เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 80 คราดารานักฆ่าตกอยู่ในมือปีศาจร้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 80 คราดารานักฆ่าตกอยู่ในมือปีศาจร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 13:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80 คราดารานักฆ่าตกอยู่ในมือปีศาจร้าย
แบบอักษร

ตอนที่ 80 คราดารานักฆ่าตกอยู่ในมือปีศาจร้าย 

         มีดบินพุ่งกระแทงกรงเล็บเครื่องจักรสังหารพลั่งบัดเกิดเสียงดังกึกก้องทั่วทั้งพื้นที่รอบบริเวณ เสียงสายน้ำไหลทะลักกรรโชก เสียงขบขันแผ่วเบาบางราวเสียงแม่มดภูตผีปีศาจอวตาร ท่ามกลางความมืดมิดราวก้นมหาสมุทรใต้แผ่นดินแห่งความลับปรากฏแสงสีฟ้าใสสลัวบริเวณใต้ผิวลำธารน้ำริมห้องใหญ่ที่ยามนี้มีสองนักฆ่าน้อยกำลังยืนคุมเชิงกันอย่างตึงเครียด อากาศหนาวเย็นกัดกระดูก “หมายความว่าอย่างไร พาราเทีย..”

         ลำแขนเหล็กทองคำหุ่นกลมรณะเลื่อนขยับเปิดภาพโซฟีนิ่วหน้าเย็นชา แววตาตาขวางแฝงความโอหัง ดวงเนตรสีแดงทับทิมทอประกายแสงอำมหิตเรืองรอง

         ฝ่ายนักเชือดสาวคลี่ยิ้มสุภาพสตรีพลางยกปลายนิ้วชี้จรดริมฝีปากอวบอิ่ม ท่าทางแลสูงส่งราวราชินี สวยงามประหนึ่งภาพวาดสีอะคริลิค และมีจิตราวคุณหนูน้อยบ้านรวยเงินตรา นางเอื้อนเอ่ยสุรเสียงเย็นชาระคนดีอกดีใจอย่างยิ่งเมื่อความฝันอยากฆ่าโซฟีกลายเป็นความจริงที่กำลังดำเนินในเวลาปัจจุบัน “คนตายมิอาจพูด คนเป็นมิอาจเงียบ…โซฟีรู้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้ามีสถานะอะไร”

         “?”

         “เจ้าคือเหยื่อ โซฟีจัง นับแต่นี้”

         “…”

         เช่นนั้นหรือ… โซฟีหรี่ตาต่ำ ประกายความร้ายกาจสาดสยายเป็นริ้วคลื่น แม้นยังมิเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่เหมือนสมาคมนักฆ่าจะส่งพาราเทียมาสังหารนักเชิดหุ่นน้อยกระมัง ฮึ สมกับเป็นสมาคมเลือดเย็นที่สุดในปฐพี ลูกน้องใช้งานมิได้ก็ทำลายทิ้งอย่างไม่ใยดี เฮ้อ เน่าเหม็นสิ้นดี

         “ฮึๆพูดเหมือนเจ้ามีปัญญาพอฆ่าข้านะ”

         โซฟีเร่งพลังมาโฮในร่างพลางสั่งการให้แคนดี้เปลี่ยนรูปร่าง รูปลักษณ์เป็นหุ่นกลมรณะเต็มตัว เครื่องจักรสังหารคู่ชีพนักเชิดหุ่นน้อย กลไกลับทำงานส่งเสียงขยับเขยื้อนพลันเบื้องหลังโซฟีปรากฏเงาดำทะมึนพร้อมไอมรณา และไม่นานเมื่อจิตสังหารแรงกล้าพวยพุ่งปะทุดั่งภูเขาไฟ ตุ๊กตาแมวเหมียวพลันกลายร่างเป็นหุ่นกลมรณะ เผยกรงเล็บแหลมคม ร่างกายกว้างใหญ่สวมผ้าคลุมขาดสีดำขนอีกา และส่วนหัวกลมมีรอยยิ้มน่ากลัวประดับตกแต่ง

         ดวงตาปีศาจแห่งเครื่องจักรเปล่งแสงแดงลูบวาบราวหยาดเลือดคนตาย

         กลิ่นอายความตายตีแผ่รอบด้านดั่งแรงกดดันพญายมทูตถือเคียวประหาร การเผชิญระหว่างนักฆ่าคือเรื่องต้องห้าม กระนั้นหากไม่มีคนคาบข่าวไปรายงานสมาคมก็ถือว่าไม่ผิด ยิ่งถ้าสองฝ่ายอยากฆ่ากันให้ตายไปข้างด้วยความแค้นสีน้ำเงิน

