ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน ความจริงที่ต้องปกปิด/1

ชื่อตอน : ตอน ความจริงที่ต้องปกปิด/1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 457

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 11:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ความจริงที่ต้องปกปิด/1
แบบอักษร

 

 

ตอน ความจริงที่ต้องปกปิด 

 

อรอินทร์มาตรวจงานที่รีสอร์ตแห่งใหม่ ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการ เธอรับหน้าที่ดูแลงานส่วนนี้แทนพ่อเลี้ยงอินทรผู้เป็นบิดา หญิงสาวจบการบริหารมาจากอังกฤษเพิ่งกลับมาช่วยงานครอบครัวได้สองปี ในระหว่างนั้นพ่อเลี้ยงอินทรเป็นผู้บริหารงานใหญ่ของบริษัทพีพีกรุ๊ป ก็ได้ขยายธุรกิจจากการค้าไม้และเฟอร์นิเจอร์ส่งออก มาทำธุรกิจด้านโรงแรมและรีสอร์ต รวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ฐานะยิ่งมั่งคั่งกว่าเดิมจนติดอันดับของประเทศ เมื่ออรอินทร์กลับมาจึงวางมือให้ลูกสาวช่วยบริหารแทน โดยมีลูกชายบุญธรรมอย่างเกริกดูแลงานเรื่องการค้าไม้ ซึ่งเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายนานๆ ครั้งจะกลับเข้าเมืองมาหาผู้เป็นบิดาและน้องสาว

ในอดีตครอบครัวของเกริกเคยถูกนายเลิศทำให้ล้มละลาย จนบิดาต้องฆ่าตัวตายสร้างความแค้นให้เกริกมาก เขารอเวลาแก้แค้นมานานร่วมยี่สิบปี เมื่อสบโอกาสบริษัทของตระกูลเกียรติก้องหล้ากำลังอยู่ในภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงิน จึงขอความร่วมมือกับอรอินทร์ให้ช่วยเหลือในการเข้าไปเสนอการร่วมทุน และซื้อหุ้นมาบางส่วน เกริกทำหน้าที่ป่วนให้บริษัทของตระกูลเกียรติก้องหล้า ถูกลูกค้ายกเลิกออเดอร์ ทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น อยู่ในสภาพลูกหนี้ของพีพีกรุ๊ปอย่างเลี่ยงไม่ได้ และยังขอให้น้องสาวหลอกพาตัวจอมขวัญลูกสาวคนเล็กของนายเลิศมาเที่ยว ตัวเขาวางแผนลักพาตัวหญิงสาวไปกักขังไว้

นั่นทำให้อรอินทร์ต้องโกหกจอมทัพเรื่องของจอมขวัญ

“ไม่รู้หนูจอมจะเป็นยังไงบ้าง พี่เกริกเอาตัวไปขังไว้ในป่าแบบนั้น จะทนลำบากได้ไหมหนอ”

อรอินทร์เอ็นดูจอมขวัญมาก แต่ก็รักพี่ชายจนยอมทำตามที่เขาขอร้อง เธอรู้สึกผิดต่อสาวน้อยคนนั้นที่หลอกพาไปให้พี่ชายจับตัวไป แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านมาถึงตอนนี้ เธอก็คงทำได้แค่เพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของพี่ชายในการจัดการกับลูกสาวศัตรู เธอแค่ทำหน้าที่จัดการกับครอบครัวของนายเลิศในฐานะเจ้าหนี้ ตามที่พี่ชายสั่งไว้ หญิงสาวปัดความคิดกังวลในใจทิ้งไป ตั้งหน้าตั้งตาตรวจเอกสารของรีสอร์ตต่อ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พอกดดูหมายเลขก็ต้องถอนหายใจแรงๆ

“สวัสดีค่ะคุณจอมทัพ”

“สวัสดีครับคุณอรอินทร์ ผมนึกว่าคุณจะไม่รับสายผมเสียแล้ว”

ปลายสายเริ่มต้นบทสนทนาได้อย่างกวนอารมณ์ อรอินทร์ต้องข่มใจตอบกลับไปอย่างสุภาพ

“ทำไมฉันถึงจะไม่รับสายคุณล่ะคะ เราเป็นหุ้นส่วนกันนี่คะ”

ความจริงเธออยากพูดว่า ฝ่ายเขาเป็นลูกหนี้เธอ แต่ยังต้องรักษามารยาทไว้

“ผมเช็คกับสายการบินแล้ว น้องสาวผมเดินทางไปเชียงใหม่พร้อมคุณ ผมอยากรู้ว่าตอนนี้หนูจอมอยู่ที่ไหน”

จอมทัพไม่อ้อมโลกให้เสียเวลา เขาพุ่งเป้าไปในเรื่องที่เขาอยากรู้ ทำเอาอรอินทร์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง

“ฉันคงให้คำตอบคุณไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉันไม่รู้ว่าหนูจอมไปไหน เราแยกกันตอนลงเครื่อง ฉันรู้แค่นั้น ขอโทษนะคะฉันต้องทำงานต่อ ไม่มีเวลาช่วยคุณตามหาน้องสาวหรอกค่ะ” พูดจบอรอินทร์ก็กดวางสาย

