เพียงน้ำหยดแรก
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

19 : แค่กลัวจะไหม้(อิ่ม)เฉยๆ

ชื่อตอน : 19 : แค่กลัวจะไหม้(อิ่ม)เฉยๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2562 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
19 : แค่กลัวจะไหม้(อิ่ม)เฉยๆ
แบบอักษร

 

แกร๊ก!

"ว๊าย!!!"

ฉันหลุดร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วพบกับร่างสูงของคนที่ควรจะนอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟาข้างล่าง ก่อนจะรีบร้อนหันหลังเดินกลับไปควานหาชุดคลุมอาบน้ำสักชุด มาสวมทับไว้บดบังร่างกายที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็กปกปิดร่างเปลือยเอาไว้เท่านั้น

"โซ่!! เข้ามาได้ไงเนี้ย แล้วนายควรจะนอนอยู่แค่ข้างล่างสิ"

ฉันอดที่จะวีนใส่คนที่ยืนตีหน้านิ่งแต่กลับใช้สายตาคมจับจ้องมองมาที่ร่างกายฉัน ในส่วนที่ต่ำกว่าคอลงไปแบบไม่ละลายตา จริงๆเขาควรจะนอนหลับสนิทอยู่สิ ตอนนี้มันพึ่งจะตีสามเองนะ เขาจะรีบตื่นขึ้นมาทำไมกัน

"ก็ประตูไม่ได้ล็อคก็เลยลองแกล้งๆเปิดเข้ามาดูน่ะ" เขาพูดหน้าตาย

จะบ้าหรอ! ฉันจำได้ว่าฉันกดล็อคไปแล้วนี่ กดเองกับมือทำไมจะจำไม่ได้ แล้วไอ้เรื่องแบบนี้ใครเขาสั่งเขาสอนให้แกล้งๆเปิดเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้ากันเล่า!

"เอ่อ...ถึงจะแบบนั้นก็เถอะ นายก็ไม่ควรที่จะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าห้องของคนอื่นมั้ยอ่ะ"

"..."

เขาไม่ตอบ เพียงแต่กรอกตามองบนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนฉันเห็นอาการเขาแบบนั้นแล้ว นอกจากมองเขานิ่งๆ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก็ไม่อยากเค้นคอถามอะไรเขาอีก แม้จะสงสัยเพราะฉันจำได้ว่าล็อคประตูแล้วแน่ๆ แต่ถ้าจะไปกล่าวหาว่าเข้าจงใจที่จะงัดห้องฉัน มันก็ดูเหมือนจะหลงตัวเองเกินไปหน่อยจริงมั้ย?

"โอ๊ย! หิวจังเลยอ่ะ ฝันทำอะไรให้กินหน่อยสิ นะ...นะครับ"

ห๊ะ! หิว...ตอนตีสามเนี้ยนะ?

"....."

แต่พอเห็นว่าฉันไม่ตอบโต้ เขาก็รีบเปลี่ยนประเด็นเดินมาเกาะแขนเกาะขาออดอ้อนร้องหาของกิน พร้อมกับยิ้มแฉ่งจนตาปิดมาให้อย่างประจบประแจงเหมือนเด็กๆทันที

"....งั้นนายก็ช่วยลงไปรอพี่ข้างล่างก่อนเถอะนะ ถ้าจะกรุณา"

ฉันพ่นลมหายใจออกมาอีกรอบอย่างเบื่อหน่าย พร้อมกับพูดขอร้องแกมประชดประชันใส่เขา เผื่อว่ามันจะทำให้คนตรงหน้านี่สำนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง สักนิดก็ยังดี

"..."

