Redfox.
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1 : วันเชี้ยไรเนี่ย!!!! ตื๊ด............

ชื่อตอน : 1 : วันเชี้ยไรเนี่ย!!!! ตื๊ด............

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 43.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2563 19:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 : วันเชี้ยไรเนี่ย!!!! ตื๊ด............
แบบอักษร

 

 

1 : วันเชี้ยไรเนี่ย!!!! ตื๊ด............

 

Fuck day!!!

 

 

 

 

 

 

ผมต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจอีกกี่พันครั้งกว่าแม่งจะทำให้ผมใจเย็นลงได้กับชั่วโมงเร่งด่วนในเมืองหลวงอันศิวิลัยที่โคตรแออัดฉิบหายวายป่วง! รถติดตั้งแต่ทางออกจากบ้านจนตอนนี้กูก็ยังไม่ถึงมหาลัยเลยไอ้ฉิบหาย!!!!! คือผมจะไม่ร้อนเลยนะเว้ยถ้าวันนี้มันไม่ใช่วันเปิดภาคเรียนวันแรกของนิสิตใหม่อย่างผม!!! แถมมีนัดปฐมนิเทศนิสิตใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์คณะที่ผมอุตส่าห์ยอมงดสตรีมเกมไปตั้งสามเดือนเพื่อติวสอบเข้าให้ได้ด้วยไงประเด็น! ผมต้องอดเงินโดเนทไปตั้งสามเดือนเชียวนะเพื่อคณะในฝันของผม!! โห่... แล้วดูตอนนี้ดิ! กระผมนายพชาธร อัศวโยธิน หรือพอร์ตสุดหล่อก็ยังต้องมานั่งแช่ติดแหงกในรถที่ยังไม่แม้แต่คิดจะขยับเลยสักเมตร! ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาอย่างหัวเสีย แล้วแม่งก็ไม่ต่างกับเติมเชื้อไฟ

 

 

 

"เชี้ย!!!" แหกปากลั่นรถเลยทีนี้กู จนเฮียวาซีสารถีของผมวันนี้ถึงกลับหันขวับมามองผมอย่างตกใจก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเรียบนิ่งตามแบบฉบับของแกพร้อมเสียงทุ้มเย็นๆดุผมกลับทันควัน

 

 

 

"ก็ถ้ามึงไม่ตื่นสายป่านนี้คงถึงมอมึงไปนานแล้วไหม?!" อะไร.. ผมรู้ตัวหรอกว่าผิดอ่ะ แต่เฮียจำเป็นต้องจ้องผมด้วยคิ้วผูกโบว์กับใบหน้าหล่อเกินมนุษย์มนานั่นด้วยไหม?! "ป่านนี้ไม่รู้ดีวานตื่นรึยัง ตื่นมาไม่เจอกูเดี๋ยวมันก็แหกปากร้องลั่นบ้านอีก.."

 

 

 

โถ... คุณพ่อลูกอ่อน ผมแม่งรู้สึกผิดเลยว่ะที่พรากพ่อมาจากลูกเล็กในยามเช้าตรู่แบบนี้(?) ประโยคแรกมันบ่นผมเสียงแข็ง ประโยคหลังผมคิดว่ามันบ่นคิดถึงลูกน้ำเสียงนี่อ่อนยวบลงทันที เออใช่ผมลืมบอกไปถึงเฮียซีมันจะหล่อวัวตายควายล้มแต่มันก็มีลูกแล้วนะเฮ้ย.. ไม่ซิงค์นะบอกก่อนนะสาวๆ แต่คิดๆไปแม่งก็ไม่มีเมียอีกนั่นแหละถึงจะมีลูกก็ตาม ผมไม่รู้ว่าเมียมันไปไหนมันไม่เคยพูดถึงและก็ไม่มีใครกล้าถาม รู้แค่ว่าเมื่อต้นปีก่อนมันหอบลูกชายตัวน้อยวัยสี่ขวบกลับมาจากเมืองนอกคนเดียวเท่านั้น พูดไปเรื่องนี้แม่งก็ยังเป็นที่คาใจคนในบ้านผมอยู่เป็นปริศนาคล้ายกล่องแพนโดร่าที่ไม่มีใครกล้าเปิด

