Punmile09

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะคะ

ชื่อตอน : CHAPTER E I G H T

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 21:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER E I G H T
แบบอักษร

 

 

_________________________________ 

 

กลิ่นหอมฉุยของกาแฟคั่วสดกระจายตัวรอบบริเวณครัวในเช้าวันนี้ กระทะที่ตั้งบนเตาไฟฟ้ามีขนมปังธัญพืชชิ้นหนาอยู่สองแผ่น กลิ่นหอมของเนยที่เคลือบผิวขนมปังทำให้คนที่กำลังยืนอยู่หน้าเตาต้องหยิบอโวคาโดขึ้นมากินแก้ขัดในระหว่างที่รอให้ตัวขนมปังได้ที่ ก่อนจะนำชีสแผ่นวางลงไปแล้วตามด้วยอโวคาโดกับไข่ต้มบดผสมกับมายองเนสที่เตรียมไว้ก่อนหน้า ปรุงรสด้วยเกลือพริกไทยดำปิดท้ายด้วยชีสอีกแผ่นก่อนจะนำขนมปังอีกด้านขึ้นมาประกบกันแล้วตั้งเตาต่อไปให้ชีสละลายจนขนมปังเหลืองกรอบน่ารับประทาน 

ร่างเพรียวบางในเชิ้ตแขนยาวตัวใหญ่เดินไปรินน้ำส้มคั้นสดที่แช่ช่องฟรีซเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนจะถือมายืนจิบอยู่หน้าเตา สายตาสับมองจอโทรทัศน์ไปด้วยเป็นระยะ ฮานะมองแซนด์วิชคู่หนึ่งที่วางอยู่บนจานก่อนจะหันกลับมาดูว่าอีกชุดที่อยู่ในกระทะนั้นได้ที่แล้วหรือยัง 

มื้อเช้าวันนี้ดูเยอะเป็นพิเศษต่างจากทุกวันที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะเขานึกอยากจะเพิ่มน้ำหนักหรือทานเยอะขึ้น แต่เป็นเพราะเมื่อคืนมีใครอีกคนมาขอนอนค้างด้วยต่างหาก 

...ใครคนนั้นก็คือคนที่คั้นน้ำส้มใส่เหยือกเอาไว้ให้ตั้งแต่เมื่อคืนนั่นล่ะ.. 

“ฮานะ” ไม่ทันขาดคำเจ้าของเสียงทุ้มต่ำติดงัวเงียก็เดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ทำเอาคนที่มองถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อเห็นสภาพเจ้าโกลเดนท์ตัวโตกำลังปิดปากหาวจนน้ำตาซึม “โทรศัพท์ครับ” 

พีทยื่นโทรศัพท์ส่งมาให้ตรงหน้า ช่วงตัวสูงใหญ่แผ่ไออุ่นออกมาตัดกับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศเพราะอีกฝ่ายสวมไว้เพียงกางเกงขายาวสำหรับใส่นอนจึงเห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่กว้างและดูหนาขึ้นกว่าเดิม ฮานะพยักหน้าขอบคุณก่อนจะหันกลับไปยกแซนด์วิชขึ้นจากเตา 

“ขอบใจนะ” หน้าจอแสดงชื่อปลายสายที่โทรมาจากทางไกลเรียกรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาบนใบหน้าทันที “ไปนอนต่อเถอะ” เขาหันไปบอกเจ้าเด็กตัวโตที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง พอเห็นว่าพีทเดินไปรินน้ำดื่มก็กดรับสายทันที “ครับแม่” 

(ฮานะ) เสียงที่คุ้นเคยยังคงอบอุ่นอยู่เสมอ (เป็นยังไงบ้างลูก) 

“สบายดีครับ…ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยเลยไม่ค่อยมีเวลาโทรหาแม่เลย” 

(ไม่เป็นไรจ้ะแม่เข้าใจ แต่พ่อนี่สิบ่นคิดถึงตลอดเลย อยากให้ลูกกลับมาหาจะแย่) เสียงของผู้ชายอีกคนดังแทรกเข้ามาจากปลายสาย ดูโวยวายนิดหน่อยเพราะอยากจะขอคุยด้วยจนแม่ต้องเปิดไมโครโฟนให้ 

(ฮานะจัง เมื่อไหร่จะกลับมาหาปะป๊าบ้าง) สำเนียงภาษาญี่ปุ่นที่คุ้นเคยเรียกรอยยิ้มให้กว้างมากกว่าเดิม 

“เราตกลงกันเอาไว้ปลายปีนี่ครับ” ฮานะหลุดขำออกมาเมื่อคนเป็นพ่อเริ่มงอแง ก่อนจะกดเปิดลำโพงเพื่อที่จะวางมือไปมัดรวบผมได้สะดวก 

(พาอเล็กซ์มาด้วยสิ รอบที่แล้วอยู่แค่แป๊บเดียวเอง รอบนี้ก็มาฉลองคริสต์มาสด้วยกันที่นี่ซะเลย) 

ชื่อของใครบางคนทำให้ต้องเผลอกำมือแน่นกะทันหันก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์กำลังมองมาทางนี้ เมื่อเห็นว่าพีทไม่ได้แสดงสีหน้าหรือท่าทางออกมาให้ได้เห็นว่าเจ้าตัวกำลังรู้สึกอะไรอยู่ เขาจึงรีบกดปิดไมโครโฟนแล้วตอบกลับปลายสายไป 

“อเล็กซ์เขางานยุ่งน่ะครับ...คงจะไปด้วยไม่ได้” 

