เงี่ยมล้อเทียนจือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 95 หนึ่งฝ่ามือสุดท้าย

ชื่อตอน : บทที่ 95 หนึ่งฝ่ามือสุดท้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 183

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 08:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 95 หนึ่งฝ่ามือสุดท้าย
แบบอักษร

“เคล็ดกลืนกิน....” ฝ่ามือของถังเฟยหู่สัมผัสยังร่างกายของจระเข้เพลิงโลหิตพร้อมกับปล่อยปราณมรณะของตนเข้าไปยังร่างกายของมันด้วยเคล็ดวิชาจากวรยุทธ์กรงเล็บมารกระดูกขาว นั่นก็คือเคล็ดวิชาของกระบวนท่าหักกระดูกสะบั้นใจ วิชานี้จะใช้ปราณมรณะกระแทกเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่ายเพื่อทำลายหัวใจ 

             โดยทั่วไปแล้ววิชานี้ต้องใช้กรงเล็บฟาดทำลายกระดูกสันหลังของอีกฝ่ายเพื่อสร้างช่องว่างในการส่งปราณไปทำลายหัวใจ แต่ร่างกายที่อ่อนแอของจระเข้เพลิงโลหิตที่ใกล้ดับสูญไม่มีแม้แต่แรงที่จะป้องกันจึงทำให้เขาสามารถใช้เคล็ดวิชานี้ออกไปโดยง่ายและไม่มีแรงขัดขืนแม้แต่น้อย 

             และในชั่วพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ใช้ลมปราณมารไร้ลักษณ์ออกมา ลมปราณสีแดงดำที่ปนสีแดงเลือดได้ลอยคละคลุ้งไปทั่ว วิญญาณของจระเข้เพลิงโลหิตที่พึ่งตายได้ถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลจากมุกมารในร่างกายของเขาดึงดูดมา วิญญาณของจระเข้เพลิงโลหิตร้องครวญครางออกมาด้วยความไม่ยินยอม 

             ภายในใจของจระเข้เพลิงโลหิตเต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกมนุษย์พวกนี้ทำให้ตาย แต่มันก็มิอาจขัดขืนอันใดได้! วิญญาณของมันถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างของมนุษย์ตัวจ้อยไปเรื่อย ไม่นานนักวิญญาณของมันก็ถูกบีบอัดและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดเมื่อมันได้เข้ามาสู่ภายในร่างกายของถังเฟยหู่ 

             วิญญาณของมันต้องเจ็บปวดทรมานด้วยการถูกฉีกกระชากและป่นทำลายจากมุกมารทั้งสาม เศษเสี้ยววิญญาณของมันได้ถูกกระจายไปทั่วทั้งร่างกายของถังเฟยหู่เพื่อหล่อเลี้ยงและพัฒนาศักยภาพของเขา และในชั่วพริบตานั้นเองที่ร่างกายของจระเข้เพลิงโลหิตได้เกิดการเปลี่ยนแปลง ร่างของมันบิดโค้งไปมาและถูกบีบอัดอย่างรวดเร็ว ร่างของมันพุ่งเข้าสู่ร่างของถังเฟยหู่ผ่านฝ่ามือของเขาที่สัมผัส 

             และในตอนนั้นเองที่ร่างของจระเข้ปีศาจได้หายสาบสูญไปจากหุบเหวแห่งนั้นอย่างถาวร ร่างของมันถูกกลืนกินโดยวิชามารของถังเฟยหู่เป็นที่เรียบร้อย! ในตอนนั้นเองที่มุกมารได้เกิดการเคลื่อนไหว ถังเฟยหู่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังรูปแบบใหม่ของกายหยาบมารที่บังเกิดขึ้นภายในใจของเขา! 

             ถังเฟยหู่สลายปลอกแขนอสูรเมฆาบนแขนของตนเอง เขาได้บังคับและรวบรวมละอองปราณที่สลายไปในทันที อสูรทมิฬได้หลอมรวมร่างเข้ากับร่างกายของถังเฟยหู่จนกลายเป็นรอยสักมารบนอกของเขา แม้เขาจะสามารถเรียกกายหยาบมารได้โดยไม่ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากอสูรทมิฬแล้วก็ตาม แต่กายหยาบรูปแบบใหม่ที่เขายังไม่เคยใช้ก็ไม่ทราบว่าจะกินพลังปราณมรณะไปมากน้อยเพียงใด 

             เขาไม่ต้องการที่จะสิ้นเปลืองพลังโดยเปล่าประโยชน์ เขาจึงได้เลือกวิธีการเช่นนี้เพื่อสิ้นเปลืองปราณมรณะน้อยลง ใช้อสูรทมิฬที่หลอมรวมร่างกับตนในการช่วยควบคุมพลังมารนี้ และในตอนนั้นเองที่เขาได้โคจรปราณมารไร้ลักษณ์ของตนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งเพื่อเรียกรอยสักมารขึ้นมา 

             ปราณมารไร้ลักษณ์ กายหยาบมารแห่งจระเข้เพลิงโลหิต! 