โซ่ยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะยอมพยักหน้าน้อยๆ แล้วจึงหันหลังเดินก้าวท้าวออกไปทันที โดยไม่หันกลับมามองฉันที่ยืนอยู่ ซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับฉัน ที่อยู่ในสภาพล่อแหลมในตอนนี้มาก

ฉันพ่นลมหายใจออกมาอีกเป็นรอบที่ร้อยอย่างโล่งใจที่เขายอมทำตามความต้องการของฉันแต่โดยดี ก่อนที่ตัวเองจะหันหลังกลับไปหาเสื้อผ้ามาใส่บ้างอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเดินวกกลับมาที่เตียงกว้างอีกครั้ง มองดูคุณปั้นที่ยังคงนอนหลับอุตุอยู่บนนั้น ขยับตัวเดินเข้าไปใกล้อีกนิด พร้อมกับยกมือขึ้นไปลูบที่ศีรษะถูกปกคลุมไปด้วยเส้นขนนุ่มเบาๆ ไม่ลืมที่จะก้มตัวลงไปจูบเบาๆที่ท้องกลมเหมือนอย่างเคย แล้วจึงเดินไปที่ประตูเปิดมันออก ก้าวขาลงบันไดตามหลังอีกคนที่เดินนำลงไปก่อนหน้านี้แล้วอย่างแผ่วเบาทันที

 

สามนาทีต่อมา ฉันเดินลงมาและตรงเขาไปในห้องครัวทันที สายตากวาดมองไปรอบๆอย่างสำรวจ เพราะต้องการหาต้นเสียง ที่มันดังก๊อกแก๊กๆน่ารำคาญไม่หยุด ก่อนจะไปสะดุดที่ร่างสูงของคนคุ้นเคย ที่กำลังสวมผ้ากันเปื้อนก้มๆเงยอยู่หน้าเคาน์เตอร์สำหรับทำอาหาร ท่าทางเงอะๆงะๆของเขาที่จับนู่นหยิบนี่ผิดไปหมดมันน่าขำเสียจนฉันเกือบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

"คิดจะเผาครัวของพี่หรือไง"

แต่ก็อดที่จะแขวะออกมาไม่ได้ เพราะเห็นว่าเขากำลังจะเอื้อมมือไปกดเปิดเตาไฟฟ้าเหมือนกำลังจะลงมือทำอาหารเอง แต่จำได้ว่าครั้งล่าสุดที่เขาคิดพิเรนทร์จะทำอาหารกินเอง ทั้งหม้อไหกระทะทั้งหลาย ถูกย้อมไปด้วยรอยไหม้สีดำปี๋จนดูน่าสยดสยองเลยไม่ใช่รึไง

"...ก็แค่อยากลองทำอะไรให้ฝันบ้างน่ะ" เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบ พร้อมกับรอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าคม

ฉันเผลอจ้องรอยยิ้มนั้นของเขาอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งเขาก้มหน้าลงไปหาปุ่มเปิดไฟนั้นแหละ ฉันถึงเพิ่งจะรู้สึกตัว ว่าถูกน้ำเสียงและรอยยิ้มสวยของเขาเล่นงานเข้าให้เสียแล้ว

"เห้อออ~~~....งั้นเปลี่ยนมาทำขนมปังปิ้งแทนแล้วกันเนอะฝัน"

เมื่อเห็นว่าไอเดียทำอาหารให้ฉันเริ่มที่จะไม่เวิร์ค โซ่จึงเสนอเมนูขนมปังปิ้งที่เขาถนัดขึ้นมาแทน

แต่ฉันว่าไอ้แค่ขนมปังปิ้งไม่กี่แผ่น คงจะไม่พอยาไส้จนทำให้คนอย่างเขาอิ่มได้แน่ๆ

"เดี๋ยวทำให้ แต่ว่าไข่เจียวแทนแล้วกัน พอไหวรึเปล่า"

ฉันจึงเสนอไอเดียที่ดีกว่า เขานิ่งคิดสักพัก ก่อนที่จะแย้มรอยยิ้มบางออกมาเล็กน้อยแล้วจึงพยักหน้าหงึกหงัก

