marcelen

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 27

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 742

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2562 21:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 27
แบบอักษร

 

 

Chapter 27 : ข่าวร้าย

 

“แต่งงานกันนะ”

“ห้ะ?? ห้าาาาา???” เสียงประสานของฉันกับพ่อแม่เขาดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันจนเขาผละออกจากตัวฉันแล้วยืนมองหน้าอย่างนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูดมาจู่ๆเขาเป็นอะไร มันดูน่าสงสัยมาก!!!

“เธอจะแต่งงาน...”

“คุณแอลค่ะ...สิ่งที่คุณพูดคุณรู้ความหมายของมันใช่ไหม” ฉันถามขึ้นในขณะที่เขายังพูดไม่จบ

“รู้สิ...ฉันรู้ดี”

“ฉันก็จะดีใจอยู่หรอกนะที่คุณมาขอแต่งงานฉันแต่ให้ตายเถอะตอนนี้ในแววตาของคุณมันมีแต่ความสับสนเต็มไปหมด คุณเป็นอะไรค่ะ” คำพูดของฉันทำให้เขาหรบสายตาเหมือนเจ้าตัวคิดจะทำอะไรบางอย่าง

“ถ้าคุณไม่ตอบฉันก็ไม่ตกลงนะคะ เพราะฉันคิดว่าตอนนี้คุณคงกำลังสับสนเอาไว้คุณพร้อมที่จะอธิบายให้ฉันเข้าใจเมื่อไหร่ฉันถึงจะคิดดูอีกทีค่ะ” แบบนี้มันคงดีกว่าตอบตกลงเขาอย่างไม่ลังเลนั้นแหละนะ

‘เธอตกลงเถอะน่าเจส มันเป็นทางเดียวที่เธอจะปลอดภัยนะ’ แต่จู่ๆยัยผีก็โผล่มากระซิบที่ข้างหูฉัน

“ปลอดภัย?? จากอะไร???” และ ฉันก็ดันเผลอพูดออกไปจนสามคนตรงหน้าก็มองมาอย่างไม่เข้าใจเหมือนกัน

“เออ...คือ...”

“เฮ้อ...ฉันมีบางอย่างจะบอกเธอเรื่องนี้ฉันก็พึ่งรู้มาเมื่อกี้นี่เอง” แต่จู่ๆเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ

“เรื่องอะไรค่ะ”

“คือ...” เขากำลังจะพูดแต่เหมือนเจ้าตัวคิดอะไรออกเขาหันหน้าไปทางพ่อแม่เขาก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “พ่อครับ แม่ครับ ผมขอคุยกับเจสสองคนได้มั้ยครับ”

“เอาสิลูก...เหมือนพวกลูกมีอะไรต้องคุยกันนะ” พ่อของเขาพูดขึ้นทันทีพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ในขณะที่แม่ของเขายังนั่งมองพวกเราตาแป๋ว

“ลุกได้แล้วจินลูกจะคุยกัน”

“แต่”

“ลุกขึ้นเถอะที่รัก...ให้เวลาพวกเขาหน่อยบางเรื่องมันคงไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมานั่งฟัง” แล้วคำพูดของคุณพ่อก็ทำให้คุณแม่ลุกขึ้นอย่างขัดใจแต่ก็ยอมแต่โดยดีก่อนจะเดินออกไปด้วยสายตาละห้อยเหมือนอยากรู้สุดๆ

จนไม่นานทั้งห้องจึงเหลือแค่ฉันกับเขาแค่สองคน พอพ่อแม่ของเขาออกไปความเงียบก็เข้าปกคลุมเราเขายืนนิ่งไม่พูดอะไรจนฉันเริ่มหวั่นใจว่ามันคืออะไร...

พรึบ!

จู่ๆเขาก็คุกเข่าลงต่อหน้าฉันก่อนจะก้มหัวลงพื้นจนฉันตกใจกับการกระทำของเขาแบบสุดๆ

‘เขากำลังจะขอโทษเธอ’ แต่ยัยผีจืดก็พูดขึ้นก่อนฉันยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่ว่าขอโทษเรื่องอะไร

“ฉันขอโทษ...”