             รอยสักมารรูปหัวกะโหลกบนแผ่นอกของเขาได้ขยับเคลื่อนไหวและแผ่ขยายไปจนถึงแขนทั้งสองข้าง รอยสักมารได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเพลิงราวหินหลอมเหลวบนร่างของจระเข้เพลิงโลหิต รอยสักเหล่านั้นได้รวมตัวอยู่บนฝ่ามือทั้งสองของเขา ราวกับรอยสักมารเหล่านั้นกลายเป็นปลอกแขนเพลิง 

             ลมปราณมารไร้ลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดขึ้นอีกหลายส่วน รอยสักมารเพลิงได้ดูดกลืนปราณมรณะเหล่านั้นเข้าไป พลังเพลิงที่ส่งออกมาได้หักล้างกับพลังวิญญาณวารีในบรรยากาศจนบังเกิดพลังในศาสตร์ทำลายล้างออกมาเหมือนกับจระเข้เพลิงโลหิต แม้พลังของเขาจะไม่รุนแรงเท่ากับสัตว์อสูรผู้เป็นเจ้าของ แต่เขาก็ใช้ปราณมรณะจำนวนมากเพื่ออุดช่องโหว่นั้น! 

             ถังเฟยหู่สามารถรับรู้ไดโดยร่างกายของเขาเองเมื่อใช้ความสามารถของสัตว์อสูรตนนี้ พลังพิฆาตที่ทำลายล้างกันเองทำให้เพลิงโลหิตของจระเข้ตนนี้อันตรายเป็นอย่างมากเช่นกัน แต่ร่างกายของถังเฟยหู่ยังไม่สามารถทนรับพลังพิฆาตอันรุนแรงเช่นนี้ไว้ได้นานมากนัก เขาพึ่งกลืนกินจระเข้เพลิงโลหิตไปแค่ตนเดียว ร่างกายของเขายังปรับเข้ากับพลังของมันยังไม่ได้ดีมากนัก 

             ความคิดภายในหัวของเขาโคจรอย่างรวดเร็ว และในตอนนั้นเองที่เขาได้บังเกิดความคิดอันบ้าคลั่งอย่างหนึ่งขั้นมา ‘บางทีอาจมีหวังที่จะชนะ…แต่ก็เสี่ยงเป็นอย่างมากเช่นกัน หากพลาดแม้เพียงก้าวเดียวก็อาจตายได้…แต่ข้าเองก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วเช่นกัน หากไม่สู้ก็เท่ากับรอรับความตาย!’ ถังเฟยหู่ได้ตัดสินใจแล้ว! 

             ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ใช้หนึ่งในเคล็ดวิชาฝ่ามือธุลีจันทราออกมา! รอบฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของห้วงพลังวิญญาณในทะเล บนฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาราวกับกลายเป็นวังวนที่ดูดกลืนพลังวิญญาณวารีเหมันต์ในห้วงทะเล และถึงห้วงน้ำจะถูกเผาโดยหินหลอมเหลวไปยังไงก็ตาม แต่มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงธาตุทั้งหมดของวารีในห้วงทะเลได้! 

             ฝ่ามือธุลีจันทรา จันทรารวมศูนย์!! 

             นี่คือกระบวนท่าที่ใช้สำหรับการรวบรวมพลังวิญญาณธาตุในห้วงบรรยากาศเพื่อฟื้นฟูพลังปราณที่เสียไประหว่างการต่อสู้เป็นการชั่วคราว อีกทั้งพลังวิญญาณวารีใช่ว่ามีอยู่จำนวนมากทุกพื้นที่บนโลกใบนี้ บางทีระหว่างสู้อาจจะต้องหลบหนีไปอยู่ใกล้แหล่งน้ำเพื่อจะรับพลังวิญญาณเข้ามาซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สะดวกสบายนัก แต่ก็ไม่อาจรับพลังวิญญาณเข้ามาได้มากจนเกินไปเช่นกัน นั่นเพราะพลังเหล่านั้นยังไม่ผ่านการกลั่นกรองจากการโคจรปราณและมิใช่พลังของตนโดยสมบูรณ์ ไม่เหมือนกับพลังปราณมรณะซึ่งเป็นขั้วพลังพิเศษ 