(โธ่ เสียดายแย่) แม่ทำเสียงน้อยใจจนแอบรู้สึกผิดขึ้นมา 

เพราะตลอดเวลาที่ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นเกินเลยมากกว่าเพื่อน ทางครอบครัวเขาไม่ได้รับรู้เรื่องนี้แต่อย่างใด ในสายตาพ่อและแม่อเล็กซ์เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขา ฝ่ายนั้นจึงได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นอยู่เสมอ มิหนำซ้ำทั้งสองคนยังแอบยุยงให้พัฒนาความสัมพันธ์ไปในอีกรูปแบบหนึ่งอีกต่างหาก 

“เอาไว้ผมจะบอกเขาให้นะครับว่าพ่อกับแม่ฝากความคิดถึงมา-” เขาโกหกคำโตเพื่อไม่ให้มีพิรุจ 

แต่จู่ๆ รอบเอวกลับถูกวงแขนของใครบางคนสวมกอดมาจากด้านหลังจนสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นที่ร้อนระอุ ฮานะพยายามที่จะหันไปมองแต่เจ้าเด็กตัวโตกลับวางคางลงบนศีรษะของเขาจนไม่สามารถยืดคอมองได้ทุกอย่างยิ่งตอกย้ำความเตี้ยของเขาจนแทบจมดิน ท่อนแขนแข็งแรงเพิ่มแรงกอดจนฮานะแทบจมหายลงไปในอกเมื่อมีชื่อของอเล็กซ์หลุดออกมาจากปลายสาย ก่อนฝ่ายนั้นจะซุกหน้าลงมาบนไหล่คล้ายกับเป็นการประท้วงเงียบไปในตัว 

...เด็กน้อย.. 

“ครับ รักพ่อกับแม่นะ ผมต้องวางแล้ว...ครับ บาย” ทันทีที่วางสายไปฮานะก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับใครอีกคน ฝ่ายนั้นยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยตามเดิมแต่เรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวคงกำลังรู้สึกไม่พอใจอยู่ “หน้าเครียดเชียว” อดไม่ไหวที่จะเอื้อมมือไปบีบแก้มจนหน้ายู่ให้หายมันเขี้ยว 

“ตื่นเช้าจังครับ” พีทคลายวงแขนออกแต่ยังวางมือไว้บนสะโพกกลมกลึงใต้เชิ้ตตัวใหญ่...หลังจากที่ได้สารภาพความรู้สึกให้ฮานะได้รู้อาการทุกอย่างที่ถูกเก็บไว้ก่อนหน้าก็แสดงออกชัดเจนจนตัวเองยังนึกแปลกใจว่าทำไมทุกอย่างมันจึงได้รวดเร็วและรุนแรงจนยากจะควบคุมทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน 

“ก็มาทำอาหารเช้าไว้ให้ เผื่อตื่นมาแล้วหิว” รอยยิ้มบางเบาถูกส่งมาให้ก่อนฝ่ายนั้นจะแกะมือเขาออก แต่ยังไม่ทันที่จะได้เดินไปหยิบจานอาหารเช้าก็ถูกวงแขนทั้งสองข้างกักไว้กับบริเวณเคาน์เตอร์ “มีอะไร” ใบหน้าสวยอมยิ้มอย่างนึกขบขันก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกหรี่ตามองอย่างจับผิด 

“ฮานะ” เสียงทุ้มพร่าต่ำเรียกอย่างออดอ้อนตอนที่ก้มลงมาหา “...ขอจูบได้ไหมครับ” 

ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกเอ่ยขอกันโต้งๆ แผ่นอกตึงแน่นที่อยู่ในระดับสายตาทำให้ชีพจรเต้นผิดจังหวะ พอเงยหน้าขึ้นมองสันกรามได้รูปก็เผลอยกมือขึ้นแตะก่อนจะไล้ปลายนิ้วไปตามโครงหน้าคมเข้มแผ่วเบา “เมื่อคืนไม่พอหรือไง” เมื่อคืนเขาโดนเจ้าเด็กตัวโตฉวยโอกาสจูบไปหลายหน...เห็นว่าตามใจหน่อยนี่เอาใหญ่เลยเชียว 

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็คล้อยตามอยู่ไม่น้อย ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้ฝ่ายนั้นได้ทำอะไรตามใจแบบนี้หรอก 

ถ้าไม่ได้รู้สึกดีด้วย...ก็คงผลักไสออกไปนานแล้ว 

“นะครับ” 

ภาพของผู้ชายตัวสูงเกือบสองเมตรกลับดูน่ารักน่าชังจนอยากจะบีบให้หายมันเขี้ยว ใบหน้านิ่งเรียบมีประกายออดอ้อนทางแววตาออกมาให้ได้เห็น...นี่ถ้ามีหูกับหางก็คือเจ้าโกลเดนท์รีทีฟเวอร์ไม่มีผิดเพี้ยน 

“ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ” ฮานะพยายามกลั้นขำเมื่อนึกถึงคำชมของคุณแกเรนกับเจนนี่ที่เคยพูดว่าพีทดูโตเหมือนผู้ใหญ่...แต่ในสายตาเขากลับมองต่างออกไป 

นี่มันลูกหมาชัดๆ ... 

