เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 81 คราดาราปะทะเทพแห่งความตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 81 คราดาราปะทะเทพแห่งความตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 20:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 81 คราดาราปะทะเทพแห่งความตาย
แบบอักษร

ตอนที่ 81 คราดาราปะทะเทพแห่งความตาย 

         ฝ่ามือเรียวยาวผิวเงางามราวงาช้างกางนิ้วทั้งห้า และยื่นจรดตรงหน้าโซฟี ภาพฝ่ามือขยายใหญ่ของพาราเทียเปรียบดั่งฝ่ามือที่ผลักนักเชิดหุ่นน้อยให้ตกลงร่วงหล่นสู่นรกของจริง ความหวาดกลัวแสดงเป็นสีหน้าซีดขาวราวความชรา แววตาเบิกกว้าง ขนคิ้วเลิกสูง และนัยน์ตาสั่นระริก ชั่วขณะที่ชีวิตนี้ต้องการให้ใครสักคนช่วยดึงนางให้พ้นจากปีศาจร้าย ใครสักคนนั้นไม่มีวี่แววปรากฏกายอย่างปาฏิหาริย์อย่างในนิทาน

         ความสิ้นหวังคืบคลานใกล้ครอบงำอย่างไม่มีใครสามารถหยุดยั้งมัน

         โซฟีอยากหลับตาหลบหนีจากความจริงอันแสนโหดร้ายเหลือเกิน 

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         .

         “สดับฟังนามแห่งข้า และจงปกครองนามแห่งข้า “อินคา ลีโนเอล[รัตติกาลแห่งพญาวาฬ]

         ฟิ้ว---- ตูม!!!!!

         สุรเสียงแห่งผู้ท้าทายชะตากรรมปลิดปลิวว่อนทั่วฟากฟ้าราตรีมีหมู่ดารานับแสนล้าน เขาผู้ฟันฝ่าซึ่งความตายหมื่นปี และคำตัดสินของตัวตนสูงสุดแห่งความมืดมิด เด็กหนุ่มผู้ครองนามผู้ครองรัตติกาลเงื้อดาบอับบาทรอสสูง และตวัดฟันผ่าใส่อาคารสำนักงานสมาคมนักฆ่า ณ เมืองซีเคร็ทออฟวอร์ ประกายแสงสายฟ้าทมิฬสาดทลายทั่วเวหาวิกาล ยามนี้เขาผู้นั้นใช้พลังแห่งการทำลายล้าง เอาชนะชะตากรรมที่ถูกลิขิตด้วยตัวตนปริศนา จุติลงมายังชั้นใต้ดินอย่างองอาจดั่งนักรบกล้าผู้เหยียบย่ำก้อนหินอัคคีสีชาด

         โครมคราม

         “บ้าน่า”

         “..!!”

         เด็กหนุ่มโฉมงามตวัดดาบขับไล่นักเชือดสาว ประกายคมดาบสาดไอเย็นยะเยือกพอๆกับความโกรธอันเงียบงันของผู้ถือดาบ อีซีโอยืนตระหง่านหน้าโซฟี เด็กหนุ่มมายังที่แห่งนี้ทั้งที่ร่างกายกำยำมีบาดแผลจากศึกสงคราม ท่อนบนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ชนชั้นสูง บริเวณท่อนล่างสวมกางเกงมีรอยขาดประปราย สภาพเขาไม่ต่างจากนักรบที่เพิ่งก้าวเท้าจากสมรภูมิความสิ้นหวังเก่ามายังอีกสรมภูมิความสิ้นหวังใหม่

         เลือดแดงหลั่งรินไหลจากปรายผมหยดลงพื้นอิฐแข็งกระด้าง แม้นทั่วร่างมีรอยบาดแผลประปรายราวโดนทรมานอย่างหนัก กระนั้นเขาไม่คิดถอยหนีหรือวางดาบ

         สาบานต่อจิตวิญญาณ เขาจะไม่มีวันทอดทิ้งโซฟีอย่างเด็ดขาด 

         อีซีโอ.. โซฟีเบิกตามองแผ่นหลังเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เหตุใดเขามาอยู่ที่นี้..