“ตาบ้านี่ ตามจิกไม่ปล่อยจริงๆ ฮึ ฉันไม่รู้ไม่เห็นซะอย่าง นายจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้ นายจอมทัพ”

ภาพใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มวาบเข้ามาในหัว อรอินรท์ยอมรับว่าจอมทัพมีเสน่ห์น่าสนใจ แต่เขาก็ขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้เสเพล ตามประสาหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ยังโสด มีผู้หญิงมากมายในสังคมอยากเป็นคู่ควงของเขา เธอจำครั้งแรกที่พบกับเขาในงานเลี้ยงหนึ่ง เขาควงคู่มากับนางแบบสาวชื่อดัง เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้สินค้าของเขารวบตำแหน่งคู่ควงคนล่าสุดด้วย สาวๆ คนอื่นต่างพากันพูดถึงชายหนุ่มด้วยความสนใจ บางคนที่เคยเป็นคู่ควงยังอาลัยอาวรณ์เขาอยู่ไม่หาย อรอินทร์นิ่งฟังไปด้วยความรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เธอเวียนศีรษะเล็กน้อยจากไวน์ที่ดื่มเข้าไปกับมึนกลิ่นน้ำหอมของแขกในงาน อรอินทร์แพ้กลิ่นน้ำหอมเธอจะวิงเวียนทุกครั้งที่ต้องทนดมนานๆ จึงแวะเข้าห้องน้ำและพาตัวเองมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนของโรงแรม แต่สายตาเจ้ากรรมกลับไปมองเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังกอดจูบกันในมุมลับตาของสวน จะเดินหลบก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อคนทั้งคู่หันมาพบพอดี

“ตามสบายค่ะ ฉันแค่ผ่านมา”

อรอินทร์ขยับเดินหนี ปล่อยให้คู่รักได้พร่ำพรอดกันต่อ แต่ดูเหมือนเธอสร้างความไม่พอใจให้ชายหนุ่ม เมื่อคู่ควงของเขาขอตัวกลับไปก่อน เขาจึงเดินรี่ตามหลังเธอมา

“เดี๋ยวคุยกันก่อนสิ”

เขาเดินมาขวางหน้า อรอินทร์หยุดแล้วขยับถอยหลังก้าวหนึ่ง เว้นระยะห่างพอสมควร เธอมองจอมทัพด้วยสายตาเย็นชา ผู้ชายคนนี้แค่ผู้ชายเพลย์บอยมักง่ายคนหนึ่งเท่านั้น

“เราจำเป็นต้องคุยกันด้วยหรือคะ ฉันกับคุณเราไม่รู้จักกันสักหน่อย”

“ผมจอมทัพ เกียรติก้องหล้า รองประธานบริษัทเกียรติก้องหล้าครับ”

เขาแนะนำตัว พลางส่งยิ้มให้เธออย่างมีไมตรี รอยยิ้มที่เจ้าตัวเคยใช้ได้ผลกับหญิงสาวหลายคน แต่มันไม่ทำให้อรอินทร์หวั่นไหวสักนิด

“ค่ะ ฉันพอได้ยินชื่อคุณมาบ้าง แล้วยังไงคะ ฉันไม่ได้อยากรู้จักคุณนี่” เธอทำท่าจะเดินหนี แต่เขาไม่ยอมหลบ

“แต่ผมอยากรู้จักคุณนะครับ”

เขายังพยายามโปรยเสน่ห์ใส่เธอด้วยรอยยิ้ม และสายตากรุ้มกริ่ม อรอินทร์หมดความอดทน เธอเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ที่สุด และคนแบบนี้อย่าหวังว่าเธอจะชายตาแล

“คุณจะได้รู้จักฉันแน่ค่ะคุณจอมทัพ และถ้าอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร ลองสอบถามคุณเลิศดูนะคะ ท่านรู้จักฉันดีค่ะ”

คำพูดนั้นทำให้คนฟังนิ่วหน้า แววตาเปลี่ยนมาวาววับเอาเรื่อง ขณะกวาดสายตามองร่างระหงของเธอด้วยสายตาดูแคลน ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ เขาก็ขยับมาใกล้จับไหล่เธอไว้

“ออ ที่แท้คุณก็เป็น อีหนูของพ่อผม หึ ผมได้ข่าวว่าท่านออกไปกินข้าวกลางวันกับผู้หญิงบ่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นคือคุณสินะ”

เขาเข้าใจว่าเธอเป็นอีหนูเด็กของพ่อเขา มันช่างสวนทางกับความจริงเหลือเกิน คำปรามาสนั้นทำให้อรอินทร์โมโหจนตัวสั่น เธอผลักเขาออกห่างด้วยความรังเกียจ

“ปล่อยนะ คุณมันโสมม นอกจากเสเพลมั่วผู้หญิงไม่เลือกแล้ว ยังปากเสียปากมอม ความคิดต่ำช้า คนแบบนี้หรือเป็นทายาทของเกียรติก้องหล้า หึ มิน่าล่ะ...”