“เรื่องอะไรค่ะ” ฉันถามขึ้นทันทีเพราะงงแบบสุดๆ

“ฉันขอโทษจริงๆ...จากนี้ฉันขอรับผิดชอบชีวิตของเธอได้มั้ยฉันรักเธอนะเจส...ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอจริงๆนะ” คำพูดของเขายิ่งทำให้ฉันไม่เข้าใจไปกว่าเดิม

“คุณพูดมาตรงๆได้มั้ยว่ามันหมายความว่าไง” เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉันก่อนจะลุกขึ้นมายืนมองหน้าฉันอย่างสับสนเขาเป็นอะไรว่ะ

‘เจส...เตรียมใจไว้หน่อยก็ดีนะ’

“คือว่า...ตอนนี้แม่ของเธออยู่ในห้องไอซียูส่วนพ่อคุณพ่อของเธอ...ท่านกระโดดตึกฆ่าตัวตายฉันพึ่งได้รับรายงานจากลูกน้องเมื่อกี้นี่ ฉันส่งพวกนั้นไปเฝ้าห้องของพ่อเธอแต่ไม่รู้ว่าเขาหนีออกมาตอนไหน พวกนั้นก็พยายามตามหาแล้วแต่ก็ไม่ทันเขากระโดดตึกลงมาก่อน พร้อมกับเขียนจดหมายฉบับหนึ่งไว้ แม่ของเธอก็ช๊อคจนความดันกำเริบทำให้ต้องรีบส่งเข้าห้องไอซียูโดยด่วน” เขาร่ายยาวมาด้วยความเร็วแต่ทุกคำพูดของเขามันฝังเข้าในหัวใจฉันอย่างเจ็บปวดฉันยืนนิ่งอย่างไม่เชื่อหูตัวเองกับสิ่งที่ได้ยิน...ตอนนี้แววตาของฉันร้อนผ่าวไปหมดน้ำตาของฉันคงเอ่อล้นออกมาสินะ...ร่างกายตอนนี้แทบไร้เรี่ยวแรงกับสิ่งที่ได้ยินทุกอย่างเหมือนกำลังแตกสลายไปหมดแม้แต่ตัวฉันเอง...

“คุณโกหก...ฮึก...โกหกใช่ไหม ฮึกๆ”

“ฉันขอโทษที่ฉันช่วยไม่ทัน...” เขาดึงฉันเข้าไปกอดก่อนจะลูบหัวเบาๆแต่ฉันยังไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยินอยู่ดี

“อย่ามาโกหกแบบนี้ได้ไหม!!!!! ฉันไม่ตลกนะ!!! ฉันไม่ขำนะ...บอกมาสิว่าคุณโกหก..ฮือๆๆๆๆ”