         “ข้าจะปกป้องเจ้า..ไม่ว่าวันนี้..ไม่ว่าเมื่อไหร่”

         เด็กหนุ่มลืมตาเข้ม นัยน์เนตรสีดำเผยความหนักแน่นในความรักของเขา

         “ข้าจะปกป้องเจ้า ต่อให้โลกทั้งใบเป็นศัตรูกับเจ้าก็ตาม!!!!!!!!!!!!!”

         …

         ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ ณ สุดขอบโลก แคว้นเอเทน[ดินแดนผู้มิอาจหวนคืน]

         …เบื้องหน้าคือเทพแห่งความตาย เบื้องหลังคือเหล่าพวกพ้องผู้กล้าที่ล้มตาย ด้านขวาคือซากศพทหารกล้าที่ยอมพลีชีพเพื่อปกป้องประชาชน ด้านซ้ายคือเทพธิดาผู้สิ้นฤทธิ์เดช ท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำทมิฬทะมึนราวไฟเพลิงแห่งโลกาใต้พิภพ ความร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงสวรรค์แผดเผาสรรพสิ่งมอดไหม้เป็นเถ้าถ่าน ความหวังริบหรี่ใกล้มอดดับสนิท ความสิ้นหวังเติบโต และขยายร่างปกครองแผ่นดินริมมหาสมุทรสีทองคำ ความงามเป็นเพียงอดีตกาล ความสุขยากหวนคืนสู่ความจริงอันเป็นนิรัน ยามนี้พวกเขากำลังจะพ่ายแพ้ให้เทพแห่งความตาย มัจจุราชร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากพรวิเศษของดวงดาวตก น่าตลกนักที่คนที่เหลือรอดคืออีซีโอ

         เด็กหนุ่มที่เป็นเพียงแค่ตัวประกอบ ถูกกลุ่มผู้กล้าขอยืมพลังมาช่วยสู้เท่านั้น

         “..”

         สะเก็ดเปลวดำแตกกระเซ็นสู่ม่านฟ้าแสนเงียบสงัด ผู้ครองรัตติกาลยืนตระหง่านดั่งอัศวินเกราะเงิน สภาพร่างกายบาดเจ็บสาหัส ในมือถือดาบวิเศษ อีกมือว่างเปล่าไม่มีอะไรให้จับ แม้นแต่ความหวังก็แทบไม่มีเหลือ กระนั้นเขายังยืนหยัดมั่นคง ยืนตัวตรงอย่างกล้าหาญราวว่าเขาไม่รับรู้ถึงศัตรูตัวฉกาจ ศัตรูที่ในอนาคตจะกลายเป็นภัยอันตรายระดับเดียวกับเหล่าห้าตัวตนหายนะแห่งประวัติศาสตร์ทมิฬ

         ‘เทพแห่งความตาย[ก๊อดออฟเดธ]

         เทพตัวจริงที่ครั้งหนึ่งเคยปกครองนรก ปกครองโลกหลังความตาย ตัวตนที่ทะเย่อทะยานอยากมอบความตายให้เหล่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวง เทพเพียงไม่กี่องค์ที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกแห่งสี พลังอำนาจนั้นเหนือกว่าเหล่ามังกร มนุษย์ อมนุษย์สัตว์ มาร ปีศาจ เทพที่ทรงพลังอนุภาพที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์ยุคนี้เคยเผชิญ

         กำหนดความตาย ลิขิตชีวิต และควบคุมชะตากรรม ศัตรูที่มนุษย์หรือแม้แต่ปักษาสวรรค์ยังไม่มีสิทธิ์เอาชนะ

         ตอนนี้อีซีโอกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าสิ่งนั้น 

         “ทำไมหนอเด็กหนุ่มผู้โง่เขลา ทำไมหนอไม่ยอมรับชะตากรรมความตายของตัวเอง”

         เทพแห่งความตายเป็นอิสตรี นางเอ่ยถามอีซีโอด้วยน้ำเสียงเฉยชา และว่างเปล่าราวแก้วน้ำใส