หึ ที่ทำให้ไม่ได้แปลว่าเป็นห่วงกลัวไม่อิ่มหรอกนะ แค่ไม่อยากให้ครัวของฉันพังต่างหาก

"งั้นเดี๋ยวโซ่ช่วย"

เขาพูด ก่อนจะเดินตรงไปที่ตู้เย็น หยิบไข่ไก่ออกมาสองฟอง พร้อมกับผิวปากเดินกลับมายืนข้างๆกันอย่างอารมณ์ดี

มือหนาจัดการตอกไข่ไก่ลงไปในถ้วยใบใส แล้วจึงเอื้อมมือไปหยิบส้อมในลิ้นชักออกมา เริ่มลงมือตีไข่

"เอ่อ...ว่าแต่ฝันตื่นเวลานี้ตลอดเลยหรอ"

โซ่หันมาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ก่อนจะหันซ้ายหันขวา กวาดสายตามองไปรอบๆห้องอย่างสำรวจ

"อื้ม...ก็ตั้งแต่ย้ายออกจากคอนโดนายมาอยู่นี่ พี่ก็ตื่นเวลานี้ประจำแหละ ต้องลงมาเตรียมทำขนม ลำบากชะมัดเลยไม่มีนายคะ...คอยช่วย"

ฉันพูดประโยคสุดท้ายอย่างติดๆขัดๆเสียงเบาหวิว แต่ก็ไม่วายคนหูดีอย่างเขาต้องได้ยินแน่ๆ รู้สึกว่าลำคอฝืดเฝื่อนขึ้นมาทันที จนต้องพยายามกลืนก้อนน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างยากลำบาก เมื่อรู้สึกตัวว่าเมื่อสักครู่นี้เผลอพูดอะไรเกินความจำเป็นออกไปเกินเรื่องเสียแล้ว โอ๊ย! ไอ้ปากพาซวยนี่ขยันพูดจริงๆเลยเรื่องเก่าๆเนี้ย มันน่าฟาดนัก

"หรอ...งั้นกลับไปอยู่..." โซ่กำลังจะพูดอะไรสักอย่างออกมา

"โซ่!!! สลับที่กันเร็ว"

ไม่ต้องรอให้เขาพูดจบ เพราะฉันไม่มีหน้าจะอยู่รับฟัง จึงโพร่งออกไปขัดจังหวะเขาเสียงดังเสียจนร่างสูงสะดุ้งน้อยๆ

"ห้ะ?" เขาร้องออกมาอย่างงุนงง

"อะ...เอ่อ หมายถึงว่าให้เธอขยับมาอยู่ตรงนี้แทน แล้วพี่จะไปปรุงไข่ในถ้วยให้ไง..."

"อ่อ...ได้สิ"

เขารับคำก่อนจะยอมเดินมาสลับที่กับฉันอย่างง่ายดาย แต่จังหวะที่พวกเรากำลังจะเปลี่ยนที่ทางกัน ไม่รู้ว่าเวลานั้นมันเกิดบ้าบอเป็นอะไรขึ้นมา ขาไม่รักดีของฉันอยู่ๆมันก็เกิดจะทะเลาะกันขึ้นมา ทำงานไม่เป็นระบบ จนฉันสะดุดเท้าของตัวเองขึ้นมาเสียงั้น ทำให้เสียการทรงตัวไปชั่วขณะ ตัวเอนหงายหลังลงไปเร็วมากเสียจนคว้าจับยึดอะไรเพื่อที่จะประครองตัวเอาไว้ไม่ทัน

