขียวเป็นประกายที่กดลงต่ำ ชายที่มีภาพลักษณ์เป็นเทวทูตผู้แสนเย็นชาก็แผ่บรรยากาศดิบเถื่อนที่ปะปนมากับความงดงามสูงศักดิ์ออกมาได้แบบไร้ที่ติ 

ตรงตามคอนเซปต์น้ำหอม ‘Silver Bullet’ ซึ่งเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นดินปืน ให้ความรู้สึกดิบเถื่อน ลึกลับ อันตรายที่สร้างขึ้นมาเพื่อมิคาเอลโดยเฉพาะ และเขาก็ดึงจุดเด่นของตัวเองออกมาใช้ได้อย่างครบถ้วน 

ความสมบูรณ์แบบของนายแบบหนุ่มยังคงทำให้ทีมงานตัวเกร็งและต้องควบคุมอารมณ์เหมือนเช่นทุกครั้ง เมื่องานออกมาแทบไม่มีข้อผิดพลาด แทนที่จะดีใจ พวกเขากลับรู้สึกกดดันอย่างไร้เหตุผล บางทีอาจเพราะบรรยากาศส่วนตัวที่มิคาเอลแผ่ออกมา แต่ว่า... 

“วันนี้คุณมิคาเอลดูอารมณ์ดีนะครับ”  

หนึ่งในทีมงานที่เผลอส่งเสียงถามแทบจะตะครุบปากตัวเองเอาไว้ไม่ทัน เพราะเขาดันถามในระยะประชิดตอนเข้าไปส่งน้ำให้มิคาเอล เสียงกลั้นหายใจดังขึ้นต่อกันเป็นทอดๆ เนื่องจากไม่เคยมีใครคาดเดาอารมณ์นายแบบคนนี้ได้ แต่ว่า... 

“เพราะคนสำคัญอยู่ด้วย” 

“หา…" 

ทุกสายตาของคนที่ได้ยินคำพูดนั้นเบนไปมองตรงทิศทางที่ลูก้านั่งอยู่กับไคโดยอัตโนมัติ พวกเขาเคยได้ยินมาก่อนแล้วว่าในที่สุดมิคาเอลก็ยอมรับผู้จัดการมาคนหนึ่ง และคนคนนั้นก็เคยเข้ามาที่โมเดลลิ่งอยู่ครั้งสองครั้งจึงพอมีคนเห็นหน้าบ้าง ดังนั้นคนสำคัญที่ว่าจะเป็นใครไปได้หากไม่ใช่คนที่ใส่หมวกปิดหน้าปิดตาอยู่  

“เรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เสียงถามราบเรียบของมิคาเอลทำให้ทีมงานที่อยู่ใกล้เขาที่สุดรู้สึกตัว รีบหันมาพยักหน้าตอบเสียงสั่นแทบจะทันที 

“ครับ... เรียบร้อยแล้วครับ เหลือแค่ฟิตติ้งชุดวันเปิดตัวสินค้า” 

คนฟังพยักหน้าพอใจ หันไปยิ้มให้ไคหนึ่งครั้งแล้วหมุนกายเดินกลับไปทางห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาใช้เวลาอยู่ในนั้นเพื่อลองเสื้อผ้าวันเปิดตัวน้ำหอมไม่นานมากนักเพราะไม่ได้มีปัญหาที่ต้องแก้มากมาย รายละเอียดของชุดไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเสน่ห์ทั้งหมดจะถูกถ่ายทอดจากตัวนายแบบและผลิตภัณฑ์โดยตรง  

“นี่เป็นสินค้าตัวอย่างครับ สำหรับคุณโดยเฉพาะ”  

มิคาเอลรับขวดน้ำหอมแปลกตาที่ถูกแกะสลักเป็นรูปกระสุนปืนมาถือไว้ ขวดทรงเหลี่ยมสีเงินเป็นประกายสีทองที่มองเห็นน้ำหอมด้านในทำให้สินค้าชนิดนี้ดูแพงและเข้ากันกับเขาได้อย่างน่าประหลาด  

หลังจากมองสำรวจของในมืออยู่ไม่กี่วินาที นายแบบหนุ่มก็หันไปพยักหน้าให้คนที่เอาของมาให้ จากนั้นหมุนกายเดินออกจากห้องไปท่ามกลางความประหลาดใจของบรรดาทีมงานที่มองตามแบบหวาดๆ 

“อารมณ์ดีจริงๆ ด้วย...” 

