มิสเตอร์ทัมเบิ้ลวีด
email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 ความลับไม่มีในโลก

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 ความลับไม่มีในโลก

คำค้น : สังคม ครอบครัว เสียดสี ดราม่า การเมือง นิยายรัก ชีวิต 18+ มาเฟีย ย้อนยุค 2499 แอ็คชั่น บู๊

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 58

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2562 00:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 ความลับไม่มีในโลก
แบบอักษร

"เป็นไงบ้าง งานที่นี่" เฮียโน๊ตถามบ๊วย ขณะที่เขากำลังจุดซิการ์สูบ

"ดีครับเฮีย แต่บางครั้งผมก็รำคาญไอ้พวกกุ๊ยที่มาใช้บริการแล้วไม่ยอมจ่ายเงินน่ะครับ" บ๊วยตอบด้วยท่าทางสุภาพ

ฮ่าๆๆๆ เฮียโน๊ตหัวเราะ "ก็แบบนี้แหละ นายตั้งใจทำงานฉันก็หายห่วง"

"ครับเฮีย"

เฮียโน๊ตควักเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์ "อะ เอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ซะ วันนี้จะมีแขกคนสำคัญมาหาเฮีย แต่งตัวให้มันดูดีหน่อย จะได้ไม่โดนครหาว่าแก๊งยาจก"

"เอ่อ...ขอบคุณครับเฮีย" บ๊วยหยิบเงินมาด้วยความสุภาพ

บ๊วยนำเงินที่ได้ไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านขายเสื้อผ้าสไตล์มะกันในตลาด เขาเลือกเสื้อฮาวายสีฟ้าและเสื้อยืดสีผื้นสีขาวและกางเกงยีนลีวาย หลังจากที่ช็อปปิ้งเสื้อเสร็จเขาก็เดินออกมาจากร้าน เขาควักซองบุหรี่ขึ้นมาก่อนจะเคาะให้มวนปลิ้นใส่ปากและจุดสูบ ในขณะที่กำลังบันเทิงใจกับการพ่นควัน เขาหันไปทางซ้ายก็เห็นเม้งเดินผ่านทางมาพอดี

"เม้ง!" บ๊วยตะโกนเรียก

เม้งสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหา "ว่าไง"

"นายจะไปไหนน่ะ?" บ๊วยถาม

"เอ่อ...เราจะรีบไปทำงานน่ะ" เม้งตอบ

"เห้ยงานไรวะ!"

"เอ่อ..." เม้งอ้ำอึ้ง บ๊วยเริ่มรู้สึกถึงความมีพิรุธ

"อ่อๆ เราต้องไปช่วยดูแลความเรียบร้อยที่คลับคาราโอเกะน่ะ" เม้งโกหก

"ห้ะ! จริงหรอ" บ๊วยตกใจ

"ใช่ๆ"

"ที่ไหน?"

"เอ่อ...เราต้องรีบไปแล้วบ๊วย ค่อยคุยกัน ดูแลตัวเองด้วยนะ แล้วเจอกัน" พูดจบเม้งก็รีบจ้ำเท้าเดินไปอย่างรวดเร็ว เขาบ่ายเบี่ยงเพราะกำลังจะกระทำการอะไรบางอย่าง

"อะไรของมันวะ?" บ๊วยถึงกับงงและรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลของเม้ง หลายวันมานี้เขาไม่ได้เจอยอดและตี๋มาสักพักหนึ่งแล้ว เขากะว่าจะถามเม้งเสียหน่อยว่าเพื่อนไปไหนกัน ปกติจะอยู่ด้วยกันแทบจะทุกวัน แต่นี่ต่างคนต่างหาย พอเจอเม้งเม้งก็รีบไปไหนก็ไม่รู้

ในขณะที่บ๊วยกำลังยืนงงอยู่ สายตาของเขาก็พลันเห็นฝ้ายที่กำลังเดินมา

"ฝ้าย!" เขาตะโกนเรียกเธอ

"บ๊วยหรอ?" เธอเดินตรงเข้ามา

"ว้าว...นี่เธอเป็นนักศึกษาแล้ว" บ๊วยตะลึงในความสวยของเธอ เธอสวมชุดนักศึกษาและกระโปรงพลีทสีดำ รวบผมเก็บเรียบร้อย กลิ่นตัวของเธอมีกลิ่นน้ำหอมลาเวนเดอร์ที่น่าจะซื้อมาจากห้างไนติงเกล

"อื้ม! พอดีวันนี้เป็นวันเปิดเทอมน่ะ รู้สึกไม่ชินยังไงไม่รู้ ว่าแต่เธอล่ะ ไม่ไปเรียนหรอ?"

