กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 26 ละครตบตา

คำค้น : ตบจูบ

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2562 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 26 ละครตบตา
แบบอักษร

26...     ละครตบตา 

สถานที่..ซอยเล็กๆ ก่อนถึงอุทยานแห่งชาติ สปริงเมาน์เท่น 

         เมื่อดวงตะวันเคลื่อนคล้อย ทอแสงอ่อนแรงลง  

             วิชุดาก็ออกมายืนตากลมชมวิวตามลำพัง ที่ระเบียงห้องพัก บนชั้นสองของบ้านคุณนายเลวิส

           บ้านนี้สร้างด้วยหินกับคอนกรีตดูค่อนข้างเก่า แต่กว้างใหญ่โอ่โถง สะอาดสะอ้านน่าอยู่ 

       สนามหน้าบ้านถึงจะหัวโล้นไม่ค่อยมีหญ้าขึ้น แต่สวนดอกไม้ทะเลทรายหลากสีสรรกับทิวต้นปาล์ม ที่จัดเป็นสวนหย่อมประดับน้ำพุเล็กๆ ก็เรียกคะแนนความร่มรื่นสบายตามาได้ไม่น้อย

        ที่นี่ ช่างเป็นโฮมสเตย์ที่เหมาะกับหนุ่มสาวที่รังเกียจความพลุกพล่านอย่างพวกเขาจริงๆ เพราะเพื่อนบ้านใกล้สุดอยู่ห่างออกไปกว่าครึ่งกิโลเมตร

          เจ้าของบ้านก็ใจดี และที่ดีมากคือไม่ชอบดูทีวีหรืออ่านหนังสือพิมพ์ ความสุขของคุณยายอยู่ที่ เสียงเพลงกับการทำอาหาร แกจะเปิดแผ่นเสียงเดอะบีทเทิ้ล สลับศิลปินฝั่งอังกฤษเก่าๆที่สะสมไว้ แล้วเข้าครัวร้องเพลงไปทำอาหารไปทั้งวัน

          บังเอิญจอห์นเป็นคอเพลงเก่าและเป็นแฟนพันธุ์แท้ฝั่งอังกฤษเช่นกัน ถึงเกิดไม่ทันแต่รู้จักเพลงประมาณนี้เกือบทุกเพลงก็เลยคุยกันถูกคอ กลายเป็นคุณหลานคนโปรดของคุณยายไปโดยปริยาย

        คุณยายเอาอาหารเครื่องดื่มขนมของขบเคี้ยว มาประเคนปรนเปรอไมเคิ้ล(จอห์น)หลานรักทั้งวัน ให้สะตังแกก็ไม่เอา ซาร่า(วิชุดา)ก็เลยเปรมปรีดิ์พุงกางสบายเหงือกไปด้วย

        วิชุดาทอดสายตามองตามดวงตะวัน ข้ามรั้วหินสีแดงเตี้ยๆหน้าบ้านไปฝั่งตรงข้ามถนน ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่า มีแต่รั้วไม้แนวขวางห่างๆสูงแค่อกล้อมรอบ ลักษณะน่าจะเป็นคอกปศุสัตว์หรือฟาร์มเกษตรกรรม เพราะเธอเห็นแปลงพืชไร่ กับวัวควาย-ม้าลา ยืนเล็มหญ้าอยู่ไกลๆ

   แสงตะวันอาบรวงข้าวบาร์เลย์ ที่กำลังสุกปลั่งอยู่ในไร่ ดูเหลืองอร่ามเรืองรองกว้างไกลสุดสายตา ตัดกับท้องฟ้าฉากหลังสีน้ำเงินสดใส ดูเพลินตาเพลินใจให้ความรู้สึกสดชื่นเบิกบาน 

          สีสันธรรมชาติอันตระการตา กล่อมใจหนักอึ้งของวิชุดาให้เบาหวิว ปลิวไสวไปกับสายลมเย็นๆที่โชยมา

            ในขณะที่ใจสาวน้อยล่องลอยไปไกลแสนไกล เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อรู้สึกว่ามีวงแขนกำยำของใครบางคน มาโอบกอดรอบเอวบางของเธอจากทางด้านหลัง

                    วิชุดาหันขวับไปมอง ที่แท้ก็พ่อนักสืบจอมยุ่งนี่เอง

       จอห์นเพิ่งเสร็จจากการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เขาสวมชุดคลุมอาบน้ำสีขาวใหม่เอี่ยม ที่คุณนายเลวิสจัดเตรียมไว้ให้สองชุดพร้อมผ้าเช็ดตัวกับผ้าห่ม

