กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 27 จิกไม่ปล่อย

ชื่อตอน : chapter 27 จิกไม่ปล่อย

คำค้น : ชิงไหวชิงพริบ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 150

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 14:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 27 จิกไม่ปล่อย
แบบอักษร

27...    จิกไม่ปล่อย 

      คฤหาสน์ตระกูลลินน์...  

                  เมื่อซูซานรู้ว่าคนที่ช่วยพาวิชุดาหลบหนี คือจอห์นเบล็น นักสืบมือฉมังจากซานฟรานซิสโก เธอก็หลั่งน้ำตาร้องไห้ออกมาด้วยความแค้นเคือง

       จอห์น เบล็นไม่เป็นเพียงเพื่อนเก่า เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่สอนให้เธอรู้จักกับความรัก ว่ามันหวานชื่น และขื่นขมเพียงใด

         จอห์นนี่ กับเธอ เรียนมหาลัยเดียวกัน รู้จักคบหากันตั้งแต่ปี1 ตอนนั้นเขากับเธอ ยังอยู่บ้านพ่อแม่ที่โอ๊คแลนด์

     จอห์นนี่เป็นเด็กหนุ่มรูปหล่อนิสัยดี แถมเป็นนักกีฬากรีฑาระดับหัวแถว กวาดเหรียญรางวัลสร้างชื่อเสียงให้มหาลัยมานับไม่ถ้วนทั้งประเภทลู่และลาน ใครๆก็ปลื้มโดยเฉพาะนิสิตสาวๆ

                ส่วนเธอควงคฑาเป็นดรัมเมเยอร์ ก็สวยโดดเด่นเป็นดาวมหาลัย มีหนุ่มๆตอมกันตรึมเหมือนกัน

           เมื่อเขากับเธอมาคบหาเป็นแฟนกัน ใครๆก็ว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมเพอร์เฟ็คที่สุด แต่ความเหมาะสมเพอร์เฟ็คที่ว่า ไม่มีส่วนช่วยให้ความสัมพันธ์ของเขากับเธอ ยั่งยืนแต่ประการใด

  เธอรักจริงหวังแต่ง ทุ่มเททั้งใจและกายให้เขาเพียงคนเดียว แต่เขากลับเหลาะแหละไม่จริงจัง ถึงจะห่วงใยเทคแคร์ดูแลเธอเป็นอย่างดี ลับหลังเขาก็ยังเจ้าชู้ แอบมีสัมพันธ์กับสาวๆอีกหลายคน

          สุดท้ายเธอก็สุดทน ต้องเป็นฝ่ายตัดใจขอเลิกรา เขาก็ดูเศร้าๆแต่ไม่ว่าอะไร เธอเองสิเฮิร์ทจัด ถึงกับดรอปการเรียน ออกเที่ยวสำมะเลเทเมาทุกคืน แทบจะเสียผู้เสียคน

          กระทั่งได้รู้จักเดวิดในพับแห่งนึงในซานฟรานซิสโก เดวิดเป็นลูกเศรษฐี ฐานะและชาติตระกูลเหมาะสมคู่ควรกับฝ่ายเธอซึ่งเป็นตระกูลคหบดีใหญ่ เธอจึงเลือกเขามาแทนที่จอห์น

       หลังจากคบหากันไม่นาน เธอก็ตั้งท้อง เธอจึงตัดสินใจ ลาออกจากมหาลัย แต่งงานแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่กับเดวิด เพื่อลืมอดีตและเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง  

          เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่คิด ถึงจะย้ายถิ่นฐานและแต่งงานจนมีลูกสามคน แต่คนชื่อจอห์น เบล็น ก็ยังไม่เคยลบเลือนไปจากใจเธอเลย

    สิบกว่าปีที่เลิกรากันไป แม้ความสัมพันธ์จะถูกลดระดับลงมาเป็นเพียงแค่เพื่อน แต่เขากับเธอก็ยังติดต่อกันเป็นระยะๆ เธอมีปัญหาอะไรก็มักจะโทรไปปรึกษาเขาเสมอ

  จอห์นเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่เธอรักและไว้ใจที่สุด แล้วดูสิ่งที่เขากระทำตอนนี้สิ อย่างนี้ไม่เรียกว่าเพื่อนรักหักหลัง แล้วจะเรียกว่าอะไร ???