“นั่นสิ” 

ตอนที่มิคาเอลเดินออกไปด้านนอก ไคกับลูก้าก็ยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว พอเข้าไปหาและหยุดยืนอยู่ตรงหน้า สองแขนของคนที่สวมหมวกปิดหน้าปิดตาก็อ้าออกกว้าง มิคาเอลมองการกระทำนั้นโดยไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังไม่ใส่ใจสายตาของใคร เห็นไคอ้าแขนให้เขาก็ตรงเข้าไปสวมกอดในทันที 

“ไคให้กำลังใจฉันเหรอ” 

“อืม เก่งมาก”  

คำพูดโมโนโทนข้างใบหูทำให้คนฟังจั๊กจี้หัวใจจนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ หลังผละออกจากอ้อมกอดนั้นอย่างเสียดายแล้วก็จูงมือไคเดินออกไปด้านนอกในทันที 

…ทิ้งให้คนอื่นๆ ยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นนานหลายนาที 

ลูก้ามองสายตาหลากหลายของทีมงานด้วยความสงบนิ่ง ความคุ้นชินหล่อหลอมให้เขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา ทว่าไม่มีทางลืมตอนที่ได้เห็นท่าทางแบบนี้ของเจ้านายเป็นครั้งแรกแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเข้าใจได้ดีทีเดียวว่ามันน่าสยดสยองขนาดไหน คิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงค้อมตัวเล็กน้อยให้ทีมงานทุกคนแล้วทิ้งท้ายคำพูดเอาไว้เพื่อช่วยเรียกสติ 

“ไว้พบกันใหม่ครับ” 

 

 

งานเปิดตัวน้ำหอมของ SMA ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยมีการเดินแบบทั้งหมดสามชุด ในแต่ละชุดจะมีสไตล์ที่แตกต่างกันตามกลิ่นน้ำหอม โดยมีนายแบบระดับแนวหน้าของโมเดลลิ่งเดินปิดท้ายแต่ละชุดการแสดง มีแขกรับเชิญซึ่งมีชื่อเสียงมากมายที่มางานนี้ และหนึ่งในคนที่ได้รับสิทธิ์พิเศษนั่งอยู่แถวหน้าสุด เทียบเคียงดารานักแสดงชื่อดังมากมายก็คือไคที่ยังคงใส่หมวกสวมฮู้ดตามที่มิคาเอลบอก  

“ห้ามคลาดสายตาเด็ดขาด”  

“ครับท่าน”  

มิคาเอลขมวดคิ้วน้อยๆ ขณะย้ำคำพูดเดิมเป็นครั้งที่สอง ลูก้าไม่ได้นั่งอยู่แนวหน้าด้วยเพราะยกที่นั่งนั้นให้ไคไปแล้ว เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนไปยืนคุมอยู่ทางด้านข้างโดยอาศัยฐานะผู้จัดการของนายแบบแทน ถึงอย่างนั้นมิคาเอลก็ยังไม่ไว้วางใจ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง 

“ไม่เป็นไรหรอก”  

“ไค…” 

พอเห็นว่ามิคาเอลดูเป็นห่วงจนไม่ยอมผละไปเตรียมตัวเสียที ไคก็ยกมือแตะแก้มขาวแล้วโน้มตัวไปกดจูบลงบนหน้าผากเรียบเนียนเบาๆ โชคดีที่ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ด้านหลังเวทีกำลังวุ่นวายอยู่กับงานของตัวเองจึงไม่มีใครสนใจพวกเขาเท่าไหร่นัก 

“รอดูอยู่... งานสุดท้ายแล้ว” 

แค่คำพูดปลอบโยนง่ายๆ กับสัมผัสอ่อนโยนก็เอามิคาเอลอยู่หมัดจนไม่ต้องทำอะไรอีก เขายินยอมพยักหน้าน้อยๆ ให้ไคแล้วปล่อยให้ลูก้าพาอีกฝ่ายเดินออกไปประจำที่ด้านนอก  