“ฉันขอโทษ...ขอโทษเจส” เขาไม่พูดอะไรนอกจากคำขอโทษ...เขาพูดมันช้ำแล้วช้ำเล่าแต่ตอนนี้ความรู้สึกบองฉันมันพังไปหมดหัวใจตอนนี้บีบอัดด้วยความเจ็บปวด...ฉันยืนร้องไห้ฟูมฟายในอ้อมกอดของเขาจนน้ำตาจะไหลออกมาเป็นสายเลือด...ไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนแต่เท่าที่จำได้คือฉันร้องไห้จนรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังดับมืดลงช้าๆ.....

~~~~~~~~

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

เสียงประตูปลุกฉันตื่นจากฝันร้าย ที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้งนั้นทำให้ฉันค่อยๆงัวเงียลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเดินไปที่ประตูอย่างไม่สนใจอะไรแต่เหมือนจะลืมตายากนิดหน่อยเพราะรู้สึกเหมือนตาบวม...นี่ในฝันฉันร้องไห้หนักขนาดเงยเหรอเนี่ย

“ใครค่ะ” เสียงตะโกนออกไปก่อนจะเดินไปถึงประตูแต่ทันทีที่พูดจบก็มีเสียงตอบกลับมา

“พ่อเองเจส..เปิดประตูให้หน่อย” ทันทีที่ได้ยินว่าเป็นพ่อฉันรีบเปิดประตูด้วยความเร็วทันที

แอ๊ดดดด

“พ่อออออ!!!” ฉันเปิดประตูออกไปเจอกับพ่อที่อยู่ในชุดคนเจ็บแต่ในหัวตอนนี้ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นฉันแค่อยากกอดพ่อให้มากที่สุด

“พ่อค่ะ...พ่อมาได้ไงเนี่ย” พ่อตอบรับอ้อมกอดของฉันก่อนจะสวมกอดเข้ามาอย่างอ่อนโยน

“เจส...พ่อรักลูกนะเราไปหาที่คุยกันดีมั้ย” คำพูดของพ่อทำให้ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจพูดจบพ่อก็ผละออกจากฉันเดินหันหลังไปทันทีฉันก็เดินตามหลังไปอย่างไม่ลังเล

“เราจะไปไหนกันค่ะพ่อ”

“ตามมาเถอะ” พูดจบพ่อก็หันหลังเดินออกไปเรื่อยๆจนฉันต้องรีบเดินตามไปแต่พ่อก็ไม่หันมาพูดอะไร พ่อเดินออกจากห้องของฉันพาฉันเดินไปไหนก็ไม่รู้จนฉันเริ่มหวั่นใจแล้วหยุดชะงักพูดขึ้น

“คือ...พ่อค่ะ”

“เจส...ตามพ่อมาสิ!” พ่อพูดขึ้นในขณะที่กำลังมีแสงสว่างอะไรสักอย่างสาดส่องมาที่เราก่อนที่พ่อจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากฉัน

“พ่อค่ะ!! พ่อ!!!”

“เจสพ่อรักลูกนะเจสตามพ่อมาสิ!!!” สิ้นเสียงตะโกนครั้งสุดท้ายของพ่อจู่ๆพ่อก็หายวับไปกับแสงนั้นอย่างที่ฉันไม่เข้าใจฉันจึงวิ่งตามแสงนั้นไปพร้อมกับร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างเจ็บปวด...กับสิ่งที่เห็นตรงหน้า นี่มันเท่ากับว่าสิ่งที่เขาพูดมันคือความจริง

“พ่อออออ!!!!” ฉันตระโกนร้องออกมาจนสุดเสียงแต่เหมือนจู่ๆฉันไปสะดุดอะไรก็ไม่รู้เหมือนกับตัวเองกำลังลอยอยู่บนอากาศ!!

พรึบ!!!

“เจส!!!!! นี่เธอเป็นบ้าอะไรถึงทำแบบนี้!!!!” เสียงตระโกนของคุณแอลทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตกใจก่อนจะตั้งสติหันไปมองรอบๆ!!!! เอ๊ะนี่ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ยจู่ๆฉันมาอยู่นี่ได้ไง!!!!!! ตอนนี้กำลังห้อยตัวอยู่บนชั้นดาดฟ้าของตึก!!!!

“คุณแอล!!! ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไงค่ะ!!!” ฉันพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกใจน้ำตาที่รินไหลเมื่อกี้หายไปจนหมดเกลี้ยงเหลือเพียงความกลัวจับจิต

