Firstclass

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ศัตรู

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ศัตรู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 27

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 02:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ศัตรู
แบบอักษร

3 วันผ่านไป เหลือเวลาอีกสองวันจนกว่าจะถึงวันแข่ง...

ในสามวันที่ผ่านมานั้น ทุกๆคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวคือ ตื่นนอน แล้วเดินทางมาซ้อม แล้วก็กลับ...

“สามวันที่ผ่านมาแทบจะไม่เห็นใครคุยกันเลยแหะ นอกจาก4คนที่เราเห็นครั้งก่อน ตัวติดกันตลอดเลยพวกนี้” แม๊กซ์คิดในใจระหว่างที่เดินไปที่ลิฟต์ของตึกฝึกฝน เพื่อขึ้นไปฝึกในช่วงเช้า

และระหว่างเขากดลิฟต์และรอลิฟต์ลงมารับเขาก็เห็นหลายคนเหมือนกันที่ฝึกในที่ส่วนรวม รวมถึงมี2คนจากพวกกลุ่ม4คนนั้นก็ฝึกอยู่

“เอาละ นายมีพลังความแข็งแกร่ง นายต้องรับหมัดของฉันให้ได้” ชายหนึ่งในสองคนนั้นพูด

“ได้อยู่แล้ว เรื่องแรงขอให้บอกฉันเลย- โอ๊ย” ชายอีกคนที่ลักษณะบึกบึนและตัวใหญ่พูดตอบ แต่พูดยังไม่ทันจบเขาก็โดนชายคนแรกต่อย

“นายจะใช้แรงอย่างเดียวไม่ได้ นายต้องใช้สมองด้วย ต้องคาดเดาทางให้ได้เพราะฉันไวมาก” ชายคนแรกพูดและต่อยชายบึกบึนจากหลายทิศทางอย่างรวดเร็วและชายบึกบึนก็หยิบเสาเหล็กมาเพื่อป้องกัน เขาหยิบเสาเหล็กด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย

“หืม? เมื่อกี้มันอะไร พลังว่องไวเหรอ? คนที่ตัวใหญ่กับเจ้านั่นยืนห่างกันเป็นเมตร ทำไมถึงได้เข้าไปต่อยหน้าได้เพียงแค่พริบตา” แม๊กซ์คิดในใจระหว่างรอลิฟต์และมองสองคนนั้น ทันใดนั้นลิฟต์ก็ลงมาเราเขาพอ และเขาก็ขึ้นไปที่ชั้นของห้องฝึกตัวเองและฝึกตามปกติ

 

13 ชั่วโมงผ่านไป

 

“เห้อ สี่ทุ่มครึ่งแล้วเหรอเนี้ย กลับดีกว่า ทั้งตึกไม่น่าจะเหลือใครแล้ว ถึงจะเปิดทั้งวันทั้งคืนก็เถอะ” แม๊กซ์บ่นและมองนาฬิกา เขากำลังเก็บของกลับบ้านพักตัวเอง

“เงียบจังแหะ...” แม๊กซ์นึกในใจระหว่างปิดประตูห้องซ้อมของตัวเองและเดินไปที่ลิฟต์

บรรยากาศในขณะนั้นเงียบมากๆเพราะไม่มีใครอยู่ในตึกนั้นนอกจากตัวเขาเอง

“ชั้นหนึ่ง ลานฝึกส่วนรวม” ระบบอัตโนมัติของลิฟต์พูด เขาเดินออกมาจากลิฟต์ตรงไปที่นั่งรอรถไฟฟ้าใต้ดิน

“เงียบเกินไปแหะ รู้สึกแปลกๆเลย...” แม๊กซ์คิดในใจและเดินไปยืนรอรถไฟอย่างไม่เร่งรีบ

ไม่กี่นาทีที่เขากำลังยืนรอรถไฟอยู่กับความเงียบนั้น เขาก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าแปลกๆลอยมา

“ให้ตายสิ โคตรเหม็นเลย ตอนเช้ายังไม่เห็นได้กลิ่นเลย อาจจะเพราะคนเยอะเลยไม่ได้กลิ่นขยะแน่” แม๊กซ์นึกในใจและหันไปมองขยะด้านข้าง