         เด็กหนุ่มอ้าปาก และตอบคำถามนั่นอย่างไม่ลังเล

         “ข้าสาบานจะมีชีวิตเพื่อคนที่ข้ารัก..ข้าจะไม่มีวันตายตรงนี้ จะไม่มีวันทอดทิ้งนางให้อยู่เพียงลำพัง ความรักของข้าไม่ใช่สิ่งที่อ่อนแอ ไร้ค่าแบบนั้น!!! ข้าจะชนะ!!!ต่อให้ต้องโค่นเทพ ต่อให้ต้องกลายเป็นปีศาจ!!! ไม่ขอแลกด้วยชีวิตเพราะชีวิตข้าจะอยู่ต่อไปเพื่อนาง!!! ข้าอยากแต่งงานกับนาง มีชีวิตเพื่อนาง สร้างรอยยิ้มให้นาง เพราะว่าข้ารักนาง!!!"

         ชะตากรรมถูกกำหนด และอีซีโอมองเห็นอนาคตนั้นดำมืดเลวร้ายเพียงใด.. อนาคตที่ผลักโซฟีสู่นรก อนาคตแบบนั้นน่ะ

         “ข้าจะทำลายมันเอง

         ดวงตาสีดำนิลทอแสงสลัวด้วยความตั้งใจกล้า เขาสู้เพื่อโลกหรือ เขาสู้เพื่อทุกคนหรือ ไอ้เรื่องปกป้องโลกจากเทพแห่งความตายจะเป็นอย่างไรช่างหัวมันสิวะ

         ตราบใดที่ยังโซฟียังไม่ยิ้ม ยังไม่มีความสุข อีซีโอไม่ยอมตายเด็ดขาด!!!!!ต่อให้ตาย เขาก็จะทำลายนรกทิ้ง และกลับมายังโลกใบนี้อีกครั้งให้ได้!!!

         “ต่อหน้าความรักของข้า ความสิ้นหวังทั้งปวงไม่มีวันชนะข้า”

         อีซีโอเหวี่ยงดาบอับบาทรอส ศาสตราวุธโบราณที่กาลครั้งหนึ่งมีตำนานกล่าวไว้ว่ามันคืออาวุธที่สามารถตัดนภา ผ่ามหาสมุทร

         นี้เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มจะพลังของมันอย่างแท้จริง 

         “นางกำลังรอข้า ข้ายินเสียงนาง ต่อให้เทพขวางข้า ข้าจักเหยียบย่ำเจ้า และก้าวไปหานางอันเป็นที่รักของข้า”

         อีซีโอเอ่ยร่ายยาวด้วยเสียงดังกังวาน พลางเขาปลดปล่อยพลังอำนาจทั้งหมดที่มี ในวินาทีนั้นปาฏิหาริย์พลั่งบังเกิด

         “หมดเวลาของเจ้าแล้ว”

         เด็กหนุ่มกางปีกค้างคาว และโผบินสู่ฟากฟ้าราตรี เขารวบรวมพลังมาโฮจากธรรมชาติ ขอยืมพลังจากหัวใจแห่งความรัก ขอยืมพลังจากเหล่าสิ่งมีชีวิตลี้ลับ และผู้ที่ให้เขายืมพลังคือหนึ่งในตัวตนที่เรียกได้ว่ามีพลังเหนือสรระพสิ่ง[อินเทอนิตี]..

         “…”

         ลำแสงสีดำอาบดาบอับบาทรอส และแปรเปลี่ยนเป็นพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่เหนือกว่าพลังเทพ เทพแห่งความตายมองแสงพิฆาตนั้นด้วยความว่างเปล่า และเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนนางพ่ายแพ้ “เกลียดชังนัก..” พลังแห่งความรักที่ก่อกำเนิดความหวัง และบันดาลปาฏิหาริย์

         พลังทั้งหมดของอีซีโอกำจัดเทพแห่งความตายลงในที่สุด..