 

 

 

"จ้องกูขนาดนั้นแดกหัวกูเข้าไปเลยเถอะ!" สงสัยผมจ้องหน้าเฮียมันนานไปหน่อยจนมันรำคาน เอ้า! ไม่เคยเป็นหรอเวลาคนกำลังใช้ความคิดแบบจดจ่อมันต้องมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งแบบจะสิงสู่ไปเลและมือนึงก็ต้องรูดปอยผมกลางกบาลไปด้วยเหมือนผมตอนนี้ไง แต่เอ๋... เหมือนกูลืมอะไรไป

 

 

ปื๊ด.... ปื๊ด....

 

 

 

"กูจะไม่สงสัยเลยถ้าอนาคตมึงหัวล้าน" แม่ง..! จะแขวะผมเพื่อก็รู้ว่ามันติดเป็นนิสัยแก้ไม่หายของผมไปแล้วนี่หว่า.. ปื๊ด.. ปื๊ด..

 

 

 

"เฮียพอร์ตถามอะไรหน่อยดิ"

 

 

 

"ว่า"

 

 

 

"ทำไมตอนนั้นเฮียถึงหนีกลับอิตาลีโดยไม่บอกใคร และทำไมวันนี้เฮียถึงกลับมา.." คำถามของผมมันคงไปสะกิดใจเฮียมันเข้าจังๆ ดวงตาคมคู่นั้นมันสั่นพร่าอยู่แวบหนึ่งก่อนกลับมาเรียบนิ่งเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ไอ้ตาผมมันก็ไวเห็นเข้าซ่ะก่อน เฮียมันมีอะไรในใจแต่มันไม่คิดจะบอกให้พวกเรารู้ มันทำตัวปกติเหมือนกับเจ็ดปีก่อนเคยทำตัวยังไงก็ทำตัวอย่างนั้น แต่ผมรู้ว่ามันเปลี่ยนไปและผมก็ต้องเค้นความจริงของมันออกมาให้ได้ ผมต้องรู้ให้ได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าถามว่าเพราะอะไรผมถึงอยากรู้เรื่องของเฮียมันมากนัก ก็เพราะว่าผมรักเฮียมันมากไง

 

 

 

"เฮ้อ.. เพราะมันจำเป็น" เฮียซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนมันจะยอมเปิดปากพูดออกมาแบบจำยอม เล่นเอาผมหูตั้ง ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ยยย!

 

 

 

"แปดโมงห้าสิบห้า..." หื้ม? เฮ้ย!! จริงด้วยกูกำลังร้อนรุ่มกลัวว่าจะไปเข้าประถมนิเทศไม่ทันอยู่นี่หว่า!!! ตายแล้วววว ทำไงดีว่ะทำไงดี!! ใครก็ได้ช่วยกูด้วย!!!!! "มึงเลิกทำหน้าเหมือนปลาตีนขาดออกซิเจนก่อนจะได้ไหม แหกตาดูด้วยว่าตอนนี้กูขับรถมาถึงไหนแล้ว มัวแต่เวิ่นเว้อไร้สาระไปเรื่อย ลงไปได้แล้ว"

 

 

 

"อะ เอ่อ เออจริง! ผมไปก่อนนะเฮีย!!!หวัดดีค้าบบบ"

 

 

 

"เดี๋ยว! ฝากแก้วกาแฟกูไปทิ้งด้วย" โว๊ะ! เฮียแม่งใช้ไม่ดูเวล่ำเวลาเล๊ยยย ปึก! ปิดประตูรถได้ก็ใส่ตีนหมาวิ่งหน้าตั้งเลยสิกู

 

 

 

"เชี้ย..!! เก้าโมงแล้ว!! ห้องประชุมอยู่ไหนว่ะเนี่ย!!!!" วิ่งไปมองนาฬิกาไปจนลืมมองทาง ปึก!! โอ๊ย!! "ชนเชี้ยไรว่ะเนี่ย!" ผมล้มก้นจ้ำเบ้าแถมเจ็บสัส!

