เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 79 คราดาราโซฟีตกที่นั่งลำบาก

ชื่อตอน : ตอนที่ 79 คราดาราโซฟีตกที่นั่งลำบาก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 46

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2562 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 79 คราดาราโซฟีตกที่นั่งลำบาก
แบบอักษร

ตอนที่ 79 คราดาราโซฟีตกที่นั่งลำบาก 

         อากาศแปรปรวนมีแดดส่อง และฝนตกเป็นช่วงๆตลอดวัน ทว่าคนภายในอาคารสมาคมนักฆ่าหรือจะล่วงรู้ว่าข้างนอกเป็นเช่นไร หากมิส่องกระจกออกไป กลางดึกในค่ำคืนนี้มีสายฝนโปรยปรายเป็นสาย หยาดฝนเม็ดแล้วเม็ดเล่าร่วงหล่นตกกระทบแอ่งน้ำใสสีเงาสะท้อนแสงไฟ ตกกระแทงถนนหินสีดำทมิฬ และร่มสีแดงลายดอกฮิกันบานะ

         เปาะแปะ เปาะแปะ ราวท่วงทำนองแห่งความอาลัยเมื่อเสียสิ้นคนรักในวันหนึ่งอันแสนเย็นเยียบ

         เปรี้ยง!!

         ฉับพลันบังเกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่นกลางเมืองใหญ่ สร้างความหวาดหวั่นให้ชาวเมืองแห่งความลับกริ่งเกรง พายุฟ้าคะนองพัดถล่มเมืองอย่างไม่มีรางบอกเหตุ พายุรุนแรงระดับนี้สามารถสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนพังถล่มง่าย ทว่ามิใช่กลับเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ที่บ้านเรือนมากกว่าแปดในสิบส่วนสร้างจากหินแข็งทนทานระดับกันกระสุนลูกปืนใหญ่ ดังนั้นแม้นมีพายุน่ากลัวพัดถล่มเมืองยกกระแสลมฟาดตีกำแพงเมือง พวกเขาก็ห่วงเพียงเรื่องต้นไม้กับดอกไม้เท่านั้นที่มันช่างบอบบาง สิ้นใจง่ายเหลือเกิน

         “คุณฟ้าอารมณ์เสียแคนดี้แล้วเห็นไหม”

         อาคารสำนักงานสมาคมนักฆ่าชั้นบนสุด นักเชิดหุ่นน้อยยืนกอดตุ๊กตาแมวเหมียวชื่อแคนดี้พลางกล่าวโทษมันอย่างน่ารักน่าชัง บ่นว่าเพราะแคนดี้ไม่ยอมเต้นให้โซฟีชม คุณฟ้าเลยโมโห แล้วบันดาลพายุมโหฬารมาข่มขวัญให้แคนดี้กลัวผวา ทว่าเจ้าตุ๊กตุ๋นน้อยมิกลัว อย่าลืมมันเป็นตุ๊กตาแมวนะ ใช่มันมีอารมณ์ ความนึกคิดเสียที่ไหน โธ่ สาวน้อยละก็

