ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SILVER BULLET [17]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SILVER BULLET [17]
แบบอักษร

-17- 

 

มิคาเอลตื่นนอนแต่เช้าในสภาพร่างกายที่ไม่ได้สมบูรณ์เต็มร้อยเท่าไหร่นัก หากก็ไม่ได้ป่วยไข้หรืออ่อนแอจนน่าหวาดหวั่น ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะมีคนดูแลดี ถึงจะ...คึกจนหามรุ่งหามค่ำ กอดกันแน่นจนแม้แต่คนแข็งแรงยังไม่อาจลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวได้ทันที หากก็ใจดีช่วยอุ้มพาไปทำความสะอาดให้ถึงในห้องน้ำ ทั้งยังเช็ดเนื้อเช็ดตัวเป่าผมให้จนแห้งแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ต้องถามเลยว่าคนที่เนียนนอนนิ่งเป็นผักจะมีความสุขมากขนาดไหน 

“ตื่นแล้ว?”  

เสียงทุ้มของคนที่ตื่นเช้ายิ่งกว่าทำให้มิคาเอลรู้สึกตัว ริมฝีปากเผยรอยยิ้มโดยอัตโนมัติยามเห็นไคจ้องมองกันอยู่ก่อนแล้ว ถึงจะกลับไปทำหน้าตาเฉื่อยชาเหมือนเก่า ไม่เหลือคราบไคคนเมื่อคืนแม้แต่น้อย แต่แค่ได้เห็นแววตาว่างเปล่าคู่นั้นฉายแววอ่อนโยนขึ้นมาวูบหนึ่ง คนมองก็รู้สึกเหมือนได้รางวัลอันแสนยิ่งใหญ่ ให้โดนมากกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไหวทั้งนั้น 

“ตื่นแล้ว”  

สองแขนยกขึ้นออดอ้อนขออ้อมกอด แล้วไคก็ให้ตามนั้นโดยการโน้มตัวลงไปหา ซุกหน้าเข้าหาซอกคอขาว พยายามไม่ทิ้งน้ำหนักลงไปบนร่างของคนข้างใต้มากเกินไปเพราะกลัวว่าจะกระทบกระเทือนให้ต้องเจ็บกว่าเดิม 

“ลุกไหวไหม”  

“ไหว... แต่ไม่อยากลุกเลย” มิคาเอลตอบพร้อมรอยยิ้ม แขนรัดร่างไคเอาไว้แน่นไม่ยอมให้ลุกไปไหนจนสุดท้ายคนที่ตัวโตกว่าไม่เท่าไหร่ต้องพาลุกขึ้นมาทั้งที่ยังกอดกันเป็นลูกลิงอยู่แบบนั้น 

“ต้องไปไหน...ไม่ใช่เหรอ” 

“อือ ต้องไปบ้านใหญ่น่ะ” พอพูดถึงเรื่องนี้มิคาเอลก็ถอนหายใจ ยอมแกะตัวออกมาจากไคแล้วลุกขึ้นยืนแบบเนือยๆ ความรู้สึกจุกเสียดและเจ็บแปลบที่ช่วงล่างไม่ได้ทำให้เขาทรมานอะไรมากมาย ที่แสดงอาการอะไรออกไปทั้งหมดนั่นก็มีแต่อยากอ้อนไคเท่านั้น “วันนี้ฉันจะเคลียร์ทุกเรื่องให้จบ เราจะได้กลับไทยกันเสียที” 

“อืม” 

“แต่ฉันต้องหางานใหม่อีกแล้วนะ” มิคาเอลอมยิ้มเมื่อเห็นไคเอียงคอเป็นเชิงถาม “เดี๋ยวเคลียร์งานที่ค้างไว้จบ ฉันก็จะหมดสัญญากับ SMA แล้ว คิดเอาไว้ว่าจะไม่ต่อสัญญาน่ะ แล้วก็คงไม่ไปทำกับที่อื่นด้วย... จะว่าไปแล้วไคเป็นคนบอกให้ฉันเป็นนายแบบ พอฉันตัดสินใจแบบนี้ไคผิดหวังหรือเปล่า” 

“ไม่” ไคส่ายหน้าตอบทันควัน แต่เหมือนจะกลัวมิคาเอลเข้าใจผิด จึงพยายามพูดต่ออีกหนึ่งประโยค “อยู่ด้วยกัน...จะทำอะไรก็ได้” 