"เอ่อ...เราทำงานแล้วน่ะ เราทำมาได้สามสี่วันละ"

"อ๋อ...ว่าแต่งานอะไรหรอ แต่งตัวโก้เชียว"

"ก็...เป็นบ๋อยในคลับน่ะ แต่ว่าตอนนี้เรายังไม่เข้างาน เรารอเข้าเย็นน่ะ"

"อืมๆ"

"ให้เราไปส่งเธอมั้ย?" บ๊วยอาสาจะเดินไปส่งเธอถึงมหาลัย

"ไม่ต้องหรอก เราไปเองได้" ฝ้ายเกรงใจ

"ไม่ต้องเกรงใจเราหรอก อีกอย่างเราว่างจนถึงเย็น ให้เราไปส่งเถอะนะ" บ๊วยพยายามตื้อ

"ก็ได้ๆ ถ้าเธออยากเมื่อยขานะ" ฝ้ายยิ้ม

ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินไปที่มหาลัย

"เธอเรียนอะไรหรอ?" บ๊วยถาม

"อ๋อ เราเรียนครูภาษาไทยน่ะ" ฝ้ายตอบ

"โห...ดีจัง"

"แล้วบ๊วยไม่คิดจะอยากเรียนต่อหรอ?"

"ตอนแรกก็คิดนะ แต่ตอนนี้เราขอทำงานเก็บตังค์ดีกว่า"

"อืมๆ ถ้ามีโอกาสเธอไปเรียนก็ดีนะ"

"อ่าห้ะ ถ้านะ...

ว่าแต่เธออยากเป็นครูหรอ?"

"ใช่ เราอยากเป็นครูมาตั้งนานแล้ว"

"ดีจังนะที่ได้ทำตามฝัน"

"แล้วเธอล่ะบ๊วย"

"เอ่อ...

เราแค่อยากมีเงินใช้ก็พอ จะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญหรอก"

"อืมๆ ถ้าเธอสบายใจแบบนั้นน่ะนะ"

ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินมาจนถึงหน้ามหาลัย

"ขอบคุณนะบ๊วยที่มาส่งเรา" ฝ้ายกล่าวขอบคุณพร้อมยิ้ม

"ไม่เป็นไรหรอก"

"เราไปเรียนก่อนนะ"

ในขณะที่ฝ้ายกำลังจะหันหลังเดินเข้าไปในมหาลัย "ฝ้าย!" บ๊วยเรียก

"อะไรหรอ?" ฝ้ายหันกลับมา

"ว่างๆ เราไปกินกาแฟกันสักแก้วมั้ย" บ๊วยเอ่ยปากชวน

ฝ้ายยิ้ม "จ้ะ ก็ได้" พูดจบเธอก็เดินเข้าไปในมหาลัย บ๊วยยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข

ยามเย็นเริ่มย่างกรายเข้ามา แสงสีของเหล่าคลับในยามค่ำคืนเริ่มเจิดจรัส ลีลาวดีคลับในตอนนี้ผู้คนเริ่มทยอยกันมาเรื่อยๆ บ๊วยได้เดินทางมาพร้อมกับแต่งตัวสุดโก้ด้วยชุดใหม่ที่พึ่งซื้อมาเมื่อกลางวัน ชนิดที่ว่ากลิ่นอับใหม่ยังไม่จางเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เขากำลังยืนพ่นควันบุหรี่อยู่หน้าร้านคอยต้อนรับแขก เฮียโน๊ตก็เดินทางมาถึงพอดี

"สวัสดีครับเฮีย" บ๊วยยกมือไหว้สวัดดี เขามักจะมาถึงก่อนเวลาเสมอ

"เอ้อๆ เป็นไงบ้าง เรียบร้อยมั้ย" เฮียโน๊ตถาม

"ดีครับเฮีย ผมจัดแจงทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ" บ๊วยตอบด้วยความสุภาพ

"อืมๆ ตั้งแต่แกมาคุมที่นี่ ทุกอย่างดูราบรื่นไปหมดเลย ฉันนี่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ" เฮียโน๊ตพูดด้วยความปิติ

"ไม่หรอกครับเฮีย นี่มันงานของผม ผมตั้งใจทำให้ดีที่สุดครับ" บ๊วยถ่อมตน ทำเอาเฮียโน๊ตยิ้มด้วยความปิติอีกครั้ง