             ปราณมรณะนั้นเดิมทีไม่เคยบริสุทธิ์อยู่แล้ว เคล็ดวิชาเกี่ยวข้องกับปราณมรณะส่วนมากจะเน้นไปในทางการหยิบยืมพลังจากภายนอกและรวมถึงการหลอมรวมพลังภายนอกเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายเพื่อกลายเป็นพลังของตน ส่วนลมปราณมารไร้ลักษณ์นั้นได้ทำการสร้างมุกมารทั้งสามเพื่อใช้กลั่นกรองปราณมรณะที่รับเข้ามา 

             ความยากของวิชาปราณมารไร้ลักษณ์ในขั้นพื้นฐานก็คือการทนรับพลังจากภายนอกและก่อเกิดมุกมารได้หรือไม่ ส่วนฝ่ามือจันทรารวมศูนย์นั้นเป็นการดึงรั้งพลังวิญญาณวารีเหมันต์มาเป็นการชั่วคราว โดยใจความสำคัญของฝ่ามือนี้คือการหยิบยืมพลังจากภายนอกโดยการดูดกลืนและใช้ออกไปในทันที 

             และไม่เหมือนกับการใช้โอสถและทรัพยากรวิเศษในการเพิ่มอัตราการดูดกลืนพลังวิญญาณ ของวิเศษเหล่านั้นมีสรรพคุณในการช่วยให้พลังวิญญาณที่รับมาบริสุทธิ์ขึ้นและสามารถเข้ากันได้อย่างดีกับร่างกายของผู้ใช้ นั่นจึงทำให้ผู้ใช้โอสถวิเศษสามารถนำพลังวิญญาณที่ได้รับมากกว่าปกติมาหลอมรวมเข้ากับตันเถียนเพื่อฝึกตนได้ 

             ซึ่งหากเทียบกับฝ่ามือจันทรารวมศูนย์กับพลังวิญญาณที่ได้จากโอสถวิเศษรวบรวมพลังวิญญาณก็เหมือนกับการเอาน้ำที่เต็มไปด้วยฝุ่นทรายไปเทียบกับน้ำบริสุทธิ์ใสสะอาดบนยอดเขาก็ไม่ปาน 

             ในตอนนั้นเองที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของถังเฟยหู่กำลังรวบรวมพลังวิญญาณธาตุเหมันต์อยู่นั่นเอง มันก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้น รอยสักมารเพลิงโลหิตบนแขนทั้งสองข้างได้โหมกระหน่ำและรุนแรงมากขึ้น พลังพิฆาตที่หักล้างกันเองของสองธาตุก็มีทีท่าว่าจะรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน 

             “อ๊ากกกกกก!” ถังเฟยหู่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่เขาได้รับนั้นราวกับพลังเพลิงทำลายล้างนี้จะฉีกกระชากแขนทั้งสองข้างของเขาให้แตกออกเป็นเสี่ยง แต่ถังเฟยหู่กลับอดทนไว้และใช้ประโยชน์จากฝ่ามือจันทรารวมศูนย์ในการดึงรั้งธาตุวารีให้เข้ามาหักล้างกับพลังเพลิงบนแขนของเขา 

             พลังพิฆาตแห่งการทำลายล้างของเพลิงโลหิตกำลังโหมกระหน่ำขึ้น และมันมีทีท่าว่าจะรุนแรงกว่าจระเข้เพลิงโลหิตที่เป็นเจ้าของเสียอีก! นั่นเพราะเคล็ดการรวบรวมพลังวิญญาณวารีและปราณเก้าเยือกแข็งภายในร่างของเขา แต่นั่นก็คือสิ่งอันตรายมากมายเช่นเดียวกัน! นี่ก็เหมือนการเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นระเบิดก็ไม่ปาน! 

             ต๊กโกวฉิวหลงที่อยู่กลางอากาศเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอยู่ในสายตา แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ความรู้สึกของเขาได้บอกว่าสิ่งที่ศัตรูตรงหน้ากำลังทำอยู่นั้นอันตรายเป็นอย่างมาก เขาเร่งกระชับกระบี่พิฆาตอาชาในมือพร้อมกับเร่งเร้าพลังปราณของตนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง! 

             เขาสูญเสียพลังไปมากมายกับกระบวนท่าเมื่อครู่และคิดว่าจะกำจัดอีกฝ่ายได้สำเร็จ แต่ทั้งหมดก็ไม่เป็นไปดั่งที่เขาคิดแม้แต่น้อย เขาเร่งโคจรพลังสายเลือดอินทรีปีกทองของตนขึ้นอีกครั้ง กระบี่ในมือของเขาได้ตอบรับกับพลังสายเลือดที่กำลังโคจรอย่างบ้าคลั่ง ความแหลมคมและพลังของมันพุ่งทะยานไม่หยุด 

             เปรี๊ยะ! 