วินาทีนั้นฉันหลับตาปี๋เตรียมรอรับความเจ็บจากการล้มตึงหัวฟาดพื้นแน่ๆ หากแต่รอแล้วรอเล่าความเจ็บปวดกลับไม่ได้เข้ามากระทบกายฉันแต่อย่างใด แต่กลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแสนคุ้นเคยที่กอบกุมไว้ที่ต้นแขนทั้งสองข้าง...หึท่าคุณคิดว่าฉากนี้จะต้องเป็นฉากหวานแหว๋วอย่างในนิยาย ที่นางเอกเกือบจะล้มหัวฟาดลงไปวัดพื้นแล้วมีพระเอกเข้ามารับไว้ในอ้อมกอดได้อย่างทันท่วงทีแล้วล่ะก็...ใช่ค่ะคุณคิดถูก อื้ออ! โซ่เขาช่วยรับฉันเอาไว้ได้จริงๆ อยากจะขอบคุณในน้ำใจนะ แต่ว่าฉันพูดอะไรไม่ออกเลยอ่ะ ทำไงดีๆ ตอนนี้พวกเราใกล้กันมาก ใกล้กันเกินไปด้วยซ้ำ ใกล้เสียจนแผ่นหลังบางของฉันบดเบียดแนบชิดติดสนิทไปกับอกแกร่งของเขาอย่างกับติดกาวตราช้างแมมมอธ(เหนียวกว่าช้างธรรมดา)เอาไว้เลยล่ะ

แปล๊บ!

เกิดความรู้สึกแปล๊บๆคล้ายกับโดนไฟช็อตตรงระหว่างฝ่ามือหนาของเขาที่กำรอบต้นแขนของฉันไว้ ทำให้ต้องรีบเด้งขืนตัวออกมาจากการเกาะกุมของเขาทันที มือไม้ก็พาลสั่นกึกๆจนควบคุมไม่ได้ แถมยังไปเผลอใจเต้นตึกตักๆให้เขาอีก โอ๊ย น่าหงุดหงิดชะมัดเลย ยัยฝันเอ้ย อายุอานามก็ปาไปตั้ง 25 จะ26อยู่แล้วน้า~~~...ทำไมไอ้เหตุการณ์แบบนี้ถึงยังทำให้แกใจสั่นได้อีกหา! ทำตัวอย่างกับเด็กป.4 เขินอายที่ได้มีความรักครั้งแรก เอ๊ะ! เขินหรอ? หรือว่า... หึบ้าสิใครมันจะไปเขิน กับอิแค่ได้อยู่ใกล้แฟนเก่ากันเล่า โว๊ย แล้วทำไมรู้สึกว่าหน้ามันร้อนขึ้นเรื่อยๆเลยล่ะเนี้ย ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ!

"เขินหรอ หน้าแดงเชียว"

เฮือก! ฉันสะดุ้งกับเสียงทุ้มต่ำเซ็กซี่ ที่อยู่ๆก็เข้ามาใกล้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แล้วก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเสียงแผ่วจนฉันขนลุกซู่ด้วยความรู้สึกแปลกๆ

"บะ...บ้า! ขงเขินอะไรกัน ถอยออกไปเลย! จะกินมั้ยไข่เจียวเนี้ย ถ้าไม่จะได้เลิก!"

ฉันรีบหันกลับไปผลักคนตัวสูงออกห่าง ก่อนจะแกล้งทำเป็นใจกล้าดุเขาไปเสียงเขียว ทั้งๆที่ข้างในมันสั่นเป็นเจ้าเข้าจนจะบ้าตายแล้ว

"ครับๆ...ยอมครับ"

แต่ก็เหมือนว่าจะได้ผลอยู่บ้าง เพราะโซ่ยอมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ แต่ก็ไม่วายยิ้มร้ายมุมปาก ก่อนจะยอมถอยออกไปหนึ่งช่วงแขน แต่ว่าสายตากลับยังคงจดจ้องมาที่ฉันอยู่อย่างไม่ลดละ