“น่ารักจัง” คนฟังยกยิ้มอารมณ์ดี ขณะไล้ปลายนิ้วไปตามกรอบหน้าคมอย่างหยอกล้อ “ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะให้ไคเลี้ยงแล้วนอนอยู่บ้านเฉยๆ”  

ถามว่าคนที่เอาแต่บอกให้ไคนอนอยู่บ้านเฉยๆ ให้ตัวเองเลี้ยงอย่างเดียวพอจะทำแบบที่พูดจริงหรือเปล่า หากคนอื่นมาได้ยินคงตอบอย่างไม่ลังเลว่าไม่มีทาง ทว่าเมื่อคนถูกถามคือไค เขากลับไม่ได้คิดถึงจุดนั้น นอกจากจะพยักหน้าหงึกๆ อย่างไม่ลังเลแล้วยังรวบเอวมิคาเอลเข้ามากอดเพื่อซุกคอดมกลิ่นที่เสพติดมากขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก 

“ดี” 

“ดี?… ไคบอกว่าดีเหรอ” มิคาเอลตาโต จากนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ เพราะดูท่าว่าไคจะคิดแบบนั้นจริงๆ “เรื่องนี้เดี๋ยวเราค่อยคิดกันทีหลังก็ได้ ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนเถอะ ฉันอยากรีบจัดการเรื่องน่ารำคาญให้จบ เราจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขสักที” 

อันที่จริงเรื่องหนทางในอนาคตหลังจากหมดสัญญากับ SMA มิคาเอลมีคำตอบอยู่ในใจมาสักพักแล้ว เหลือก็แค่รอให้ทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ระหว่างนี้เขายังไม่อยากบอกไคเท่าไหร่ จะใช้คำว่าเพื่อเซอร์ไพร์สก็คงไม่ผิดนัก 

ในระหว่างที่พวกเขากำลังอาบน้ำอยู่ในอ่าง ฝ่ายคนที่ตลอดมาคอยเป็นผู้ดูแลมาตลอดหันหลังให้ไคช่วยถูหลังให้เป็นครั้งแรก ความสุขสงบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทำให้หัวใจอันแสนเย็นชาของคนทั้งคู่อบอุ่นขึ้นมาพร้อมๆ กัน  

“เจ็บไหม” ไคไล้ปลายนิ้วไปตามรอยแผลบริเวณหลังคอของคู่ชีวิตอย่างอ่อนโยน ใบหน้าเฉยชาไม่เปลี่ยนแปลง หากแววตาที่มิคาเอลมองไม่เห็นกลับดูมีชีวิตชีวาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน 

“แสบนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็หาย”  

“ไม่ให้หาย” 

“จริงด้วย ต้องไม่ให้หายสินะ” คนฟังคลี่ยิ้มอ่อนโยน และยิ่งอ่อนโยนมากขึ้นไปอีกยามรับรู้ได้ถึงรอยจูบนุ่มนวลบริเวณบาดแผล ทำราวกับเขาเป็นเด็กอ่อนแอที่ต้องปลอบประโลมด้วยการจูบตลอดเวลา ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแย่เลยแม้แต่น้อย 

ถึงเขากับไคจะไม่ค่อยชื่นชอบโอเมก้าเท่าไหร่นัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการทำสัญลักษณ์เหมือนเช่นคนพวกนั้นช่างทำให้รู้สึกพิเศษเหลือเกิน ต่อให้เป็นอัลฟ่าด้วยกันแล้วอย่างไร ในเมื่อไคชื่นชอบการแสดงความเป็นเจ้าของ และมิคาเอลก็ไม่ได้อับอายที่จะแสดงให้เห็นว่าเขามีเจ้าของแล้ว นั่นก็เท่ากับพวกเขาใจตรงกันไม่ใช่หรือไง 

“ไค” 

“อืม” 

“วันนี้อาจจะได้เห็นเรื่องยุ่งยากน่ารำคาญมากหน่อย อยู่ข้างๆ ฉันแล้วอดทนสักนิดนะ” มิคาเอลหันกลับไปหาคนด้านหลัง มือลูบไล้แก้มที่มีฟองสบู่ติดอยู่เบาๆ แล้วไคก็ให้คำตอบโดยการเอียงแก้มเข้าหา หลับตารับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ  

คนแข็งแกร่งเช่นมิคาเอล เป็นไปไม่ได้เลยที่การถูกกอดจะทำให้อ่อนแอลงได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเจ็บเสียดอะไรมากมาย เพราะคนอย่างเขาแทบจะตายด้านไปแล้ว  