             ในตอนนั้นเองที่มีเสียงหนึ่งก้องกังวาลออกมาจากกระบี่พิฆาตอาชา! พลังสายเลือดของเขาได้เร่งเร้าให้ขอบเขตและพลังโดยรวมของกระบี่เล่มนี้เกินขีดจำกัดของมันเองจนเริ่มเกิดการแตกหักขึ้น! กระบี่เล่มนี้ได้มาถึงจุดสูงสุดของมันแล้ว! สำนึกกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงเองก็ถึงขีดจำกัดเช่นกัน 

             วิ้งงงง 

             กระบี่พิฆาตอาชาร้องคำรามออกมาด้วยสำนึกกระบี่ที่อัดแน่นอยู่ภายใน พลังปราณทั้งร่างของต๊กโกวฉิวหลงโหมกระหน่ำราวกับพายุ มายาปราณอินทรีได้ขยับเคลื่อนไหวออกมาราวกับมีชีวิต ญาณแห่งวายุถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหล่อหลอมเข้าสู่กระบี่พิฆาตอาชาในมือของเขา! 

             เปรี๊ยะ! 

             รอยร้าวบนกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงได้ลามออกไปอีกหลายเท่า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เขาพร้อมทุ่มเทพลังที่เหลือทั้งหมดไปกับกระบี่นี้! กระบี่ในมือของต๊กโกวฉิวหลงได้เปล่งแสงสีเขียวหยกออกมา เสียงก้องกังวาลของกระบี่ได้ดังก้องออกไปราวกับเสียงของอินทรียักษ์ที่ร้องคำราม! 

             ที่ห่างไกลออกไปอีกหลายลี้นั้นได้มีสายตาของคนจำนวนมากกำลังมองไปยังทิศทางของสนามรบระหว่างต๊กโกวฉิวหลงและถังเฟยหู่ คนกลุ่มนั้นก็คือคนของสำนักเสียงสวรรค์นั่นเอง พวกเขาหลบหนีออกมานานและแต่ก็ยังไม่เห็นศิษย์พี่ต๊กโกวตามมาเสียที แต่ไม่นานนักพวกเขากลับเห็นแสงสีและเสียงก้องกังวานของการต่อสู้ดังมา 

             “ศิษย์พี่ต๊กโกวกำลังถ่วงเวลาให้พวกเราโดยการสู้กับจระเข้เพลิงโลหิต?” ศิษย์คนหนึ่งของสำนักได้เอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัยและแฝงไว้ด้วยความชื่นชมส่วนหนึ่ง และยังมีศิษย์น้องอีกหลายคนที่คิดไปในทิศทางเดียวกัน 

             แต่หยางถิงกลับรู้สึกต่างออกไปจากผู้อื่น ตามความเห็นของนางแล้วต๊กโกวฉิวหลงไม่สมควรที่จะอยู่ต่อสู้แต่เพียงผู้เดียวเช่นนี้ หยางถิงได้นำพิณของตนออกมาเตรียมพร้อมไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ใดพลิกผันขึ้นมา 

             และในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้รวบรวมเพลิงโลหิตแห่งการทำลายล้างได้อีกหลายส่วน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บที่เขารู้สึกราวกับจะบดทำลายกระดูกของเขาให้เป็นผุยผง แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้และใช้ฝ่ามือจันทรารวมศูนย์ต่อไปและเผาผลาญปราณไปเพื่อสร้างเพลิงโลหิตออกมาต่อต้านอย่างดื้อรั้น 

             เขาได้จับจ้องไปทางต๊กโกวฉิวหลงที่ได้กระชับกระบี่ของตนขึ้นมา ดวงตาของทั้งสองคนประสารกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ราวกับดวงตาของทั้งสองเต็มไปด้วยวังวนแห่งความบ้าคลั่งที่ไม่มีใครยอมใคร ฝ่ามือทั้งสองข้างของถังเฟยหู่เปล่งรัศมีของเพลิงพิฆาตที่ผิดธรรมชาติของจระเข้เพลิงโลหิตออกมาอย่างเจิดจ้า 

             เบื้องหลังของถังเฟยหู่ราวกับบังเกิดมายาปราณอันเลือนลางของจระเข้เพลิงโลหิตขึ้นมา นิ้วทั้งห้าบนมือทั้งสองข้างของเขาเหยียดตรงขึ้นราวกับใบดาบ ฝ่ามือทั้งสองรวมถึงแขนเต็มไปด้วยรอยสักมารที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งแขน ภายในแขนทั้งสองเต็มไปด้วยพลังธาตุที่ต่อต้านซึ่งกันและกัน พลังที่เจือปนไปด้วยแห่งศาสตร์แห่งการทำลายล้าง 