“หืม? กลิ่นไม่ได้มาจากถังขยะแหะ” แม๊กซ์สังเกตกลิ่นแล้วก็พบว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่กลิ่นขยะ เขาเดินตามกลิ่นไป จนถึงใกล้ๆกับรางรถไฟ

“กลิ่นมาจากใต้นี้เหรอ... ไม่เห็นมีอะไรเลย” แม๊กซ์ชะโงกหน้าไปดูตรงรางไม่เห็นอะไร

“หรือมันมาจากตรงซอกข้างในตรงราง” แม๊กซ์นึกในใจ และเขาก็มองซ้ายมองขวาเพื่อเช็คว่าไม่มีรถไฟมา เขากระโดดลงไปและหันหลังมามอง ก็พบกับศพของหญิงคนหนึ่งนอนตายตาไม่หลับและหันหน้าให้เขา

“ไม่... ไม่นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?... โซเฟีย...” แม๊กซ์พึมพำและสะดุดถอยหลังออกมา

ศพที่เขาเห็นคือโซเฟีย เขาทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะต้องทำยังไง เกิดอะไรขึ้น ใครฆ่า เพราะอะไร ทุกๆอย่างวนเวียนอยู่ในหัวเขาขณะที่เขายังอยู่ตรงรางรถไฟและจ้องศพโซเฟียอยู่

“นี่ฉันควรทำยังไง... ต้องแจ้งทีมงานเหรอ? ไม่ได้ ถ้าเกิดมีคนไม่อยากให้รู้ว่ามีคนตายและถ้าเกิดเป็นทีมงานเองที่เป็นคนลงมือ ฉันจะตกอยู่ในอันตรายด้วย” แม๊กซ์ยังคงช็อคและทำอะไรไม่ถูก ขณะนั้นเองเขาก็เหลือบไปเห็นสมุดอันหนึ่งที่ตกอยู่ติดกับศพโซเฟีย

“นี่มันสมุดของโซเฟียที่เธอพกติดตัวตลอดหนิ” แม๊กซ์เอื้อมมือไปหยิบสมุดนั้นขึ้นมาดู เป็นสมุดจดเวลางานและสิ่งที่ต้องทำของโซเฟีย เขาเปิดหาหน้าล่าสุด

“เธอต้องมาหาฉันวันนี้สินะ แสดงว่าเธอถูกฆ่าวันนี้หลังจากลงรถไฟเพื่อมาหาฉันแน่ๆ” แม๊กซ์นึกในใจ

ทันใดนั้นที่แม๊กซ์ทำอะไรไม่ถูกและดูสมุดอยู่ในรางรถไฟเขาก็รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลา

“ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครมองเราอยู่ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว กล้องวงจรปิดก็ไม่มี...” แม๊กซ์นึกในใจและเขาก็มองไปรอบๆ ความเงียบเข้าครอบงำ

ทันใดนั้นก็มีมวลพลังเวทย์ปริศนาพุ่งมาเพื่อจะทำร้ายเขาจากทางอุโมงค์รถไฟ แต่เขาสร้างกำแพงน้ำแข็งมาป้องกันไว้ได้

“ให้ตายเถอะ เกือบไปแล้ว ว่าแล้วต้องมีคนมองเราและคิดจะทำร้ายเราอยู่” แม๊กซ์พูด เขาวิ่งไปที่อุโมงค์เพื่อจะดูว่าเป็นฝีมือใคร แต่เขาก็ไปพบใครทั้งนั้นในความมืด

ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงและเห็นแสงไฟ รถไฟกำลังตรงมาหาเขา

“แย่ละ” แม๊กซ์พูดและวิ่งออกมาจากอุโมงค์นั้นแต่รถไฟมาเร็วมาก

และรถไฟก็พุ่งชนเขาเต็มๆ

“เกือบไปแล้ว ดีนะแปลงสภาพตัวเองเป็นน้ำทัน” แม๊กซ์รอดตายอย่างหวุดหวิดโดยแปลงตัวเองเป็นน้ำและไหลขึ้นมาบนชานชาลา และแปลงสภาพกลับเป็นเหมือนเดิม

รถไฟจอดรอรับเขา และเขาก็ก้าวขึ้นไป

“ขอโทษนะโซเฟีย ฉันจะหาคนที่ฆ่าเธอให้ได้” แม๊กซ์นึกในใจและรถไฟก็ออกตัวไป

 

ณ โซนบ้านพักนักแข่ง

 