“อย่าพึ่งถามตอนนี้เลยรีบจับแขนฉันไว้ฉันจะดึงเธอขึ้นมา” ฉันพยักหน้าหงึกๆอย่างเข้าใจเพราะที่มองไปข้างล่างเมื่อกี้เสียวสันหลังวาบมาก!!!! ฉันพยายามออกแรงแขนอีกข้างเอื้อมไปจับมือเขาแต่ในจังหวะนั้นเองจู่ๆมือของเขาก็หลุดจากแขนฉันจนตัวฉันไหลวูบลงมาเล็กน้อย

“อ๊ากกก!!!! คุณแอลลลล!!!!!” ฉันร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ

“เจส...เอื้อมมือมาอีกข้างมาแขนฉันเร็วเข้าถึงตังเธอจะไม่หนักก็เถอะแต่เล่นทิ้งน้ำหนักตัวแบบนี้แขนข้างเดียวก็ไม่ไหวนะ” ฉันรีบทำตามอย่างที่เขาบอกทันทีเพราะดูจากที่เขาพูดเขาคงไม่ไหวแล้วแน่ๆ

“อย่าพึ่งปล่อยฉันน๊าาาา”

“รู้แล้วน๊าาา รีบจับแขนฉันเร็วเข้าฉันจะไม่ไหวแล้ว” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะทำตามที่เขาบอก ฉันพยายามยกแขนข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นไปจับแขนเขาแต่ให้ตายเถอะเหมือนตัวเขาตอนนี้จะไหลตามฉันมานะ

“เร็วเข้าสิเจส!!” เสียงเร่งเร้าจากเขานั้นทำให้ฉันพยายามเอื้อมแขนอีกข้างขึ้นไป

“เจส...ฉันจะไม่ไหวแล้วนะ” ฉันพยายามยกแขนขึ้นไปจับเขาแต่ให้ตายเถอะมันดูเหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายนะ!!!

 

พรึบ!!!

 

จนสุดท้ายฉันสามารถเอื้อมมือไปจับแขนเขาไว้ได้ก่อนเขาจะส่งแขนอีกข้างลงมาดึงฉันขึ้นไปด้วยความแรงจนร่างของฉันปลิวขึ้นไปตามแรงของเขา แถมยังทับตัวเขาอยู่ด้วย

 

พรึบ!

“แฮกๆ! เกือบไปแล้วมั้ยละ” เขาพูดขึ้นอย่างหอบเหมือนกำลังเหนื่อย

“เจ็บหรือเปล่าค่ะ” ฉันถามขึ้นอย่างรู้สึกผิดที่เกิดเหตุแบบนี้เขาส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะเอื้อมมือขึ้นมาลูบหน้าฉันเบาๆ

“เป็นอะไรจู่ๆถึงเดินออกมาแบบนี้” แต่จู่ๆเขาก็ถามขึ้นนั้นทำให้ฉันเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้...

“พ่อ!!!”

‘ไม่ใช่!! ยัยบ้าฉันพยายามเรียกเพื่อเตือนสติเธอแล้วแต่เธอก็ไม่ฟัง!!!’ แต่จู่ๆยัยเยรินก็ลอยขึ้นมาพูดพร้อมกับทำสีหน้าบึ้งตึงฉันอยากถามหล่อนชะมัดว่าหมายความว่าไงแต่เอาไว้ที่หลังเถอะ

“พ่อ???”

“คือฉันเห็นพ่อแล้วเดินตามมาหาที่คุยแต่จู่ๆพ่อหายไปฉันเลยวิ่งตาม” คำพูดของฉันทำให้คุณแอลมองอย่างไม่เชื่อสายตา

“เธอละเมองั้นเหรอ”

“ไม่ใช่สักหน่อย!!!! ฉันเห็นพ่อจริงๆนะ!!!” ฉันพูดขึ้น และ คำพูดของตัวฉันเองนั้นทำให้ฉันนึกบางอย่างออก...

“นั่นสินะจะเป็นพ่อได้ไง...ในเมื่อพ่อตายไปแล้ว..ฮึกๆๆ” แล้วน้ำตาของฉันก็เริ่มไหลออกมาอีกครั้งอย่างเจ็บปวด...

“ฉันจะดูแลเธอเองเจส...พรุ่งนี้เราไปหาท่านกัน” เขาลูบหัวของฉันอย่างอ่อนโยนก่อนจะกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา..สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาเหมือนกับเป็นยารักษาใจ...

“ฮือๆๆ ฮือๆๆๆ อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ...”

 

 

มาแล้วตอนนี้มันจะงงๆสับสนนิดหน่อยเพราะอารมณ์ของนางเอกคือก็สับสนนั้นแหละ นานๆมาทีขอโทษนะงานเยอะเหนื่อยสุดๆกลับถึงห้องก็หลับละอดทนไปด้วยกันน๊าาาา

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น