 

 

 

"ชนกูไม่ได้ชนเหี้ย" ฉิบหายใครว่ะ! ผมรีบเงยหน้าขึ้นมองไอ้คนตรงหน้าที่มันกล้าขวางทางผม คำแรกที่หลุดจากปากคือ สูง...

 

 

 

สูงฉิบหายเลยไอ้สัส!! เงยจนปวดคอ แล้วดูหน้ามันที่มองกลับผมดิ เหมือนพร้อมมีเรื่องเต็มที่อ่ะสัสเหมือนอัดอั้นมานาน ก็มาดิค้าบบ...! กูพร้อม!

 

 

 

"ขะ ขอโทษครับพี่พอดีผมรีบเลยไม่ได้มองทางอย่าโกรธผมเลยนะค้าบบบ นะพี่นะ!" ยิ้มแฉ่งยิ่งกว่าพระอาทิตย์ก็กูนี่แหละร่างกายมันขยับไปเอ๊งงจิตใต้สำนึกผมพร้อมบวกจริ๊งงงงงงงงงงงงงๆ!!!!!!

 

 

 

หมับ! ปึก!

 

 

 

แต่ดูคำพูดผมมันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์พอไอ้เวรตัวสูงมันกระชากคอเสื้อผมทีเดียวฉุดรั้งทั้งร่างผมปลิวลุกยืนกระทันหันกระแทกกับอกมันอีกรอบ หน้าซีดเลยตู...

 

 

 

"ไอ้เรื่องชนกูไม่ติดใจ แต่ไอ้ที่ด่ากูว่าเหี้ยกูโคตรตราตรึง!" ตราตรึงส้นตีนไรล่ะ! ก็กูขอโทษไปแล้วไง

 

 

 

"เชี้ย ไม่ใช่ เหี้ย ครับพี่.. "

 

 

 

"มึงยังจะเถียง!!" ไอ้เวรตัวสูงแม่งว๊ากใส่ผมลั่นจนคนที่ผ่านไปผ่านมาเริ่มเข้ามามุงดูผมสองคน

 

 

 

"กูว่าลากแม่งไปฆ่าทิ้งเลยก็จบจะเสียเวลาทำไมว่ะไอ้ยอร์ช" ไม่ช่วยเสือกยุยงส่งเสริม ไอ้พวกสันดานหมา!! อยากด่าแม่งเรียงตัวแต่ติดที่รูปร่างแม่งไม่อำนวยดูก็รู้เลยว่าโคตรเสียเปรียบ ผมว่าไอ้สี่คนที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในกรอบสายตามันต้องเป็นเพื่อนไอ้เวรเปรตนี่แน่ๆ แต่ละตัวไม่รู้ตอนเกิดแม่ให้กินนมยีราฟรึไงสูงฉิบ!..

 

 

 

"พวกมึงเลิกไร้สาระแล้วไปได้แล้ว พิธีจะเริ่มแล้วยังมามัวทะเลาะเป็นเด็กๆอยู่ได้ไม่อายคนอื่นบ้างไง" พรึบ! จู่ๆก็มีมือที่ไหนไม่รู้มาจับมือไอ้เวรเปรตที่เพื่อนมันเรียกว่ายอร์ชออกจากคอเสื้อผม จนผมเซถลาล้มกระแทกพื้นอีกรอบ

 

 

 

"อู๊ย....!!! เจ็บสัส!"

