ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 53 ย่ำแย่

ชื่อตอน : ตอนที่ 53 ย่ำแย่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 53 ย่ำแย่
แบบอักษร

"ยาฮิโกะตอนนี้สถานการณ์ในแคว้นของเราเป็นอย่างไรบ้าง ?"

 

 

 

เจอคำถามของโคนันใบหน้าของทุกคนที่เคยร่าเริงสนุกสนานก็แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในชั่วพริบตา สายตาของพวกเขาดูเศร้าโศกจนโคนันสัมผัสถึงมันได้ก็รู้สึกแย่

 

 

 

"ตอนนี้นินจาของซึนะ คุโมะและอิวะต่างใช้แคว้นของพวกเราเป็นจุดปะทะ หมู่บ้านเล็กๆในแคว้นถูกทำลาย ชาวบ้านถูกสังหาร แต่ฮันโซกลับปล่อยปะละเลยพวกเขา"

 

 

 

"จากข่าวที่เราได้รับมาดูเหมือนฮันโซจะได้รับค่าเงินจำนวนมากจากทั้งสามแคว้นใหญ่ เขาจึงยินยอมให้ทั้งสามหมู่บ้านทำสงครามภายในแคว้นของเรา โดยไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"

 

 

 

พอสิ้นเสียงคำอธิบายของยาฮิโกะโคนันก็รู้สึกเสียใจ ไม่สิต้องบอกว่าทุกคนที่นี่เลยต่างหาก เขาสังเกตุุพวกเด็กที่กำลังอ่านหนังสือก็รู้สึกไม่ดี ถ้าเป็นไปตามต้นฉับเด็กพวกนี้คงไม่พ้นถูกสังหารทิ้งทั้งหมดโดยกลุ่มของฮันโซและดันโซ

 

 

 

"มีทางเดียวที่พวกเราจะช่วยเหลือแคว้นของเราได้ นั่นก็คือติดต่อกับฮันโซให้เขาออกตัวช่วยเหลือชาวบ้าน"

 

 

 

ได้ยินคำพูดของยาฮิโกะคาซึยะก็แอบส่ายหัว ดูเหมือนยาฮิโกะจะเป็นคนใจดีมากเกินไป การจะทำให้แคว้นนี้อยู่ในสภาพสงบสุขได้ มีทางเดียวก็คือต้องแข็งแกร่งและทำลายฮันโซให้สิ้นซาก

 

 

 

"แล้วพวกเราจะติดต่อฮันโซยังไง ?"

 

 

 

"เรื่องนี้ฉันจัดการเรียบร้อยแล้วพรุ่งนี้แสงอุษาของเราจะเดินทางไปพูดคุยกับฮันโซ"

 

 

 

"ดีเรื่องนี้เราต้องจัดการให้เร็วที่สุดไม่เช่นนั้นคนในแคว้นจะตกเป็นเหยื่อของสงคราม"

 

 

 

ได้รับคำสนับสนุนของโคนันยาฮิโกะก็กลับมายิ้มแย้ม ผิดกับนางาโตะที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะลบความคิดแบบนั้นเขาคิดว่าฮันโซไม่น่าจะทำอะไรกับคนในหมู่บ้านเดียวกันแน่ๆ

 

 

 

ส่วนคาซึยะเมื่อได้ยินการพูดคุยของตัวหลักทั้งสามคนก็ต้องแปลกใจ ทำไมเหตุการณ์ถึงเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ ? นี่ฉันเข้าร่วมแสงอุษาได้วันเดียวก็ต้องพบกับการจากไปของหัวหน้ากลุ่มเช่นยาฮิโกะแล้วหรอ

 

 

 

"มีอะไรหรือเปล่าโทบิ ?"ชายหัวจุกหันไปถามน้องใหม่อย่างสงสัย

 

 

 

"เปล่าไม่มีอะไรครับรุ่นพี่ ว่าแต่ทำไมแสงอุษาถึงอยู่ในสภาพนี้ได้ละครับ ?"

 

 

 

"เฮ้อ~เมื่อสองเดือนที่แล้วกลุ่มของเราถูกโจมตีโดยศัตรูไม่ทราบฝ่าย ทำให้ทุกคนเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมาก จนเหลือก็แต่พวกเราเท่านั้น"

 

 

 

"พอจะรู้ไหมครับว่ามันเป็นพวกไหน ?"

