ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 54 ล้นมือ

ชื่อตอน : ตอนที่ 54 ล้นมือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 22:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 54 ล้นมือ
แบบอักษร

เหล่านินอาเมะผู้หน้าสงสารต่างนอนหมอบอยู่ที่พื้นอย่างน่าสังเวช หลังจากถูกปั่นประสาทโดยโทบิ พวกเขาก็ใช้แรงแค้นโจมตีไปที่เพดานม่านเพลิงอย่างต่อเนื่องด้วยนินจุสสุที่หลากหลาย

 

 

 

โดยที่พวกไม่รู้ตัวเลยว่าก่อนที่คาถาของพวกเขาจะสัมผัสกับม่านพลังก็ถูกแรงดูดพิศดาลกลืนกินและเปลี่ยนมาเป็นพลังให้แก่โทบิที่ยืนหยอกล้อพวกเขา บอกเลยว่าตอนนี้เขาค่อนข้างอิ่มพอสมควร

 

 

 

"หมดก็อกกันซะแล้ว แบบนี้ถ้าพวกรุ่นพี่กลับมาก็อาจจะหาว่าผมไม่ทำงานอีก ดังนั้น ผมต้องสร้างสถานการณ์หน่อยว่าไหม นี่เลยผมขอนำเสนอ แตน แต่น แต้น ลูกระเบิดร้อยลูกพร้อมติดยันระเบิดพร้อมแพ็คเกทเสริม ขอให้สนุกกับของขวัญสุดวิเศษนี้นะคร้าบ"

 

 

 

 

กลุ่มนินจาได้แต่มองลูกระเบิดที่หล่นลงมาที่พวกเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว แต่จะหนีก็ไม่ได้เนื่องจากพวกเขาใช้จักระและพลังกายไปหมดแล้ว แถมยังทำลายม่านพลังสีม่วงนี่ไม่ได้อีกด้วย

 

 

 

"ยินดีต้อนรับสู่โลกระเบิดนะครับทุกโคนนน บ้ายบี่"

 

 

 

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!

 

 

 

เสียงระเบิดดังสนั่นทว่ามีเพียงโทบิเท่านั้นที่ได้ยิน เนื่องจากม่านพลังรับเสียงและแรงกระแทกไปทั้งหมดทำให้เด็กๆในฐานไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น และยังคงนอนเกาพุงอย่างสบายใจเฉิบ

 

 

 

"หึ ดอกไม้ไฟสกปรก เอ๊ะว่าไปนั่น"

 

 

 

แม้ที่นี่จะยังไม่มีใครอยู่แต่โทบิก็ยังทำท่าทางกวนโอ้ยอยู่เหมือนเดิม เขาเดินไปที่ฐานก่อนจะสะบัดมือส่งเข็มดำที่ติดสิ่งที่คล้ายเพลิงสีแดงฉานไปสี่ทิศทางรอบฐานครู่เดียวม่านพลังสีแดงสี่ทิศทางก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งฐาน

 

 

 

"Shisekiyōjin(รูปแบบแดงฉานธาตุหยาง

 

สี่ทิศ) ด้วยม่านพลังระดับนี้ต่อให้เป็นปู่ทวดมาดาระมาเองก็ทำลายหรือลอบเข้าไปไม่ได้"

 

 

 

แค่นี้ก็เพียงพอก่อนจะเริ่มใช้ความสามารถของเนตรสังสารโดยเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่นัดเจรจา ทันทีที่มาถึงเขาก็เห็นยาฮิโกะที่ด้านหลังมีกลุ่มคนจากแสงอุษายืนประจันหน้ากับชายวัยกลางคนที่สวมที่ครอบปากคล้ายหน้ากากกันแก๊ส

 

 

 

เจ้าตัวกระโดดลงจากบนหัวสัตว์ประหลาดที่มีลักษณะคล้ายกิ้งก่ายักษ์สีเขียว แต่ผิวหนังคล้ายคางคก และด้านข้างของมันมีกลุ่มนินจาอาเมะสวมหน้ากากแบบเดียวกับชายผู้นำมีผ้าคลุมกันฝนสีเทาจำนวนมากกว่าร้อยคน