ทันทีที่รถไฟมาถึง แม๊กซ์รีบออกมาและวิ่งไปที่บ้านของตัวเองทันที เขาประทับลายนิ้วมือและเข้าบ้านไป วางของทุกอย่างรวมถึงสมุดของโซเฟีย ถอดเสื้อผ้าและเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำทันที

เมื่ออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เดินตรงมาที่โต๊ะและเริ่มดูสมุดของโซเฟีย

“บันทึก 28/09/2021 ได้รับเลือกเป็นผู้จัดการของผู้เล่น โดยผู้เล่นคนนั้นชื่อแม๊กซ์ ในบรรดารายชื่อนักแข่งทั้งหมด คนที่ไม่ขอรับผู้จัดการมีเพียงสี่คนเท่านั้น” 

. . .  

“บันทึก 05/10/2021 ต้องไปหาแม๊กซ์เพื่อแจ้งเรื่องการซัพพอร์ตระหว่างแข่ง นักแข่งสามารถขอเสบียงเพิ่มได้1ครั้งระหว่างแข่ง สามารถใช้งานได้จากมือถือ เมื่อใช้แล้วมันจะแจ้งมาที่มือถือฉัน ฉันก็จะดำเนินเรื่อง” 

“นี่มันสองวันก่อนเราจะเดินทางมาเกาะมรณะหนิ แล้วบันทึกวันที่ห้าก็คือวันนี้ สี่คนไม่มีผู้จัดการงั้นเหรอ? จะว่าไป พวกกลุ่มสี่คนนั้นก็ไม่มีผู้จัดการเหมือนกัน ต้องเป็นคนกลุ่มเดียวกันแน่” แม๊กซ์อ่านบันทึกและนึกในใจ

และเขาก็ลุกจากโต๊ะไปนอนที่เตียงเพื่อนอนพักผ่อน

 

เช้าวันต่อมา

 

แม๊กซ์ตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปซ้อมเช่นเคย เมื่อเขาไปถึงตึกฝึกฝนเขาก็เห็นริคอยู่ที่ลานฝึกส่วนรวม แม๊กซ์เดินตรงไปที่ริค

“ริค ขอคุยอะไรด้วยหน่อย” แม๊กซ์พูดกับริคและพาริคเดินมาตรงที่ปลอดคน

“แม๊กซ์นายเป็นอะไรหรือเปล่า? สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะ” ริคพูด

“เมื่อคืนฉันซ้อมจนดึก ฉันคิดว่าฉันเป็นคนสุดท้ายที่ได้ออกจากตึกนี้ ตอนฉันมารอรถไฟฉันไปเจอกับศพผู้จัดการของฉัน ฉ.. ฉันไม่รู้ว่าใครฆ่าเธอ แล้วฉันก็เจอบางคนอยากจะฆ่าฉันให้ตาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ไม่เห็นตัว เห็นแต่พลังเวทย์ของมัน” แม๊กซ์อธิบายให้ริคฟัง

“นายพูดจริงเหรอ? แล้วนายเป็นอะไรไหม” ริคพูด

“ไม่ ฉันไม่เป็นอะไร ฉันว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันทำไปเพื่ออะไร แล้วใครเป็นคนทำ” แม๊กซ์พูด

“ต้องเป็นคนของพวกกลุ่มเวทย์มืดแน่ๆ พวกนั้นก็รู้เหมือนกันว่านายคือผู้ถูกเลือก ถึงฉันจะมีพลังจิตก็เถอะ แต่ฉันอ่านใจใครไม่ได้ ไม่ใช่พลังจิตแบบนั้น” ริคพูด

“ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะรวมมือกับกลุ่มต่อต้าน เพื่อชิงหินแห่งแสงมาก่อนพวกกลุ่มเวทย์มืดจะได้ไป แต่ฉันไม่รับปากนะว่าฉันจะขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม” แม๊กซ์พูด

“ขอบคุณนายมากแม๊กซ์ เราออกไปที่ลานส่วนรวมกัน ฉันจะแนะนำคนของกลุ่มให้” ริคตบไหล่แม๊กซ์และเดินออกมาจากที่ปลอดคน

ทั้งสองคนออกมานั่งมองผู้คนตรงลานส่วนรวมที่มีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังซ้อมอยู่