         พาราเทียอมยิ้มงามพลางยกฝ่ามือ บนนิ้วชี้นางมีแหวนวงหนึ่ง แหวนวงนั้นคืออาวุธวิเศษของนาง

         “อย่าตายเร็วนักเล่า ประเดี๋ยวไม่สนุก”

         แหวนของนักเชือดสาวทอแสงสว่างสีขาวเจิดจ้าพลันมันแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นคทายาวเท่าส่วนสูงเจ้าของ ส่วยปลายมีรูปปั้นนางฟ้า ผิวคทาสีขาวมีลวดลายอาคมวิเศษเสริมพลังมาโฮให้ใช้ง่าย และใช้ได้รวดเร็วดั่งใจผู้ครอบครอง “ศาสตร์ลับมาโฮ

         บรรยากาศเย็นยะเยือกราวดินแดนน้ำแข็งพันปีเมื่อนักเชือดสาวเอ่ยนามศาสตร์ลับประจำตัว

         โซฟีตั้งท่าป้องกัน นิ้วขยับบังคับแคนดี้ให้เตรียมตัวเปิดฉาก

         “แอลเจิลเซทินพี[บัญชาตะขาบแห่งนางฟ้า]

         ขุมพลังมาโฮธาตุน้ำเปิดกลไกทำงานตามคำสั่งผู้ใช้ศาสตร์ พาราเทียเอียงคอพลางขยับขาเต้นระบำ สะบัดกระโปรงสีชมพูพลิ้วพลางโยนคทาขึ้นด้านบน ปล่อยให้มันหมุนควงเป็นวงกลม และตกลงมาเบื้องล่างอย่างสวยงาม ครามันอยู่ในระดับเหมาะสม นักเชือดสาวพลันยื่นมือคว้ามันได้อย่างสวยสดงาม ครั้นจิตสังหารเข้มข้นแตกระเบิด!!!!!!!!!!!!!

         คลื่นพลังมาโฮพัดถาโถมรอบด้าน ไอมาโอสีน้ำเงินเข้มแพรวพราว

“!!!”

         โซฟีสะดุ้งตกใจเฮือก นางเผลอก้าวถอยเนื่องโดนกระแสพลังมาโฮมรณะกระแทงใส่อย่างแรง คลื่นพลังมาโฮมากมายไหลทะลักออกจากรอบตัวพาเราเทียราวตัวนางเป็นศูนย์กลางของน้ำพุที่ปลดปล่อยสายน้ำยักษ์ถาโถมถล่มใส่คนรอบด้าน คลื่นพลังมาโฮรุนแรงมีความรู้สึกด้านลบประปรายบ่งบอกถึงความคิด และความประสงค์ของเจ้าของมาโฮ

         ยิ่งคนใดมีขุมพลังมาโฮธาตุน้ำจะมีกระแสมาโฮหนักหน่วงมากกว่าธาตุอื่น

เปรียบดั่งการเผชิญมหาสมุทรที่พร้อมทำลายเรา และกระชากเราจมน้ำตาย 

“ฮึ แคนดี้จัดการ”

         เรือนผมสีทองลอนยาวของโซฟีพัดสยายด้านหลัง ครั้นนักเชิดหุ่นน้อยสะบัดแขนเสื้อปัดไล่พลังมาโฮพาราเทียด้วยพลังมาโฮที่สูงกว่า “..กริ่ง”หุ่นกลมรณะฉีกยิ้มกว้างพลางรับคำสั่งให้สังหารเป้าหมาย มันกางกรงเล็บซ้ายขวา และทะยานร่างพุ่งใส่พาราเรียอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าผ่า ฝั่งนักเชือดสาวคลี่ยิ้มมิเกรงกลัวภัยอันตราย นางถือคทา และตั้งท่าเหวี่ยงใส่แคนดี้อย่างอาจหาญ “..”