อรอินทร์ยิ้มหยัน มองหน้าของจอมทัพด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะผลักเขาออกห่างได้สำเร็จ เธอไม่เสียเวลาต่อคำกับเขารีบเดินหนี แต่ชายหนุ่มไม่ยอมเลิกราแค่นั้น เขาตามมาดึงข้อมือเธอ รั้งไว้จนหญิงสาวเสียหลักเซล้มไปในอ้อมกอดของเขา

“ผมพูดแทงใจดำหรือไง ถึงได้ทนไม่ไหว”

ชายหนุ่มจับคางเธอ บีบให้หันมามองหน้าเขา ใช้สายตามองความงามตรงหน้าอย่างโลมเลีย ไม่ให้เกียรติ

“ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่อีหนูของพ่อคุณ แต่ฉันเป็นเจ้าหนี้ของตระกูลคุณ ได้ยินไหม”

อรอินทร์บอกเสียงเข้ม ผลักอกคนที่ยืนอึ้งตกตะลึงจนหลุดออกจากอ้อมกอดน่ารังเกียจนั้น

“ฉัน อรอินทร์ ปัญญาภัทร ประธานบริหารพีพีกรุ๊ป และผู้ถือหุ้นหกสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทในเครือเกียรติก้องหล้า รวมถึงเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัทคุณ ได้ยินแล้วก็ขยับถอยไปห่างๆ ฉันเหม็นสาบลูกหนี้”

เธอตอกย้ำสถานะเจ้าหนี้ให้เขารับรู้ พร้อมกับเยาะหยันเขาให้อับอาย ก่อนจะเดินจากมาอย่างผู้มีชัย นั่นทำให้การพบกันของเธอกับจอมทัพในครั้งต่อมา ทำให้เขาไม่กล้าหือกับเธอ มันช่างสะใจเหลือเกิน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก !!! 

เสียงเคาะประตูดึงหญิงสาวให้หลุดจากภวังค์ความคิด เมื่อเธออนุญาตประตูก็เปิดออก ร่างของเจนจิราเลขาหน้าห้องก็เข้ามา

“มีอะไรเหรอคะ คุณเจน”

อรอินทร์ถามเจนจิราเลขาสาวใหญ่วัยสี่สิบของตน เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายดูมีความหนักใจอะไรบางอย่าง

“มีคนมาขอพบคุณอรค่ะ”

“ใครเหรอคะ ในใบนัดไม่มีนี่คะคุณเจน”

วันนี้เธอมาดูงานที่รีสอร์ตไม่ได้นัดพบใครไว้ โดยพาเจนจิรามาช่วยเคลียร์เอกสาร ช่วงบ่ายจะออกตรวจงานดูการตกแต่งห้องพัก

“ผมเอง...”

ร่างสูงของจอมทัพถือวิสาสะเข้ามาในห้องโดยไม่ขออนุญาตก่อน เขาไม่อยากให้เธอหาเรื่องปฏิเสธการพบเขา ลงทุนขับรถตามมาถึงรีสอร์ตนี้ อยากรู้นักว่าอรอินทร์จะกล้าปั้นหน้าโกหกเขาอีกไหม เมื่อกี้เขาแกล้งโทรมาคุยกับเธอ ทั้งๆ ที่ยืนอยู่หน้าสำนักงานของเธอแล้ว

“คุณจอมทัพ...”

อรอินทร์เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญก็อึ้งไป ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะบุกมาหาเธอถึงที่นี่ รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอฝางไกลจากตัวเมืองมาก

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน... เป็นการส่วนตัว”

จอมทัพเน้นเสียงแล้วจ้องหน้าอรอินทร์เขม็ง หญิงสาวเหมือนจะอึ้งไปที่เขาโผล่หน้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว นี่แหละที่เขาต้องการ จะจับพิรุธคนโกหกก็ต้องมาไม่ให้รู้ตัว

“คุยที่นี่คงไม่สะดวก เชิญที่ร้านอาหารด้วนนอกดีกว่าค่ะ จะได้รับประทานอาหารเที่ยงด้วย”

อรอินทร์ไม่อยากคุยกันตามลำพังในที่รโหฐาน ท่าทางของจอมทัพเหมือนพร้อมจะเอาเรื่อง ไม่น่าไว้ใจ

“ก็ได้ครับ เชิญครับคุณอรอินทร์”

จอมทัพตกลง เขาผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวให้นำทาง อรอินทร์ไม่มีทางเลี่ยงจำต้องพาชายหนุ่มมายังร้านอาหารขอรีสอร์ต เจนจิราจะตามมาแต่ถูกจอมทัพโบกมือบอกไม่ให้ตาม อีกฝ่ายได้แต่ยิ้มแหย จำต้องเลี่ยงออกไป ปล่อยให้นายจ้างกับจอมทัพเดินไปยังร้านอาหารด้วยกัน

 

///

อัพแล้วจ้า 

จอมทัพมาตามล่าหาความจริงถึงที่ แบบนี้หนูอรจะหาทางเลี่ยงเขายังไง 

ติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ 

ขอบคุณจากใจ 

ความคิดเห็น