 

 

 

"มึงห้ามกูทำไม! เห็นไหมว่าไอ้เด็กเวรนี่มันสมควรโดน ดูคำพูดคำจาแม่งไม่เคารพรุ่นพี่เลยสัส!" ไอ้เปรตยอร์ชมันก็ดูจะไม่ยอมจะเอาเรื่องผมให้ได้ แต่พอไอ้พี่ผมแดงที่กระชากมือมันออกเมื่อกี้เดินมาขวางกลางระหว่างผมกับมันพร้อมหันไปมองหน้าไอ้ยอร์ชแบบไร้คำพูด จู่ๆบริเวณรอบๆตัวพี่มันก็เหมือนติดเดดแอร์ขึ้นมาเฉยๆ ไอ้ยอร์ชก็ดูมันจะหยุดบ้าและยอมถอยไปดีดีอย่างรู้งาน

 

 

 

ฮ่าๆๆ กูเห็นนะว่าหน้ามึงแอบซีดตอนไอ้พี่ผมแดงมองหน้ามึงตรงๆ ผมขำล้อเลียนมันอยู่ในใจคนเดียวเงียบๆแวบนึงพี่ผมแดงมันก็หันมายื่นมือให้ผม

 

 

 

"หึหึหึ... มานี่กูช่วย" งี้ดิว่ะคนจริง! หัวใจพี่แม่งโคตรเท่ห์เอาไปเลยร้อยบิท!

 

 

 

"ขะ ขอบคุณครับพี่..." ลุกขึ้นมายืนได้ผมนี่แทบก้มกราบ คนห่าไรเท่ห์ทั้งหน้าและนิสัยไม่เหมือนไอ้ยอร์ชดีแต่หน้าสันดานหมามากกก!

 

 

 

"อะไรๆ! มึงทำหน้างั้นใส่กูหมายความว่าไง!!!" ไอ้เชี้ยแม่งหมาบ้าดีดีนี่แหละ ดูมันดี๊!! จะกัดผมอีกแล้ว

 

 

 

"พอเลยมึงกูก็ไม่เห็นน้องมันจะทำอะไร ร้อนรนไปเองนะกูว่า" ไอ้พี่หัวแดงหันไปว่าเพื่อนเสร็จไม่รอไอ้ยอร์ชมันเถียงกลับเขาก็หันกลับมาทางผมพร้อมรอยยิ้มเท่ห์ๆ

 

 

 

"กูนอฟยินดีที่ได้รู้จักนะเด็กเงือกเขียว" หืม?.. อะไรว่ะเงือกเขียว ผมมองหน้าพี่มันอย่างสงสัยก่อนสังเกตเห็นสายตาพี่มันที่ก้มลงมองมือผมแวบหนึ่งก่อนกลับมามองหน้าผมต่อ

 

 

 

อ๋อ... ไอ้สัญลักษณ์ร้านกาแฟชื่อดังข้างแก้วกาแฟที่ผมถืออยู่นี่เอง เออลืมทิ้งเลยว่ะ

 

 

 

"มันหมดแล้วไม่ทิ้งล่ะ หรือมึงกะแดกแก้วเข้าไปด้วย? ก็ดีนะขยะบนโลกจะได้ลดน้อยลง มีตัวกินขยะแบบมึงอยู่" แหมม.. พอทำร้ายร่างกายกูไม่ได้ก็เปลี่ยนมาใช้วาจาสึกกร่อนกูต่อทันทีทันใด กลัวกูไม่พังเร็วรึไงว่ะ?!

 

 

 

"เอ่อ.. พี่นอฟครับคือห้องประชุมที่ใช้ประถมนิเทศนิสิตใหม่ไปทางไหนหรอครับ" ผมไม่อยากเสียเวลากับมันแล้วเลยเลิกสนใจไอ้ยอร์ช คือผมเสียเวลามามากแล้วไง แล้วนี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าไปถึงห้องประชุมแล้วผมจะยังเข้าได้อยู่ไหมเพราะมันเลยเวลามานานแล้ว

 

 

"มึงมาประถมนิเทศสินะ แต่นี่มันเลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้วนี่..งี้ก็แสดงว่ามึงสายแล้วดิ แบบนี้จะรอดหรอว่ะ.. หึหึหึ" รอบนี้พี่อีกคนที่ยืนข้างไอ้ยอร์ชพูดขึ้นมันยิ่งสร้างความกดดันให้กับผมจนอยากเอาหัวโหม่งกำแพงซ่ะให้ได้