     จอห์นออกจากห้องน้ำพบว่าห้องว่างเปล่า จึงตามไปที่ระเบียง

         เมื่อเห็นวิชุดายืนเหม่ออยู่ตามลำพัง เขาก็ชะงักเท้าตะลึงมองใบหน้าและเรือนร่างที่งดงามปานเทพธิดาของหล่อนราวต้องมนต์สะกด

              ผิวพรรณขาวสะอาดอ่อนเยาว์ไร้ไฝฝ้าราคี เปล่งประกายออร่าเจิดจ้าท่ามกลาง แสงแดดอ่อนๆที่ส่องมากระทบ

          จมูกปากคิ้วคางทุกส่วนของใบหน้ายันเส้นผม ช่างเลอโฉมเกินนางใดในหล้าที่เขาพานพบมา  

     แขนขามือเท้ารูปทรงองค์เอวก็สวยโดดเด่นไม่แพ้หน้าตา ตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ว่ามองมุมไหนก็สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ  

           รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองไม่ตรงสเป็คหล่อน แต่บรรยากาศมันเป็นใจ ทำให้จอห์นสุดจะห้ามใจได้ ตัดสินใจใช้วิธีเจ้าชู้ยักษ์ เข้าไปสวมกอดดื้อๆแบบหน้าด้านๆ

                                  วิชุดาขืนร่างดิ้นรน

     “ จอห์นนี่ ปล่อยซิคะ มากอดฉันทำไม เดี๋ยวใครเห็นมันไม่ดี คุณนี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ” หล่อนต่อว่าเขาเบาๆ

        แทนที่จะปล่อยเจ้าหนุ่มซานฟรานกลับกอดแน่นกว่าเดิม จนแผ่นหลังบางๆแนบชิดกับแผ่นอกกว้างของเขา แล้วกระซิบกระซาบข้างหู

      “ ไม่ผมไม่ปล่อย ยิ่งมีคนเห็นก็ยิ่งดี คุณลืมไปแล้วเหรอ เรากำลังเล่นบทคู่รักกันอยู่ ” นายจอมกะล่อน แก้ตัวอย่างน่าฟังสร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง

                           วิชุดาชะงักการดิ้น ยอมยืนนิ่งทำตาปริบๆอยู่ในวงแขนเขา

                          จอห์นเห็นเหยื่อติดกับ รีบใช้โอกาสให้เป็นประโยชน์

        “ ทีหลังอย่าเรียกชื่อผมอีก คุณต้องเรียกผมว่าไมเคิ้ล ส่วนคุณคือซาร่า เราเป็นแฟนกัน ระหว่างนี้เพื่อความสมจริง เราจำเป็นต้องกอดต้องหอมกันบ้าง คุณก็หยวนๆหน่อยละกัน ” เขาสรุปหน้าตาเฉย

         “ ถามจริง ทำไมคุณต้องโกหกคุณนายเลวิสว่าเราเป็นแฟนกัน บอกเป็นเพื่อนไม่ได้เหรอ?เข้าทางคุณแบบนี้ ฉันก็ขาดทุนป่นปี้ ” วิชุดาหัวเสียบ่นอุบ

                            จอห์นปั้นหน้าให้น่าเชื่อถือ

         “ หนุ่มสาวมากันตามลำพังบอกเป็นเพื่อน ใครจะเชื่อ พาลจะสงสัยเราอีกต่างหาก บอกเป็นคู่รัก มาท่องเที่ยวฮันนี่มูนนี่แหละ เนียนที่สุดแล้ว เชื่อผมเหอะ ” เขาพลิ้วอย่างลื่นไหล

                          วิชุดาหลงกล พยักหน้าหงึกๆ

    “ คุณฉลาดรอบคอบจริงๆ นอกจากให้คุณกอดจูบแล้ว ฉันต้องทำยังไงบ้างคะ ? ” วิชุดาพาซื่อ

                     จอห์นซ่อนยิ้มไว้ในหน้า แอบสูดกลิ่นหอมจากเส้นผมอันดำขลับนุ่มละมุนของสาวงามเอากำไรไว้ก่อน

        “ คุณก็ต้องจูบผมบ้าง กอดผมบ้าง ให้ผมทำข้างเดียวมันผิดปกติ คนอื่นอาจสงสัยได้ ” เขาปลิ้นปล้อนไปตามที่ใจต้องการ