 

 

 

ทั้งสองคุณพูดคุยกันด้วยสีหน้าตึงเครียดซึ่งโทบิที่แอบมองอยู่ในที่ห่างไกลไม่ได้ยินการพูดคุยของทั้งสองเลยสักนิด ด้วยฝนที่ตกสาดลงมา มันกลบเสียงพูดคุยของทั้งคู่ไปจนหมด แม้แต่นินจาของทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ยินเลยนับประสาอะไรกับเขาที่อยู่หางเกือบสองร้อยเมตร

 

 

 

การเจรจาของทั้งคู่ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลลัพท์ที่ดีเสียเท่าไหร่ ดูจากใบหน้าตึงเครียดของยาฮิโกะที่แสดงออกมาเขาก็เข้าใจ ซึ่งในช่วงเวลานั้นสายตาของคาซึยะก็เห็นหญิงสาวผมขาวผู้หนึ่งที่กำลังยืนอยู่ในกลุ่มอาเมะ

 

 

 

"ยัยนั่นมันอาซามิไม่ใช่หรอ แหม๋ทำเป็นย้อมสีผมเปลี่ยนใบหน้านิดหน่อยนึกว่าฉันจะจำไม่ได้หรือไง ?"

 

 

 

เขาบ่นพร้อมใช้สายตาจดจ้องมองอาซามิด้วยท่าทางจริงจัง ครู่เดียวยัยนั่นจู่ๆก็เริ่มเคลื่อนไหว โดยแอบลอบไปด้านหลังกลุ่มแสงอุษาโดยไม่มีใครรู้ตัว ในมือเธอเคียวสีดำก่อนจะนำไปเกี่ยวคอของชายผู้หนึ่งในกลุ่มแสงอุษาแล้วสะบัดมือเกี่ยวเข้าคอจนหัวหลุดลอยละลิ้วตกสู่พื้น

 

 

 

ใบหน้าของผู้เสียชีวิตดูไม่เข้าใจว่าตนเองตายได้เช่นไร และกว่ากลุ่มแสงอุษาจะรู้ตัวหัวที่ห้าและหกก็ลอยตกลงมาสู่พื้น ความเงียบสะงัดแม้แต่กลุ่มของฮันโซก็รู้สึกแปลกใจ

 

 

 

เพราะเขายังไม่ได้ออกคำสั่งอะไรเลยแท้ๆ แต่นี่ก็ดีจะได้ทำให้เด็กพวกนี้รู้ถึงความน่ากลัวของโลกนินจา สันติภาพหรอ ? ถ้าทำได้ฉันทำไปก่อนที่พวกแกจะเกิดเสียอีก

 

 

 

"ทำไมถึงทำแบบนี้คุณฮันโซ!"

 

 

 

ยาฮิโกะนำคุไนออกมาก่อนจะเริ่มประสานอินโดยไม่รอคำตอบ แน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องพูดคุยอะไรอีก แต่กว่าจะคิดได้หัวของกลุ่มแสงอุษาก็กลิ้งมาอยู่ที่เท้าของทั้งสามผู้นำกลุ่ม

 

 

 

น้ำฝนที่พื้นตอนนี้กลายเป็นโลหิตผสมน้ำ ทั้งยาฮิโกะ โคนัน หรือแม้แต่นางาโตะก็คาดไม่ถึงว่ากลุ่มของพวกเขาจะถูกทำลายโดยผู้หญิงเพียงคนเดียวซึ่งมีเพียงโทบิเท่านั้นที่รู้ว่าทำไมการสังหารถึงง่ายดายแบบนี้ นี่คือความน่ากลัวที่แท้จริงของคามุยและอามัตสึมิกาโบชิของยัยนี่

 

 

 

"สำเร็จตามแผนแล้วเจ้าค่ะท่านฮันโซ"

 

 

 