"เยี่ยมเลย! พอดีคืนนี้จะมีแขกคนสำคัญมาหาฉัน เดี๋ยวนายช่วยดูแลความเรียบร้อยให้ก็แล้วกันนะ" เฮียโน๊ตสั่ง

"ครับเฮีย" บ๊วยรับทราบ

"เต็ม! นายจัดเตรียมของกำนัลไว้รึยัง?" เฮียโน๊ตหันไปถามเต็ม

"เรียบร้อยแล้วครับนาย" เต็มยืนยันความเรียบร้อย

"ดีมาก! อีกชั่วโมงแขกของฉันกำลังจะมา พวกแกแยกไปพักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวหนึ่งทุ่มตรงค่อยมาและห้ามมาสายนะ"

"ครับนาย!" ทุกคนต่างรับทราบ ก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน

"บ๊วย!" เต็มเรียก

"มีอะไรหรอ?" บ๊วยถาม

"ไปบ่อนกันมั้ย?" เต็มเอ่ยปากชวน

"จะบ้าหรอ! เดี๋ยวอีกไม่นานต้องเข้างานแล้วนะ"

"หึ่ย! ไม่หรอกน่า แปปเดียว เดี๋ยวฉันเลี้ยงก็ได้" เต็มยื่นข้อเสนอ

บ๊วยครุ่นคิดสักพัก "ก็ได้ๆ แต่แค่ตาเดียวนะ" เขาตอบตกลง

"ต้องแบบนี้สิ!" พูดจบทั้งคู่ก็เดินไปยังบ่อนที่อยู่ห่างไม่ไกลจากลีลาวดีคลับ

บ๊วยและเต็มเขาได้เดินมาถึงบ่อนนิรนามซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้น ด้านหน้ามีการ์ดบ่อนคอยยืนตรวจค้นตัวก่อนที่จะเข้าบ่อน เมื่อตรวจเช็คร่างกายว่าปลอดอาวุธ การ์ดบ่อนจึงปล่อยทั้งสองเข้าไปถลุงเงินได้ตามใจชอบ ภายในบ่อนเต็มไปด้วยเหล่านักพนันมากมายตั้งแต่พ่อค้าแม่ขายไปจนถึงเหล่าอันธพาล พวกเขาได้เริ่มทำการถลุงเงินโดยเล่นป็อกเด้งได้บ้างเสียบ้างตามระเบียบ

จนกระทั่ง โครม!!! เสียงครึกโครมบางอย่างได้ดังขึ้น ชายคนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนักพนันถูกถีบจนกระเด็นออกมามือปัดกระเด็นโดนข้าวของกระจัดกระจาย เหล่าผู้คนในบ่อนต่างสะดุ้งตกใจกันยกใหญ่

"ไม่มีเงินจ่ายแล้วยังเสนอหน้ามาเล่นอีกหรือยังไง!? ห้ะ!!!" เสียงชายปริศนาตะคอกดังออกมาจากห้องเล็กๆ

"ผมขอโทษครับพี่! ผมสัญญาจะหาเงินมาจ่ายให้ได้ครับ!" ชายนักพนันยกมือไหว้ร้องขอด้วยสภาพสะบักสะบอม

บ๊วยและเต็มต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาจึงแหวกฝูงชนเข้าไปดูเหตุการณ์ใกล้ๆ แต่แล้ว! บ๊วยก็ต้องผงะแบบไม่อยากเชื่อสายตา ชายคนหนึ่งเดินออกมามือของเขาล้วงกระเป๋ากางเกง แต่งตัวสุดโก้ด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสไตล์เจลเฮาส์ร็อค เขาคนนั้นคือยอด! และดูเหมือนว่าเขาเดินออกมาพร้อมกับโอวตี๋ ใช่แล้ว! ที่นี่คือบ่อนภายใต้การคุ้มครองของเฮียกร

"ยอด!!!" บ๊วยเรียกด้วยความตกใจ

ทันทีที่ยอดหันไปหา "บ๊วย..." เขาก็ผงะไม่ต่างกัน

"นะ...นายมาทำอะไร?" บ๊วยถามด้วยสีหน้าตื่นตกใจ

"เอ่อ...คือ..." ยอดอ้ำอึ้ง

"ใครน่ะยอด?" โอวตี๋ถาม

"เพื่อนเก่าน่ะ..." ยอดหันไปตอบโอวตี๋ด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