 

 

 

"เฮ้ย! กูล้อเล่นไม่เห็นต้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นเลย มาๆพวกกูพาเข้าเองถือซ่ะว่าเป็นการขอโทษที่เพื่อนกูทำมึงเสียเวลา" เฮ้อ.. เหมือนสวรรค์ทรงโปรดเลยครับพอได้ยินประโยคนี้ ผมรีบยิ้มพร้อมขอบคุณพวกพี่ๆมันไป แต่ก็เลือกข้ามผ่านไอ้ยอร์ชมันไปอะนะ

 

 

 

เรื่องไรผมต้องขอบคุณมันด้วยล่ะ!

 

 

 

ผมหมุนตัวเตรียมเดินตามหลังพวกพี่นอฟไป แต่.. หมับ! คอผมถูกเกี่ยวจากไอ้คนที่เดินขึ้นมาตีเสมอด้วยวงแขนแกร่งกอดคอผมพร้อมก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูผมให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

 

 

"เดี๋ยวเสร็จงานมึงเจอกูแน่.. ไอ้เด็กเงือกเขียว!" ปึก! โว๊ยย!!! ไอ้เชี้ยนี่! กูไปฆ่าหมาแม่ยายมึงตายรึไงอาฆาตรกูจริง!

 

 

 

พอหลังจากพวกพี่นอฟพาผมเข้าห้องประชุมสำเร็จ มันก็ไม่ได้มาสนใจอะไรผมอีก ค่อยโล่งหูหน่อย.. การประถมนิเทศดำเนินไปตามขั้นตอนพิธีการกินเวลาไปเต็มวัน ผมได้เดินออกจากห้องประชุมอีกครั้งก็ปาไปสี่โมงเย็นแล้ว เมื่อยจัดๆนั่งจนตูดชาเลยทีเดียวแต่ความจริงก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเท่าไหร่ ก็เวลาสตรีมเกมผมก็นั่งหลายชั่วโมงเหมือนกัน

 

 

 

"เฮ้ยไอ้พอร์ตมึงจะไปไหนต่อว่ะ" ไอ้แกรนด์หนุ่มแว่นหน้าใสวิ้งเหมือนแดกคอลาเจนเป็นอาหารหลักมันถามผมระหว่างยืนเคว้งอยู่หน้าคณะ วันนี้ผมถือว่าโชคดีอย่างที่มาปุ๊บก็ได้เพื่อนใหม่มาสามคนแถมภาควิชาเดียวกันอีก โคตรดีเลยครับ

 

 

 

"ไม่รู้เลย ก็คงกลับห้องไปสตรีมเกมเหมือนเดิมนั่นแหละ ป่านนี้ผู้ชมกูคิดถึงตายห่าแล้ว" ผมตอบมันไปพร้อมยิ้มกวนๆนิดๆให้มันได้อรรถรสเล็กน้อย ไอ้แกรนด์แว่นน้อยมันมองผมอยู่ตลอดแม่งเกิดหน้าแดงขึ้นมาเฉยๆ

 

 

 

"แค่ไอ้พอร์ตมันยิ้มให้แค่นี้ถึงกับหน้าแดงเลยหรอว่ะแว่น" ไม่ต้องหันมองก็รู้ว่าใคร ไอ้ปืนคู่กัดคู่แทะประจำตัวไอ้แกรนด์เขาล่ะครับตั้งแต่ผมรู้จักกับพวกมันผมก็เห็นคู่นี้มันแควะมันกัดกันตลอด ไม่รู้พวกแม่งคบกันมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงป่านนี้ได้ยังไงกัน

 

 

 

"ปล่อยหมาออกจากปากอีกแล้วนะไอ้ปืน ทำไมมันขยายพันธุ์ไวจนพื้นที่ในปากมึงสร้างกรงขังไม่พอแล้วใช่มั้ยห้ะ?!ถึงปล่อยมาเพ่นพ่านไล่กัดชาวบ้านเขาอยู่ได้เนี่ย!" ไอ้แกรนด์ครับ... เห็นตัวเล็กหน้าใสงี้เวลาด่าเจ็บยันไส้ติ่งเลยทีเดียวเชียวล่ะคุณผู้ชมม

 

 

 

"ไอ้...!"