 

 

 

ชายผมจุกส่ายหัวซึ่งคาซึยะก็แอบถอนหายใจ เขาจ้องมองไปที่ทุกคนที่ไม่น่าจะอยู่รอดเกินสามวัน ก่อนจะมองกลุ่มเด็กที่ไร้เดียงใจที่อยากจะช่วยเด็กๆก็ผุดขึ้นมาในทันที แต่อีกใจหนึ่งก็บอกให้ปล่อยไปตามสภาพ ถ้ากลุ่มเด็กไม่ตายนางาโตะอาจจะไม่แสวงสันติภาพอย่างบ้าคลั่ง

 

 

 

'เราจะช่วยเด็กพวกนี้ แผนจะพังก็ชั่งหัวมันปะไร ทำตามใจเราก็พอ ใครหือก็ทุบแม่มให้หมดนั่นแหละ'

 

 

 

"เอาละเตรียมตัวให้ดีพรุ่งนี้เราจะทำงานใหญ่ โคนันฝากหาที่พักให้โทบิด้วย"

 

 

 

"เข้าใจแล้ว ยาฮิโกะนายกับนางาโตะพาทุกคนไปพักเถอะ ส่วนนายรออีกสักชั่วโมงนะโทบิ ฉันต้องสอนเด็กพวกนี้ก่อน"

 

 

 

โทบิพยักหน้ารัวๆและนั่งเท้าคางมองการสอนของโคนัน ส่วนพวกยาฮิโกะก็แยกตัวกันไปพักผ่อน เหลือทิังไว้เพียงโคนัน และเหล่าเด็กๆจำนวนเกือบสามสิบคน อายุพวกเด็กนั้นมีเพียงสองถึงสามปีเท่านั้น

 

 

 

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงการเรียนการสอนก็จบลง แต่เขาก็ต้องช่วยโคนันพาเหล่าเด็กๆไปพักตามห้องของพวกเขา จากนั้นโคนันก็เริ่มแนะนำทุกสิ่งในฐานให้โทบิฟังโดยไม่มีความลับหลงเหลือไว้เลยแม้แต่นิดเดียวและอยู่ๆโคนันก็ถามบางสิ่งขึ้นมา

 

 

 

"เธอคิดยังไงกับการเจรจาในวันพรุ่งนี้ ?"

 

 

 

"เจรจาหรอครับ ? เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะครับรุ่นพี่ ในเมื่อทางนั้นรับเงินจากสามแคว้นใหญ่มาแล้ว การปฏิเสธข้อตกลงมีหวังได้ถูกสามแคว้นยำเละแน่นอนครับ ดังนั้นการเจรจาอาจจะไม่มีประโยชน์ใดๆเกิดขึ้น แต่อาจจะเจอกับดักเสียมากกว่านะครับรุ่นพี่"

 

 

 

"นั่นสินะก็จริงอย่างที่เธอว่า นี่โทบิฉันอยากจะขออะไรเธอสักหน่อยได้หรือเปล่า ?"

 

 

 

โทบิเอียงคอมองโคนันอย่างสงสัย สุดท้ายเธอก็บอกความต้องการออกมาซึ่งพอได้ฟังสิ่งที่เธอขอเขาก็ยอมรับข้อตกลงแบบง่ายๆ เธอต้องการให้เขาพาเด็กๆไปซ่อนตัวที่ไหนสักแห่งก็ได้ในวันพรุ่งนี้

 

 

 

ปับๆ!

 

 

 

"เรื่องนี้ไม่มีปัญหาเลยครับรุ่นพี่ มั่นใจได้เลยว่าเด็กๆจะปลอดภัยแน่นอน"

 

 

 

ตบอกให้คำมั่นแกเทพธิดาสาว เธอที่ได้ฟังก็ยกยิ้มบางๆ สีหน้าที่กังวลค่อยๆหายไปและถูกแทนที่ด้วยความสุข ดูเหมือนว่าเธอจะคลายปมติดค้างในใจไปแล้วละมั้ง

 

 

 

"ขอบใจเธอมาก ถ้าจากนี้พวกเรารอดไปได้ฉันจะตอบแทนเธออย่างดีเลย ถึงแล้วที่นี่แหละห้องพักของเธอ"

 

 

 

เขามองไปที่หน้าปะตูห้องก่อนจะเปิะประตูเดินเข้าไปสำรวจภาพใน ที่มีเพียงเตียงนอนที่ถูกสร้างจากคาถาดิน โดยไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ตกอับสินะเอาเถอะเรานอนป่านอนเขามาเกือบสองปีแล้วแค่นี้ไม่เท่าไหร่อีกอย่างนี่แค่ร่างโคลน

 

 

 

"อยู่ได้ใช่ไหม ถ้าอยากได้ผ้า..."