                              วิชุดาสะดุ้ง ทำตาโตเท่าไข่ห่าน

        “ โห แค่กอดก็แย่แล้ว ต้องจูบด้วยเหรอ ไม่ไหวมั้ง ฉันทำไม่ได้หรอก ฉันเขิน ”

                    จอห์นปั้นหน้าเคร่งครัดเหมือนคุณครูดุๆ ปรับโทนเสียงให้ฟังมีอำนาจ แล้วกล่าวเป็นเชิงออกคำสั่งกลายๆ

  “ จะเขินทำไม ผมยังไม่เขินเลย ไหนลองหันมากอดผมซิ ตอนนี้ไม่มีใคร ฝึกเอาไว้ให้คล่องๆ ถึงเวลาจะได้ไม่เคอะเขินให้คนจับผิดได้ ”

                        วิชุดาจำนนในเหตุผล หันมายกแขนโอบเอวชายหนุ่มลวกๆพอเป็นพิธี

       “ นี่ไง..ก็แค่กอด ไม่เห็นจะต้องซ้อมให้วุ่นวายเลย ” หล่อนพูดแบบขอไปที และจะคลายมือออก

  “ ตัวห่างกันตั้งโยชน์แบบนี้อย่ากอดดีกว่า รังเกียจผมมากก็ไม่ต้องฝืนใจ ถ้าแผนแตก อย่าโทษผมละกัน ” จอห์นตีหน้าเศร้า แกล้งตัดรอนและจะผละจากไป

          วิชุดานึกว่าเขาโกรธจริงๆรีบกระชับวงแขนเบียดอกโตแนบสนิทกับอกกว้าง จนสองเต้าแทบบี้แบน

   “ ฉันไม่ได้รังเกียจคุณสักหน่อย อย่างอนสิคะ เป็นไงแบบนี้พอใจรึยัง ? ” หล่อนกระซิบข้างหู แล้วซบหน้าลงบนแผงอกเขา  

        รสสัมผัสของเนื้อหนังมังสาอันอวบอัดเต่งตึง กับกลิ่นกายสาวหอมๆ ทำเอาชายหนุ่ม ซู่ซ่าไปทั่วสารพางค์กาย

        เขารีบโอบแขนกอดรัดร่างบางไว้แน่นเปรี๊ยะราวงูเหลือมรัดเหยื่อ แล้วหลับตาอมยิ้มอย่างเคลิบเคลิ้มเป็นสุข

    “ ครับแบบนี้แหละครับ โอเคที่สุด คุณน่ารักจริงๆ ขอผมชื่นใจหน่อยนะ ” เสียงเขาเหมือนคนละเมอ ก่อนเผลอจุมพิตลงบนแก้มนวลอย่างลืมตัว

              วิชุดาฉุนขาด ขืนร่างออกมายกมือตบหน้าเขาเต็มแรง

   “ นี่แนะ ไอ้บ้า มาจูบฉันทำไม? ” หล่อนว้ากลั่นระเบียง 

                          จอห์นยกมือกุมแก้ม ทำตาปะหลับปะเหลือก   

   “ ก็แสดงบทคู่รักไง ผมทำตามบท คุณตบผมทำไม ? ” เขาแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ

                    วิชุดาเบ้ปากยักไหล่

   “ จะทำอะไรก็บอกก่อนสิ จู่โจมแบบนี้ฉันตกใจ มือมันเลยลั่นไปเอง ”

                          จอห์นปั้นหน้าขึงขัง

    “ ควบคุมตัวเองหน่อย กรามผมโย้ไปข้างนึงแล้วเห็นมั้ย โชคดีที่ไม่มีใครมาเห็น ม่ายงั้น แผนแตกแน่ ” เขาเอาเรื่องเดิมๆมาขู่

                         วิชุดาเริ่มอึดอัด หันหลังจะเดินหนี

                          จอห์นคว้าแขนรั้งตัวไว้

    “ จะรีบไปไหน เรายังไม่ได้ช้อมจูบกันเลย ” เขากล่าวยิ้มๆทำตาเป็นประกาย

     “ พอทีเถอะ ซ้อมบ้าบออะไรกัน เห็นชัดๆว่าคุณมีเจตนาไม่ดีกับฉัน ” วิชุดาสบัดสะบิ้ง

                          จอห์นทำไขสือ กอดร่างบางไว้ในวงแขนไม่ยอมปล่อย

     “ ผมเปล่าสักหน่อย มาซ้อมกันต่อเถอะ แค่จูบกันทีสองทีคงไม่ถึงตายหรอก ” เขาไม่พูดเปล่า ประกบปากจูบปากหญิงสาวทันที