"ยอด! ไหนนายบอกทำงานที่ภัตราคารไง!?" บ๊วยเริ่มข้องใจมากยิ่งขึ้น

ยอดไม่ได้ตอบอะไร แต่แสดงสีหน้าเหมือนคนโดนจับโป๊ะแตก

"ยอดจะทำงานอะไรมันก็เรื่องของเขา แกอย่ามาเสือก!" โอวตี๋ตอบแทน

"อ้าวเห้ย! แกเป็นใครวะ!?" บ๊วยจะเดินเข้าไปหาเรื่องโอวตี๋ แต่เต็มมากันไม่ให้เขาเข้าไป "อย่าไปมีเรื่องกับพวกมัน ไอ้เนี่ยมันลูกน้องเฮียกร"

ทันทีที่บ๊วยด้วยยินเช่นนั้นถึงกับผงะยกสอง "ยอด...นี่ตกลงนายทำงานให้เฮียกรหรอ!?"

"ใช่..." ยอดไม่ปิดบังอีกต่อไป

"อย่าว่าแต่ยอดเลย พวกแกมันก็ไอ้ลูกน้องของไอ้เฮียโน๊ตเหมือนกันแหละวะ" ทันทีที่ยอดได้ยินโอวตี๋พูดเช่นนั้น "ลูกน้องเฮียโน๊ตหรอ? นายรู้ได้ยังไง!?" ยอดหันไปถามโอวตี๋

"ก็ไอ้คนที่ยืนข้างๆ เพื่อนเก่านายน่ะ มันเป็นลูกน้องไอ้เฮียโน๊ต" โอวตี๋ตอบ

"เดี๋ยวนะ...บ๊วย ตกลงนายทำงานให้เฮียโน๊ตเหมือนกันหรอ?" ยอดหันกลับไปถามบ๊วย

บ๊วยทำหน้าเจื่อน "ใช่..." เขาตอบอย่างไม่ต้องปกปิด

"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะบ๊วย..." ยอดถาม

"เราไม่มีทางเลือก..." บ๊วยตอบ

"บ๊วย! เราว่าเรารีบไปกันเถอะ อีกไม่กี่นาทีแขกของเฮียโน๊ตจะมาแล้ว" เต็มพูดแทรกขึ้นมา บ๊วยหันไปและพยักหน้าหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันมามองที่หน้าของยอดและหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับเต็ม

โอวตี๋เดินเข้ามาใกล้ๆ "ดูท่าเพื่อนนายจะยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเรานะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ

"อืม..." ยอดไม่รู้จะตอบยังไง ตอนนี้เขาได้รู้ความลับซึ่งกันและกันว่าทั้งสองทำงานให้กับมังกรที่ไม่ถูกชะตาและลงรอยกัน ความลำบากใจมันได้เริ่มต้นขึ้นเป็นประกายเล็กๆ และอีกหน่อยมันจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดมันจะเปลี่ยนเป็นความไม่เข้าใจกันและลามไปเป็นตัวทำลายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เหมือนกับประกายไฟที่โดนใบไม้แห้ง มันจะสุมกองขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีอะไรสามารถหยุดยั้งมันได้ ความเคลือบแคลงใจและไม่เชื่อกับสายตาตัวเองของบ๊วยและยอดยังคงขลุกมัวอยู่ในใจของพวกเขา

ในระหว่างที่บ๊วยและเต็มกำลังเดินกลับไปที่ลีลาวดีคลับ

"นั่นเพื่อนนายหรอ?" เต็มถาม

"ใช่" บ๊วยตอบ

"แย่หน่อยนะที่ต้องเป็นแบบนี้"

"นายแน่ใจนะว่าเพื่อนเราไปทำงานให้กับเฮียกร"

"แน่ใจสิ ไอ้ที่อยู่ข้างๆ เพื่อนนายน่ะ ชื่อว่าโอวตี๋ มันเป็นคนสนิทของเฮียกร ไอ้หมอนี่เอาเรื่องอยู่นะ"

"เห้อ...ทำไมต้องมาเป็นแบบนี้ด้วยนะ" บ๊วยถอนหายใจ

"นายไม่รู้มาก่อนเลยใช่ไหม"

"ก็ใช่น่ะสิ ถ้ารู้คงไม่เป็นแบบนี้หรอก"

"อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด นายห้ามไม่ได้หรอก ฉันแนะนำให้นายเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ"