         โซฟีเม้นปากดุแคนดี้เหมือนอย่างที่นางดุเสมอมิเคยเบื่อด้วยเรื่องไร้สาระซะส่วนใหญ่

         ตุ๊กตาแมวต้องทนฟัง และทนโดนบีบคอเกือบตาย

         อ๊อกๆ

         แต่ที่หนักสุดคือโดนเจ้านายเผลอนอนทับนี่แหละ

         ไม่รู้เด็กสาววัยกำลังโตตัวเล็กตัวน้อยอย่างโซฟีเอาน้ำหนักมาจากไหน คนอื่นอาจมองนางตัวเบาเหมือนขนนก แต่ความจริง…อ๊อกๆ เหมือนเดาความคิดเจ้าตุ๊กตาแมวออกหมดเปลือก นักเชิดหุ่นน้อยคลี่ยิ้มอบอุ่นอุ่นไอสังหารพลางบีบคอเจ้าแคนดี้ตัวแสบอย่างเลือดเย็น สีหน้าแววตาช่างผิดกับสิ่งที่นางทำลิบลับ สมแล้วที่ทำงานนักฆ่าใจเย็นชา ฆ่าคนว่าง่ายแล้ว ฆ่าตุ๊กตาตัวเองคงสะใจมิน้อย ฉะนั้นอย่าบังอาจทักเรื่องน้ำหนักจริงๆของเจ้านายเด็ดขาด

         “เข้าใจใช่ไหม”

         แคนดี้อยากผงกหัวรับทราบ แต่เอาจริงมันขยับตัวเองไม่ได้นะ โซฟีเลยมโน และช่วยจับหัวแคนดี้ผงกๆ ฮาๆ ดีมากว่าง่ายๆตายไวๆ

         ตอนนี้โซฟีกำลังยืนรอลิฟต์ติ๊กต๊อก[บันไดจากสวรรค์สู่ขุมนรก] ลิฟต์พิเศษของสมาคมนักฆ่าที่นำคนจากชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานลงยังชั้นใต้ดินล่างสุด ด้วยเงื่อนไขพิเศษของการเข้าพบผู้บริหาร มีนักฆ่าเพียงหยิบมือเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าพบผู้บริหาร โซฟีคือหนึ่งในนักฆ่าจำนวนน้อย นางสามารถเข้าพบผู้นำสูงสุด และเหล่าผู้บริหารได้หากยื่นเรื่องคำร้อง และได้รับอนุญาต

         เฝ้ารอนานนับเดือนจนแคนดี้จักออกลูกแล้ว และแล้ววันที่โซฟีรอคอยก็มาถึง

         “..”

         ทว่านางกลัวไม่พบสิ่งที่ตามหา  

         โซฟียกมือทาบกระจกใสมีฝาเกาะเย็นๆ นางทิ้งรอยฝ่ามือไว้บนกระจก และสะบัดร่างเดินเข้าลิฟต์ ใช้นิ้วตุ๊กตาแมวกดปุ่ม ครั้นประตูกรงเหล็กสีทองลายดอกกุหลาบเลื่อนปิด กริ่ง

         เสียงกลไกทำงาน ฟันเฟื่องสีทองพลันเปล่งแสงระยับ

“..พี่เมรัย”

         โซฟีสังหรณ์ใจไม่ดี..

         -- 

         ณ ห้องประชุมลำดับที่ 28 ความลับผู้ฆ่านักฆ่า 

         เมื่อนานมาแล้ว หลังเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ก่อตั้งไม่นาน สมาคมต่างๆเริ่มทยอยเข้ามาตั้งสำนักงานด้านในกำแพงเมืองเพื่อสร้างอาชีพ และเป็นฐานข้อมูล ให้บริการ และสนับสนุนคนในสมาคม ทว่าเมื่อสมาคมต่างๆอย่างสมาคมนักผจญภัย สมาคมนักฆ่า สมาคมสาวอ้วน และอื่นๆเริ่มเข้าใจถึงความลึกลับ และเรื่องราวปริศนามากมายในเมืองนี้ พวกเขาค้นพบว่ามันอันตรายเกินรับมือหากอยากยุ่งเกี่ยวกับเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ เพราะโลกด้านในกำแพงนั้นมันเปรียบดั่งโลกอีกโลกหนึ่งของจริง