 

 

 

"พอๆเลยครับสัสพวกมึงทั้งสอง จะทะเลาะกันจนลูกบวชรึไงว่ะ" จอมห้ามทัพขาประจำ ไอ้ทิวเขาบุรุษหนุ่มผู้เป็นถึงนายแบบชื่อดังพ่วงตำแหน่งนักแสดงอิสระรีบหยุดไอ้สองผัวเมีย(?) ไว้ก่อนพวกมันจะตีกันตายหน้าคณะจนไอ้สองคนเงียบไป มันก็หันมาหาผมต่อ

 

 

 

"สรุปมึงจะกลับห้องช้ะ? โอเค เดี๋ยวกูไปส่งทางผ่านพอดี" ก็ดีครับกูจะได้ไม่เสียค่าบีทีเอส สบายกระเป๋าไปอี๊ก.. ยุคนี้อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัดครับคุณแม่สอนไว้

 

 

 

"เออ ขอบใจล่วงหน้ามึงเอาจริงก็ไม่รู้จะทำไรมากกว่าว่ะ" ถ้ามีแพลน เอาจริงผมก็ยังไม่อยากสตรีมเกมวันนี้หรอก ไหนๆก็วันแรกเปิดเทอมอยากปลดปล่อยสักหน่อยเหมือนกัน

 

 

 

"เออพวกมึงงั้นพวกกูไปก่อนนะ ไอ้แกรนด์มันชักงี่เง่าและเดี๋ยวกูไปดูมันก่อนเดี๋ยวแม่งงอลเดินหนีอีกขี้เกียจวิ่งตาม น่ะแม่งพูดยังไม่ทันขาดคำแม่งไปนู้นแล้ว! เออๆกูไปก่อนนะ!!" ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรไอ้ปืนมันก็วิ่งหน้าตั้งตามไอ้แกรนด์ไปแล้วครับ เฮ้อ... ไม่ให้คิดว่าเป็นผัวเมียไหวหรอ?

 

 

 

"เราก็ไปกันเหอะมึง"

 

 

 

"อื้ม..." ได้แต่มองพวกมันอย่างปลงๆ แล้วเดินตามไอ้ทิวเขาไปเงียบๆ

 

 

 

rrrrrrrrr rrrrrrrrrr

 

 

 

"ฮัลโหลเฮียยยยคิดถึงพอร์ตหราา" นั่งรถไอ้ทิวมาได้สักพักเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นทำลายความเงียบในรถ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นผมอาจดูคีพลุคพูดน้อย แต่พอเวลาผมอยู่ต่อหน้าเฮียๆหรือครอบครัวผมไม่เคยคิดจะทำ มีเท่าไหร่ใส่ให้หมด

 

 

 

'อย่ามาเกรียน ทำอะไรอยู่แล้ววันนี้เป็นไงบ้าง เมื่อเช้าไอ้ซีไปส่งมึงใช่ไหม'

 

 

 

"โห.. เฮียหมอเล่นถามมาเป็นชุดแบบนี้จะให้พอร์ตตอบตรงนี้ก่อนดีหื้ม..?"

 

 

 

'เดี๋ยวกูตัด..!'

