Triple-M
email-icon Line-icon

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ 1 ในนิยายชุด Demon Assassin นะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

ภาค 1 : ตอนที่ 36 หลบหนี

ชื่อตอน : ภาค 1 : ตอนที่ 36 หลบหนี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 45

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ต.ค. 2562 16:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 1 : ตอนที่ 36 หลบหนี
แบบอักษร

21 มกราคม 2562  21.20 น. เขตก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้าง สามชุก สุพรรณบุรี 

           ซีซ่าและเอ็มกำลังคุยกันว่าจะเอายังไงดี 

           “มิราน่ากับเพื่อนของนายก็คงจะอยู่ในนั้นด้วย จะบุกเข้าไปชิงตัวเลยไหม?” ซีซ่าถาม 

           “อย่าเพิ่งจะดีกว่า ฉันว่าในนั้นคงมีเอลฟ์ไม่ต่ำกว่าร้อยตนเฝ้าอยู่แน่ๆ ฉันไม่อยากจะเสี่ยง พวกนั้นอาจลงมือฆ่าตัวประกันก็ได้ ว่าแต่มิราน่า?” เอ็มพูด 

           “เพื่อนของฉันเอง ก็คนที่ฉันเคยเล่าให้นายฟังนั่นแหละ เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดเลยล่ะ เราร่วมฝ่าฟันด้วยกันมามาก เธอยอมสละตัวเองเพื่อให้ฉันหนีรอด ดังนั้นฉันจึงไม่ยอมให้เธอต้องมาทนทุกข์เพราะฉันไปมากกว่านี้อีกแล้ว ถ้านายไม่เข้าไปล่ะก็ ฉันจะไปเข้าไปคนเดียวเอง” ซีซ่าพูดจบก็เตรียมที่จะออกไปประจัญหน้ากับเอลฟ์นับร้อย 

           “อย่าเพิ่ง!! เข้าไปก็ตายเปล่าๆ” เอ็มพูดพร้อมดึงรั้งแขนซีซ่าเอาไว้ 

           “นายไม่เป็นห่วงเพื่อนของนายบ้างหรือไง?” ซีซ่าถาม 

           “ฉันเองก็รู้สึกไม่ต่างจากเธอนักหรอก แต่ว่าในตอนนี้เราจะทำอะไรโดยไม่คิดไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเพื่อนของเธอต้องตายเพราะการกระทำในครั้งนี้ของเธอล่ะก็ นั่นมันจะกลายเป็นความผิดของเธอ เธอจะต้องแบกรับเอาความผิดพลาดของเธอไปตลอดชีวิต ความรู้สึกแบบนั้น เอลฟ์ใจเสาะอย่างเธอจะรับได้อย่างนั้นเหรอ?” เอ็มพูด 

           “นี่นาย ว่าใครใจเสาะกันห่ะ!!” ซีซ่าพูดและเตรียมที่จะควักคทาเวทย์ออกมา 

           “ถ้าเธอทำอย่างนั้น พวกนั้นก็จะรู้ตำแหน่งของเรา และเราก็จะเสียโอกาสนี้ไปเลยนะ” เอ็มพูดเตือนสติซีซ่า 

           “ชิ” ซีซ่าจึงละมือออกจากคทาเวทย์ 

           “ว่าแล้วเชียว เธอนี่เป็นพวกที่ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกจริงๆสินะ เป็นคนที่คาดเดาได้ง่ายซะจริงๆ” เอ็มพูด 

           “เงียบไปเถอะ อิตาบ้า” ซีซ่าพูด 

           “เอาเถอะๆ ฉันจะให้โอกาสเธอพิสูจน์ตัวเองว่าเธอน่ะ ไม่ใช่เอลฟ์ใจเสาะอย่างที่ฉันพูดไป” เอ็มพูดพร้อมลุกขึ้นแล้วเดินออกมาจากเขตก่อสร้างร้าง 

           “จะพิสูจน์ยังไงล่ะ แล้วนั่นนายจะไปไหน?” ซีซ่าถาม 

           “ไว้ฉันจะบอกตอนกลับถึงคฤหาสน์ก็แล้วกัน ส่วนตอนนี้ กลับกันดีกว่า การแลกเปลี่ยนตัวประกันกับเจ้าไคลอสนั่นจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ ตอนเที่ยงคืน ฉันว่าฉันคิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ” เอ็มพูด 

           “เอางั้นก็ได้ แต่ถ้าเกิดมิราน่าเป็นอะไรไปขึ้นมาก่อนละก็ ฉันจะไม่ยกโทษให้นายแน่” ซีซ่าพูด 

                      อีกด้านหนึ่งลูน่ากำลังเดินลงไปชั้นใต้ดินในแหล่งกบดานของไคลอสเพื่อไปดูเจที่ถูกขังเอาไว้อยู่ พอเดินลงไปถึง ลูน่าก็จัดการกับเอลฟ์ที่เฝ้าเจอยู่อย่างเงียบเชียบและฉับไว 