แต่ฉันก็เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจแทน ก่อนจะมุ่งหน้าเดินตรงไปที่ตู้เย็น ลื้อๆค้นๆหาของที่แช่อยู่ภายในว่าพอจะมีอะไรเอาออกมาทำเป็นอาหารมื้อนี้ให้อีกคนได้บ้าง จนสายตาเหลือบไปเห็นแฮมกับมะเขือเทศอีกนิดหน่อยนอนแอ้งแม้ง ถูกแช่เอาไว้ด้านในที่ลึกที่สุดของตู้เย็น จึงเลือกที่จะคว้ามันติดมือออกมา แล้วเดินกลับไปที่หน้าเตา คว้าเขียงไม้ขนาดกลางบางๆกับมีดขึ้นมาจากในลิ้นชัก ลงมือหั่นแฮมกับมะเขือเทศออกให้เป็นชิ้นเล็กๆทรงลูกเต๋าทันทีอย่างคล่องแคล่ว

"โซ่...ช่วยเดินไปหยิบนมสดในตู้เย็นกับเนยออกมาให้พี่หน่อยสิ"

เมื่อมือไม่ว่างพอ ฉันจึงหันหน้ากลับไปหาคนที่ยังจ้องฉันไม่เลิก ก่อนจะจัดการเอ่ยปากใช้ให้เขาไปหยิบของให้มันเสียเลย ซึ่งคนตัวสูงก็เหมือนจะเต็มใจช่วยมาก เพราะทันทีที่ฉันพูดจบ เขาก็เดินตรงดิ่งผ่านหลังฉันไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบของที่ต้องการมาส่งให้ถึงที่ทันที

"อ่ะ"

เขาเอากล่องนมสดกับเนยมาวางไว้ให้ใกล้มือ ฉันจึงพยักหน้าส่งไปให้เขาน้อยๆเป็นการขอบคุณแทน

ฉันหยิบถ้วยใบใสที่มีไข่ไก่ที่ถูกตีทิ้งไว้ครึ่งๆกลางๆ เพราะว่าไข่ขาวกับไข่แดงมันยังไม่ผสมรวมกันดีนัก คว้ากล่องนมสดกับผงปรุงรสมาตวงให้ได้ปริมาณที่พอเหมาะ แล้วเทลงไปในถ้วยไข่ทันที

"โซ่ๆ...มาช่วยตรงนี้หน่อย"

ฉันหันหน้าไปกวักมือเรียกเขายิกๆที่ยืนอยู่ไม่ใกล้นัก คนร่างสูงก็ยอมเดินมาแล้วหยุดยืนอยู่ที่ข้างๆฉันอย่างง่ายดาย ฉันจึงจัดการเลื่อนถ้วยใบใสที่มีไข่ไก่อยู่ไปตรงหน้าเขาทันที ส่วนโซ่ก็รีบคว้ามันไปแล้วตีไข่ให้มันผสมรวมกันทันทีอย่างรู้งาน

ฉันจึงผละออกไป แล้วเปิดเตาตั้งกระทะจนมันร้อนได้ที่ แล้วจึงใส่เนยลงไปจนมันละลาย ตามด้วยไข่ที่โซ่ตีมันให้ผสมรวมกันเรียบร้อย จนมันส่งกลิ่นหอมอวลภายในห้องครัวนี้

"อ้าว!...ไม่ใช่ไข่เจียวหรอ"

โซ่ที่ขยับตัวมายืนซ้อนข้างหลัง ก่อนจะยื่นหน้าคมหล่อเหลาของตัวเองมาวางเกยไว้บนไหลเล็กของฉัน ส่วนสายตาก็จับจ้องมองไปที่กระทะร้อนอย่างอยากรู้อยากเห็น

"อื้อ!...พึ่งนึกได้ว่าไม่มีข้าวสวย ไข่เจียวกินเปล่าๆไม่อร่อยหรอก พี่เลยเปลี่ยนมาทำออมเลตให้นายแทน"

"อือ"

ร่างสูงครางอือ พยักหน้าหงึกหงักอยู่บนไหล่ฉันทั้งอย่างนั้น ก่อนจะผละตัวเดินออกไปนั่งรอที่โต๊ะทานอาหารแทน