อา...แต่ ณ ตอนที่ถูกกอดนั่นไม่นับนะ เพราะยอมรับเลยว่ามันเจ็บจริงๆ ไม่รู้เพราะไคถูกกระตุ้นโดยฟีโรโมนของคู่แห่งโชคชะตาอะไรนั่นด้วยหรือเปล่า 

พอคิดถึงเรื่องแขกที่ไม่ได้รับเชิญ มิคาเอลก็แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาเล็กน้อย โชคดีที่พอเขาจูงไคเดินออกไปนอกห้อง พื้นที่เปื้อนเลือดเมื่อวานก็ถูกจัดการไปหมดแล้ว อะไรๆ จึงไม่ได้ย่ำแย่เกินไปนัก คาดว่าคงเป็นฝีมือของลูก้าที่เข้ามาจัดการให้อย่างรู้ใจ เพราะนอกเหนือไปจากมิคาเอลกับไค ก็มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่มีคีย์การ์ดสำรอง 

“ท่านครับ” ลูก้าที่ยืนรออยู่หน้าห้องมาตั้งแต่แรกก้มศีรษะให้ผู้เป็นนายเล็กน้อย ข้างกายคือโรมันซึ่งอยู่ในชุดที่ดูเป็นทางการยิ่งกว่าทุกครั้ง เห็นได้ชัดว่ากำลังจะไปงานสำคัญ แตกต่างจากมิคาเอลกับไคที่อยู่ในชุดธรรมดาทั่วไปโดยสิ้นเชิง แต่ดูเหมือนลูก้าจะคาดเดาทุกอย่างไว้หมดแล้ว นอกเหนือไปจากโน้ตบุ๊กประจำตัว เขาจึงถือเสื้อคลุมขนาดใหญ่สองตัวเอาไว้ในมือด้วย 

“ค่อยรายงานบนรถ”  

มิคาเอลออกคำสั่งแล้วเดินนำไปขึ้นรถทันที เขาไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ เมื่อพบว่าจำนวนการ์ดเพิ่มขึ้นจากปกติ มีรถติดตามหลายคัน ทำราวกับไม่ต้องปิดบังอะไรอีกต่อไปแล้ว ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ 

ยามอยู่บนรถลูก้ารายงานเรื่องความเรียบร้อยต่างๆ อย่างละเอียด เริ่มจากเรื่องเมื่อวานที่มีโอเมก้าบุกเข้าไปหาไค ดูเหมือนทางนั้นจะรู้อยู่แล้วว่าไคเป็นคู่ของตัวเอง น่าจะได้เจอตอนช่วงที่มิคาเอลไปเจอแม่โรมันแล้วไคออกไปเดินเล่นที่สวน ทางนั้นคงจะสัมผัสกลิ่นและความรู้สึกที่มีได้ ขณะที่ไคไม่ได้สนใจเรื่องรอบตัวนัก แต่พอได้ฟังรายงานก็พยักหน้า ยอมรับว่าตอนนั้นได้กลิ่นหอมประหลาดจริงๆ ทว่ามิคาเอลออกมาพอดีเขาจึงไม่ได้ใส่ใจ 

โรมันบอกว่าโอเมก้าคนนั้นเป็นคนที่แม่ให้มาดูแลเขา แต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานจึงไม่คิดว่าจะเล่นตุกติก ยังติดต่อฟังคำสั่งจากแม่เขาอยู่ ที่ทำเมื่อวานก็อาศัยว่าเป็นหนึ่งในทีมการ์ดขอเตรียมอาหารให้ไคจึงไม่มีใครสงสัยหรือต่อว่าอะไร คิดว่านอกจากจะเป็นคำสั่งแม่โรมันแล้ว อาจเป็นความต้องการของเจ้าตัวเองด้วยที่อยากจับคู่กับไคซึ่งเป็นคู่แห่งโชคชะตา 

“โง่” มิคาเอลเอ่ยออกมาเพียงคำเดียวแล้วขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาเย็นชาบ่งบอกชัดเจนว่ารังเกียจคำว่าคู่แห่งโชคชะตานั่นเป็นอย่างมาก ลำบากคนข้างกายที่กะพริบตาปริบๆ เหมือนไม่ค่อยได้สนใจฟังอะไรเท่าไหร่นักต้องช่วยลูบหัวปลอบอยู่สองสามทีกว่าจะดูอารมณ์ดีเหมือนเก่า 