       ซูซานรู้จักจอห์นดี ถ้านังแพศยานั่นไม่หวานเสน่ห์ยั่วยวนเขาจนหน้ามืดตาลาย เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัวละก็ คนเฉลี่ยวฉลาดมีหลักการอย่างเขา จะไม่มีวันทำอะไรโง่ๆแบบนี้เป็นอันขาด

     แทนที่จะโทษจอห์น ซูซานกลับโยนความผิดทั้งหมดไปที่ผู้หญิงต่ำๆที่เธอชิงชังที่สุดในชีวิต

    ภาพจอห์นกับวิชุดาเคียงข้างกันในมโนสำนึก เหมือนคมมีดกรีดลงกลางหัวใจซูซาน มันสร้างความทุกข์ทรมานให้เธออย่างแสนสาหัส ยิ่งกว่าถูกไฟนรกเผาตายทั้งเป็น  

      ซูซานนั่งสะอึกสะอื้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอไม่เข้าใจว่าตัวเองบกพร่องตรงไหน ทำไมคนที่เธอรัก ถึงไปหลงเสน่ห์นังผู้หญิงชั้นต่ำนั่นกันทุกคน เธอมีอะไรที่สู้มันไม่ได้ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเคียดแค้นวิชุดาวีนัสเจ็นเซ็นเป็นทวีคูณ

          ความโกรธ ความเกลียดและความอิจฉาริษยา รุมเร้าเข้าครอบงำจิตใจเปราะบางของซูซาน ให้พลุ่งพล่านคลุ้มคลั่งจนควบคุมไม่อยู่ หล่อนทุบทำลายข้าวของในห้องระบายโทสะราวกับคนบ้า

   ซูซานอาละวาดจนเหนื่อย แล้วคว้าขวดยาแก้เครียดที่เธอต้องกินเป็นประจำ มากรอกใส่ปาก

        หล่อนเคี้ยวยาเม็ดกรอดๆโดยไม่รู้สึกรสชาติขื่นขมของมัน แล้วกลืนลงท้องเพียวๆไม่กินน้ำตาม ด้วยความตายด้านทางอารมณ์

       ซูซานพยายามนั่งตั้งสติและทำใจให้ผ่อนคลาย ตามที่คุณหมอผู้จ่ายยาแนะนำ แต่ความฟุ้งซ่านทำให้หล่อนนั่งไม่ติด ต้องตัดสินใจลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว

      ซูซานตั้งใจจะนั่งรถออกไปช็อปปิ้งคลายเครียด แล้วไปหาคริสชายชู้สุดที่รัก ที่ตอนนี้คงง่วนอยู่ในห้องทำงานใหม่ บนชั้น12 อาคารสำนักงานใหญ่บริษัทลินน์กรุ๊บของเธอ...

       หลังจากตระเวนชอปปิ้งจนหนำใจ และแวะไปสปาร์จนสบายเนื้อสบายตัวแล้ว

          ซูซานก็ให้จัสตินคนรถประจำตัว ขับรถลีโมซีนเบ็นลี่ย์สีน้ำตาลเข้มคันงามไปส่งที่อาคารสำนักงานใหญ่

         เมื่อพบว่าคริสไม่อยู่ในห้องทำงาน ซูซานก็อารมณ์บูดถึงกับจะไล่เลขาหน้าห้องเขาออกจากงาน เพราะดันตอบหล่อนไม่ได้ว่า คริสออกไปไหน และออกไปเมื่อไหร่ ? ?

                           *****

สถานที่..บ้านคุณนายเลวิส 

              ท่ามกลางรัตติกาลอันมืดมิด ในคืนวันนั้น... 

     ในขณะที่ บรรยากาศในเมืองคนบาปสว่างไสวอึงคะนึงเซ็งแซ่ไปด้วยแสงสีเสียงแห่งอบายมุขนานัปการ

        ห่างออกไปทางตะวันตกในซอยเล็กๆริมถนนเรดร็อค แสงสีเหล่านั้นอ่อนจางลง จนพ่ายแพ้แก่แสงดาวที่ทอประกายพร่างพร่ายอยู่เต็มท้องฟ้า

      บรรยากาศรอบๆบ้านคุณนายเลวิส มีแต่ความเงียบสงบ สายลมพัดโชย อากาศเย็นสบาย จะว่ามืดก็มีแสงไฟวอบๆแวมๆพอให้เห็น จะว่าเงียบก็มีเสียงจั๊กจั่นเรไรให้ฟังพอเพลินๆ 

        จอห์นออกมารับโทรศัพท์ ท่ามกลางความมืดที่นอกระเบียงตามลำพัง ส่วนวิชุดาอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำเตรียมตัวจะเข้านอน

         นักสืบหนุ่มไม่เปิดไฟระเบียง เพราะบริเวณนั้นทั้งมืดและโล่ง แสงไฟจะทำให้คนมองเห็นเขาได้ไกลเป็นกิโล

       ปากเขาพูดโทรศัพท์ แต่สองตาคมวาวราวพยัคฆราชไม่หยุดสอดส่ายหาเป้าหมายที่น่าสงสัย ตามประสาคนขี้ระแวง

         เขามองฝ่าความมืดไปที่ถนนหน้าบ้าน ที่มีรถตู้สีเทาติดฟิลม์ดำคันนึงเพิ่งแล่นผ่านไป ถ้าไปแล้วไปเลยก็แล้วไป แต่นี่มันเลยไปไม่เท่าไหร่แล้วดันจอด 

         สัญชาติญาณ กับประสพการณ์บอกจอห์นว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล

         หลังวางหูโทรศัพท์ เขาแอบซุ่มในมุมมืดบนระเบียง อาศัยแสงไฟถนนเฝ้าสังเกตรถตู้คันนั้นต่อไป อย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา

       พวกบนรถตู้เหมือนจะรู้ว่าถูกเฝ้ามองอยู่ จึงจอดรถปิดไฟสงบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ สร้างความกระวนกระวายใจให้คนขี้สงสัยไม่น้อย

        จอห์นฉลาดพอที่จะไม่ทะเลอทะล่าออกไปเผยตัว จึงยอมอดทนเล่นเกมส์สงบนิ่งสยบความเคลื่อนไหวกับพวกบนรถตู้ ด้วยความอุตสาหะ

            ผ่านไปราวยี่สิบนาที ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

         เมื่อจอห์นได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตูห้องน้ำ ก็รู้สึกกังวลขึ้นมา

           เขาเกรงว่าวิชุดาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วไม่เห็นเขา อาจจะมาเปิดไฟระเบียงดูก็ได้ เขาไม่อยากให้คนบนรถตู้เห็นตัว จึงตัดสินใจถอยกลับเข้าห้องก่อน

                สวนทางกับวิชุดา ที่กำลังจะทำอย่างที่เขาคิดพอดี

   “ อยู่นี่เอง ออกมาสูบบุหรี่ชมวิวเหรอคะ จอห์นนี่ ”  สาวงามถามอย่างอารมณ์ดี

         จอห์นไม่ตอบ จูงมือวิชุดาที่ยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำกลับมานั่งข้างเขาบนโซฟาในห้อง

      “ มีอะไรเหรอ จอห์นนี่ สีหน้าคุณเหมือนกังวลอะไรอยู่ ” วิชุดาเห็นท่าทีเขาผิดสังเกต พอหย่อนก้นลงนั่งก็เอ่ยปากถาม

      ” นอกจากตำรวจ กับไอ้เปาโล ยังมีพวกอื่นอีกที่กำลังตามล่าตัวเรา ” จอห์นกระซิบกระซาบ แล้วล้วงบุหรี่ออกมาจุดอัดควันเข้าปอดอย่างเคร่งเครียด

    “ คุณรู้ได้ไง ? ” วิชุดาทำตาล่อกแล่ก

     “ บนถนนเลยหน้าบ้านไปไม่ไกล ผมเห็นรถตู้คันนึง มาจอดซุ่มอยู่ตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงแล้ว ผมสังหรณ์ใจว่า พวกมันกับไอ้ตัวลึกลับที่จ๊ะเอ๋กับคุณยายเมื่อตอนเย็นเป็นพวกเดียวกัน ” ถึงเป็นการคาดเดา แต่จอห์นก็ค่อนข้างมั่นใจ                              

   “ คิดมากไปรึเปล่า คุณนายเลวิสบอกว่าในซอยนี้ มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์อยู่หลายหลัง เลยไปนี่ก็ใช่ พวกนั้นอาจเป็นนักท่องเที่ยวมาหาเช่าห้องพักก็ได้ ” วิชุดายังไม่ปักใจเชื่อ

                            จอห์นทำหน้าตาขึงขัง

    “ ยังไงผมก็ไม่ไว้ใจ เดี๋ยวผมจะออกไปจับตาเฝ้าดูมันไว้ ส่วนคุณก็นอนหลับเอาแรงไปก่อน มีอะไรไม่ชอบมาพากลเมื่อไหร่ ผมจะไปปลุก ” น้ำเสียงเขาไม่ได้ล้อเล่น

                           แม่สาวลูกครึ่งชักร้อนๆหนาวๆ

     “ ถ้าไม่ใช่ตำรวจหรือพวกไอ้เปาโล แล้วมันเป็นใคร ? จะตามล่าเราไปเพื่ออะไร ? ” เธอคับข้องใจ ที่อยู่ๆก็มีมือที่สามโผล่มาป่วน