             ครืนนนนน 

             คลื่นแห่งความร้อนและธาตุวารีผสมปนเปกันไปหมดรอบฝ่ามือทั้งสอง ที่ใจกลางฝ่ามือของถังเฟยหู่ได้มีปราณที่ขัดแย้งกันเหล่านั้นรวมตัวกันที่ใจกลางของฝ่ามือจนกลายเป็นปานรูปจันทร์เสี้ยวบนฝ่ามือทั้งสอง 

             ทางด้านต๊กโกวฉิวหลงเองก็รวบรวมปราณวายุคลั่งไว้จำนวนมากเช่นกัน และในตอนนั้นเองที่ต๊กโกวฉิวหลงได้พุ่งทะยานไปหาร่างของถังเฟยหู่ กระบี่พิฆาตอาชานำอยู่เบื้องหน้า ร่างของต๊กโกวฉิวหลงตามอยู่เบื้องหลัง ร่างทั้งคนและกระบี่หมุนคว้างราวกับเป็นพายุหมุนขนาดเล็กอีกลูกหนึ่ง 

             ครืนนนนน! 

             ห้วงน้ำในทะเลถูกปราณวายุคลั่งและกระบี่ที่ดุดันนั้นชักนำจนกลายเป็นวงวนน้ำที่เต็มไปด้วยวายุสุดบ้าคลั่ง! มายาปราณแห่งอินทรีร้องกึกก้องไปทั่ว พายุลูกนั้นผสานเข้ากับหุบเขาที่พังทลายแห่งนั้นที่เต็มไปด้วยหินหลอมเหลวจากพื้นเบื้องล่าง เมื่อมองดูไปแล้วราวกับพื้นที่แห่งนั้นได้ตกอยู่ในห้วงแห่งภัยพิบัติก็ไม่ปาน! 

             “ฮ่าๆๆๆ! แกต้องตายภายใต้คมกระบี่ของข้า!” เสียงของต๊กโกวฉิวหลงดังกึกก้องท่ามกลางวายุสุดบ้าคลั่งที่กำลังพุ่งเข้ามา ทางด้านถังเฟยหู่ที่สวมใส่หน้ากากโลหะเย็นเยียบกลับไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา เคล็ดหัวใจพิณได้ทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อสงบจิตใจภายใต้สถานการณ์อันโหดร้ายเช่นนี้ 

             ฟึบบบบ 

             ถังเฟยหู่ได้งอข้อมือของตนเองและขยับเคลื่อนไหวแขนทั้งสองข้างพร้อมขยับขับเคลื่อนปราณภายในร่างกาย ปราณเก้าเยือกแข็งพุ่งขึ้นสู่แขนทั้งสองข้าง พลังต่างขั้วที่เข้าหักหาญกันเองในฝ่ามือนั้นทำให้การโคจรปราณของเขากลับยากขึ้นกว่าเดิม แต่พลังที่ได้กลับมาช่างคุ้มค่ายิ่งนัก เมื่อมือทั้งสองได้ขยับคับเคลื่อนก็จะใช้จันทรารวมศูนย์เพื่อดึงรั้งพลังวิญญาณวารีเข้ามาหนุนเสริมปราณเก้าเยือกแข็งอีกแรง 

             ท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลม! 

             ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของถังเฟยหู่พุ่งไปสู่เบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว เขาไม่เก็บงำวิชาของสำนักอีกต่อไปแล้ว นั่นเพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่มีวันได้นำเรื่องนี้ไปบอกใครอีกต่อไป! ซึ่งท่าเท้าของถังเฟยหู่นั้นถูกต๊กโกวฉิวหลงมองออกในทันทีว่าคือวิชาใด เพราะถึงอย่างไรเขาก็เชี่ยวชาญในวิชานี้เช่นกัน! 