ฉันไม่ได้สนใจเขาอีก เพราะว่าออมเลตในกระทะนี้เริ่มจะจับตัวแล้ว จึงรีบหยิบพวกแฮมกับมะเขือเทศมาเทลงไปในกระทะทันที ไม่นานออมเลตสีเหลืองนวลกลิ่นหอมน่าทานก็ถูกวางลงบนจานสวย

"โซ่! เสร็จแล้ว"

ฉันตะโกนเรียกเขา ไม่นานคนตัวสูงจึงลุกขึ้นแล้วเดินมาหยิบจานในมือของฉันไปถือไว้แล้วมองอย่างพิจารณา

"ว้าว! ฝันทำอาหารได้อีกอย่างแล้วนี่ ทำได้ตั้งสามอย่างแล้วใช่มั้ย" เขาพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

ถึงแม้จะหงุดหงิดที่ถูกแซว แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูด นอกจากไข่เจียว แกงจืด ก็มีออมเลตเพิ่มมาอีกอย่างที่ฉันทำได้รวมเป็น 3อย่างถ้วน ฮ่าฮ่าฮ่า(หัวเราะแห้ง)

"อื้ม! อร่อยดีแห๊ะ...ถ้าจะกินเมนูไข่กับแกงจืดก็ต้องให้ฝันเป็นคนทำเท่านั้นแหละ เพราะคนอื่นทำไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย"

โซ่พูดทั้งที่ปากยังเคี้ยวจนแก้มตุ่ย...เหมือนเด็กเลยเนอะ(ยิ้มอ่อน)

"เลิกประจบแล้วไปนั่งกินดีๆเหอะน่า"

ถึงจะพอใจที่ถูกชม แต่เกิดเป็นผู้หญิงมันก็ต้องเก๊กกันหน่อยสิจริงมั้ย?

ส่วนโซ่ที่พอได้ยินร่างบางบ่นเข้าให้ ก็ยอมเดินกลับไปที่โต๊ะ แล้วนั่งลงทานอาหารในจานดีๆ

"แล้วฝันไม่กินด้วยกันหรอ" เขาถามขึ้นอย่างอดเป็นห่วงร่างบางที่มัวแต่ยืนเตรียมของทำขนมอยู่ไม่ได้ เพราะเท่าที่เห็นเหมือนฝันเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยเหมือนกันนี่นา

"ไม่ล่ะพี่ยังไม่หิว เธอทานไปเถอะ ถ้าไม่อิ่มก็ลุกขึ้นมาหาของในตู้เย็นกินได้อีกนะ"

เขาพยักหน้ารับ แต่ก็ยังไม่สามารถละสายตาออกจากร่างเล็กของอีกคนที่กำลังง่วนอยู่กับการร่อนแป้งไปได้เลย ฉับพลันความรู้สึกสายหนึ่ง ก็ย้อนกลับเข้ามาในความคิด แล้วจู่โจมเข้าจังๆที่หัวใจแกร่ง...ทำไมกันนะ ทั้งที่อยู่ใกล้กันแค่นี้ เขากลับรู้สึกคิดถึงเหมือนฝันมากมายขนาดนั้นเสียได้

 

.............................................................................

กินแค่ขนมปังมันจะไปอิ่มอะรั๊ย! ใช่ม๊า~~~

น้องฝันเขาไม่ได้ห่วงอิโซ่มันหร๊อกกก

ก็แค่กลัวเขาไม่อิ่ม เอ้ย! กลัวครัวจะไหม้ แค่นั้นเอ๊งงงง 5555

(ปล.นี่คือภาพตัดต่อ ที่ไรท์เซฟมาเพื่อประกอบการชิปเท่านั้น >_< )

 

ช่วยอยู่ติดตามเค้าไปนานๆน้า รักจ้าจ๊วบบบบบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น