"ดีมาก เจ้าทำได้ดีจริงๆ แต่จะให้ดีกว่านี้ถ้าเจ้าทำลายพวกเขาทั้งหมด"

 

 

 

"รับทราบ"

 

 

 

ครู่เดียวเธอก็หายตัวไปและมาอยู่ตรงหน้าของยาฮิโกะ คมเคียวเกี่ยวเข้าที่คอราวกับยมทูตที่กำลังมาเก็บเกี่ยวชีวิต ตอนนี้ไม่ว่าทั้งนางาโตะหรือโคนันต่างตกตะลึง เธอคนนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

 

 

 

"สัญติภาพหึของพรรค์นั้นไม่มีอยู่จริงหรอก"

 

 

 

"อ่าวหรอแต่ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ คุณผู้หญิง"

 

 

 

อาซามิที่กำลังเกี่ยวฟันคอของยาฮิโกะรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าเธอไม่สามารถเก็บเกี่ยวชีวิตของชายตรงหน้า พอเธอมองไปด้านหน้าก็พบกับชายสวมหน้ากากท่าทางดูกวนประสาทกำลังใช้นิ้วชี้หยุดคมเคียวเอาไว้

 

 

 

"ทะ โทบิ ไม่ใช่ว่านาย.. นายมาทำอะไรที่นี่!"

 

 

 

"เอ๋ผมก็แค่มาเดินเล่น ไม่คิดว่าจะมาพบเหตุการณ์แบบนี้น่าเศร้าจังเลยนะครับรุ่นพี่"

 

 

 

โทบิหรือคาซึยะก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงออกมาช่วยยาฮิโกะแบบนี้ ร่างกายมันขยับไปเองแบบไม่เชื่อฟังไม่สิเพราะเขาไม่อยากให้ยัยบ้านี่ลงมือสังหารยาฮิโกะด้วยตัวเองมากกว่า ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ไปแล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย

 

 

 

วับ

 

 

 

ร่างของโทบิและยาฮิโกะย้ายมาอยู่ด้านหน้าของนางาโตะและโคนันในพริบตา ทั้งคู่รู้สึกแปลกใจกับความเร็วแปลกๆของน้องใหม่ แต่สักพักโคนันก็นึกถึงเรื่องที่เธอวานโทบิไว้

 

 

 

"โทบิแล้วพวกเด็กๆละ ?"

 

 

 

"โถ่รุ่นพี่โคนันเชื่อมือสุดหล่อเช่นผมเถอะ ผมได้ส่งผู้บุกลุกไปสู่โลกใหม่แล้ว พวกเด็กๆตอนนี้ปลอดภัยยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก"

 

 

 

"จริงหรอขอบใจเธอมาก"

 

 

 

แม้เธอจะเสียใจที่กลุ่มเพื่อถูกสังหารไปจนเหลือเพียงพวกเขาแค่สามคน แต่เธอก็ยังตั้งสติและไม่ฟูมฟายกับการจากไปของเพื่อนๆ เธอเป็นคนที่เข้มแข็งจนแม้แต่คาซึยะยังแอบนับถือ แตกต่างกับนางาโตะที่ยืนกำหมัดกัดฟันอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

 

"เรื่องนี้ให้ฉันเป็นคนจัดเองโทบิรีบพาโคนันและยาฮิโกะหนีไป!"นางาโตะจู่ๆก็กล่าวขึ้น

 

 

 

"ไม่ฉันจะอยู่กับนายนางาโตะ โทบิช่วยพาโคนันหนีไป"ยาฮิโกะกล่าวปฏิเสธ

 

 

 

อะไรของพวกเอ็งวะเนี่ยจะทำเท่ทำหอกอะไรนักหนา โทบิจ้องมองแบบไม่สบอารมณ์และยื่นมือส่งแรงดึงดูดรวบตัวทั้งสามคนมาอยู่ใกล้ๆกันไว้ส่วนตัวเขาก็เลิกทำเป็นเล่น เขาชูมือที่อาบเร้นไปด้วยสายฟ้าขึ้นเหนือหัว ประกายสายฟ้าแผ่ไหลออกจากมือและขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