             “เจ้า! วิชาของสำนักเสียงสวรรค์! แกเป็นใครกันแน่ ไส้ศึกของสำนักแปดดาราหรือว่าเป็นคนของสำนักเรากันแน่!” ต๊กโกวฉิวหลงที่เห็นดังนั้นจึงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก แต่ทันใดนั้นเองที่เขาได้ใช้เคล็ดหัวใจพิณสงบห้วงอารมณ์และความคิดของตัวเอง “แต่ไม่ว่าเจ้าจะเป็นไส้ศึกหรือคนทรยศ ข้าผู้เป็นศิษย์ของสำนักเสียงสวรรค์ก็จำต้องฆ่าเจ้าอยู่ดี! รับกระบี่ของข้าไป!” ทันใดนั้นเองที่ปราณวายุคลั่งได้ปะทุขึ้นรุนแรงกว่าเดิมอีกหลายเท่า 

             ร่างของถังเฟยหู่เองก็พลิ้วไหวและรวดเร็วขึ้นกว่าก่อนอีกหลายส่วน นั่นเพราะท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมเป็นวิชาที่เหนือกว่าท่าเท้าอสรพิษลี้ลับถึงหนึ่งระดับ ความรวดเร็วและพลังแฝงที่มีอยู่ในวิชาย่อมมากกว่านัก! ร่างของทั้งสองพุ่งเข้าปะทะกันอย่างหักหาญอย่างรวดเร็ว มือที่เหยียดตรงของถังเฟยหู่หยุดใช้จันทรารวมศูนย์และฟันออกไป! 

             ฝ่ามือธุลีจันทรา แสงจันทราทะยานฟ้า!! 

             มือขวาของถังเฟยหู่สะบัดฟันออกไปในแนวขวางอย่างรวดเร็ว ปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ผสมปนเปทั้งธาตุเย็นและความร้อน สองขั้วพลังที่ขัดแย้งได้แฝงอยู่ในกระบวนท่าเดียวกัน ปราณดาบที่พุ่งออกไปดูไม่มั่นคงและแฝงไว้ด้วยศาสตร์ทำลายล้างที่เกิดจากสองธาตุที่พิฆาตและทำลายกันเอง 

             ฟิ้ววววว!! 

             ปราณดาบจันทร์เสี้ยงนั้นพุ่งออกไปและใกล้จะปะทะกับกระบี่ของต๊กโกวฉิวหลง และในพพริบตานั้นเองที่กระบวนท่าของทั้งสองได้เข้าปะทะกันอย่างหักหาญ หนึ่งกระบี่หนึ่งปราณดาบเข้าต่อต้านกัน! 

             ปราณวายุที่บ้าคลั่งและปราณเหมันต์ผสานกับเพลิงโลหิตที่ฝืนธรรมชาติกำลังเข้าต่อกรอย่างไม่มีใครยอมใคร ใบหน้าของต๊กโกวฉิวหลงเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและไม่เชื่อ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่อยู่ในขอบเขตก่อเกิดขั้นสองระดับสุดยอดอย่างเขาจะไม่อาจเอาชนะคนที่ไม่แม้แต่จะข้ามผ่านขอบเขตปราณเสียด้วยซ้ำ! 

             “ไม่! ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อว่าจะชนะแกไม่ได้!! อ๊ากกกก!!” ต๊กโกวฉิวหลงตะโกนออกมาสุดเสียง! ดวงตาทั้งสองแดงก่ำด้วยความเกรี้ยวกราดราวกับคนบ้าจนแม้กระทั่งเคล็ดหัวใจพิณก็ไม่อาจดึงเขากลับมาจากห้วงความโกรธนี้ได้! 

             ญาณแห่งโลหิต ตาเหยี่ยวพันลี้! 

             วิชาสายเลือดดวงตาของเขาถูกใช้ออกมาอย่างเต็มที่เพื่อการโจมตีฝ่ามือนี้! สายเลือดที่กลายพันธุ์โคจรอย่างรวดเร็วและถูกชักนำเข้าสู่ดวงตา! ดวงตาสีดำจากปราณมรณะได้แปรเปลี่ยนจนกลายเป็นสีม่วงดำ แต่เขายังไม่หยุดเพียงเท่านั้นยังคงฝืนโคจรสายเลือดออกไปอย่างที่เขาไม่เคยทำมาก่อน ราวกับเขาต้องการเผาผลาญพลังสายเลือดทุกหยดไปกับวิชาสายเลือดดวงตาในครั้งนี้! 

             และในตอนนั้นเองที่ดวงตาสีม่วงดำของเขาได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น ราวกับมันกำลังตอบสนองต่อปณิธานอันแรงกล้าของผู้เป็นเจ้าของ! ภาพตรงหน้าของเขาพลันชัดเจนขึ้นไปอีก การมองเห็นละเอียดขึ้นและรวดเร็วขึ้น เขาได้ทลายขีดจำกัดขั้นสูงของวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ในวินาทีแห่งความเป็นตายในตอนนั้น! 

             ดวงตาสีม่วงดำของเขาได้กลับกลายเป็นสีม่วงสุกสกาวราวกับดวงดารา แต่การเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตานั้นยังไม่หมดลงเมื่อสีดวงของเขาได้เปลี่ยนไปพร้อมกับคุณสมบัติของสายเลือดที่ถูกเผาผลาญไปในดวงตา ดวงตาของเขากลับกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มและในท้ายที่สุดดวงตาของเขาก็ได้กลับกลายเป็นสีฟ้า! 