         อาวุธ เทคโนโลยี แร่มณี ความมั่งคั่งของเงินทอง ความเลือดเย็นราวอสรพิษ

         กลุ่มมาเฟีย และกฎระเบียบอันเด็ดขาดทั้งในที่แจ้ง และมุมมืด

         ไม่ใช่สิ่งที่วิถีชีวิตอย่างคนชอบความท้าทายกับสัตว์ประหลาดจะสามารถอาศัยอยู่ในเมืองนี้ มันไม่มีอสูรให้ล่า มีเพียงต้องล่ามนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ด้วยปัจจัย และเหตุต่างๆทำให้เหล่าสมาคมต่างๆยกเลิกแผนก่อตั้งสำนักงานที่เมืองแห่งความลับ เตือนกันด้วยระบบข่าวสารสมาคมว่าเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ถือเป็นอาณาเขตการปกครองพิเศษ และสถานที่อันตรายอย่างแท้จริง

         กระนั้นยังมีสมาคมที่คู่ควร และเหมาะสมกับความตายสีดำ และความท้าทายอยู่หนึ่งสมาคม นั้นคือสมาคมนักฆ่า

         ไม่ว่ามุมไหนของโลกต่างต้องการนักฆ่า ไม่ว่าในดินแดนหนาวยะเยือกอย่างแดนเหนือหรือแดนร้อนระอุทางทิศใต้

         นักฆ่ามีตัวตนหลบซ่อนในเงามืด และไม่ว่าเมืองไหนก็ต้องมีฐานของสมาคมนักฆ่า

         ความพิเศษของสำนักงานเมืองซีเคร็ทออฟวอร์คือการที่มันเป็นสถานที่เก็บความลับ และฐานข้อมูลบันทึกโบราณที่ถูกตีตราบนปกรายงานว่า “ต้องห้าม” ระบบลบความทรงจำของเมืองแห่งความลับเปรียบประหนึ่งเกราะปกป้องชั้นดีสำหรับการเก็บรวบร่วมข้อมูลจากดินแดน และเมืองต่างๆนำมาสร้างเป็นหอสมุดบันทึกเรื่องราวที่ไม่มีใครภายนอกกำแพงล่วงรู้ เพราะถึงอย่างไรซะ คนที่ออกจากกำแพงก็ไม่มีทางนำความทรงจำเรื่องราวในกำแพงออกไปด้วยได้

         นำของเข้าเมืองได้ แต่นำออกไม่ได้ 

         ถ้าเช่นนั้นจะใช้งานข้อมูลลับได้อย่างไร?ในเมื่อมันเอาออกไปจากเมืองไม่ได้ เรื่องตลกคือมันมีวิธีพิเศษ ความทรงจำไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะมันจะค่อยๆเลือนหายไป แต่ถ้าหากวันใดวันหนึ่งคนคนนั้นกลับมาเมืองซีเคร็ทออฟวอร์อีกครั้ง ความทรงจำก็จะกลับคืนมาด้วย นั้นคือวิธีรักษาความทรงจำชองคนที่จะเข้าออกเมืองแห่งความลับ ส่วนสิ่งของนับเป็นอีกกรณีเพราะของบางอย่างจะสลายทันทีหรือใช้เวลาสักเล็กน้อยก่อนสลาย แต่ก็มีของที่ไม่สลายคือแร่

         ในส่วนของความทรงจำหากเป็นเรื่องสำคัญก็ควรนำไปบอกต่อให้คนสนิทฟัง ให้เขาช่วยจำ ข้อมูลที่ได้รับจากเมืองแห่งความลับ ไม่สามารถเขียนใส่กระดาษได้ เพราะมันจะสลายทันที แต่ถ้าใช้วิธีพูดปากต่อปาก วิธีนั้นสามารถทำได้(ทว่ายังมีความไม่แน่นอน)

         โซฟีต้องฟังคำตอบจากผู้บริหารแล้วนำคำตอบนั้นไปบอกเมรัยด้วยตัวเอง ระยะเวลาก่อนความทรงจำในเมืองแห่งความลับจะสลายหายอย่างต่ำคือหนึ่งปี อย่างมากคือสามปี สำหรับเรื่องคราวนี้นับว่ามีเวลาเหลือเฟือ