                     วิชุดาพยายามเบือนหน้าเบี่ยงปากหนี แต่อีกฝ่ายใช้มือรั้งท้ายทอยไว้แน่นจนขยับไม่ได้

                จอห์นบดริมฝีปากดื่มด่ำรสชาติความหอมหวานของริมฝีปากงาม แล้วสอดลิ้นเข้าไปทักทายลิ้นบางอย่างย่ามใจ

               แล้วเขาก็ร้องจ้ากรีบปล่อยวงแขน เมื่อลิ้นเขาถูกกัดอย่างแรง

     “ โอ๊ย ! ” จอห์น ร้องได้คำเดียว ก็ถูกหญิงสาวตบซ้ำจนหน้าหัน

    “ ฉาด !!! ” พลังฝ่ามือครั้งนี้แรงกว่าเดิมเป็นสองเท่า แก้มจอห์นขึ้นผื่นเป็นรอยนิ้วคนตบครบห้านิ้วแดงอร่าม

         จอห์นชักเดือดทำตาถลนมองวิชุดา ที่ยืนเท้าเอวชี้หน้าด่าเขาเสียๆหายๆ

           ความโกรธทำให้จอห์นอยากเอาชนะ เขากระชากร่างบางเข้ามาไว้ในวงแขน แล้วละเลงจูบอย่างบ้าคลั่ง

             วิชุดาจั๊กกะเดียมขนลุกซู่ไปหมด รีบผลักเขากระเด็นไป  แล้วตบเปรี้ยงเข้าให้อีกฉาดใหญ่ ถูกบ้องหูเขาเต็มรัก

              จอห์นแก้วหูลั่นเปรียะๆแต่ไม่ยี่หระ เขาเลียริมฝีปากอย่างติดอกติดใจ แล้วรวบร่างสาวสวยมาประกบปากจูบต่อแบบยอมตายถวายชีวิต  

          จากนั้นชายหนุ่มหญิงสาวก็เล่นบทเลิฟซีนตบจูบ เหมือนฉากในละครน้ำเน่าทั่วไป ซึ่งตอนท้ายฝ่ายตบจะเคลิ้ม และพ่ายแพ้ไปในที่สุด

                           เมื่อเสียงตบเงียบหายไป ก็เหลือแต่เสียงจูบกันจุ๊บ ๆ ๆ ๆ

         รสจูบจอห์นทำให้วิชุดาอ่อนระทวยไปทั้งตัว มันเคลิบเคลิ้มจนหล่อนสุดจะควบคุมตัวเองได้ ถ้าปล่อยเนิ่นนานไปต้องพลาดท่าเสียทีเขาเป็นแน่แท้

         วิชุดาพยายามรวบรวมสติที่เหลือน้อยเต็มที แล้วอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา

       “ จอห์นนี่หยุดเถอะ พอได้แล้ว อย่าทำแบบนี้ ได้โปรด ”

                     จอห์นกำลังติดลมมีรึจะฟัง เขาทำหูทวนลม แล้วปิดปากหล่อนด้วยจุมพิตอันดูดดื่มเนินนาน

                   วิชุดาวาบหวิวใจแทบขาด บดริมฝีปากจูบตอบเขาโดยไม่รู้ตัว

                      ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามเกินเลยไปกว่านี้

       เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของคุณนายเลวิส ก็ดังโหยหวนขึ้นมาจากชั้นล่าง

                     หนุ่มสาวที่กำลังสุกงอมด้วยไฟตัณหา ต่างตกใจได้สติรีบผละออกจากกันทันที

           พวกเขาวิ่งโครมครามลงบันไดไปดู พบหญิงชรายืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่ริมหน้าต่างห้องรับแขก

            ทั้งสองร้องถามเป็นเสียงเดียวว่า เกิดอะไรขึ้น ???

           คุณยายเล่าว่า แกจะไปเปิดม่านเห็นใครไม่รู้มาแอบด่อมๆมองๆอยู่นอกหน้าต่าง แกตกใจเลยร้องออกมา

        จอห์นวิ่งไปแง้มประตูหน้าหลังดูรอบๆบ้าน แต่ไม่พบใครสักคน จึงกลับมาซักถามรูปพรรณสัณฐานกับคุณยาย

          อารามตกใจทำให้คุณนายเลวิสไม่อาจจดจำหน้าตาของไอ้ตัวลึกลับได้ รู้แค่สวมแว่นดำใส่สูท แล้วก็ตัวใหญ่มาก..

                   ******

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น