             ดวงตาสีฟ้าทั้งสองข้าง สัญลักษณ์ของสายเลือดสกุลเฟิง! 

             เนตรเซียนพยัคฆ์! 

             ชั่วพริบตานั้นราวกับห้วงท้องทะเลภายในดวงตาของถังเฟยหู่สว่างเจิดจ้าราวกับอยู่ท่ามกลางดวงดารา ภายในดวงตาของเขาราวกับมีพลังอัสนีวิ่งไหลผ่าน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในดวงตาของเขาพลันช้าลงเรื่อยๆ เขาสามารถเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆที่เคยใช้วิชาสายเลือดดวงตา 

             สายเลือดเกิดการย้อนคืน! 

             สายเลือดที่กลายพันธุ์ของเขาเดิมทีเกิดเพราะมุกมารทั้งสามที่ทำการกลืนกินและสูบฉีดเลือดแทนหัวใจของเขา และเพราะพวกมันจึงทำให้สายเลือดทั้งสองที่มีในร่างของเขาหลอมรวมกับพลังมารจนเกิดเป็นสายเลือดใหม่ 

             แต่ถึงอย่างไรก็ตามต้นกำเนิดของสายเลือดที่กลายพันธุ์นี้ก็ยังคงเป็นสายเลือดแห่งเซียนพยัคฆ์อยู่ดี! และเพราะการเผาผลาญพลังของสายเลือดจนถึงขีดสุดของถังเฟยหู่จึงทำให้สายเลือดของเขาเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างมหาศาล! 

             ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้วาดฝ่ามือข้างขวาและฟันออกไปอีกครั้ง! ปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ไม่มั่นคงและเต็มไปด้วยความขัดแย้งของสองธาตุได้พุ่งออกไปอีกครั้ง ปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่ตามหลังออกมาในครั้งนี้รวดเร็วและรุนแรง อีกทั้งแม่นยำเป็นอย่างมาก! ปราณดาบนี้ได้หลอมรวมเข้ากับปราณดาบก่อนหน้าอย่างพอดิบพอดี 

             ซึ่งในวินาทีเดียวกันนั้นเองที่รอยสักมารบนแขนข้างขวาของเขาได้เจือจางลงจนแทบจะสูญสลายไปเพราะการทุ่มเทโจมตีในครั้งนี้! พลังปราณมรณะที่เผาผลาญอย่างต่อเนื่องย่อมหมดลงอย่างรวดเร็ว! 

             ต๊กโกวฉิวหลงกลับยิ้มเยาะออกมา “เหอะ! ท่าเดิมใช้ไม่ได้ผลหรอก! ข้าจะบดขยี้กระบวนท่านี้ไปพร้อมกับชีวิตของเจ้าไปเลยแล้วกัน!” ปราณสีเขียวหยกเร่งเร้าขึ้นจนถึงขีดสุด เสียงร้องตะโกนของต๊กโกวฉิวหลงดังกึ้งก้องขึ้นพร้อมกับมายาปราณแห่งอินทรีปรากฏขึ้นและร้องกู่ก้องออกไปรอบด้าน 

             ปราณแห่งวายุคลั่งได้บังเกิดรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า ปราณดาบจันทร์เสี้ยวที่หลอมรวมกันได้กลายเป็นปราณดาบขนาดที่ใหญ่ขึ้นและพลานุภาพที่แกร่งกร้าวยิ่งกว่าเดิม แต่มือทั้งสองข้างของต๊กโกวฉิวหลงที่กระชับอยู่บนกระบี่พิฆาตอาชาได้ออกแรงมากขึ้นกว่าเดิมและพยายามผลักดันปราณดาบนั้นกลับไป 

             เปรี๊ยะ! 

             ในตอนนั้นเองที่เสียงแตกร้าวดังขึ้นมาจากปราณดาบจันทร์เสี้ยว แม้พลังของแสงจันทราทะยานฟ้าจะเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายเท่าก็ตาม แต่ต๊กโกวฉิวหลงก็ยังคงดูเหนือกว่า และเมื่อเห็นดังนั้นแล้วต๊กโกวฉิวหลงยิ่งฮึกเหิมและเร่งเร้าปราณขึ้นอีก กระบี่ของเขาผลักดันปราณดาบจันทร์เสี้ยวนั้นกลับไปอย่างต่อเนื่อง 

             เปรี้ยงงง!! 