"อือๆ" ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินมาถึงลีลาวดีคลับ

เวลาสิบเก้านาฬิกาตรงเป็นเวลาที่เฮียโน๊ตนัดแขกคนสำคัญมา เขาคนนั้นคือนายดำรง ผู้สมัครลงเลือกตั้งเขตพระนคร เขาเป็นคนมีอำนาจและบารมีหาใครเทียบได้ เขามีตำแหน่งหัวหน้าพรรคและยังรู้จักกับคนใหญ่คนโตมากมายทั่วทั้งพระนคร เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือหนวดเคราสวยราวกับพระเอกฮอลลีวูด แม้ปีนี้เขาจะอายุปาไปสี่สิบค่อนปลาย แต่ยังคงดูมีความสง่าราศีอยู่ไม่ใช่น้อย

"สวัสดีครับคุณดำรง" เฮียโน๊ตกล่าวสวัสดีและยกมือไหว้

"สวัสดีครับคุณโน๊ต" นายดำรงรับไหว้ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยยิ้มแย้ม อาจเป็นเพราะมาดที่เคร่งขรึมก็เป็นได้

"เดินทางมาเหนื่อยๆ จิบน้ำชาสักแก้วนะครับ นี่เป็นชาแท้จากเหินหนานเลยนะครับ" เฮียโน๊ตพูดขณะรินน้ำชาให้

"ขอบคุณครับ" พูดจบนายดำรงก็ควักซิการ์ออกมาจากกระเป๋าสูทและจุดสูบ "ช่วงนี้กรุงเทพเป็นไงบ้าง?" คำถามที่ยิงใส่เฮียโน๊ตทำเอาถึงกับงง

"เอ่อ...หมายถึงพระนครน่ะหรอครับ?" เฮียโน๊ตถามด้วยความสงสัย

"ใช่ ต่อไปคำว่าพระนครจะไม่มีอีกต่อไป กรุงเทพมหานครต่างหาก" นายดำรงพ่นควันออกจากปาก "บ้านเมืองเรากำลังก้าวหน้า เพื่อให้ทันสมัยคุณก็ควรจะเรียกมันแบบนั้นนะ"

"อ่อๆ ครับๆ...

ตอนนี้กรุงเทพก็เรียบร้อยดีนะครับ" เฮียโน๊ตตอบ

"แน่ใจหรอ?" นายดำรงถามเพื่อความแน่ใจ

"เอ่อ...ครับ" เฮียโน๊ตตอบด้วยสีหน้าที่ไม่มั่นใจ

"ผมได้ข่าวมาว่าสี่มังกรก็ยังไม่ลงรอยกันเสียที...ผมจะบอกอะไรให้นะ" นายดำรงวางซิการ์ลงที่ที่เขี่ยบุหรี่ "ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังเจริญ มันไม่ใช่ยุคที่อันธพาลจะมาวิ่งเล่นกันเป็นสนามเด็กเล่น แม้ผมจะไม่ค่อยลงมาที่แบบนี้ใช่ว่าผมจะไม่รู้อะไรเลยนะ"

"เอ่อ...ครับ" เฮียโน๊ตทำสีหน้าเจื่อน

"อีกสามวันจะถึงงานวันเกิดผม ผมออกเทียบเชิญให้กับเหล่ามังกรแล้ว ผมหวังว่าพวกคุณจะมางานของผม และก็ถือโอกาสพูดคุยทำข้อตกลงกัน"

"แต่คุณดำรงครับ ผมว่า..." เฮียโน๊ตยังไม่ทันได้พูดจบ "ไม่มีแต่ ใครไม่มาผมจะถือว่าอยู่คนละฝั่งกับผม" นายดำรงพูด "ครับๆ คุณดำรง" เฮียโน๊ตรับทราบ

"นี่บ๊วย เอ็งเอาของกำนัลมาให้คุณกำรงหน่อยสิ" เฮียโน๊ตหันไปสั่งบ๊วย

"ครับเฮีย" พูดจบบ๊วยก็หันหลังไปหยิบของกำนัลเป็นถ้วยโถโอชามที่แกะสลักอย่างสวยงาม ราคาน่าจะอยู่ที่หลักพันถึงหมื่น

"นี่เป็นของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ จากผมนะครับ" เฮียโนีตรับของมาและส่งมอบให้กับนายดำรง

"ขอบคุณเฮียมากนะครับ ผมขอตัวไปก่อนนะครับ" พูดจบนายดำรงก็ลุกขึ้นติดกระดุมเสื้อสูทเตรียมกลับ

"ครับ เชิญครับ บ๊วยๆ! เดี๋ยวไปส่งคุณดำรงเขาหน่อยนะ" เฮียโน๊ตหันไปสั่งบ๊วยอีกครั้ง

"ครับเฮีย" บ๊วยรับทราบและพาแขกส่งกลับ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น