           “นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ?” เจที่เห็นเหตุการณ์ถาม 

           “ไม่มีเวลาแล้ว เจ้าครึ่งมนุษย์ ฉันจะพานายหนีก่อนที่ไคลอสจะรู้ตัว” ลูน่าพูดพร้อมปลดล็อคกุญแจกรงขังและกุญแจมือเจ 

           “ทำไมเธอถึงต้องทำเพื่อฉันขนาดนี้?” เจถาม 

           “เอาไว้อธิบายทีหลัง ตอนนี้ฉันไม่มีธุระอะไรกับไคลอสแล้วล่ะ” ลูน่าพูด ทันใดนั้นเองก็มีเสียง ตู้ม!!!!!! ดังมาจากด้านบน 

           “แย่ล่ะ ไคลอสมันรู้ตัวแล้ว รีบหนีไปซะ!! ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง” ลูน่าพูด 

           “บางทียัยนี่อาจจะรู้คำตอบของเรื่องทั้งหมดที่เอ็มอยากจะรู้ก็เป็นได้” เจคิด 

           “เธอเคยบอกฉันว่าเธอรู้จักเอ็มเมื่อตอนสมัยเด็กสินะ? ถ้างั้นเราก็ไปด้วยกันเถอะ” เจพูด 

           “ถ้าฉันไป เราทั้งคู่จะไม่รอด เพราะฉะนั้น เจ้าครึ่งมนุษย์ นายไปคนเดียวเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน” ลูน่าพูด 

           “ถึงฉันจะหนีไปคนเดียว ฉันก็คงหนีพวกมันไม่พ้นเหมือนกันนั่นแหละ แต่ถ้าเราไปด้วยกันยังพอจะมีโอกาสรอดนะ” เจพูด 

           “รีบๆไปเถอะหน่า!!!” ลูน่าตะคอกใส่เจ 

           “เธอทำแบบนี้ เธอไม่อยากเจอเอ็มอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ เขาเป็นคนสำคัญของเธอไม่ใช่หรือยังไง? ยัยบ้า!! ฉันรู้มาจากเจ้าไคลอสนั่นน่ะ ว่าเธอรับใช้เจ้านั่นทั้งหมดก็เพื่อปลดปล่อยเอร่า และใช้พลังของเอร่าคืนชีพให้เอ็มที่เธอคิดว่าตายไปแล้วใช่ไหมล่ะ? ที่ผ่านมาเธอมัวแต่ทำเพื่อเขามาโดยตลอด มันถึงเวลาแล้วล่ะที่เธอจะได้รับรางวัลที่เธอสมควรจะได้ นั่นก็คือการที่ได้พบและได้อยู่กับเอ็มอีกครั้ง เธอไม่ต้องการอย่างนั้นหรือไงห่ะ?” เจตะคอกกลับ 

           “ต้องการสิ” ลูน่าพูด 

           “ถ้าอย่างนั้นก็มาด้วยกัน ฉันจะพาเธอไปหาเขาเอง” เจพูด หลังจากนั้นลูน่าก็เรียกดาบจันทร์เสี้ยวออกมาแล้วใช้มันทะลวงกำแพงชั้นใต้ดินออกไปจนทะลุชั้นดินที่หนาแน่นเป็นอุโมงกว้างพอที่จะให้คนวิ่งผ่านได้ ทั้งคู่จึงพากันวิ่งออกไปยังพื้นดินนอกบริเวณตึก แล้ววิ่งหนีเข้าป่าไป 

           กลับมาทางด้านไคลอสที่กำลังหัวเสีย หลังจากเปิดหีบที่บรรจุหัวของเจเรมี่เอาไว้แล้วต้องพบว่า มณีเวทย์ที่ปกติแล้วจะติดอยู่ตรงบริเวณหน้าผากของเจเรมี่นั้น มันหายไป จึงบรรดาลโทสะโดยการยิงพลังเวทย์ออกจากฝ่ามือโดยตรงใส่สาวกตนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆจนกระเด็นติดกำแพงทำให้ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว 

           “แสบนักนะ ยัยบ้านั่น!! บังอาจมาหลอกฉันคนนี้ได้” ไคลอสพูด 

           “ท่านไคลอสครับ ตอนนี้ท่านหญิงลูน่าได้หายตัวไปพร้อมนักโทษแล้วครับ” สาวกตนหนึ่งเข้ามารายงาน 