     “ เพื่อเงินรางวัลไงครับ ”

                   คำตอบจอห์นทำวิชุดาตกใจอุทานออกมา

    “ นักล่าเงินรางวัล !!! ”

                            นักสืบหนุ่มพยักหน้า

      “ ถูกต้อง ผมก็คิดเช่นนั้น ”

                         สาวอกโตใจเต้นแรง จนอกกระเพื่อม

      “ ได้ยินว่าคนพวกนี้เหี้ยมโหดมาก ถ้าคุณมั่นใจ ว่าพวกมันเป็นนักล่าจริงๆ ทางที่ดีเรารีบเผ่นไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า ”

                                   จอห์นยักไหล่เบ้ปาก

       “ ผมไม่กล้าฟันธง แต่มีความเป็นไปได้สูง คุณรู้มั้ยรางวัลนำจับ ที่เจ้าทุกข์กับตำรวจตั้งเป็นค่าหัวคุณตอนนี้เกินล้านเหรียญไปแล้ว เป็นเงินก้อนโต ที่หอมยั่วยวนใจหลายๆคนไม่น้อยทีเดียว ”

                            วิชุดาฟังแล้วใจคอไม่ดี เริ่มก้นร้อนนั่งไม่ติด

  “ แย่แล้วจอห์นนี่ มันตามมาถึงที่นี่ แสดงว่ามันรู้แล้ว ว่าเราแอบกบดานอยู่บ้านหลังนี้ ” หล่อนละล่ำละลักอย่างคนขวัญเสีย

                            จอห์นยังห้าสิบห้าสิบ

  “ ก็ไม่แน่ คนพวกนี้จมูกไว เขี้ยวลากดินกว่าพวกตำรวจมาก พวกมันอาจจะรู้ว่าเราซ่อนอยู่แถวๆนี้ แต่ไม่รู้ว่าอยู่บ้านหลังไหน ถึงยังรีรอไม่บุกเข้ามาเล่นงานพวกเรา ” เขาพยายามพูดในแง่บวก ให้หญิงสาวคลายตื่นตระหนก  

           วิชุดาใจชื้นขึ้นมาหน่อย นึกสงสารชายหนุ่มที่จะต้องเสียสละออกไปสวมบทรปภ.ทั้งคืน

      “ ถ้างั้นคุณจะอดหลับอดนอนไปเฝ้ามันทำไม เราก็แค่ซ่อนตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปให้มันเห็น เดี๋ยวมันก็ไปกันเองแหละ ” หล่อนทักท้วงด้วยความปรารถนาดี

                       จอห์น ไม่ฟังเสียง ยืนกรานตามความคิดเดิม

      “ เราจะประมาทคนพวกนี้ไม่ได้เป็นอันขาด ถ้าพวกมันยังอยู่แถวนี้ ถึงนอนผมก็นอนตาไม่หลับ สู้ออกไปเฝ้าพวกมันดีกว่า เกิดอะไรขึ้น จะได้รับมือทัน ”

                       วิชุดาจนใจ ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

     “ โอเคๆ คุณว่าไงฉันก็ว่างั้น ตามใจคุณละกัน ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องห้องนี้มีเตียงๆเดียว ” หล่อนทิ้งท้ายยิ้มๆ

                        จอห์นขมวดคิ้ว ย้อนถามเสียงขุ่นๆ

         “ เตียงเดียวแล้วทำไม เตียงออกจะกว้าง อย่าว่าแต่เราสองคนเลย ต่อให้คุณยายมานอนด้วยก็ยังมีที่ว่างเหลือเฟือ ผมไม่เห็นจะมีปัญหาอะไรเลย ”

                      วิชุดาค้อนขวับ 

         “ คุณไม่มี แต่ฉันมีย่ะ ไปๆไม่ต้องพูดมาก ฉันจะไปนอนแล้ว คุณก็รีบออกไปจับตาดูพวกมันไว้ แล้วอย่าหลับยามล่ะ รู้มั้ย ? ” เธอตัดบทสรุปดื้อๆ แล้วกระโดดขึ้นเตียงล้มตัวลงนอนหลับตาอมยิ้มอย่างแฮปปี้ ที่ได้ครอบครองเตียงอุ่นๆนุ่มๆแต่เพียงผู้เดียว

              จอห์นได้แต่มองทำตาละห้อย เขาสบถพึมพำ แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้องอย่างหัวเสีย...

                              *****

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น