“คุณมิคาเอล รีบมาเปลี่ยนชุดเถอะครับ”  

มิคาเอลหันไปหาชายร่างเล็กหน้าหวานซึ่งดูแลเรื่องเสื้อผ้าของเขามาหลายงานแล้วพยักหน้าเงียบๆ แม้จะจำชื่อไม่ได้แต่ก็พอจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่เคยสร้างความรำคาญให้ ดูจากสีหน้าคงกังวลว่าจะเตรียมตัวไม่ทัน เห็นดังนั้นเขาจึงหันออกไปมองด้านนอกอีกครั้ง เมื่อมั่นใจแล้วว่าไคนั่งลงโดยไม่มีใครเข้ามารบกวนจึงยอมหมุนกายเดินไปเตรียมตัวตามที่ควรทำ 

ทางฝั่งของไคที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น ถึงแม้จะไม่มีใครกล้าพูดคุยด้วย แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากเห็นใบหน้าภายใต้หมวก เพราะขนาดเห็นเพียงครึ่งหน้ายังรู้เลยว่าต้องเป็นหนุ่มหน้าตาดีแน่นอน และที่สำคัญก็คือมีหลายคนที่เห็นมิคาเอลอยู่กับเขา อีกทั้งทางนั้นยังดูจะให้ความสำคัญมากด้วย ที่นั่งที่ควรเป็นของผู้จัดการจึงถูกมอบให้ง่ายๆ พอรู้แบบนี้ความอยากรู้อยากเห็นที่มีจึงยิ่งทวีคูณมากขึ้นไปอีก เสียดายก็แต่เพราะเป็นคนของมิคาเอลเนี่ยแหละ ถึงได้ไม่มีใครกล้ายุ่งด้วยเลยสักคน 

ตลอดระยะเวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่ที่บรรดาผู้คนยังไม่ได้เข้ามาในงานมากเท่าไหร่ จนตอนนี้กระจัดกระจายกันอยู่เต็มพื้นที่ สายตาของไคจับจ้องเพียงบนเวทีไม่มีหันเหไปทางอื่น ดูคล้ายเป็นรูปปั้นที่ไร้ซึ่งความรู้สึกนึกคิดใดๆ จริงๆ แม้ยามมีพิธีกรเดินออกมาและเริ่มพูดคุยเรื่องงาน เขาก็ยังไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น  

แฟชั่นโชว์ชุดแรกเริ่มต้นด้วยธีมสีดำของ ‘Black Diamond’ บรรดานายแบบนางแบบพากันเดินออกมาอย่างเป็นมืออาชีพ มีเสียงพูดคุยฮือฮาดังขึ้นตอนที่นายแบบคนสุดท้ายของเซตเดินออกมา ลี่ชิงคือโอเมก้าหน้าสวยซึ่งมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน เปรียบดั่งเพชรสีดำล้ำค่าในหมู่อัลฟ่านายแบบชั้นนำของโมเดลลิ่ง ไคไม่รู้จักคนคนนี้และแน่นอนว่าไม่ได้สนใจ  

กระทั่งโชว์ชุดที่สองในธีมสีขาวเงินเริ่มขึ้น...ดวงตาคู่คมที่ดูเฉยชามาตลอดจึงเปล่งประกายเล็กน้อย 

‘Silver Bullet’ ที่เขาได้ดมกลิ่นมาแล้วโดยใช้ที่ลองน้ำหอมเป็นตัวนายแบบคนดัง มิคาเอลบอกว่ากลิ่นน้ำหอมนี่แสดงถึงตัวตนของตัวเอง ตอนแรกไคไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่เมื่อได้ลองดมในระยะประชิด เขาก็อดพยักหน้าเห็นด้วยไม่ได้ เพราะมันเป็นกลิ่นที่เหมาะสมกับตัวมิคาเอลมากจริงๆ แม้เขาจะชอบตอนไม่ฉีดอะไรเลยมากกว่าก็ตาม 