 

 

 

"เดี๋ยวดิ๊!! เอะอะตัดเงินๆ ไม่สงสารน้องตาดำๆบ้างไง๊... ก็ไม่อะไรหรอกก็ดี.. มั้ง ก็ดีแหละโดยรวมอ่ะ ตอนนี้พอร์ตกำลังนั่งรถเพื่อนกลับห้อง ใช่ครับเมื่อเช้าเฮียซีมาส่ง"

 

 

 

'ก็มึงมันดื้อ! ไอ้ซีโทรมาบอกว่าเกือบสายเพราะมึงช้า!!คราวหลังอย่าให้เกิดขึ้นอีกนะ มหาลัยแล้วนะพอร์ตมึงต้องมีวินัยมากกว่านี้ โตแล้วกูไม่อยากมานั่งบ่นปากเปียกปากแฉะกับมึงมาก เดี๋ยวก็หาว่ากูทำตัวเป็นคุณแม่อีก เฮ้อ...'

 

 

 

"พอร์ตรู้หรอกหน่า.. เอาเป็นว่าพอร์ตจะมีวินัยมากกว่านี้ครับ เฮียก็ตั้งใจทำงานล่ะ พักบ้างก็ดีนะอย่ามัวแต่หักโหม แก่แล้ว..."

 

 

 

'ไอ้เด็กเชี้ย!!!! กูยังไม่แก่!!!!!!!£=&$;sh@$@%#%...'

 

 

 

"เฮียๆ!! อะไรนะว่าอะไรนะสัญญาณไม่ดีเลยห้ะ?! แค่นี้ก่อนนะ!! ตู๊ดๆๆ.." ติ๊ด!.. กดวางสายแทบไม่ทันเฮียหมอแม่งด่าอย่างกับพ่นไฟแรป

 

 

 

"หึหึหึ..." หื้ม? ขำไรของมึงว่ะ.. "ทำหน้าอย่างนั้นด่ากูอยู่ในใจล่ะสิ"

 

 

 

"อ่ะ เอ่อ.. กูก็ขำมึงนั่นแหละไม่นึกว่าสตรีมเมอร์ขวัญใจแม่ยก โคตรหล่อโคตรเท่ห์อย่างRE-Portจะมีมุมนี้กับเขาด้วย"

 

 

 

"อะไรเล่า.. กูก็คนนะจะมีมุมงี้แล้วมันแปลกตรงไหน กูสิต้องแปลกใจที่ทิวเขาคนดังจะรู้จักช่องเล็กๆของกูด้วย"

 

 

 

RE-Port Channel

 

 

 

ช่องสตรีมเกมเล็กๆของผมเอง ตอนแรกเรื่องสตรีมเกมหารายได้นี่แทบไม่มีอยู่ในสมองเลย แต่ด้วยความที่ผมชอบเล่นเกมมากเป็นชีวิตเรียกว่าติดยิ่งกว่าขวดนม เฮียรองของผมหรือเฮียซีนั่นแหละ เขาเป็นคนที่ผลักดันผมเข้าสู่วงการนี้ทั้งๆที่คนอื่นๆคิดว่ามันไร้สาระโดยเฉพาะแม่ของผม เด็ดกิ่งมะยมฟาดผมจนต้นมะยมตายผมก็ยังแอบหนีไปเล่นเกมอยู่ดี ก็ผมรักก็ผมชอบความจริงสังคมเกมมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดถ้าคบเพื่อนเป็นบังคับตัวเองได้มันก็ไม่มีปัญหาอะไร คำนี้เฮียซีกล่าวไว้

 

 

 

เฮียซียอมลงทุนขอแม่ผมให้ผมพิสูจน์ตัวเองว่าเส้นทางเด็กติดเกมมันก็หาเงินได้ เขาให้ผมเริ่มสตรีมเกมโดยเป็นคนจัดหาเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดให้ เฮียซีชอบเรียกผมว่ารีพอร์ตที่แปลว่ารายงาน ทั้งๆที่ผมชื่อพอร์ตที่แปลว่าท่าเรือเพราะมันหาว่าตอนเด็กๆผมช่างฟ้องฟ้องเก่งรายงานเก่งมันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของสตรีมเมอร์สุดหล่อนาม RE-Port คนนี้

 

 

 

__________________________________

 

ฝากเรื่องนี้ด้วยนะจ๊ะ^^

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น