         พรึ่บ

         เปลวไฟบนยอดเทียนสั่นไสวส่องแสงสลัว ด้านในห้องประชุมราวห้องพิพากษา ความมืดสีดำนิลากาฬปกคลุมส่งผลให้มองไม่เห็นผนังราวว่าโซฟียืนอยู่ในโลกสีดำอย่างแท้จริง ทว่ารอบด้านนางมีเทียนร้อยพันเล่มวางเรียงรายราวนางกำลังคุกเข่า และสวดภาวนาในศาลาปักษา ท่องพระคัมภีร์ และพนมมือด้วยศรัทธาแรงกล้าต่อพระเจ้ามีปีกบนสรวงสวรรค์ บรรยากาศหนาวเย็นไม่มีลมพัด ทว่านางกลับสัมผัสลมหายใจของปีศาจที่กำลังสูดอย่างแผ่วเบาจางๆ

         พื้นหินมีลวดลายสัตว์ประหลาดผู้ทำลายล้างโลก “จ้าวแห่งทำลายล้าง”

         สัตว์ประหลาดร่างยักษ์มีดวงตาอสูรกำลังยกกำปั้นทุบทำลายบ้านเมืองพังพินาศด้วยความโกรธแค้น แลน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เพราะภาพนี้กำลังสื่อว่านักฆ่ามีพลังมากกว่าเจ้าสัตว์ประหลาดตนนี้ ที่สื่อใช่นั้นเพราะโซฟีกำลังยืนเหยียบมัน

         เหยียบย่ำความโกลาหล ความวุ่นวาย และความบ้าคลั่ง

         “น่าสงสาร..”

         สัตว์ประหลาดในตำนานที่ชาวโลกหวาดเกรง ในสายตาสมาคมนักฆ่าแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับหมาบ้าที่อ่อนแอ ไร้พลัง ไร้ปัญญา นักเชิดหุ่นน้อยมิเคยเห็นจ้าวแห่งการทำลายล้าง และความจริงบนโลกนี้ยังไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงของมัน โซฟีเม้นปากพลางเปลี่ยนตำแหน่งมายืนบนบ้านเมืองที่ถูกทำลายแทน  

         “กลัวหรือ..ขาลคาบวิฬาร..กลัวตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยทำลายล้างเมืองในพริบตา”

         น้ำเสียงเย็นชาดังกังวานแม้นไม่เห็นตัวผู้พูด ในท่วงทำนองเสียงแฝงความท้าทาย เหยียดหยาม และดูหมิ่นตำนานอย่างไม่ปิดบัง โซฟีฟังแล้วแอบสั่นเทิ้ม นางไม่เคยถูกชะตากับน้ำเสียงชายไม่ใช่หญิงไม่เชิง อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยความโกรธมากมายให้รับรู้ถึงความรู้สึกด้านลบที่พร้อมกดดันนักเชิดหุ่นน้อยให้ยอมหมอบกราบเหมือนกระต่ายเจอหมาป่า เสียงของหนึ่งในผู้บริหารที่ช่างพูด และพูดจาดูถูกคนเป็นนิจ

         “พอได้แล้ว”

         เสียงสตรีนางหนึ่งดังขัด

         “หมากัดกัน”

         เสียงชายชราแหบพร่าบ่นพึมพำ

         “ช่างน่าเวทนา”

         เสียงนักบวชสาวกล่าวลอยๆ

         เสียงต่างๆของผู้บริหารกล่าวให้โซฟีด้วยความอ่อนโยนดั่งมาดรา ความเมตราดุจปักษา ความสงสารราวราชา และความเกลียดชัดประหนึ่งอสูรกาย พลันเสียงหนึ่งดังอย่างทรงอำนาจเหนือทุกเสียงทั้งหมดในห้อง