 

 

 

"ไม่มีปัญหารุ่นพี่ แค่นี้สบายมาก"

 

 

 

ดีที่โคนันไม่เห็นนัยน์ตาว่างของคาซึยะ ไม่งั้นเธอคงอายแทบมุดดินไปแล้ว องค์กรที่ควรจะร่ำรวยแต่แท้จริงแล้วโครตยาจก เงินทุนก้อนใหญ่ที่เคยมีก็ใช้ไปแบ่งปันชาวบ้านและเด็กๆเพื่อซื้ออาหารและเครื่องนุ่งห่มให้พวกเขา

 

 

 

"เอ้านี่ชุดประจำองค์กรแสงอุษา ยังไงพรุ่งนี้ขอฝากนายด้วยนะ"

 

 

 

"ครับรุ่นพี่"

 

 

 

เห็นโคนันหันหลังเดินจากไปโดยทิ้งเสื้อคลุมสีดำไว้ที่หน้าประตู เขาก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาเมื่อนึกถึงท่าทางการเดินที่โครตจะยั่วยวนชวนตัณหา โคนันนี่มันพี่สาวชวนสยิวชัดๆ ดีที่เธอไม่ได้จงใจทำ และสิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้ก็ไม่ใช่เธอแต่เป็นร่างโคลน

 

 

 

"แย่จริงการควบคุมร่างกายทางไกลค่อนข้างเป็นปัญหา คงใช้พลังไม่ได้เท่าที่ควร"

 

 

 

คงเป็นเพราะเขาฝังเข็มดำเพียงเล่มเดียวแน่ๆ ชั่วพริบตาเดียวร่างหลักก็โผล่มาก่อนจะเริ่มเพิ่มเข็มดำฝากฝังเข้าไปที่ร่างกายของร่างโคลน พอฝังเข็มดำเพิ่มเขาก็รู้สึกว่าการส่งจักระเป็นเรื่องที่ง่ายมากขึ้น

 

 

 

แต่แค่นี้ยังไม่พอเขายังเพิ่มเข็มดำเข้าไปฝังในอวัยวะเพิ่มขึ้นอีกด้วยให้มันเชื่อมต่อกับจุดจักระของร่างโคลนทั้งหมด และคาซึยะร่างหลักก็จากไปโดยกลับมาเริ่มควบคุมร่างโคลนผ่านเข็มดำ

 

 

 

"รอบนี้ใช้ได้เลย การควบคุมสมบูรณ์แบบ ต่อให้ใช้ดาราสวรรค์ระเบิดพิภพสักสองสามลูกก็ไม่น่าจะมีปัญหา"

 

 

 

แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพจึงควบคุมร่างโคลนเขาจึงเริ่มดูดซับจักระและพลังธรรมชาติจากอากาศโดยรอบด้วยเนตรสังสาระ แรงดึงดูดที่แสนรุนแรงทำให้พลังธรรมชาติทั่วบริเวณเบาบางอย่างรวดเร็ว

 

 

 

เขาเริ่มกลั่นพลังธรรมชาติที่ได้มาเก็บสะสมไว้ในร่างโคลน และค่อยๆแปรสภาพพลังธรรมชาติให้กลายเป็นจักระทั้งหมด จนวันคืนผ่านไปกลุ่มแสงอุษาส่วนใหญ่ก็ออกเดินทางไปที่หมู่บ้านอาเมะเพื่อเริ่มเจรจากับฮันโซ

 

 

 

กำลังรบส่วนใหญ่ออกเดินทางไปแทบทั้งหมดนำโดยยาฮิโกะ นางาโตะและโคนันทำให้ฐานที่มั่นของแสงอุษาหลงเหลือเพียงโทบิกับกลุ่มเด็กๆเท่านั้น ดูเหมือนพวกนั้นจะเชื่อใจเขามากเลยทีเดียว