         แต่ตอนนี้เขายังล้มไม่ได้

         “..โซฟี”

         อีซีโอหลับตา และขอร้องต่อความหวังอีกครั้ง ขอพลังให้เขามุ่งหน้าไปหานางเดี๋ยวนี้ “ข้าคิดถึงนาง

         -- 

         เวลาปัจจุบัน ณ ใต้ดินอาคารสำนักงานสมาคมนักฆ่า  

         อีซีโอตอนนี้ไม่เหลือพลังแล้ว กระนั้นเขาสาบานจะไม่ยอมให้โซฟีเป็นอันตราย ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องนางต้องก้าวข้ามศพเขาไปก่อน ไม่ ต่อให้เขาตายแล้วก็จะเป็นวิญญาณมาปกป้องนาง!!เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรเขาจะปกป้องนางให้ได้ “ถอยไป” อีซีโอเอ่ยเสียงดุดันอย่างที่หลายคนสงสัยมากว่าเขาใกล้หมดแรงจริงหรือ คำพูดเขาช่างหนักแน่นดั่งหินผา และไม่ใช่สิ่งที่จะถูกทำลายได้ง่ายๆ

         พาราเทียหยิบพัดมาปกปิดมุมปากที่ไม่มีรอยยิ้ม คินนีติกตั้งท่ารับมือศัตรูคนใหม่

         บรรยากาศระหว่างพวกเขาเรียกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก คินนีติกมองประเมินอีซีโอ แม้นเด็กหนุ่มแสร้งทำเก่งไม่ล้ม แต่จริงๆแล้วตอนนี้เขากำลังบาดเจ็บหนัก และไม่เหลือพลังมาโฮสักหยาด กระนั้นแววตาของเด็กหนุ่มไม่สั่นคลอนต่อความจริง และสถานการณ์ที่ฝ่ายตนเองเสียเปรียบ เขาทำราวกับว่าจะปกป้องนางได้จริงๆ

         และถ้าเอาจริงอีซีโอคงพร้อมสู้ตัวตายเพื่อช่วยโซฟี

         ฝั่งพาราเทียยืนสงบ พลางมองประเมินอีซีโอเช่นกัน

         2 รุม 1 หรือ… กระนั้นหากวัดพลังตรงๆพาราเทียมิอาจนึกภาพออกเลยว่าพวกนางจะชนะอีซีโอได้อย่างไร

         แต่หากปล่อยอีกฝ่ายหนีรอด พาราเทียสีหน้าบิดเบี้ยวเพราะถูกทำลายแผนการ นางเกลียดนักพวกชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน ฮึ

         “นางเป็นเป้าหมายของสมาคมนักฆ่า”

         คินนีติกพูดกดดันระคนบีบบังคับอีซีโอ หากเด็กหนุ่มยืนยันจะปกป้องนักเชิดหุ่นน้อย เขาต้องเตรียมตัวเตรียมใจเป็นศัตรูกับสมาคมนักฆ่า

         จะยอมวิ่งหนีทั้งชีวิตหรือ 

         “นางเป็นว่าที่ภรรยาข้า”

         อีซีโอประกาศให้สองสาวน้อยรับรู้ โซฟีที่เริ่มอุ่นใจ ฟังคำพูดอีซีโอปุป นางอยากมุดดินทันที… จ เจ้าพูดอะไร ////

         “และข้าคือว่าที่ผู้นำเผ่าวิถีมาร พวกเจ้าอยากเป็นศัตรูกับเผ่ามารหรือไม่”

         เมื่อครู่เขาเพิ่งชนะเทพมาร้อนๆ คิดว่าคนอย่างอีซีโอจะหวาดกลัวสมาคมนักฆ่าหรือ น่าขัน

         อยากเปิดฉากสงครามเพื่อหญิงงามหรือ เอาสิ เขาจะพิสูจน์ให้ดูเองว่า ลูกผู้ชายสู้เพื่อผู้หญิงที่เขารักอย่างแท้จริง!!!!

         “..”