           “แกว่าไงนะ?” ไคลอสพูดพร้อมเดินตรงไปหาสาวกตนนั้น 

           “ท่านหญิงลูน่ากับตัวประกันของมัจจุราชสีดำที่เราจับกุมตัวเอาไว้หนีไปแล้วครับ” พูดจบ ไคลอสก็เปลี่ยนมือของตนให้กลายเป็นกรงเล็บคล้ายๆกรงเล็บของนกอินทรีย์ทะลวงร่างของสาวกตนนั้นจนทะลุแล้วควักหัวใจออกมาอย่างเลือดเย็น 

           “พวกแก จงไปล่านังนั่นกับตัวประกันกลับมา ไม่ว่ายังไง ต้องได้!!” ไคลอสยื่นคำขาด 

           ในระหว่างนั้น ลูน่ากับเจก็กำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต ลูน่าได้ใช้คทาเวทมนตร์เสกนกออกมา แล้วให้นกตนนั้นบินออกไปทางทิศตะวันออก ในขณะที่ตนกำลังวิ่งไปทางทิศใต้ เพื่อหลอกล่อศัตรูให้ตามไปผิดทาง แต่ดูเหมือนว่าเจจะวิ่งต่อไม่ไหว  

           “นี่นาย ครึ่งมนุษย์ เราต้องรีบไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ” ลูน่าพูด 

           “ฉันขอพักก่อน ฉันวิ่งต่อไปไม่ไหวแล้ว” เจพูด 

           “อ่อนแอจังนะ เจ้าครึ่งมนุษย์” 

           “ทำไมเธอถึงไม่พาฉันเหาะไปในแบบที่แม่มดคนอื่นเขาทำกันล่ะ?” เจถาม 

           “ถ้าฉันทำแบบนั้น พวกนั้นก็จะรับรู้และตรวจจับร่องรอยการใช้เวทมนตร์ได้ แล้วตามตัวเราเจอในที่สุด ฉันถึงได้ใช้เวทมนตร์เมื่อกี้นี้เพื่อล่อพวกมันไปอีกทางยังไงล่ะ” ลูน่าพูด 

           “อ้อ อย่างนั้นเองหรอ เอาเถอะๆ ฉันขอพักสักแปบหนึ่งนะ นี่ ขอถามอะไรสักอย่างหน่อยได้ไหม?” เจพูด 

           “อะไรล่ะ?” ลูน่าถามกลับ 

           “ในการสู้รบ พวกเราชาวเอลฟ์ มีธรรมเนียมว่า จะไม่แตะต้องศพของผู้ที่ตั้งตนเป็นศัตรูกับเผ่าของตัวเอง การตั้งตนเป็นศัตรูกับเผ่าตัวเองนั้นถือเป็นการทอดทิ้งพวกเราพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ ดังนั้นผู้ที่กระทำเช่นนั้นจึงสมควรที่จะถูกทอดทิ้งด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะด้วยกรณีใดก็ตาม คราวก่อน ที่ฉันลงมาคุยกับนาย เจ้าครึ่งมนุษย์นายกำลังจะบอกอะไรกับฉันก่อนที่ฉันจะขึ้นไปใช่ไหม?” ลูน่าพูด        

           “ใช่ๆ ก็เรื่อง...” เจกำลังจะพูด 

           “เรื่องเอ็มสินะ ฉันรู้หมดแล้วล่ะ ฉันดีใจมากเลย ดีใจจริงที่เขายังมีชีวิตอยู่” ลูน่าก็พูดขึ้นมาทันควัน 

           “อ้อ งั้นเหรอ รู้หมดแล้วสินะ” เจพูด 

           “ฉันอยากจะกลับไปอยู่กับเขาอีกครั้งจริงๆนั่นแหละ แต่ดูเหมือนเขาจะจำฉันไม่ได้” ลูน่าพูด 

           “นั่นสินะ เห็นเจ้านั่นเคยบอกว่าไม่มีความทรงจำในสมัยเด็กอยู่เลยนี่หน่า” เจพูด 

           “นายเคยอยู่กับเอ็มสินะ?” ลูน่าถาม 

           “ก็อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดนะ เธอก็น่าจะรู้นี่ หรือว่า...เธอไม่รู้เรื่องนั้น” เจพูดแล้วถามกลับ 

           “รู้อะไร?” ในขณะที่ลูน่ากำลังจะถามกลับ ทันใดนั้นเองก็มีเชือกบางอย่างถูกเหวี่ยงมารัดคอลูน่าแล้วดึงลูน่าไปต่อหน้าต่อตาเจ ลูน่าที่กำลังถูกลากไปโดยบางอย่างในเงามืดก็ได้ใช้ดาบจันทร์เสี้ยวออกมาตัดเชือกนั่นจึงทำให้ลูน่าหลุดออกจากพันธนาการ ลูน่าลุกขึ้นยืนแล้วตะโกน 

           “รีบหนีไปซะ เจ้าครึ่งมนุษย์!!!!”  

            

           โปรดติดตามตอนต่อไป......... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น