         แววตาพาราเรียเบิกกว้าง นัยน์ตาสีชมพูหดเล็กเท่าเม็ดข้าว

         เปรี๊ยะ

         นางเหวี่ยงคทาฟาดใส่แคนดี้อย่างจัง ปลายคทาพุ่งตีกระแทงใส่จุดกลางลำตัวหุ่นกลสังหารเต็มๆ กระนั้นนักเชือดสาวยังมีแรงไม่มากพอทุบทำลาย สร้างบาดแผลให้หุ่นกลมรณะ ชั่วพริบตานั้นแคนดี้เหมือนได้ใจ มันเลยยิ้มแย่งเขี้ยวพร้อมด้วยสะบัดกรงเล็บหมายฟาดฟันร่างเหยื่อให้ขาดสะบั้นเป็นชิ้นๆ กระนั้นโซฟีสัมผัสถึงสิ่งประหลาด “ระวังแคนดี้!!ถอยกลับ”

         “สายไปแล้วโซฟีจัง”

         น้ำเสียงสยดสยองราวเสียงปีศาจชอบกินตับไตเด็ก พาราเทียเก็บคทาแล้วก้าวถอยหลังอย่างสง่างามไร้ที่ติ ทว่าฝ่ายแคนดี้กลับแน่นิ่งไม่สามารถขยับร่ากายดั่งใจนึก กริ่ง กริ่ง หุ่นกลมรณะพยายามขยับตามคำสั่งถอยของเจ้านาย ทว่ามันมิอาจทำตาม ร่างกายตั้งแต่ช่วงลำต้นราวถูกแช่แข็งด้วยน้ำแข็ง ความรู้สึกที่ราวกลับกำลังกลายเป็นหินนั้นลุกลามไปทั่วตัวแคนดี้

         “ชิ เจ้าแม่โง่”

         โซฟีขมวดคิ้วเป็นปม นางกัดฟันพลางเร่งพลังมาโฮเพิ่มใส่หุ่นกลมรณะ เส้นสายใยสีแดงโลหิตจากปลายนิ้วมือนักเชิดหุ่นน้อยปรากฏรูปร่างเด่นชัดท่ามกลางความมืดพลันนางเติมพลังให้หุ่นกลแมวเหมียว แคนดี้รับพลัง และใช้พลังนั้นทำลายลูกเล่นที่บังอาจแช่แข็งมัน!! เพล้ง เสียงบางสิ่งแตกร้าว และพลันแตกกระจายเป็นเสี่ยง แคนดี้กลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง ทว่าแม้นมันไม่ความคิดเป็นของตัวเองหรือมีความรู้สึกใดๆ แต่คนที่กำลังหวาดหวั่นและรู้สึกแทนมันคือเจ้านาย โซฟี

         “เป็นอะไรหรือโซฟีจัง”

         พาราเทียยิ้มให้โซฟีด้วยความจริงใจ และไม่แยแส นักเชิดหุ่นน้อยหน้าบึ้งตึงมิยิ้มตอบ สีหน้านางเหมือนคนอยากตบปากอีดอกนี้มาก โซฟีไม่มีเพื่อน นางไม่มีทางให้ความสนใจพวกพาราเทียแน่นอน นั้นทำให้นางไม่รู้ศาสตร์ลับของอีกฝ่ายคืออะไร? ใช้งานอย่างไรฦ มีลูกเล่นพิกลพิเรนทร์เช่นไร ศัตรูที่น่ากลัวคือศัตรูที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักอย่าง การต่อสู้อย่างตรงไปตรงมาย่อมสร้างความเสียหายให้ฝ่ายโซฟีมากกว่า หากพลั่งพลาดก้าวเท้าตกหลุมกับดักพาราเทียละก็

         โซฟีแย่แน่

         “..ฮึ แต่ได้เวลาพอดี”

         ตอนนี้นักเชิดหุ่นน้อยกำลังโมโห ไฟความโกรธแผดเผาหัวใจ ในเมื่อพาราเทียอยากรนหาที่ตาย โซฟียินดีมอบให้ ต่อให้อีกฝ่ายใช้ศาสตร์ลับมาโฮแบบใด นักเชิดหุ่นน้อยขอฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย เอ่อ นางหมั้นไส้อีนี้มานานเหมือนกัน กวนประสาทเหลือเกิน

         “ลุยเลยแคนดี้ เอาให้ตาย”