“ไม่ได้เหรอครับ” แววตาคู่นั้นดูตัดพ้อได้อย่างน่าสงสารจนอดไม่ได้ที่จะต้องยืดตัวขึ้นไปกดจูบบนสันกรามได้รูปเพื่อปลอบใจ 

ฮานะไม่ได้ตอบกลับทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นจนองศาได้พอเหมาะก่อนจะอมยิ้มบางเบาแฝงเร้นไปด้วยความหมายบางอย่างที่ทำเอาอีกคนกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนต่ำลงมาทีละนิดลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมิ้นท์บางเบาเป่ารดลงบนผิวแก้ม แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะแนบสนิทร่างที่เล็กกว่าก็เบี่ยงหลบออกไปอีกทางส่งผลให้ปลายจมูกโด่งกดลงบนลาดไหล่เนียนแทน 

“โทษทีนะ...แต่ฉันหิวแล้ว” ใบหน้าสวยจัดอมยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้แกล้งให้เจ้าเด็กตัวโตหัวเสีย ฮานะจัดการแกะอ้อมแขนที่โอบอยู่รอบเอวตัวเองออกก่อนจะเดินไปหยิบจานอาหารเช้าสองใบขึ้นมาถือเอาไว้แล้วไปนั่งรอที่บริเวณโซฟาหน้าทีวีโดยมีเด็กหนุ่มตัวสูงใหญ่เดินคิ้วขมวดลงมานั่งที่ข้างกัน “มองอะไร” แซนวิชคำแรกถูกกัดเข้าปากไปสลับกับมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ พีทเอาแต่มองเขาอยู่อย่างนั้นไม่สนใจแม้กระทั่งอาหารเช้าที่วางอยู่ตรงหน้า 

“…เปล่าครับ” ฝ่ายนั้นหันกลับไปจัดการแซนด์วิชของตัวเองที่หายร้อนมาสักพักใหญ่ เพียงไม่นานอาหารทุกอย่างบนจานก็ถูกจัดการหมดเกลี้ยงทำเอาคนที่อุตส่าห์ตื่นแต่เช้ามาทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง 

“เห็นทีบ่ายนี้คงต้องยกเลิกแล้วล่ะ” ฮานะวางเครื่องมือสื่อสารลงบนโต๊ะหน้าโซฟาหลังจากที่อ่านข้อความจบ เช้าวันนี้พีทไม่มีตารางเทรนด์นอกจากต้องไปเข้ายิมตอนเย็น พวกเขาจึงตกลงกันเอาไว้ว่าช่วงสายจะออกไปเดินเล่นเพื่อเลือกซื้อไม้ประดับกระถางใหม่มาตกแต่งบริเวณริมระเบียง แต่ก็ต้องพับเก็บลงเมื่อมีงานด่วนเข้ามา “คุณแกเรนบอกว่าตอนบ่ายให้เข้าไปพบน่ะ” 

“ครับ” ฝ่ายนั้นพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ไร้ท่าทีต่อต้านหรือไม่พอใจออกมาให้ได้เห็น พีทอาสาเอาจานและแก้วทั้งหมดไปล้าง แผ่นหลังกว้างเปลือยเปล่าที่เริ่มมีมัดกล้ามเนื้อสมส่วนปรากฏขึ้นทำเอาคนที่นั่งมองอยู่ที่โซฟาใบหน้าร้อนวูบขึ้นมาเมื่อเผลอจดจ้องนานเกินความจำเป็น 

ส่วนสูงที่เลยบริเวณชั้นลอยเหนือซิงค์ล้างจานส่งเสริมให้ฝ่ายนั้นดูโดดเด่นเป็นอย่างมากเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย…พีทดูสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ 

จนบางครั้งก็อดที่จะตั้งคำถามกับตัวเองไม่ได้...ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เด็กคนนี้มีความรู้สึกบางอย่างกับเขา 

ทำไมถึงได้เอ่ยคำนั้นออกมาง่ายดายนัก... 

“ฮานะ?” เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อจู่ๆ ก็ถูกสวมกอดจากทางด้านหลังพอก้มลงมองก็เห็นว่าฝ่ามือเล็กคู่นั้นผสานกันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนรอยยิ้มบางเบาจะปรากฏขึ้นเมื่อแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงการเอียงซบจากศีรษะของใครบางคน 

“…พีท” เสียงอู้อี้ดังแผ่วเบาราวกับคนที่กำลังไม่มั่นใจในตัวเอง 

“ครับ” 

“ที่บอกว่าชอบฉัน...” ฝ่ายนั้นหยุดชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะพูดต่อ “...พูดจริงเหรอ” 

“ทำไมจู่ๆ ก็ถามล่ะครับ” พีทหัวเราะในลำคอกับคำถามที่เถรตรงเสียจนเขาตั้งรับไม่ทัน 

“ก็...แค่อยากรู้” เพียงเท่านั้นทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและข่าวช่วงเช้าที่ดังคลอแผ่วเบาไปกับเสียงน้ำจากก๊อก ฮานะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา 

เวลาล่วงเลยผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีแต่กลับเนิ่นนานสำหรับคนที่รอ ก๊อกน้ำถูกปิดสนิทก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะขยับเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา พีทหมุนตัวกลับมาแผชิญหน้ากับคนที่เอาแต่ก้มหน้างุดก่อนจะวางมือที่เปียกชื้นลงบนสะโพกได้รูป 

ใบหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคนอายุมากกว่าเอาแต่ซุกหน้าอยู่กับอกเขา กลุ่มผมนิ่มแผ่กระจายลงบนผิวเนื้อทำให้รู้สึกดีจนต้องยกมือขึ้นลูบ 

“...จะทำอะไร” รู้ตัวอีกทีทั้งร่างก็ถูกอุ้มจนตัวลอยก่อนสัมผัสเย็นชืดของเคาน์เตอร์หินอ่อนจะสัมผัสกับโคนขาเปล่าเปลือยใต้เสื้อเชิ้ต ช่วงตัวสูงใหญ่สอดแทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างขาพร้อมกับวางค้ำแขนขนาบข้างจนไร้หนทางที่จะหลบหนี 

“ฮานะไม่เชื่อผม” พีทยิ้มบาง ไร้ซึ่งท่าทีคุกคามให้อีกฝ่ายรู้สึกกดดัน 

“เปล่า...ก็แค่..” เสียงขาดห้วงกะทันหันเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งวางลงบนเอว ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้อยู่บริเวณสีข้างแผ่วเบาจนเขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา “...แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงชอบฉัน…ทำไม...ทำไมต้องเป็นฉัน” เผลอขบเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดพุ่งเข้ามาโจมตี 

แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ดูไร้ค่าในสายตาของใครบางคนถึงเป็นที่ต้องการของใครอีกคนได้... 

“ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอครับ” เสียงทุ้มถามกลับอย่างอ่อนโยน 

“ไม่...ไม่รู้” ฮานะไม่ยอมเงยหน้าขึ้นไปมองนัยน์ตาคู่นั้น 

“แล้วฮานะ...อยากให้ผมหยุดความรู้สึกนี้ไว้ไหมครับ” มือข้างหนึ่งถูกคว้าขึ้นไปจรดจูบลงบนข้อนิ้วอย่างนุ่มนวล ส่งผลให้ชีพจรสะดุดจนปวดแปลบบริเวณอกด้านซ้ายก่อนที่จะแปรเปลี่ยนเป็นร้อนวูบวาบราวกับมีกองไฟกำลังลุกโชนหลอมละลายเกราะกำบังที่เคยสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองในวันที่อ่อนแอ 

“ฉัน...ไม่รู้” 

พีทก้มลงมองคนในอ้อมกอดก่อนจะช้อนมือเข้าไปที่ใต้คางของฝ่ายนั้นแล้วดันให้เงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากัน ก่อนจะได้เห็นแววตาสับสนวูบไหวราวกับคนที่กำลังหลงทางอยู่ในความมืด เด็กหนุ่มสวมกอดช่วงตัวที่เล็กกว่าเอาไว้อย่างอ่อนโยน โอบกระชับแนบแน่นเพื่อส่งผ่านไออุ่นไปโอบกอดจิตใจที่กำลังว้าวุ่นให้สงบลง 

“ถ้าผมกอดฮานะแบบนี้...รังเกียจไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบอยู่ข้างใบหู พอได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าไปมาก็ไม่สามารถที่จะกลั้นยิ้มเอาไว้ได้ 

“…แบบนี้ล่ะครับ” สิ้นคำก็กดปลายจมูกเข้ากับแก้มขาวที่เย็นเพราะไอจากเครื่องปรับอากาศ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเมื่อฮานะส่ายหน้าแทนคำตอบ 

ใบหน้าคมเข้มเคลื่อนลงต่ำพร้อมปรับองศาให้อยู่เสมอกัน ริมฝีปากได้รูปเคลื่อนต่ำแนบประชิดจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มที่มีรสหวานเป็นเอกลักษณ์ “แล้ว...ถ้า...” คนถามรอลุ้นด้วยใจที่ระทึกจนได้ยินเสียงของจังหวะชีพจรเต้นถี่ 

สัมผัสนุ่มหยุ่นที่กดลงมาบนเรียวปากแทนคำตอบทั้งหมด ฮานะถอนหน้าออกไปก่อนจะช้อนตาขึ้นมามองกัน และเพียงเสี้ยววินาทีก็คล้ายกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงเข้าหาอีกครั้งจนแนบสนิท ริมฝีปากที่บดเบียดกันอยู่เริ่มขยับทีละนิดจนเกิดเสียงขึ้นมาท่ามกลางห้องที่เงียบสงบ 

จังหวะการหายใจที่ถี่และแรงขึ้นแสดงให้เห็นว่าต่างฝ่ายต่างจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งอารมณ์ปรารถนา ฮานะยกแขนขึ้นโอบรอบช่วงบ่ากว้างเพื่อเป็นหลักยึดเมื่อรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างราวกับถูกจุดไฟที่เคยมอดดับมาเนิ่นนาน เรียวขาขาวกระหวัดรอบสะโพกสอบพร้อมออกแรงดันให้ฝ่ายนั้นขยับเข้ามาแนบชิดมากขึ้น ฮานะบีบกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอของอีกฝ่ายจนสัมผัสได้ว่าปลายเล็บข่วนผิวเนื้อ 

รู้ตัวอีกทีทั้งร่างก็ถูกดันลงไปบนแผ่นหินอ่อนเย็นชืด ก่อนจะถูกทาบทับเอาไว้ด้วยช่วงตัวสูงใหญ่ พีทตามลงมาจูบอยู่เพียงไม่นานก็เคลื่อนต่ำลงไปที่ซอกคอขาวชื้นเหงื่อ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ประทับจูบลงไปกลับถูกดันหน้าเอาไว้ 

“พีท..ไม่” ฮานะเอ่ยห้ามทั้งที่ยังคงหอบหายใจจนหน้าแดงก่ำ “เราตกลงกันแล้ว” ริมฝีปากเม้มแน่นจนซีดเมื่อความรู้สึกหวาดระแวงเริ่มเข้ามาเกาะกุมจิตใจเพราะตอนนี้บริเวณลำคอนั้นว่างเปล่าไร้ซึ่งอุปกรณ์ป้องกัน 

“ฮานะ” เด็กนุ่มเคลื่อนใบหน้ากลับมาสบตาคนที่อยู่ใต้ร่างเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นตัวสั่น “...เชื่อใจผมไหมครับ” 

ดวงตากลมโตรื้นน้ำไหวระริกก่อนจะส่ายหน้าเพียงเล็กน้อยแล้วรีบหยุดชะงักราวกับว่ายังไม่มั่นใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นพยักหน้าลงแทนคำตอบ เพียงเท่านั้นผิวเนื้อบริเวณข้างลำคอก็ถูกสัมผัสร้อนจัดจรดจูบลงมาอย่างแผ่วเบา ฮานะหลับตาแน่นผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างหนักเพื่อระบายความกดดันทั้งหมดที่มียามที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแนบชิด สัมผัสหนักสลับกับเบาที่อีกฝ่ายประทับจูบลงมาทำให้รู้สึกคล้ายกับว่ากำลังถูกหลอมละลายไปทีละนิด 