         คินนีติกหรี่ตาลง การเผชิญหน้ากับคนที่หนักแน่นวาจาอย่างอีซีโอมักทำให้นักล่าสาวจบไม่สวย..

         “แล้วอย่าเข้าใจผิด ฝ่ายที่ตัดสินใจเลือกไม่ใช่พวกเจ้า..”

         อีซีโอลดดาบอับบาทรอส และพลิกร่างหันหลังให้พวกพาราเทียอย่างจองหอง เด็กหนุ่มอุ้มสุดที่รักของเขาท่าอุ้มเจ้าหญิง แล้วหันหน้ามองพวกพาราเทียด้วยสายตาอาฆาตแค้น ความแค้นนี้เขาสาบานจะต้องทวงคืนแน่นอน แต่ตอนนี้

         “โซฟีบาดเจ็บ ต้องพานางไปหาหมอก่อน”

         เด็กหนุ่มไม่อยากโม้ หากเขามีร่างกายพร้อม พลังเต็มเปี่ยม เขาคงเอาดาบแทงหัวพวกพาราเทียแก้แค้นให้โซฟีซะตอนนี้ แต่ตอนนี้เขาไม่ไหว และเรื่องสำคัญอันดับแรกคือโซฟีต้องมาก่อน เขาไม่อาจปล่อยให้นางทรมานตัวแข็งเป็นหินเช่นนี้

         วันนี้อีซีโอปล่อยให้พวกพาราเทียมีลมหายใจไปอีกสักระยะ เด็กหนุ่มเอ่ยเช่นนั้นพลางอุ้มโซฟี และกางปีกค้างคาวบินทะยานสู่ฟากฟ้าราตรี

         ทิ้งพวกพาราเทียไว้เบื้องหลัง

         “ไม่มั่นใจจะชนะหรือ..ไม่นึกว่าเจ้าใจเสาะปานนี้”

         พาราเทียขยี้พัดในมือทิ้งลงพื้นด้วยความหงุดหงิด โดนชิงตัวโซฟีไปต่อหน้าเช่นนี้!!!

         นักล่าสาวยืนฟังเพื่อนสนิทเอ่ยตัดพ้อ นางไม่คิดมาก “ล่ากระต่ายหรือจะสนุกเท่าล่าหมาป่า..”

         ความชอบของคินนีติกแตกต่างจากพาราเทีย หากนักเชือดสาวชื่นชอบการทรมาน และการทำลายสายสัมพันธ์ละก็

         นักล่าสาวชอบนัก… “เวลาล่าน่ะ…”

         ม่านตาคินนีติกขยายเบิกกว้าง นัยน์ตาปรากฏความคิดอำมหิต พลางนางฉีกยิ้มกว้างเห็นเขี้ยวสัตว์อสูร…

         -- 

         อีกด้านฝั่งโซฟี และอีซีโอ 

         “ช่วยนาง”

         อีซีโอขาจะขาดแล้ว เขาใช้แรงจนหมดทุกหยาดเพื่อนำโซฟีมาให้อมีตี้รักษา ปีศาจน้อยลอบมองน้องชายพลางเอ่ยถามอย่างสงสัย “รู้ได้ไงว่านางอยู่ไหน” อีซีโอวางโซฟีบนเตียงด้วยกิริยานุ่มนวลทะนุถนอม นักเชิดหุ่นน้อยวางใจลง หัวใจสงบลงไม่หวาดกลัวแล้ว กระนั้นครั้นยินคำถามอมีตี้ หัวใจนางพลันเต้นระรั่วอีกครั้ง ซึ่งคำตอบอีซีโอยิ่งเขย่าใจโซฟีแบบจะให้นางหัวใจวายตายให้ได้ “ฮึ ต่อให้อยู่ห่างข้าคนละโลก ข้าก็ตามกลิ่นนางได้!!!”

         ต่อให้นักเชิดหุ่นน้อยเปลี่ยนน้ำหอมบ่อยๆ แต่จมูกอีซีโอบันทึกกลิ่นโซฟีลงในสายเลือด วิญญาณ และจิตวิญญาณของเขาแล้ว!!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น