“นายเห็นผู้ชายคนนั้นที่มุมเสาไหม ลักษณะเป็นคนเอเชีย นั่นคือไทกิ เขาไม่ใช่นักเวทย์แต่สมองเขาดีมากๆ เขาตัดสินใจช่วงกลุ่มเราเพราะแม่เขาถูกพวกเวทย์มืดฆ่า แต่เขารอดมาได้เพราะแม่เขาบอกให้ซ่อนในตู้จนกว่าพวกมันจะไป เราเสียเขาไปไม่ได้ เขาเป็นนักวางแผนคนเดียวของเราในงานนี้ และอีกคนที่นั่งอยู่เยื่องทางขวาของเรา นั่นคือแอล เธอเป็นเพื่อนสนิทกับไทกิ เธอจะคอยคุ้มกันไทกิตลอดการแข่ง เธอมีพลังควบคุมโลหะได้ เธอเข้าร่วมก็เพราะไทกิอยู่ในกลุ่ม และอีกคนที่ขาดไม่ได้เลยคือนาเดีย นายน่าจะรู้จักเธออยู่แล้วใช่ไหม?” ริคพูด

“ใช่ แต่เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลยตอนทำงานด้วยกัน” แม๊กซ์ตอบ

“เธอคือคนที่พ่อนายมอบหมายให้มาคุ้มกันนายตั้งแต่อายุ16 นี่นายไม่รู้ตัวเลยใช่ไหม” ริคพูด

“ไม่ ฉันไม่เคยเจอเธอเลยตอนเรียนม.ปลายหรือมหาลัย” แม๊กซ์ตอบ

“คุ้มกันแบบไม่ให้รู้ตัวไงล่ะ แต่ยังไงก็เถอะ เราไม่รู้เลยว่าเธอมีพลังอะไร ไม่มีใครรู้นอกจากพ่อนาย ถึงเราจะไม่รู้ว่าเธอมีพลังอะไร แต่ฝีมือการใช้อาวุธเธอสุดยอดมากๆ” ริคพูด

“แล้วเธอผ่านเข้ามาด้วยสถานะเป็นนักเวทย์ได้ไง” แม๊กซ์ถาม

“ด้วยเอกสารปลอมไงละ พ่อของนายให้เธอก่อนที่เขาจะตาย” ริคพูด

“รักเธอยิ่งกว่ารักลูกตัวเองซะอีก...” แม๊กซ์พูด

“ไม่เอาน่า น้อยใจอะไรเนี้ย ถ้าพ่อนายไม่รักนาย เขาจะทำขนาดนี้ไหม เอาละ คนของเรามีอีกนะ แต่คนที่มอบหมายให้ทำหน้าที่ก็มีแค่นี้ ที่เหลือคือแค่คุ้มกันและเล่นไปตามเกมเท่านั้น... ไปซ้อมเถอะ วันนี้ซ้อมวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้ก็วันแข่งแล้ว เขาจะเรียกเรามาในตอนเช้าเพื่อเรียกชื่อทีละคน ทำตามที่เขาบอก เขาจะพาเราไปเกาะมรณะที่เป็นสนามแข่งโดยรถไฟใต้ดินขนาดเล็ก มันจะเหมือนอยู่ในกระจกหลอดแก้ว และนายจะโผล่มาจากใต้ดิน โดยนายสามารถเลือกได้ว่าอยากโผล่ที่จุดในไหนบนมือถือนาย เข้าใจนะ?” ริคอธิบาย

“ขอบคุณมาก” แม๊กซ์ตบไหล่ริคและเดินออกมาเพื่อขึ้นไปที่ห้องซ้อมส่วนตัว

 

23 ชั่วโมงต่อมา ณ วันแข่งขัน...

 

นักแข่งทุกคนถูกเรียกรวมตัวที่หอประชุมใหญ่เพื่อเริ่มการแข่งขัน

“สวัสดีนักแข่งทุกท่าน เราจะมีเสบียงสำหรับการดำรงชีวิตอยู่ในกระจกหลอดแก้วให้ทุกคน หากไม่เพียงพอ พวกคุณต้องแย่งชิงกันเอง เมื่อถึงเวลานับถอยหลัง ระบบจะปลอดล็อคตัวคุณและสามารถหยิบอุปกรณ์ต่างๆขึ้นมาเตรียมพร้อมได้ เมื่อเวลาสิ้นสุด กระจกจะเปิดออกและคุณสามารถทำอะไรก็ได้ ต่อไปนี้จะเรียกชื่อทีละคนเพื่อส่งไปเตรียมพร้อมที่เกาะมรณะ ขอให้ทุกคนโชคดี” อาเจนโต้พูดเสร็จแล้วก็เดินออกมาจากเวที ให้ทีมงานประกาศชื่อทีละคน

“คนที่1 นิโค” ทีมงานเรียกชื่อคนแรกและเขาก็เดินออกมาให้ทีมงานพาไปเกาะมรณะ

“คนที่2 โอลิเวีย”

. 