“พีท...ห...ห้ามกัดนะ อื้อ” น้ำเสียงหักห้ามกลืนหายลงไปลำคอเมื่อถูกลิ้นอุ่นชื้นแลบเลียบริเวณต้นคอ 

“ไว้ใจผม...นะครับ” เสียงทุ้มพร่าต่ำเจือแรงอารมณ์เข้มข้นกระซิบบอกสลับกับพรมจูบลงไปราวกับคนที่กำลังลุ่มหลง “ฮานะ...” 

ยิ่งได้ลิ้มรสก็ยากที่จะต้านทานไหว... 

“อื้อ” เผลอหลุดเสียงน่าอายออกมาในตอนที่เรียวขาถูกฝ่ามือร้อนจัดลูบไล้พร้อมกับออกแรงบีบจนรู้สึกร้อนผะผาวที่ผิวเนื้อ ฝ่ามือใหญ่ข้างนั้นเคลื่อนขึ้นสูงไปเรื่อยๆ พร้อมทิ้งร่องรอยอุ่นเจือจางตามบริเวณผิวที่ลากผ่าน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กระดุมเสื้อเชิ้ตบางส่วนถูกปลดออกจนเห็นแผ่นอกขาวจัดที่กำลังขึ้นสีระเรื่อเพราะอุณหภูมิร่างกายที่แปรเปลี่ยน 

ชายเสื้อถูกเลิกขึ้นสูงจนเห็นเถากุหลาบที่บริเวณสะโพกด้านขวา พีทก้มลงมองรอยสักงดงามที่เขาเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง ฝ่ามือที่โอบประคองข้างสะโพกก็ไล้ปลายนิ้ววนรอบเถากุหลาบจนขึ้นรอยแดงเจือจาง 

“คุณสวยมาก” เสียงทุ้มพึมพำเอ่ยชมอย่างหลงใหลตอนที่กำลังพรมจูบลงบนลาดไหล่เปลือย ฮานะในตอนนี้ตัวอ่อนราวกับเป็นเทียนที่ถูกไฟหลอมละลาย 

“เด็กไม่ดี..” น้ำเสียงแหบน่าสงสารเอ่ยขึ้นมาอย่างหมดหนทางสู้ ก่อนจะยกแขนขึ้นมาปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้เมื่อเพิ่งรู้สึกตัวว่าได้เสียท่าให้เจ้าเด็กตัวโตนี่ฉวยโอกาสอย่างร้ายกาจ 

...เด็กขี้อายเพียงเพราะจูบไม่ทันเมื่อวานนี้หายไปไหนแล้ว 

เหลือก็แต่คนเจ้าเล่ห์ที่มองเขาด้วยแววตาที่ชวนทำให้ใจสั่นไหวจนแทบบ้า... 

…หมาป่าห่มหนังแกะชัดๆ เลย... 

แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปไกลเสียงโทรศัพท์ของใครอีกคนที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ในห้องนอนก็แผดร้องขัดจังหวะได้อย่างถูกเวลา พีทชะงักไปเล็กน้อยแต่พอทำท่าจะเมินก็ถูกเขาดันแผ่นอกเอาไว้ 

“โทรศัพท์เธอ...ไปรับสิ” ฮานะมองกดดันอย่างไม่คิดยอมแพ้ แต่เจ้าเด็กดื้อกลับก้มลงมาหาราวกับไม่ได้ใส่ใจว่าปลายสายจะรออยู่หรือเปล่า “พีท” เอ่ยเตือนอีกหนด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นเล็กน้อยและมันก็ได้ผลเมื่อฝ่ายนั้นยอมถอยออกไป ฮานะมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปทางห้องนอนก่อนจะอมยิ้มเมื่อได้เห็นว่าเจ้าเด็กตัวโตดูไม่สบอารมณ์มากแค่ไหน 

…อยากให้ทุกคนได้มาเห็นตอนนี้ชะมัดเลย 

“ครับแม่” น้ำเสียงอ่อนโยนที่ดังแว่วออกมาจากในห้องทำให้ต้องเคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากจะรบกวนเวลาส่วนตัวของอีกฝ่าย ฮานะเดินเข้าไปเลือกเสื้อผ้าในตู้อย่างเงียบเชียบพร้อมสลับมองคนที่กำลังหันหน้าออกไปทางหน้าต่างก่อนจะเดินเข้าไปชำระร่างกายเพื่อเตรียมตัวเข้าบริษัทในบ่ายนี้ 

“ฮานะมาพอดี” เสียงที่คุ้นเคยร้องทักขึ้นในตอนที่บานประตูห้องประชุมถูกผลักเข้าไป 

แกเรนเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาต้อนรับด้วยท่าทีผ่อนคลายขัดกับบรรยากาศภายในห้องที่มีอีกหลายชีวิตนั่งมองอยู่ ฮานะก้มหัวทักทายทุกคนก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ทางฝั่งขวาของเจ้านายโดยมีพีทตามมานั่งข้างกัน และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแฟ้มงานก็ถูกส่งยื่นมาตรงหน้าเพื่อให้เขาได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่ถูกเรียกตัวมาด่วนในวันนี้ 

“นี่...” หน้ากระดาษถูกพลิกอ่านไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เนื้อหาด้านในเป็นบรีฟงานของสปอร์ตแบรนด์ชื่อดังที่กำลังจะมีคอลเลคชั่นใหม่เดือนหน้านี้...แบรนด์ที่คุณแกเรนเพิ่งจะตกลงเซ็นสัญญาร่วมงานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา 

...และอเล็กซ์ก็เป็นหนึ่งในทีมโปรเจกต์นี้... 