ระยะทางจากโรงแรมที่มิคาเอลพักกับบ้านใหญ่ของชาลอฟค่อนข้างห่างไกลกันมากพอควร ดังนั้นตอนที่เขาไปถึงจึงเข้าช่วงบ่ายพอดี บรรดารถและจำนวนคนที่เดินขวักไขว่อยู่ในเขตชาลอฟไม่ได้ทำให้มิคาเอลสนใจหรือตื่นเต้นอะไร กลับกันเมื่อรถขับมาถึงหน้าประตูแล้ว เขายังไม่คิดจะลงไปในทันทีด้วยซ้ำ 

“ลูก้า” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกการ์ดก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินตามโรมันลงไปด้านล่าง 

“ครับท่าน” 

“ส่งคนของเราไปหาแม่โรมัน อย่าให้ผู้หญิงคนนั้นแส่หาเรื่องได้อีก”  

“ถ้าอย่างนั้นกำหนดการณ์หลังจากจบเรื่องที่นี่...” 

“อืม ฉันไม่ไปแล้ว” ตอนแรกคิดว่าจะไปตักเตือนเบาๆ ด้วยตัวเอง แต่ดูจากที่ยังกล้าส่งคนมายุ่งกับไคของเขา เห็นทีมิคาเอลคงจะใจดีเกินไป มาถึงตอนนี้ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว  

 “ได้ครับท่าน” 

เมื่อหมดเรื่องพูดคุยแล้ว มิคาเอลก็รับเสื้อคลุมจากคนสนิทมาสวมให้ไคก่อน จากนั้นจึงสวมให้ตัวเอง ลูบแก้มไคได้สองสามทีแล้วถึงลงจากรถ 

บรรดาเครือญาติของชาลอฟทุกคน รวมไปถึงการ์ดและคนงานทั้งหมดต่างจับจ้องไปยังผู้ที่กำลังจะกลายเป็นผู้นำคนต่อไปอย่างตั้งใจ สรรพเสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบหายคล้ายไม่มีใครอยู่ตรงนี้ ยิ่งยามเห็นใบหน้าสมบูรณ์นั่นดูเย็นชายิ่งพูดอะไรไม่ออก ผู้คนส่วนมากที่ไม่เคยเจอมิคาเอลถึงขั้นชะงักค้างไปนาน เนื่องจากเพียงแค่การปรากฏตัวของอีกฝ่ายก็แทบจะลบล้างคำดูหมิ่นเหยียดหยามมากมายได้แล้ว 

 แววตาเช่นนั้น สีหน้าเช่นนั้น ทั้งยังบรรยากาศรอบตัวที่แผ่ออกมากดดันผู้คนโดยรอบ มองอย่างไรชายผู้นี้ก็เกิดมาเพื่อเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ไม่ใช่คนที่จะเล่นด้วยได้เลย 

“เชิญทุกคนเข้าไปด้านใน” ลูก้าเอ่ยเสียงดังฟังชัด ไม่ได้นอบน้อมทว่าก็ไม่ได้เสียมารยาท หากนั่นก็มากพอจะเป็นสัญญาณบอกให้รู้ได้แล้วว่ามิคาเอลไม่คิดจะเสียเวลาพูดคุยเรื่องไร้สาระหรือทำความรู้จักกับใครเลยแม้แต่น้อย  

พื้นที่บริเวณห้องโถงของคฤหาสน์กว้างขวางถูกจัดแจงให้รองรับคนเป็นจำนวนมากได้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชาลอฟจึงเข้าไปในนั้นได้ทั้งหมด บริเวณรอบโถงมีคนของมิคาเอลกระจัดกระจายดูความเรียบร้อยเป็นจุดๆ แทบไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะตั้งแต่ก่อนเข้ามาก็มีการตรวจเช็กเรื่องอาวุธหมดแล้ว  

มิคาเอลเคยออกคำสั่งให้คนแฝงตัวเข้ามาจัดการเรื่องงานรับตำแหน่งแล้วเขี่ยพวกไม่เกี่ยวข้องหรือก็คือพวกสายรองออกไป ใช้เวลาไม่นานคนของเขาก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนของอังเดรย์ที่ตายไปเลย... ดังนั้นจึงสรุปได้ง่ายๆ ว่างานในวันนี้ ไม่มีทางเกิดเรื่องผิดพลาดแน่นอน 