         วิธีสู้กับสิ่งไม่รู้จักคือการลอง ลอง และสังเกตอีกฝ่ายอย่างละเอียด และรอบคอบ ปกตินักฆ่าไม่ถนัดใช้พลังต่อสู้ซึ่งๆหน้าเหมือนนักรบ พวกนักฆ่าส่วนใหญ่มีวิชาสายลอบสังหารซึ่งวิชานี้เงียบ จู่โจมเงียบๆ แล้วก็สามารถใช่สังหารเหยื่อได้ในครั้งเดียว ในหมู่นักฆ่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพลังการต่อสู้สูงเหมือนนักรบ นักสู้ โซฟีคือหนึ่งในคนกลุ่มนั้น แต่พาราเทียไม่ใช่

         นางเป็นนักฆ่าประเภทลอบสังหาร ศาสตร์ลับของนางย่อมมีความลึกลับ และไม่สามารถคาดเดาได้ตรงๆ

         การโจมตีต้องเป็นทางอ้อม ต้องอาศัยจังหวะ และโอกาส

         เอาสิ

         โซฟียกยิ้มสู้บ้าง นางสัมผัสถึงความอันตรายของศาสตร์ลับเมื่อครู่ และการโจมตีตรงๆที่เฉียบคมของพาราเทีย การจู่โจมจุดตายแคนดี้ไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาทำได้ในครั้งแรก แต่พาราเทียทำสำเร็จ นั้นบ่งบอกว่านางไม่ได้เก่งแต่ปาก นางฉลาด และมีไหวพริบ การมองเห็นที่คมกริบ และการเคลื่อนไหวที่สวยงามงดงามราวเจ้าหญิงร่วงระบำ มันช่างขัดแย้งกันเสียจริงสำหรับนักฆ่าเนี่ยนะที่เก่งเรื่องเต้นรำ น่าขันนัก

         นักเชิดหุ่นน้อยเก็บงำความคิดพลางสั่งให้แคนดี้ลุยต่อ แต่นางจะเป็นคนควบคุมหุ่นกลมรณะด้วยตัวเองสลับปล่อยให้มันควบคุมตัวเอง แคนดี้ลอยตระหง่านเหนือพื้น และทำงานตามคำสั่งเจ้านาย มันเคลื่อนไหวให้เร็วขึ้นอีกระดับเพื่อทิ้งระยะห่างความเร็วกับพาราเทีย การทำเช่นนี้ส่งผลให้นักเชือดสาวไม่สามารถโจมตีแคนดี้ได้อย่างเช่นตอนแรก

         “น่าสนใจ”

         คนยิ้มคือผู้ชนะ คนที่ชนะมักยิ้มเสมอ พาราเทียไม่เคยลืมรอยยิ้มของนางเมื่อนางออกไปทำงานหรือพบปะผู้คน รอยยิ้มของนางคือความสุข ความสุขเมื่อได้มองทะลุผ่านเนื้อหนังของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มองทะลุเห็นโครงกระดูกภายในร่างที่เหมือนกันทุกคนๆ อ๊า มันช่างสวยงามเหลือเกิน “ฮา…”

         นักเชิดหุ่นน้อยยกมือประกบแก้มสีพวงแก้มแดงระเรือด้วยความร้อนรุ่ม นางฉีกยิ้มกว้างราวตัวตลก และหยีตายิ้มอย่างสุขอิ่มเอมเมื่อนึกจินตนาการถึงเรื่องราวหลังจากนี้

         แม้เบื้องหน้ามีเครื่องจักรสังหารปรากฏกายขึ้น และกำลังสะบัดกรงเล็บหมายฟันศีรษะนางก็ตาม

         “ไม่ไหว..”

         กริ่ง

         “กระจอก”

         พริบตาหนึ่งร่างกายแคนดี้หยุดชะงักราวโดนโซ่ตรวนรัดแขนขา สิ่งที่รัดพันเจ้าเครื่องจักรกลสังหารไม่ใช่โซ่แต่เป็นเงาตะขาบที่กำลังไต่ทั่วร่างแคนดี้ โซฟีเห็นแล้วรู้ทัน นางเร่งพลังมาโฮเพิ่มใส่หุ่นกลมรณะทำให้พริบตาที่มันโดนหยุด มันสามารถทำลายพลังมาโฮพาราเทีย และขยับตวัดกรงเล็บใส่นักเชือดสาวทันที!!