มิคาเอลเดินออกมาจากหลังเวทีทั้งที่ยังมีสีหน้าเย็นชาเหมือนปกติ เขาสวมชุดสูทเปิดด้านหน้าคล้ายลี่ชิง แต่ต่างกันตรงที่เป็นสูทสีขาว โชว์หน้าท้องงดงามสมบูรณ์แบบ เสริมภาพลักษณ์ให้ดูคล้ายเทวทูตมากขึ้นไปอีก เพียงปรากฏตัวก็ช่วงชิงลมหายใจของใครต่อใครไปได้อย่างง่ายดาย บนใบหน้างดงามดั่งรูปสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม เพียงกวาดตามองรอบหนึ่งก็เหมือนจะฆ่ากันให้ตายได้ง่ายๆ ให้ความรู้สึกเย็นชาและอันตราย ไม่น่าเข้าใกล้  

แต่วินาทีที่เดินไปถึงหน้าเวที...ยามดวงตาคู่นั้นเบนมาสบกับไคอย่างตั้งใจ ริมฝีปากพลันหยักยกขึ้นเล็กน้อยจนกลายเป็นรอยยิ้มลึกลับที่ทำให้ทุกคนนิ่งค้างไปตามๆ กัน ไม่มีแม้เสียงฮือฮาใดๆ ดังแทรกขึ้นมา  

และนั่นก็คือความสามารถส่วนตัวของมิคาเอล... 

โชว์เดินแบบชุดสุดท้ายเป็นธีมสีน้ำเงินของน้ำหอมกลิ่น ‘Blue Ocean’ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ซึ่งอยู่ในเสื้อสูทสีน้ำเงินตัวนอกปลดกระดุมโชว์หน้าท้องแข็งแรงเดินมาโชว์ตัวด้านหน้า บนใบหน้าคมเข้มประดับรอยยิ้มน้อยๆ น่ามอง เขาคืออัลฟ่าดาวรุ่งของ SMA ที่ชื่อว่าพีท แม้เป็นหน้าใหม่หากก็มีเสน่ห์เหมาะสมกับตัว เรียกสายตาจากผู้คนได้มากมาย 

แน่นอนว่ายกเว้นไค... 

ไคที่ตั้งแต่มิคาเอลเดินหายไปหลังเวทีก็เอาแต่จ้องทิศทางที่อีกฝ่ายหายไปโดยไม่ละสายตา ดวงตาที่ดูหมองลงเพราะไม่เห็นคนคนนั้นค่อยๆ เจิดจ้าขึ้นทีละน้อยเมื่อการเดินแบบจบลงพร้อมกันกับที่นายแบบตัวหลักทั้งสามเดินออกมาอีกครั้งพร้อมชายร่างสูงใหญ่ที่เขาไม่รู้จักและไม่คุ้นตา  

ไม่รู้ว่ามิคาเอลรับรู้ได้ว่าถูกจ้องมองอยู่ หรือเพราะเขาเองก็จ้องมองมาตั้งแต่เดินออกมาด้านนอก พวกเขาจึงสบตากันอยู่ตลอด ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีเสียงใดๆ หลุดเข้ามาในโสตประสาทของไคเลยแม้แต่คำเดียว เขาจ้องมองเพียงมิคาเอล สนใจเพียงมิคาเอล คนอื่นๆ ล้วนเป็นเพียงเงาสีดำที่มองไม่เห็น คนคนนั้นดูเหมือนแสงเจิดจ้าในสายตาของเขา  

เป็นแสง...ที่จะปล่อยให้หายไปไม่ได้เด็ดขาด 

“คุณไค”  

ไคเงยหน้ามองลูก้าที่เดินเข้ามากระซิบเรียกยามงานหลักจบลงแล้ว เมื่อเห็นสัญญาณให้เดินตามออกไป เขาก็ลุกขึ้นตามไปง่ายๆ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคือคนที่มิคาเอลไว้ใจ  

บริเวณพื้นที่ที่ถูกใช้เป็นจุดสัมภาษณ์ มิคาเอลยืนอยู่ตรงนั้นโดยมีไมค์หลายตัวของนักข่าวยื่นรออยู่ตรงหน้าอย่างตื่นเต้น นี่ไม่ใช่เรื่องที่หาได้ง่ายนักกับการที่นายแบบหนุ่มยอมให้สัมภาษณ์ อีกทั้งดูจากเสื้อผ้าน่าจะพร้อมกลับแล้วด้วย เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้ออกมากัน เห็นได้ชัดว่าเขาน่าจะรีบพอสมควร แต่เรื่องนั้นไม่มีใครสงสัย เพราะแต่ไหนแต่ไรมามิคาเอลก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว 