             เสียงแตกหักดังขึ้น ในที่สุดปราณดาบจันทร์เสี้ยวตรงหน้าก็ถูกทุบทำลายไปดั่งที่ต๊กโกวฉิวหลงได้กล่าวไว้ กระบี่ของต๊กโกวฉิวหลงยังคงพุ่งต่อไปด้านหน้าแต่ในตอนนั้นเขากลับไม่สามารถมองเห็นร่างของศัตรูตรงหน้าได้! ร่างของถังเฟยหู่กลับหายไป! 

             “ต๊กโกวฉิวหลง เจ้าหมดแรงแล้วหรือยัง? กระบวนท่าทุ่มสุดตัวของเจ้ายากจะหยุดยั้งได้ น่าเสียดายนักที่ข้ายังเหลือแรงที่จะโจมตีอีกหนึ่งกระบวนท่า!” เสียงของถังเฟยหู่ดังขึ้นจากอีกทิศทางหนึ่งที่ด้านหลังของต๊กโกวฉิวหลง ดวงตาทั้งสองข้างของถังเฟยหู่กลับกลายเป็นสีฟ้าเรืองรอง 

             ชายหนุ่มสามารถหลบรอดสายตาของอีกฝ่ายด้วยความสามารถของเนตรเซียนพยัคฆ์ที่ได้กลับคืนมา อีกทั้งดูเหมือนว่าจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ความสามารถของดวงเนตรทำให้เขาสามารถมองเห็นถึงจุดบอดของกระบวนท่าอีกฝ่ายและเล็ดลอดไปมาเพื่อหลบสายตาของอีกฝ่ายในขณะที่ความสนใจทั้งหมดไปอยู่กับปราณดาบจันทร์เสี้ยว 

             ถังเฟยหู่ชูฝ่ามือข้างซ้ายที่เป็นสีแดงเพลิงเพราะรอยสักมารขึ้น ปราณมรณะของเขายังหลงเหลือไว้เพื่อสามารถวาดฝ่ามือผสานเพลิงได้อีกหนึ่งฝ่ามือสุดท้าย! ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอำมหิตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทุกอย่างได้บังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังของถังเฟยหู่ได้บังเกิดมายาปราณของดวงจันทราขนาดใหญ่ แต่ดวงจันทร์นั้นกลับลุกท่วมด้วยเพลิงโลหิตของจระเข้เพลิงโลหิต รอยร้าวได้บังเกิดขึ้นบนดวงจันทรานั้นจนทำลายซึ่งความงดงามของมันและราวกับกลายเป็นดวงดาวที่กำลังแตกสลาย! 

             ฝ่ามือธุลีจันทรา จันทราวิปโยค! 

             ฝ่ามือคือดวงจันทร์ หนึ่งฝ่ามือทำลายซึ่งดวงดารา หนึ่งฝ่ามือแห่งความวิปโยค 

             ฝ่ามือข้างซ้ายของถังเฟยหู่ถูกปล่อยออกไป มายาปราณแห่งดวงจันทร์ทับซ้อนอยู่บนร่างของเขาและขับเคลื่อนไปพร้อมกับฝ่ามือข้างนั้น! พลังปราณมหาศาลถูกทุ่มเทไปกับฝ่ามือนี้! ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถแก้ไขได้ทัน ร่างของต๊กโกวฉิวหลงพุ่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนไม่อาจพลิกแพลงได้ทัน! 

             ตู้มมมม!! 

             “อ๊ากกกกกกก!” ต๊กโกวฉิวหลงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างของเขาที่พุ่งลงไปเบื้องล่างด้วยความเร็วของกระบวนท่าตัวเองกลับถูกอักฝ่ายหยิบยืมใช้ประโยชน์ ดวงจันทราที่ใกล้ดับสลายกระแทกเข้ากลางหลังของเขาและกดเขาลงสู่เบื้องล่างไปพร้อมกัน! ร่างของเขาถูกดวงจันทรากดกระแทกเข้ากับพื้นอย่างรุนแรง! 

             แต่กระบวนท่ายังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านั้น! ดวงดารานั้นกลับกดร่างของต๊กโกวฉิวหลงให้จมลงไปเรื่อยๆ พลังพิฆาตของสองธาตุได้เกิดการปะทุขึ้นบนแผ่นหลังของต๊กโกวฉิวหลง มายาปราณดวงจันทราได้เกิดการระเบิดอันยิ่งใหญ่และถล่มทลายลงบนร่างของเขา! และในชั่วพริบตานั้นเองที่ทุกอย่างได้สงบลง… 

             พร้อมกับเสียงเต้นของหัวใจของต๊กโกวฉิวหลง…… 

ความคิดเห็น