เมื่อคนเข้ามาพร้อมมิคาเอลก็ไม่คิดเสียเวลา ชายหนุ่มเดินขึ้นไปบนบันไดกลางโถงเพียงสองสามขั้น ไม่ได้ต้องการเวทีอะไรมายกให้ตัวเองสูงว่าคนอื่น ทว่าต้องการให้ทุกคนมองเห็นสีหน้าและรับฟังคำสั่งจากเขาได้อย่างชัดเจน ส่วนไคกับลูก้าแล้วก็โรมันยืนนิ่งอยู่ที่บันไดขั้นล่างสุด ด้านข้างกันยังมีชายชราคนสำคัญซึ่งเป็นทนายของอดีตผู้นำยืนอยู่ด้วย 

“ต่อจากนี้คนของชาลอฟทุกคนจะขึ้นตรงต่อฉัน” 

เพียงแค่ประโยคแรกก็ทำเอาผู้คนแตกตื่นกันไปหมด กว่าจะตั้งสติจับใจความได้ว่าว่าที่ผู้นำต้องการสื่อว่าอะไรก็กินเวลานานหลายวินาที 

คำพูดนั่น...ไม่ต่างอะไรกับการยุบสายรองเลย 

ชาลอฟทุกคนขึ้นตรงต่อมิคาเอลย่อมหมายความว่าเขาจะเป็นใหญ่ที่สุด การ์ดที่ดูแลสายรองอยู่ หากวันหนึ่งต้องเลือกระหว่างผู้นำที่นานๆ จะได้เจอกันกับเจ้านายที่อยู่ด้วยทุกวัน ยังต้องเลือกฟังคำสั่งของผู้นำมากกว่า แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงธุรกิจต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังมีอำนาจในการสั่งการให้ใครทำอะไรก็ได้ 

ในอดีตชาลอฟแบ่งออกเป็นหลายสาย แต่พวกสายเลือดห่างไกลย่อมไม่กล้าตีตนเสมอ ดังนั้นนอกจากอังเดรย์จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาแย่งชิงตำแหน่งผู้นำกับมิคาเอล เพียงแค่เลือกข้างแล้วรอรับผลประโยชน์เงียบๆ เท่านั้น เพราะปกติผู้นำก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้ชีวิตของคนอื่นๆ ในชาลอฟสายย่อยอยู่แล้ว หากมีการประชุมกันของคนในตระกูล แม้พวกสายรองต้องเกรงใจ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องมอบทุกอย่างให้ทั้งหมด 

ทว่ามิคาเอลจะเปลี่ยนธรรมเนียมดั้งเดิมโดยการยุบคน ลดทอนอำนาจ ไม่ให้มีใครแข็งข้อหรือคิดร้าย  

“พูดอะไรออกมา” ชายสูงอายุที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากบันไดนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน เรียกเสียงสนับสนุนจากคนอื่นๆ ได้ชะงัก ทว่านอกจากจะไม่สนใจตอบคำถามแล้ว มิคาเอลยังกวาดตามองบรรดาคนที่เบียดเสียดอยู่ด้านล่างราวกับกำลังมองขยะไร้ค่าอีกต่างหาก 

“หรือไม่อย่างนั้น...ก็ไสหัวไปให้พ้น” 

เมื่อถูกมองด้วยแววตาน่าหวาดหวั่น ซ้ำยังมีคำพูดเย็นเยียบสำทับ สรรพเสียงที่เมื่อครู่ถกเถียงกันกึกก้องก็กลับมาเงียบกริบ ไม่มีใครกล้ามองสบตากับว่าที่ผู้นำตรงๆ เลยแม้แต่คนเดียว 

ในช่วงเวลานั้นเองที่ทนายชราก้าวเท้าเดินขึ้นไปบนบันได ยืนอยู่ต่ำกว่ามิคาเอลหนึ่งขั้น น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ค่อยๆ พูดออกมาดูตรงกันข้ามกับมือที่สั่นเทาไม่หยุดโดยสิ้นเชิง 

“ท่านอดีตผู้นำได้สั่งเสียให้คุณมิคาเอล ชาลอฟเข้ารับตำแหน่งผู้นำชาลอฟคนถัดไปโดยมีคุณโรมัน ชาลอฟเป็นพยาน แต่เนื่องจากตระกูลอยู่ในภาวะระส่ำระส่ายเพราะขาดผู้นำนานเกินไป ผมจึงขอเลื่อนการเข้ารับตำแหน่งของคุณมิคาเอลมาเป็นวันนี้ โดยได้รับความเห็นชอบ...จะ...จากอดีตผู้นำเอาไว้ในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว” 