         “เงียบ

         เสียงชายชราภาพดังสยบสรรพสิ่งในพริบตาด้วยความเกรงขามที่สามารถสั่นเปลวเทียนให้ปลิดปลิว “เจ้าอยากรู้สิ่งใด ขาลคาบวิฬาร”

         โซฟีกะพริบตาสีฟ้านภา มือกอดแคนดี้ ท่าทางขี้กลัวเหมือนลูกหมาน้อย กระนั้นเมื่อผู้อาวุโสถาม นางย่อมตอบ

         “ห หนู..ต้องการยกเลิกงานครั้งนี้”

         นักเชิดหุ่นน้อยรวบรวมความกล้า ครั้นเงยหน้าประจันกับความมืดมิดไร้ขอบเขต

         “อยากให้ทางสมาคมยกเลิกเป้าหมาย ไม่ตามล่าเป้าหมายอีกต่อไป”

         เมื่อสมาคมนักฆ่าทำสัญญากับผู้จ้างวานแล้ว พวกเขาไม่สามารถยกเลิกสัญญาโดยพลการ จำเป็นต้องติดต่อผู้จ้างวานเพื่อร่างสัญญาใหม่ กระนั้นในประวัติศาสตร์ไม่เคยเกิดเรื่องอย่างว่ามีนักฆ่าขอให้ยกเลิกสัญญาจ้าง เหตุผลที่โซฟียกมาอ้างก็ไม่มี

         สิ่งที่นักเชิดหุ่นน้อยทำช่าง..

         “น่าขัน”

         ไม่สามารถบอกสาเหตุที่ทำให้ต้องยกเลิกสัญญาจ้าง เดาว่าหนึ่งเหตุผลไม่มีน้ำหนักพอ สองเหตุผลไม่มีประโยชน์ต่อสมาคมนักฆ่า และสามเหตุผลคือเหตุผลส่วนตัวซึ่งนับว่าเหลวไหล ไร้ค่า ไม่ใช่สิ่งที่นักฆ่าพึ่งกระทำ

         “ไม่อาจยอมรับ

         เสียงชายชราเอ่ยหนักแน่น ไม่ว่าเหตุผลใด ไม่ว่าโซฟีมีเหตุผลหนักแน่นปานใดก็ตาม

         “..”

         นักเชิดหุ่นน้อยกัด ดวงตากลอกกลิ้ง น นางยอมใช้ชีวิตตัวเองเข้าแลก “จะร้อยงาน..จะให้ฆ่าคนอีกกี่คนก็ได้..”

         นางขอร้องให้ทางสมาคมนักฆ่าเลิกยุ่งเกี่ยวกับพวกเมรัย.. ขอร้อง 

         ความเงียบเข้าครอบงำห้องประชุมด้วยผู้บริหารทุกคนรับรู้ความรู้สึกแรงกล้าของนักเชิดหุ่นน้อย ทว่าสิ่งที่ล่อเลี้ยง และขับเคลื่อนโลกนี้ไม่ใช่ว่ามีแค่ความรู้สึกแรงกล้าแล้วจะทำได้

         “ไม่อาจยอมรับ

         “..”

         โซฟีก้มหน้า ลำแขนกอดรัดตุ๊กตาแมวเจ็บใจ

         “ทำไม..”

         นางยอมแลกทุกอย่างในชีวิต ยอมเป็นทาสมาคมนักฆ่าเพื่อขอแลกกับคำขอร้องของนางเพื่อพี่สาว แต่ว่าทำไม่สำเร็จ

         …

         ..

         .

         ชีวิตนาง..ไม่มีค่าพอเทียบกับ..เอ๊ะ

         “…เช่นนั้น โปรดบอกหนู..”