“ไว้ผมจะอธิบายให้ฟัง” แกเรนยิ้มบางเบาก่อนจะนั่งลงบนขอบโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ เพื่อไม่ให้บรรยากาศในห้องประชุมนั้นตึงเครียดเกินไปเพราะนี่ไม่ใช่บอร์ดบริหารเขาเลยปล่อยตัวตามสบายเพื่อให้ฝ่ายครีเอทีฟทำงานกันได้อย่างเต็มที่ 

“อันที่จริงบรีฟที่ทางลูกค้าเสนอมาทางเราได้เซ็ทเอาไว้ว่าจะให้อเล็กซ์กับเรย์เป็นเมนหลักในโปรเจกต์นี้” แกเรนผ่อนลมหายใจออกมาอย่างลำบากใจ “แต่เมื่อเช้าผมได้รับข่าวว่าเรย์ประสบอุบัติเหตุหลังจากที่กลับมาจากปาร์ตี้งานวันเกิดเพื่อนที่คลับXเมื่อคืนนี้” 

ทันทีที่จบประโยคทั้งห้องก็มีเสียงฮือฮาอย่างตกอกตกใจเพราะเรย์เองนั้นก็ถือว่าเป็นนายแบบแนวหน้าของโมเดลลิ่งที่มีชื่อเสียงสูสีกันกับอเล็กซ์ แอนเดอร์สัน อีกอย่างโปรเจกต์จากแบรนด์นี้นั้นก็นับว่าเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมากเพราะเจ้าของแบรนด์ตั้งใจจะถ่ายแบบเพื่อนำเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่และจัดเดินแฟชั่นโชว์ช่วงปลายปี 

“’ งั้นก็แสดงว่าตอนนี้ทีมเราขาดกำลังสำคัญไปสิคะเนี่ย” เบต้าสาวที่มีตำแหน่งครีเอเตอร์แย้งขึ้นมาเพราะเธอเป็นคนวางคอนเซ็ปไปเสนอทางลูกค้าเองกับมือ ในเมื่อขาดคนสำคัญไปก็ยากที่จะดำเนินการออกมาให้ตรงตามแผนงานที่วางเอาไว้ 

“ก็ไม่เสมอไปหรอก” แกเรนยิ้มแทนคำตอบก่อนจะหันไปมองทางฝั่งขวามือ “ผมหาคนมาแทนเรย์ได้แล้ว” 

ทันใดนั้นสายตานับสิบคู่ก็หันไปสนใจเด็กเทรนด์คนใหม่เป็นตาเดียว...รวมไปถึงผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งอยู่ข้างกันด้วย 

“หมายความว่ายังไงครับ” ฮานะยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก เขามองหน้าทีมงานสลับกับคนข้างกายอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเห็นว่าคุณแกเรนเอาแต่ยิ้มก็ยิ่งย้ำเตือนคำตอบให้แน่ชัดขึ้น “คุณแกเรน” 

...เจ้านายเขาต้องการให้พีทร่วมงานกับอเล็กซ์แทนนายแบบคนก่อนหน้า.. 

“ผมไม่เห็นด้วย” ใครคนหนึ่งแย้งขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดเมื่อได้สบตากับอดีตผู้จัดการของอเล็กซ์ 

เฮนรีย์ หวัง โอเมก้าหนุ่มหัวหน้าทีมสไตล์สิสต์อีกทีมที่ตั้งตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทีมของฮานะมาโดยตลอด...และที่สำคัญเจ้าตัวยังเคยแอบคั่วกับอเล็กซ์อยู่พักหนึ่งด้วย... 

“เชิญครับ” แกเรนผายมือให้อีกฝ่ายได้อธิบายอย่างสุภาพ เพราะในฐานะเจ้านายเขาจำเป็นเป็นที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

“ผมว่าเด็กของฮานะยังไม่เหมาะกับงานนี้...เขาไม่มีประสบการณ์ อีกอย่างโปรเจกต์นี้รวมนายแบบนางแบบที่มีฝีมือเอาไว้ ผมเกรงว่าถ้า...” เฮนรีย์พูดเอ่ยบอกราบเรียบแต่ทว่าน้ำเสียงนั้นแสดงออกชัดเจนโดยมีลูกทีมอีกสามคนพยักหน้ารับสนับสนุน

“ขอโทษนะครับ” แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบก็ถูกขัดเอาไว้ ฮานะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกอย่างที่ชอบทำตอนที่เริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองไปยังฝ่ายตรงข้ามนิ่งเรียบพร้อมเอ่ยแย้งออกมา “ประเด็นแรกคนของผมมีชื่อ...ถ้ามีความเป็นมืออาชีพมากพอน่าจะศึกษามาให้ดีก่อนที่จะเรียกด้วยสรรพนามส่งๆ แบบนั้น” รอยยิ้มบางเบากดลึกข้างมุมปากในตอนที่เจ้าตัวยกมือขึ้นเสยผมเปิดใบหน้า 

ที่ผ่านมาเขาอดทน นิ่งเฉย ไม่มีปากเสียงเพียงเพราะไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แต่ในเมื่ออีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ก็ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องไว้หน้ากันแล้ว