คำถามคือ...ทำไมวันนี้เขาถึงยอมให้สัมภาษณ์ต่างหาก 

ไคกับลูก้ายืนอยู่ด้านหลังกลุ่มนักข่าว มองเห็นคนคนนั้นได้อย่างชัดเจนจากช่องว่างที่มีคนเว้นไว้ให้แบบพอดิบพอดี และดูเหมือนทางนั้นเองก็จะหันมาเห็นเขาแล้วเหมือนกัน ถึงได้ดูอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อยจนบรรดานักข่าวต่างพากันโล่งอกไปหมด 

“ไม่ทราบว่าคุณมิคาเอลเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศใช่ไหมคะ” 

“ใช่” มิคาเอลพยักหน้าตอบง่ายๆ ท่าทางเย็นชาห่างเหิน แต่ไม่ได้ดูก้าวร้าวอะไร  

“แล้วเรื่องงานเดินแบบนี่...” 

คำถามเกี่ยวกับงานเดินแบบในครั้งนี้และกลิ่นน้ำหอมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้าตัวโดยเฉพาะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยความอารมณ์ดีนั่นเองที่ทำให้มิคาเอลยอมตอบคำถามยาวๆ โดยไม่มีท่าทีอารมณ์เสียหรืออยากจะปลีกตัวอะไร กระทั่งเขาก้มลงมองนาฬิหา ผู้คนที่รุมล้อมจึงรับรู้ได้ถึงสัญญาณว่าเวลาใกล้จะหมดเต็มที 

“คุณมิคาเอลเซ็นสัญญาไว้กับทาง SMA แค่สองปี แสดงว่าสัญญาใกล้จะหมดเร็วๆ นี้แล้ว ไม่ทราบว่ามีแพลนจะต่อสัญญาไหมครับ” 

“งานนี้เป็นงานสุดท้าย” ชายหนุ่มตอบตามตรงโดยไม่คิดปิดบัง แต่คนจะเอาไปตีความว่าไม่ต่อสัญญาเฉยๆ หรืออะไรก็ปล่อยให้คิดกันไปเอง ตอนแรกมิคาเอลคิดว่าจะพูดเพียงแค่นั้นแล้วแยกตัวไป หากเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี่คงเป็นครั้งสุดท้ายหน้ากล้อง เขาก็เอ่ยต่ออีกประโยคหนึ่ง “ฝาก Silver Bullet ที่กำลังจะวางขายด้วย แล้วก็...ขอบคุณที่สนับสนุนผลงานมาโดยตลอด” 

เหล่านักข่าวต่างเปิดทางให้มิคาเอลแบบงงๆ เหมือนจะไม่รู้สึกตัว ทั้งเพราะบรรยากาศและอำนาจรอบกายเขา รวมไปถึงยังนิ่งอึ้งกับคำพูดอันหาได้ยากนั่นไม่น้อย รู้ตัวอีกทีนายแบบคนดังก็หันหลังเดินจากไปพร้อมชายหนุ่มอีกคนแล้ว  

ตรงข้ามกับความสับสนงุนงงที่ผู้คนมี มิคาเอลดูอารมณ์ดีกว่าเดิมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในที่สุดเขาก็ไม่ต้องแยกจากไคไปทำงานที่อื่นอีกแล้ว  

“ไค?”  

แรงกดบนศีรษะอันเกิดจากการที่คนข้างกายถอดหมวกมาสวมให้แทนทำให้มิคาเอลหลุดจากภวังค์ หันไปมองไคโดยอัตโนมัติ 

“เด่นเกินไป” 

“ฉันเหรอ” 

“อืม” ไคพยักหน้ารับง่ายๆ “วันนี้ยิ่งเด่น” 

ไม่ต้องคาดเดามิคาเอลก็รู้ว่าไคหมายถึงการที่เขาเซตผมและมีการแต่งหน้าเล็กน้อยให้เข้ากับธีมงาน ลำพังแค่สีผมกับสีตา ไหนจะรูปร่างหน้าตาปกติก็เด่นจะแย่แล้ว พอทำแบบนี้จะไม่ยิ่งดึงดูดสายตาได้อย่างไรกัน แม้เอาเข้าจริงมิคาเอลจะไม่ได้สนใจนัก เพราะรู้ว่าไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งกับเขาอยู่แล้ว แต่พอไคแสดงออกแบบนี้ก็อดคิดไม่ได้... 