         ทว่าไม่เป็นไปอย่างที่โซฟีคิด เมื่อพาราเทียยกยิ้มและก้าวถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบพ้นวิถีฟันกรงเล็บของแคนดี้อย่างง่ายดาย

         “ชิ”

         ไม่รอให้ศัตรูตั้งตัวทัน แคนดี้พลันเคลื่อนร่างกายรวดเร็วปานพายุ มันเหวี่ยงกรงเล็บหมายฟันพาราเทียอีกครั้ง แต่เหมือนนักเชือดสาวรู้ทัน แม้นโซฟีไม่สนใจพาราเทีย แต่ฝ่ายนักเชือดสาวสนใจนักเชิดหุ่นน้อยมากๆ นางรู้ดีโซฟีมีพลังแบบใด ใช้อะไรเป็นอาวุธ และที่สำคัญ

         จุดอ่อน และจุดแข็งของโซฟี..

         นางรู้หมด

         เพล้ง

         “ตะขาบหรือ…”

         จุดแข็งของโซฟีคือนางมีขุมพลังมาโฮระดับสูงกว่าดวงอาทิตย์(อาจเทียบเท่าดวงดารา) และอาวุธสังหารนางคือหุ่นกลมรณะที่สามารถฆ่าเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว นางมีทักษะการต่อสู้สูงกว่านักฆ่าทั่วไป ซึ่งจุดนี้พาราเทียไม่สามารถเทียบชั้นโซฟีได้ กระนั้นทำไมคนที่แตกต่างกันขนาดนี้ถึงได้รับเลือกให้เป็นกลุ่มนักฆ่ารุ่นเยาว์ระดับหัวกะทิน่ะหรือ เหตุผลง่ายๆ

         เพราะพาราเทียมีพรสวรรค์ของนักฆ่า และที่สำคัญคือนางฉลาด

         โลกนี้มีคนสองประเภทรู้หรือไม่ คนโง่กับคนฉลาดอย่างไรเล่า

         “ประมาทจังนะโซฟีจัง..” น้ำเสียงไพเราะเอ่ยยั่วยวนรบกวนความคิดโซฟี นักเชิดหุ่นน้อยหรี่ตาลงอย่างน่าเกรงขาม นางมองจ้องภาพแคนดี้กำลังโดนตะขาบยักษ์กดดันให้ถอยร่น “ฮึ”

         โซฟีมีแคนดี้เป็นหุ่นกลมรณะขนาดใหญ่ พาราเทียก็มีคุณตะขาบยักษ์ตัวโต และยาวเป็นอัศวินปกป้องนางเช่นกัน

         ตะขาบผิวเงาสีดำทมิฬยาวปานงูเหลือม จำนวนเจ็ดแปดตัว แค่เห็นพวกมันเคลื่อนไหวรายล้อมรอบตัวพาราเทีย โซฟีให้อยากกระทืบมันแล้ว หากเป็นตัวนางยามอ่อนแอนะ คงใช้มือแคนดี้จับคุณตะขาบ และปล่อยออกนอกห้อง แต่พอดีตอนนี้โซฟีกำลังตบะแตก กรุ่นโกรธเกรี้ยวกราด นางไม่ขอช่วยเหลือสัตว์ แมลง หรือคนคนใดทั้งนั้น

         นางจะฆ่าพวกมันให้หมด 

         “อย่าให้เหลือแคนดี้”

         สั่งหุ่นกลมรณะจู่โจมฝูงตะขาบพิษอย่างเลือดเย็น ดวงตาสีแดงทับทิมเผยความเดือดดาลราวเปลวเพลิง จิตสังหารพลุ่งพล่าน พาราเทียหุบยิ้มบ้าง สีหน้านางดำทะมึนเตรียมสู้ปะทะซึ่งๆหน้าอย่างตาต่อตา “เอาสิย่ะ”

         เพล้ง…..

         เพล้งๆๆๆๆ ผัวะๆๆๆๆ ตุบ ตุบ เพล้ง ฟิ้ว เพล้ง!!!!

         โซฟีสะบัดชายแขนเสื้อขับเร่งพลังมาโฮใส่แคนดี้เพื่อยกระดับความเร็วทวี ฝ่ายพาราเทียไม่สามารถสั่งพวกตะขาบเหมือนที่โซฟีสั่งแคนดี้ เนื่องจากพวกมันมีความคิดเป็นของตันเอง และมีสัญชาตญาณของแมลงพิษ พวกมันสู้กับแคนดี้อย่างสูสี อาศัยจำนวนที่มากกว่าไล่ต้อนหุ่นกลมรณะให้จนตรอก ทว่าแคนดี้มีหรือจะยอมให้โดนต้อนง่ายๆปานนั้น เจ้าเครื่องจักรสังหารมีสัญชาตญาณดิบเช่นกัน สัญชาตญาณของมันก็มีความคิดเรียบง่ายมากๆ

         ฟันทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ขาดกระจุย 

         ไม่ว่าราชา พระเจ้า หรือปักษา ตราบใดที่ขวางทางมัน มันจะฆ่าทิ้งให้หมด

         เครื่องจักรสังหารแสยะยิ้มเปื้อนเลือดตะขาบ จิตสังหารมหาศาลทวีความรุนแรงราวเทพสงคราม มันสะบัดกรงเล็บฟาดฟันตะขาบตัวขาดเป็นชิ้นกระจุยกระจาย และกระหน่ำตวัดกรงเล็บอันคมกริบฟันตัดตะขาบตัวอื่นๆทิ้งอย่างไร้ปรานี ไม่มีความเมตตา สงครามระหว่างเครื่องจักรกับสิ่งมีชีวิตใกล้จบลง และแหมือนฝ่ายที่เสียเปรียบคือฝ่ายพาราเทีย นักเชือดสาวยืนยิ้มทุกข์ระทมเนื่องจากนางสู้โซฟีมิไหวจริงๆ หากวัดกันด้วยพลังกับพลังอะนะ

         “ศาสตร์มาโฮ…แองเจิลสไปเดอร์[บ้านพักแมงมุม]” 

         พาราเทียยิ้มดั่งดอกกุหลาบพลันควงคทาในมือราวนักเต้นระบำหน้าขบวนพาเหรด กระโปรง และลำแขนเรียวยาวเคลื่อนไหววิจิตงดงาม พลางนางหยุดเต้นด้วยท่าจบอย่างงดงาม วินาทีมีกลิ่นมิพึ่งประสงค์ลอยออกจากร่างกายพาราเทีย กลิ่นเน่าเหม็นของซากสัตว์ที่ไม่น่า และไม่เหมาะกับภาพลักษณ์อันสูงส่งราวเจ้าหญิงของนาง

         กลิ่นที่ชักนำเทพแห่งความตายมาใกล้โซฟี เปิดทางให้เหล่าแมงมุมจากนรกโลกา และป่าต้องห้ามออกมาล่าเหยื่อของมัน

         “แมลงอีกแล้วหรือ..”

         โซฟีไม่รู้เลยว่าพาราเทียมีศาสตร์มาโฮเช่นนี้ ฮึ สมเป็นนางดีนะ จอมปลอม หลอกลวง ลี้ลับ และหัวใจเน่าเฟะ นักเชิดหุ่นน้อยมองเหล่าแมงมุนยักษ์ที่ปรากฏกายขึ้นจากห้วงแห่งความมืด พวกมันออกมาเป็นกลุ่มก้อนสามสี่ตัว ยังดีที่ไม่ออกมาเป็นกองทัพแมงมุมให้โซฟีกรีดร้อง และวิ่งหนี ฮึ นักเชิดหุ่นน้อยไม่หวั่นผวา นางสั่งให้แคนดี้จัดการทั้งตะขาบ และแมงมุม กำจัดให้สิ้นซาก แล้วไปตัดหัวพาราเทียซะ

         “กำจัดมันแคนดี้”

         การต่อสู้นี้ตัดสินแล้วกระมัง โซฟีเกือบคิดว่าตนเองชนะแล้ว หากพาราเทียไม่ยิ้มเช่นกัน รอยยิ้มของนักเชือดนสสาวทำให้นักเชิดหุ่นน้อยสงสัยใคร่รู้ และรู้สึกว่านางกำลังเต้นอยู่บนมืออีกฝ่าย มันคืออะไร? หัวใจโซฟีเต้นตึกตักๆราวจะเตือนให้นักเชิดหุ่นน้อยระมัดระวังพาราเทีย แต่ระวังอย่างไร ระวังอะไร? นี่มันอะไรกัน ทำไมเหมือนทุกอย่างผิดพลาด อะไรคือสิ่งที่ผิดพลาด

         การต่อสู้ของพวกนาง ทั้งโซฟี และพาราเทียยังไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายจนต้องสูญเสียพลังเลย พวกนางไม่ได้วิ่งไล่ล่ากันเหมือนในหนัง พลังมาโฮของโซฟีมีเหลือเฟือ เหลือเยอะมากๆ ไม่เหมือนกับตอนที่สู้กับเรไรที่โซฟีต้องทุ่มเทพลังเต็มที่เพื่อโค่นอีกฝ่าย..