“นี่คุณ” ฝ่ายนั้นมีท่าทีฉุนจัดเมื่อเห็นว่าคราวนี้เขาโต้ตอบกลับไป

“ประเด็นที่สอง” นิ้วเรียวสวยยกขึ้นตามจำนวนก่อนจะพูดต่อทั้งที่ยังคงจับจ้องอยู่ไม่วางตา “...อยากให้ช่วยขยายความให้หน่อยว่าเด็กของผมไม่เหมาะที่จะเข้าร่วมโปกเจกต์นี้ตรงไหน จะได้นำไปพัฒนาได้ถูกจุด” ฮานะหันไปมองคนข้างกายสลับกับฝ่ายนั้นด้วยท่าทีสบายๆ “แล้วก็รบกวนคุณเฮนรีย์ช่วยเสนอทางแก้ปัญหาและเสนอชื่อนายแบบที่คุณคิดว่าตอบโจทย์กับงานนี้มาให้ด้วยนะครับ พวกเราจะได้วิเคราะห์ช่วยกันว่าทางเลือกของคุณนั้นจะดีกว่าของคุณแกเรนหรือเปล่า” จบสิ้นประโยครอยยิ้มที่เต็มไปด้วยไมตรีก็ถูกส่งยื่นไปให้ก่อนจะมีเสียงหัวเราะชอบใจจากลูกทีมของตัวเองแทรกเข้ามาจนฮานะต้องหันไปมองปราม  

“ถ้าอย่างนั้นผมว่าให้ทุกคนที่อยู่ในนี้ลองเสนอความคิดเห็นเพิ่มดีไหม” แกเรนเปลี่ยนประเด็นเพื่อให้บรรยากาศในห้องลดความตึงเครียดลง “มีใครคิดว่าพีทไม่เหมาะกับโปรเจกต์นี้บ้างครับ” 

ในระหว่างที่ทั้งห้องกำลังปรึกษาหารือกันอยู่นั้นหญิงสาวที่รับหน้าที่เป็นครีเอเตร์ประจำทีมก็ยกมือขึ้นมาเป็นคนแรก “บอสคะ”

“เชิญครับ” แกเรนผายมือให้เธอได้เสนอความคิดเห็นออกมา

“เท่าที่ฉันพิจารณาดูแล้ว คุณพีรัทมีคาแรคเตอร์ตรงตามคอนเซปที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก…แน่นอนว่าเขาตรงมากกว่าเรย์ เพราะรูปร่างและใบหน้าที่คมกว่า ทำให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของคาแรคเตอร์ได้มากกว่า” เธอพูดตามความรู้สึก ถึงแม้จะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าเจ้าตัวจะสามารถทำหน้าที่นี้ออกมาได้ดีแค่ไหนแต่เซ้นท์บางอย่างที่อยู่ในตัวกำลังร้องบอกว่าเด็กคนนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

“เรื่องคาแรคเตอร์มันเปลี่ยนกันได้” เฮนรีย์แย้งอย่างไม่ยอมแพ้

“แต่อินเนอร์ประจำตัว...มันสร้างได้ยาก” เธอปรายตามองตอบกลับอย่างไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อถูกขัดกลางคัน

“สิ่งที่ฉันต้องการจะบอกคือคาแรคเตอร์นี้ต้องการความดิบทางอารมณ์ค่อนข้างสูง นั่นคือซื่อตรงไร้จริตเพื่อให้มันออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด ผิดกับของอเล็กซ์ที่ขายคาแรคเตอร์ที่แตะต้องได้ยากกว่า…เพราะฉะนั้นฉันจึงคิดว่าพีทเหมาะกับงานนี้ที่สุด” เหตุผลของเธอได้รับการยอมรับจากทีมงานแทบจะทุกคน จะมีก็แต่ทีมสไตล์สิสต์ของเฮนรีย์ที่ไม่คล้อยตาม

“ส่วนเรื่องฝีมือหรือความสามารถคงต้องให้โอกาสเจ้าตัวเขาได้พิสูจน์เอง” แกเรนเดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของเด็กหนุ่มและตบเบาๆ “เจนนี่ถึงขั้นออกปากรับรองด้วยตัวเอง...ผมคิดว่าพีทคงไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่นอน” ใบหน้าสวยของผู้มีอำนาจสูงสุดเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรและนั่นก็เป็นอันเข้าใจโดยทั่วกันแล้วว่าบทสรุปของงานนี้คุณแกเรนผลักดันเด็กเทรนด์คนใหม่อย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าคุณตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วก็ไม่น่าเปิดโอกาสให้เสนอความคิดเห็นตั้งแต่แรก” เฮนรีย์แค่นหัวเราะออกมาก่อนจะหยิบเอาของแล้วรีบเดินออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยมีเหล่าลูกทีมกุลีกุจอตามหลังไป

“คิดว่าตัวเองเป็นใครกันน่ะ” เบต้าสาวสวยหนึ่งในลูกทีมของฮานะหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อกับพฤติกรรมไร้มารยาทของฝ่ายนั้น...ตั้งแต่เธอร่วมงานกันมาไม่เคยเห็นคุณฮานะทำพฤติกรรมแย่ๆ แบบนี้ใส่คุณแกรนเลยแม้แต่ครั้งเดียวทั้งที่พวกเขาทั้งคู่สนิทสนมกัน

“พอแล้วน่า” โดนฮานะหันมาดุอีกหน

“ถ้าอย่างนั้นเอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะนัดสรุปอีกที เรามีเวลาเตรียมตัวกันอีกสองอาทิตย์…ส่วนวันนี้พอแค่นี้ก็แล้วกัน ขอบคุณทุกคนมาก” แกเรนตัดบทสรุปทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกตึงขึ้นมาที่ข้างขมับเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้า “ฮานะ” หันไปเรียกคนที่กำลังเก็บแฟ้มงานใส่กระเป๋าและมองสลับกับใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกัน

“ครับ”

“ผมมีธุระอยากคุยด้วยหน่อย” ฮานะชะงักมือไปเล็กน้อยก่อนจะหันไปบอกให้ใครอีกคนไปนั่งรอที่โซฟาด้านนอก

เมื่อทั้งห้องเหลือเพียงพวกเขาสองคนแกเรนก็ดูผ่อนคลายลงไปมาก ยอมรับเลยว่าก่อนหน้าเขาต้องระงับอารมณ์ไม่ให้ปะทะคารมกับสไตล์ลิสต์อีกทีมเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

“ธุระอะไรครับ” ฮานะถามด้วยความไม่มั่นใจ

“เรื่องยาคุมน่ะ” โดยไม่ต้องรอให้เสียเวลาแกเรนก็พุ่งตรงประเด็นคำถามอย่างไม่คิดอ้อมค้อม “ผมแค่อยากรู้ว่าคุณได้ทานมันสม่ำเสมอไหม” เขาถามอย่างนึกเป็นห่วงเพราะสุขภาพของฮานะช่วงนี้ดูแย่ลงกว่าเดิมคงเป็นเพราะผลข้างเคียงจากยาคุมและยาระงับฮอร์โมนฮีทที่อีกฝ่ายรับมาตลอดสองปีเต็ม

“หมอบอกหมดชุดนี้ให้ผมพักช่วงไปก่อนครับ”

เพราะถ้าขืนยังรับยาเข้าไปต่อเนื่องเหมือนอย่างที่ผ่านมาละก็แน่นอนว่าร่างกายเขาเองก็รับไม่ไหว มันอาจจะส่งผลไปถึงอนาคตทั้งเรื่องโอกาสเสี่ยงที่จะแท้งในการตั้งครรภ์รวมไปถึงภูมิคุ้มกันร่างกายที่ลดลง

“ตอนอยู่กับอเล็กซ์” น้ำเสียงจริงจังติดจะเครียดทำให้บรรยากาศมาคุลงไปเล็กน้อย “เคยฮีทหรือเปล่า”

ฮานะเม้มปากแน่นจนซีดก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ครับ” จะว่าไม่เคยก็ไม่เชิง...แค่ช่วงแรกๆ ที่ฮีทอเล็กซ์ไม่ได้อยู่ด้วย โชคดีที่สามารถหลีกเลี่ยงมาได้ตลอด “ตอนช่วงแรกๆ ที่ฮีทผมได้กลิ่นเขาที่ติดอยู่ตามเสื้อผ้า...และเขาไม่ใช่..”

อเล็กซ์ไม่ใช่คู่แห่งโชคชะตาของเขา...

“เป็นเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องในชีวิต” แกเรนหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี “ฮานะเคยรู้เรื่องของลี่ชิงกับเฟิงหลงไหม” เขาตั้งคำถามอีกครั้ง

“ไม่ครับ...ผมไม่รู้” กับจางลี่ชิงเองเคยร่วมงานกันอยู่แค่ครึ่งปีหลังจากนั้นก็มีคนมารับช่วงต่อ รู้อีกทีก็เห็นว่าฝ่ายนั้นผูกพันธะกับคู่แห่งโชคชะตาไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยซึ่งคนคนนั้นก็คือคุณจางเฟิงหลง

“ก่อนที่จะผูกพันธะกัน เฟิงหลงไม่ได้กลิ่นของลี่ชิงทั้งที่อยู่ด้วยกัน” เมื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ...จะเป็นไปได้ยังไงกัน?

“เป็นไปได้ด้วยเหรอครับ” ฮานะถามอย่างสงสัยเพราะโดยปกติแล้วถ้าทั้งสองเป็นคู่แห่งโชคชะตากันแล้วละก็เพียงแค่ได้กลิ่นบางเบาของอีกฝ่ายพันธะก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างถูกดึงดูดกันและกัน โหยหาซึ่งกันและกันเท่านั้น

“เพราะว่าลี่ชิงป่วยจึงทำให้ต้องรับยามาตั้งแต่เด็ก และยานั้นก็ส่งผลต่อประสาทการรับรู้และทำลายต่อมควบคุมฟีโรโมนในร่างกาย จึงทำให้เฟิงหลงไม่ได้กลิ่นและไม่รู้ว่าลี่ชิงคือคู่ของตัวเอง”

“...คุณต้องการจะบอกอะไรกันแน่” ฮานะจ้องตาอีกฝ่ายตอบกลับไป...แกเรนคงไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเฉยๆ แน่ถ้าไม่ต้องการที่จะสื่ออะไรบางอย่างให้เขาได้รับรู้

“เปล่า...ก็แค่คิดขึ้นมาได้ว่าคุณเองก็ห่างหายจากการฮีทมานาน นั่นคงเป็นสัญญาณบอกได้ว่าฟีโรโมนในร่างกายคงถูกด้วยฤทธิ์ของยาทำให้ระบบในร่างกายมันรวน ส่งผลให้ทั้งตัวคุณและคู่ของคุณไม่สามารถเชื่อมพันธะกันได้...ในตอนนี้”

“...”

แล้วความจริงที่พยายามหลีกหนีกลับไล่ตามเล่นงานเขาจนฝ่ามือเย็นเฉียบ...

เมื่อนึกถึงอาการแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่ใครบางคนเข้ามาอยู่ใกล้ๆ ..

นั่น...คือสิ่งที่ผมต้องการจะบอก 

_________________________________________________________

 

ฝากเม้นต์เป็นกำลังใจให้เจ้าเด้นด้วยนะคะ

แวะมาพูดคุยกันได้ที่ #ดอกไม้ของพีท ในTwitter ค่าา > <

ความคิดเห็น