. 

. 

“คนที่16 ริค”

“โชคดีนะเพื่อน” ริคพูดกับแม๊กซ์และเดินออกไป

. 

. 

. 

“คนที่21 โคลต์”

“คนที่22 โซอี้”

“คนที่23 แซม”

“คนที่24 จอร์จ”

“นั่นมันพวกกลุ่ม4คนนั้นหนิ ฉันจำหน้าได้ และตอนนี้ฉันก็จำชื่อได้แล้ว”

. 

. 

. 

“คนที่29 นาเดีย”

“คนที่30 แม๊กซ์” ทีมงานเรียกชื่อเขา เขาหอบอุปกรณ์ที่เขาเตรียมมาเพื่อแข่งและเดินออกไป

. 

. 

. 

“และคนสุดท้ายคนที่40 ไทกิ”

“โอเค เข้าไปยืนเข้าในเลยครับ เก็บแขนให้ดี เหมือนกันเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกนั่นแหละ คุณพร้อมนะครับ” ทีมงานพูดกับไทกิที่อยู่ข้างในกระจกหลอดแก้ว

“พร้อมครับ” ไทกิพูด และทีมงานก็กดปุ่มล็อคตัว ล็อคแขน ลำตัว และขา และทำให้กระจกมืด จากนั้นทีมงานก็กดปุ่มปล่อยตัว กระจกหลอดแล้วก็เคลื่อนที่ไปยังเกาะมรณะตามจุดที่แต่ละคนเลือกเอาไว้ว่าจะโผล่ที่ไหน

 

ณ สนามแข่งเกาะมรณะ

 

ลักษณะของเกาะเป็นเกาะขนาดใหญ่ และมีหลายลักษณะภูมิประเทศไม่ว่าจะเป็นป่า แม่น้ำ ภูเขา ทะเล หรือซากปรักหักพัง ตึกร้างต่างๆที่มหาเศรษฐีอาเจนโต้ได้รังสรรค์ขึ้นมา

“นี่เราอยู่ที่ไหน ถึงที่ที่เราเลือกไว้หรือยังไง” แม๊กซ์นึกในใจและเขาก็หายใจแรงเพราะตื่นเต้น

“อ๋อ แล้วอีกอย่างหนึ่งแม๊กซ์ กลุ่มต่อต้านทุกคนจะมีรองเท้าที่แสงแถบเรืองแสงสีเขียวไว้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ นายเอาไป แล้ววันแข่งใส่ด้วยละ” ขณะที่แม๊กซ์มองรองเท้าตัวเองที่เรืองแสงอยู่เขาย้อนไปถึงเมื่อวานตอนจะเดินขึ้นไปห้องซ้อม ริคได้พูดกับเขาไว้ก่อนจะเดินออกมา

กระจกหลอดแก้วกำลังเคลื่อนที่ไปยังเกาะมรณะ และทันใดนั้นก็กระจกหลอดแก้วก็หยุดและค่อยๆเลื่อนขึ้นโผล่มาจากใต้ติดแต่คนข้างในยังไม่เห็นอะไรเพราะกระจกยังมืดและไม่ได้เปิดออก สักพักระบบที่ล็อคตัวนักแข่งอยู่ก็ปลดล็อคออกและเริ่มทำการนับถอยหลัง10วินาที แม๊กซ์และนักแข่งทุกคนเตรียมแบกสัมภาระตัวเองเพื่อเตรียมพร้อม

“10.. 9.. 8.. 7.. 6.. 5.. 4.. 3.. 2.. 1.. “ ทันทีที่ระบบที่แสดงบนมือถือแต่ละคนนับเสร็จ กระจกก็เลื่อนเปิดออกและเริ่มการแข่งขัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น