 

 

"การจะสร้างโลกที่มีสันติภาพได้ ก่อนอื่นเราต้องมีพลังเสียก่อน ถ้าอ่อนแอเช่นนั้นก็หมดสิทธิ์"

 

 

 

เปรี้ยงงงงง!!! ๆ

 

 

 

เมฆสีดำเริ่มเข้ามารวมตัวกันเหนือหัวของโทบิที่กำลังแสดงท่าทีจริงจังจนหน้ากลัว ฟ้าผ่าฟ้าร้องเริ่มดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ เหนือท้องฟ้ามีเสียงคำรามของสัตว์ที่น่าหวาดกลัวตามมา ทุกคนพากันเงยหน้ามองสายฟ้าสีเงินดำที่กำลังก่อตัวเป็นหัวมังกรสายฟ้า

 

 

 

โฮรกกกกกกก

 

 

 

"จงสลายสู่นรกภูมิ Kirin(กิเลน) เอ้า~ก็ว่าไปนั่น"

 

 

 

เห็นทุกคนกำลังตึงเครียดและถูกหันเหความสนใจไปโทบิก็รีบใช้โอกาศนี้พาทั้งสามคนหนีไปครู่เดียวสายฟ้าเหนือหัวก็ค่อยๆสลายไป ทำให้พวกฮันโซได้สติแต่ก็พบว่าพวกยาฮิโกะนั้นได้จากไปแล้ว

 

 

 

"ไม่ได้เรื่องปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ยังไง!!"

 

 

 

เมื่อเป้าหมายหนีไปได้ อาซามิที่เคยนอบน้อมต่อฮันโซก็เปลี่ยนท่าทีราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ ฮันโซที่ควรสังหารเธอกลับไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจ มันโค้งหัวให้เธออย่างนอบน้อม

 

 

 

"ขออภัยนายหญิงตอนนี้เขาน่าจะกลับไปที่ฐาน ให้ผมไปจัดการเองเถอะคราวนี้พวกมันไม่รอดแน่ผมมั่นใจ!"

 

 

 

"ดีรีบไปจัดการให้เรียบร้อย!! และอย่าฆ่านางาโตะละเพราะฉันยังต้องใช้งานเขา"

 

 

 

"ครับ พวกเราไป!"

 

 

 

กลุ่มของฮันโซตามพวกโทบิไปที่ฐานอย่างรวดเร็ว โดยทิ้งให้อาซามิที่กำลังโมโหยืนกระทืบเท้าอย่างไม่สบอารมณ์ยามนึกถึงชายสวมหน้ากากนั่น ท่าทีกวนบาทานั่นไหนจะคาถาสายฟ้าที่แสนน่ากลัวนั่นอีก ถ้าเจ้าหมอนั่นไม่หยุดมือไว้ฮันโซและกลุ่มต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

 

"เจ้าคนสวมหน้ากากนั่นมันเป็นใครกันแน่!!"

 

 

 

กลับมาที่โทบิหลังจากฉุดกระชากลากดึงแกนนำทั้งสามของแสงอุษามายังฐานก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองทั้งสามคนที่มีท่าทีแตกต่างกันออกไป ยาฮิโกะดูโล่งอก นางาโตะดูไม่สบอารมณ์และโคนันที่กำลังน้ำตาคลอใบหน้าแดงและจ้องมองเขาอย่างอาฆาต

 

 

 

การแสดงสีหน้าท่าทางของยาฮิโกะและนางาโตะเขาก็พอเข้าใจอยู่หรอก แต่ทำไมโคนันถึงใช้สายตาอยากจะฆ่าคนมองเขาแบบนั้น แต่พอตั้งสติเขาก็เริ่มรู้สึกว่ามือที่ใช้โอบร่างของโคนันนั้นกำลังสัมผัสบางสิ่งที่แสนนุ่มละมุนขนาดใหญ่ล้นไม้ล้นมือ

 

 

 

'ชิบหายแล้วไง ล้นมือเลย'

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น