 

 

 

'ไม่สิเจ้าพวกนั้นมันทิ้งขี้ไว้ให้เรามากกว่า'

 

 

 

เฝ้าระวังอยู่หน้าฐานที่เต็มไปด้วยสายฝนสายตากวาดมองโดยรอบก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย อย่างที่คิดที่นี่ตอนนี้เต็มไปด้วยกลุ่มนินจารับร้อยของอาเมะงาคุเระที่ซุ่มรอโจมตีฐาน ในขณะที่พวกมันไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังจ้องมองอยู่ก็ยืนพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย

 

 

 

"ดูเหมือนแสงอุษาจะมั่นใจมากเกินไป ถึงได้ทิ้งหน้าใหม่เฝ้าที่นี่เพียงคนเดียว"

 

 

 

"ก็แค่กลุ่มเด็กไม่รู้ประสีประสา"

 

 

 

"ใช่เอาละทำตามแผนของท่านฮันโซ สังหารให้เรียบอย่าให้เหลือแม้แต่หมูหมากาไก่สักตัว"

 

 

 

""""รับทราบ!!""""

 

 

 

วิ้งง!!

 

 

 

เสียงแปลกๆดังขึ้นมารอบตัวของกลุ่มนินจาอาเมะ พวกเขาต่างมองสถานการโดยรอบอย่างสับสน แต่ชั่วพริบตาเดียวจากความสับสนก็เปลี่ยนเป็นตื่นตะหนก และกลายเป็นความหวาดกลัวในที่สุด

 

 

 

ม่านเพลิงสีม่วงทรงลูกบาศก์โผล่จากที่ใดก็ไม่ทราบเข้าครอบคลุมป่าทั่วบริเวณ ด้านยาวสามสิบเมตร ด้านกว้างสิบห้าเมตรปิดการเข้าออกของกลุ่มนินจาอาเมะอย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

 

"Shishienjin(รูปแบบเพลิงลูกหว้าสี่ทิศ)ฮ่ะๆ แย่หน่อยนะครับ ทุกโคนนน ไม่คิดเลยว่าพวกคุณจะเผลอเหยียบเข้าที่กับดักของชายผู้เพรียบพร้อมไปด้วยสติปัญญาอันเหนือโลกแบบผมคนนี้"

 

 

 

เสียงกวนโอ้ยดังออกมาจากข้างบนม่านสีม่วง กลุ่มนินจาต่างพากันเงยหน้ามองชายสวมหน้ากากที่กำลังกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนาน

 

 

 

"นั่นมันเจ้าเด็กใหม่สวมหน้ากาก"

 

 

 

"อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือของมัน หน่อยแน่พวกเราใช้คาถานินจาโจมตีมัน ด้วยพลังของพวกเรารวมกันต้องพังม่่านของเจ้าหน้ากากนั่นได้แน่"

 

 

 

"Suiton: Suidan no Jutsu(คาถาน้ำ : กระสุนน้ำ)"

 

 

 

"Katon: Karyūdan(คาถาไฟ : กระสุนมังกรไฟ)"

 

 

.

 

.

 

.

 

 

 

เหล่านินจามากกว่าสิบคนต่างปลดปล่อยนินจุสสุโจมตีไปที่เพดานม่านเพลิงม่วง แต่เมื่อคาถาต่างๆ เข้าปะทะกับม่านพลังจู่ๆ คาถาทั้งหมดก็ถูกดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว เห็นแบบนี้กลุ่มนินจาก็เริ่มโจมตีกันอีกหลายละลอกจนจักระที่สะสมภายในร่างนั่นถูกใช้ไปแทบจะหมด พวกมันในปัจจุบันต่างนอนหอบหายใจแฮ่กๆ ราวหมาป่วย ผิดกับโทบิที่กำลังเต้นไปร้องเพลงไปอย่างสนุกสนาน

 

 

 

"ว้า แย่จังครับไอผมก็นึกว่านินจาอาเมะจะเก่งกว่านี้เสียอีก ไม่สมราคาคุยเลยดูสิแค่ปล่อยคาถานิดๆหน่อยๆก็หอบแฮ่กๆ ราวลูกหมาป่วยแล้ว ไม่ไหวเลยนะครับเนี่ย"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น