“ไคหึงเหรอ”  

“…หึง?” 

มิคาเอลมองสีหน้าเฉยชาเหมือนไม่เข้าใจว่าหึงคือความรู้สึกแบบไหนแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ต่ออีกเพราะรู้ว่าไคคงไม่เข้าใจ เรื่องของความรู้สึกต้องให้อีกฝ่ายค่อยๆ ซึมซับแล้วทำความเข้าใจไปเอง จะรีบเร่งอะไรคงไม่ได้ อย่างดีก็มีแต่นำทางนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องอาการหึงหวงไม่ใช่เรื่องที่มิคาเอลใส่ใจ เขาไม่ได้มีความจำเป็นต้องทำให้ไครู้จัก เพราะก่อนไคจะได้หึง คนที่เข้าหาเขาคงโดนไล่ตะเพิดไปก่อน 

“ไคไม่ได้กินไอศกรีมมานานแล้ว เราไปแวะกินกันดีไหม” 

“กิน” คนฟังพยักหน้าหงึกๆ ไม่ได้สนใจคำว่าหึงอะไรนั่นอีก แต่พอกวาดตาไปมองรอบด้านแล้วพบว่ามีคนจำนวนมากมองมาทางคนข้างกายเขา ชายหนุ่มก็ดึงมือมิคาเอลมากุมไว้แล้วพาเดินไปทางรถทันที “ไปกินที่อื่น” 

ไม่รู้ว่าความรู้สึกพวกนี้คืออะไร แต่เขาไม่ชอบให้ใครมองมิคาเอล ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าเวลาอีกฝ่ายมาทำงานจะโดนคนจ้องเยอะขนาดนี้ ดีแล้วที่งานนี้เป็นงานสุดท้าย 

“หึงจริงๆ ด้วย” มิคาเอลพึมพำอย่างชอบใจ ขณะออกแรงบีบมือไคกลับแล้วเป็นฝ่ายก้าวขึ้นรถไปก่อน ไม่ได้คาดคิดเลยว่าเมื่อไคตามขึ้นมาแล้วจะพยักหน้าตอบอย่างเห็นด้วย 

“อืม คงใช่” 

“ยอมรับง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ” 

“แล้วไม่ใช่เหรอ” 

“ใช่ก็ใช่” จะเถียงไปเพื่ออะไรเล่า ในเมื่อฝ่ายที่ได้ประโยชน์มันเขาชัดๆ “เหนื่อยจังเลย”  

ผู้ที่ตามความหน้าหนาของมิคาเอลไม่ทันขับควับไปมองแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย จัดแจงหยิบกระดาษมาเช็ดหน้าให้คนที่บ่นว่าเหนื่อยอย่างเบามือ จากนั้นจึงเอนกายพิงพนัก ยอมให้มิคาเอลล้มตัวนอนลงบนตักโดยไม่ได้ว่าอะไร  

“เหนื่อยก็พัก”  

“อื้อ ลูบหัวฉันด้วยสิ” 

ไคทำตามที่ถูกร้องขอโดยไม่เสียเวลาคิด ส่วนมิคาเอลยกยิ้มอารมณ์ดี หลับตาทั้งสองข้างลงอย่างสบายอกสบายใจ คนที่ไม่สบายน่าจะมีเพียงคนขับรถจำเป็นที่ตอนนี้ถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สยดสยองตั้งแต่ถูกเจ้านายจ้องมองด้วยแววตาเย็นเยียบเป็นเชิงสั่งให้ขับรถวนไปเรื่อยๆ ผ่านทางกระจกมองหลัง 

...นี่เขาเกษียณไปอยู่กับโรมันได้หรือยังนะ 

ความคิดเห็น