         “…”

         ตอนนี้พาราเทียยังไม่โจมตีโดนโซฟีสักครั้ง พวกนางทิ้งระยะห่างจากกันไกลมาก หากคิดตามปกติแล้วพาราเทียไม่มีทางเคลื่อนไหว ตีฝ่าแคนดี้มาสังหารโซฟีได้แน่ มีแต่แคนดี้จะตีฝ่าพวกแมลงร้ายมุ่งไปฆ่าพาราเทียเท่านั้น

         ทว่าทำไม..

         โซฟีไม่อาจสละความกังวลในใจ นางรู้สึกทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างช้าๆราวกับมีอะไรที่นางมองข้ามไป

         นักเชิดหุ่นน้อยหรี่ตามองนักเชือดสาวอีกฟากฝั่ง พลั่งจู่ๆนางเวียนหัวตาลาย

         ฉึก 

“เอ๊ะ..”

         “ฮึๆ”

         เสียงหัวเราะนางช่างไพเราะ โซฟีเบิกตากว้างตกตะลึง ร่างกายชา และเรี่ยวแรงค่อยๆหาย

         นางไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกของอวัยยะใดๆ แขน นิ้ว มือ ขา เข่า คอ ราวนางโดนพิษ

         “เอ๊ะ..”

         “บอกแล้วโซฟีประมาทเกินไป..”

         เมื่อร่างกายเจ้านายไม่สามารถส่งถ่ายพลังมาโฮสู่หุ่นกลมรณะ เจ้าเครื่องจักรสังหารพลั่งหยุดเคลื่อนไหว และไม่นานก็สลาย..

         “..ป …”

         ตุบ 

         โซฟีร่างกายโงนเงน และเอียงล้มลงนอนแปะพื้น หัวนางกระแทงฟากพื้นหิน กระนั้นนางไม่รู้สึกเจ็บสักนิด..

         “อยากเป็นว่าเป็นไม่ไปได้หรือ โธ่โง่จังโซฟี…คิดว่าข้ากล้าสู้กับเจ้าตรงๆหรือ เฮ้อ”

         มิไม่สามารถขยับคอ หมุนศีรษะ ปิดปาก หรือทำอะไรทั้งสิ้น โซฟีหน้าซีดเผือกเมื่อนางเห็นผู้ที่ปรากฏกายออกมาจากเงามืด.. “..”

         คินนีติกอาศัยช่องว่างระหว่างที่โซฟีสู้กับพาราเทีย นักล่าสาวเผยแววตาเฉยชาไร้อารมณ์ นางร่วมมือกับนักเชือดสาวเพื่อกำจัดนักเชิดหุ่นน้อย แผนการง่ายๆที่ไม่ต้องเสียแรงเปล่าสู้กับโซฟี อย่างว่าคนฉลาดไม่ชอบทำอะไรตรงไปตรงมา

         นักฆ่าเองก็มีวิธีกำจัดเหยื่อในแบบของพวกเขา

         หลอกล่อ วางกับดัก และสิ่งที่ถนัดคือ

         “ลอบจู่โจม

         เมื่อครู่นักล่าสาวยิงศรอาบยาพิษใส่โซฟี หากเป็นนักเชิดหุ่นน้อยยามปกติคงหลบได้ง่ายๆ ทว่าตอนที่นางกำลังจดจ่อกับศัตรูตรงหน้าน่ะหรือ..

         ให้ตายนางก็หลบไม่พ้น..

         …

พาราเทียย่างสามขุมมาใกล้โซฟีที่นอนเปิดตาค้างไม่อาจหลับตาเนื่องด้วยนางไม่อาจควบคุมม่านตา ตอนนี้ร่างกายนางไม่มีความรู้สึกใดๆราวว่าร่างกายเป็นอัมพาตทั้งร่าง กระนั้นนางยังมีความคิด ความรู้สึก และเหนือสิ่งอื่นใดเลยตอนนี้

         นางกำลังกลัว

         กลัวปีศาจร้ายที่กำลังยืนเบื้องหน้า และก้มหน้ามองนางจากมุมสูง แววตาของพาราเทียมีรอยขีดสยดสยองราวแววตาของฆาตกรโรคจิตที่กำลังคิดแผนทรมานเหยื่อให้เหยื่อกรีดร้องเสียงโหยหวน ขอร้องให้ฆ่านางเสียที ใช่มันเป็นแววตาเช่นนั้น ดำมืดมิดราวก้นบึ้งทะเลสาบ เลือดเย็นราวบัญญัติเพชฌฆาต วิปลาสวิปริต เปี่ยมด้วยความสนุกสนาม สำราญด้วยความสุขที่ทำให้เลือดในกายร้อนรุ่ม

         รอยยิ้มนางช่างน่ากลัวราวปีศาจ ปีศาจที่หัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อได้ทำลายล้างโลกทั้งใบ 

         “..”