         โซฟีกำหมัด เล็บจิกเนื้อเลือดซึม ชีวิตนารีมีค่ามากหรือ… มีค่ามากกว่าชีวิตข้าที่มีสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งผู้นำสมาคมนักฆ่าหรือ.. หากเป็นเช่นนั้นใครที่กล้าสั่งไล่ฆ่านารี ราชา? ขุนนาง? สัตว์ประหลาด? ปีศาจตนใดกัน

         “ใครคือผู้ว่าจ้างให้หนูสังหารนาง”

          คำถามนั้น..สร้างความตึงเครียดให้ห้องประชุม โซฟีสัมผัสจิตสังหารรุนแรงจากรอบด้าน แรงกดดันระดับบดขยี้อากาศแหลกละเอียด นักเชิดหุ่นน้อยหรี่ตาลงต่ำ เตรียมพร้อมสู้เพื่อรักษาชีวิต

         ทว่าไม่นานแรงกดดันพลันสลาย

         “ปิดประชุม

         “!!”

         ตึง

         -- 

         “บัดซบ..”

         โซฟีโดนขับไล่ออกจากห้องประชุม นักเชิดหุ่นน้อยทิ้งตุ๊กตาแมวตกพื้นกระด้าง พลางนางยกกำปั้นทุบประตูหิน!!!ผัวะ!!

         ดวงตาสีแดงที่ปิดซ้อนเผยประกายจิตสังหารเข้มข้น “พวกระยำเอ้ย” โซฟีระเบิดอารมณ์โกรธพลันจับแคนดี้เหวี่ยงฟาดใส่ประตูหินอย่างเดือดดาล ผัวะ ผัวะ ผัวะ

         ระบายอารมณ์โทสะจนหมด พลางสาวน้อยหอบหายใจหมดแรง นางทิ้งตัวทรุดเข่า “พี่เมรัย…” ด้านนอกห้องคือทางเดินใต้ดินกว้างใหญ่ และมีลำธารน้ำใสไหลริมถนนอิฐดำ โซฟีคว้าแคนดี้มาซุกร่องอก และกอดมันเบาๆด้วยความเศร้าเสียใจ นางหลั่งน้ำตาเม็ดใหญ่ “ข้าจะทำอย่างไรดี..” โซฟีพึมพำเสียงสั่น ยามนี้นางรู้สึกตัวตนไม่มีค่า ไร้พลังจะไขว้คว้าสิ่งที่ต้องการ นางอยากเจอเมรัย อยากให้พี่สาวช่วย อยากให้พี่สาวปลอบ

         นางกลัว..เหลือเกิน หากสุดท้ายแล้วต้องเข้าพบผู้นำสูงสุด

         “แว่วๆยินว่าคนจ้างเป็นเด็กหนุ่มนะ อาเร๊ะหรือมิใช่”

         “..”

         ว่าไงนะ..

         “อุ๊ย ขอโทษจ๊ะ ลืมๆเสียเถอะ โธ่ปากข้าละก็”

         “เมื่อกี้..เจ้าพูดอะไร”

         โซฟีหน้าดำทะมึนพลางลุกยืน และหันหน้าจ้องตาพาราเทีย นักฆ่าสาวสวยผมสีชมพู นางกำลังยืนหรี่ตามองโซฟีเช่นกัน ตรงอีกฟากฝั่งถนน “อยากรู้หรือโซฟีจัง…มิลองเลียเท้าข้าละ เพื่อข้าใจดีบอก”

         “…”

         พาราเทียยกชายกระโปรงลูกไม้นุ่มฟู และชูปลายเท้างดงามให้โซฟีพินิจ นักเชิดหุ่นน้อยกำลังอารมณ์เสียมาก ทว่าเรื่องที่นักเชือดสาวเอ่ยสร้างความอยากรู้ให้โซฟีมิน้อย แต่ก่อนหน้าทุกอย่างจะถูกปิดตายเป็นความลับยันสิ้นสุดเทศกาลดวงดาวตก

         “แต่มิต้องเลียหรอก เพราะอีกเดี๋ยวเจ้าก็ตายแล้ว โดนคนตายเลียนิก็ไม่ไหวนะ”

         เพล้ง!!

         -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น