         ไม่..

         โซฟีไม่อาจเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ นางหวาดกลัวแววตาพาราเทีย กลัวตัวสั่นเทิ้ม และกลัวอนาคตที่กำลังรอ ความทรงจำในวัยเด็กหวนคืนกลับมาทำร้ายนักเชิดหุ่นน้อย ภาพที่พวกสาวน้อยคนอื่นรังแกนางในวิหารปักษา เหยียบย่ำ ดูหมิ่น กลุ่มเพื่อนสนิทที่เปลี่ยนมากลั่นแกล้งนาง ทำร้ายร่างกาย ตบตีนางด้วยของแข็ง ด่าทอว่านางเป็นปีศาจ นางแพศยา ตัวอัปมงคล

         ตัวประหลาด 

         “ตัวประหลาด”

         “…”

         โซฟีน้ำตาเอ่อรินไหลอาบแก้ม นางเจ็บเกินจะทนไหว นางไม่อยากฟังคำนี้!! ไม่!!! ไม่!!! ไม่!!!

         กระนั้นนางยินเสียงท่วงทำนองนุ่มนวลของพาราเทียเอ่ยกระซิบหู บอกเล่าอนาคต บอกขานสิ่งเลวร้ายที่รออยู่ และบอกถึงจุดจบที่ผลักโซฟีสู่ความสิ้นหวังที่สุดในชีวิต..

         “พี่เมรัย…หากโดนน้องสาวที่รักฆ่าทิ้งคงมีความสุขมากแน่ๆ”

         พาราเทียเป่าหูโซฟีฟู่ วาจานี้ ถ้อยวลีนี้ อนาคตนี้ ชะตากรรมได้ถูกกำหนดแล้ว

         เรื่องราวแห่งความรักบริสุทธิ์ ความเงียบเหงา ความคิดถึง ความรัก และสุดท้ายความฝัน.. บางอย่างที่ควรลืมมันกลับไม่สามารถลืมได้ แล้วยังต้องมุ่งหน้าไปหามันอีกครั้ง.. การเดินทางครั้งนี้จะนำพาเหล่าปักษาน้อยไปสู่จุดจบแบบใด บางทีสิ่งที่เฝ้ารอพวกนางอยู่อาจเป็นอดีตที่แสนเจ็บปวด และนรก..ที่เมรัยไม่มีวันหนีพ้น…

 

บทส่งท้ายและเป้าหมายต่อไป 

         ความฝัน… สิ่งนั้นคืออะไรนะ? เจ้าหญิงตัวเล็กตัวน้อยเฝ้าถามเจ้าปีศาจในหอคอย นางถูกจองจำ นางถูกกักขัง นางถูกสั่งห้ามมิให้เพ้อฝันถึงโลกภายนอกอันแสนโหดร้าย กระนั้นนางเชื่อมั่น และเหมือนว่านางมีความฝันที่อยากทำให้เป็นจริงนะ “อ้อนวอนต่อดวงดาว….” เจ้าหญิงผู้ใสซื่อราวลูกแกะยกมือ และกางออกหมายหมั่นเอื้อมคว้าดวงดาวบนฟ้า “ข้าอยากให้ความฝันข้าเป็นจริง”

         เรื่องราวตำนานนิทานแห่งนักแสดงไร้ผู้ชม..

         เรื่องการไล่ล่าจากกองทัพทหารรับจ้าง..

         เรื่องราวความรักต้องห้าม และความลับที่เฝ้าเก็บงำมาตลอดกาล..

         เปลวเทียนชีวิตที่ใกล้หมดลง..

         และ.. “ไม่เจอกันนานนะเจ้าคะ ท่านแม่นาเดีย”

         โปรดติดตามบทสุดท้าย  

         บท “ความฝันของเจ้าหญิงในหอคอย” 

ความคิดเห็น