โรมันที่ยืนอยู่ด้านล่างหลุบตาลงต่ำ ด้วยรู้ดีว่าคำสั่งนี้ไม่เป็นความจริงเลยสักนิด อย่างเร็วคุณมิคาเอลก็ต้องรออีกเป็นอาทิตย์จึงจะรับตำแหน่งได้ ทว่า...ระหว่างคนที่ตายไปแล้วกับคนน่ากลัวที่ยังมีชีวิต คุณทนายจะเลือกทำตามความต้องการของใคร คงไม่ต้องเสียเวลาสงสัยเลย 

“นับจากเวลานี้ ผมในฐานะตัวแทนของท่านอดีตผู้นำชาลอฟ ขอประกาศให้คุณมิคาเอลเป็นผู้นำชาลอฟลำดับที่ 13 โดยสมบูรณ์” 

ขณะที่ผู้คนในห้องโถงอ้าปากค้างกับความรวดเร็วของพิธีแต่งตั้ง มิคาเอลกลับยังคงมีสีหน้าเฉยชา คงจะมีเพียงดวงตาเย็นเยียบคู่นั้นที่ดูทรงอำนาจมากขึ้นทุกทีจนทำให้ไม่ว่าใครต่างก็ไม่กล้าพูดคัดค้าน  

เมื่อหมดสิ้นหน้าที่ ทนายชราก็รีบก้าวเท้าลงจากบันได ทำราวกับว่าถ้ายืนอยู่บนนั้นนานอีกนิด เขาอาจจะเป็นลมล้มพับลงไปได้ จนกระทั่งมั่นใจว่าไม่มีใครคิดจะพูดอะไรแทรกแล้ว มิคาเอลจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ 

“ถ้าชัดเจนแล้วก็เลือก... จะสวามิภักดิ์หรือจะจากไปแล้วไม่หวนกลับมาอีก” 

ถูกจ้องด้วยสายตาแบบนั้น ใครจะกล้าถอยหลังเดินออกไป นี่ยังไม่ต้องพูดถึงธุรกิจที่ใช้ชื่อชาลอฟ หากอยากไปก็ไปได้เพียงตัว ไม่อาจเอาอะไรไปด้วยได้ ใครกันจะเลือกเดินจาก 

ในตอนนั้นเองที่ลูก้าและการ์ดคนอื่นๆ ของมิคาเอลที่ติดตามเขามานานคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ท่าทางการก้มศีรษะให้อย่างยอมรับไม่แตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนที่เคยปฏิญาณตนกับเขามาแล้ว ทุกคนที่ถูกฝึกมาให้เป็นคนของชาลอฟ หรือแม้แต่ของแองเจโลต่างมีข้อกำหนดเหมือนกัน ยามเมื่อให้การยอมรับใครจนถวายให้ได้แม้แต่ชีวิต ยามนั้นพวกเขาจะคุกเข่าลงและเลือกนายด้วยตัวเอง ชั่วชีวิตไม่อาจเปลี่ยนนายได้อีก  

หากรับเป็นนาย แม้ยามผู้นำเหลือเพียงตัวก็จะทำตามคำสั่งด้วยชีวิต 

เมื่อผู้ที่น่าจะพอจัดการมิคาเอลได้อย่างอังเดรย์ไม่ปรากฏตัว บรรดาคนในสายรองก็เริ่มคาดเดาสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว บรรดาพวกคนหัวสูงยังคงยืนกำมือแน่นอย่างไม่ยอมรับ ทว่าการ์ดทุกคนกลับยินยอมคุกเข่าปฏิญาณตนอย่างไร้ข้อกังขา ลำพังเพียงอำนาจที่แผ่ออกมาจากร่างยามชายผู้นั้นเดินขึ้นไปยืนบนบันไดก็มากพอจะบอกได้แล้วว่าอีกฝ่ายเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 

ถ้าต้องรับใช้ด้วยชีวิต...ก็ขอเลือกนายที่มีความสามารถ  

คนบางคนแม้เพิ่งเคยพบเจอก็แผ่บรรยากาศของความเป็นผู้นำที่ทำให้ใครต่อใครยอมรับได้ไม่ยากออกมาแล้ว และมิคาเอลก็ดันเป็นคนประเภทนั้นพอดี แบบนี้จะต้องเสียเวลาคิดทำไมอีก 

ท้ายที่สุดผู้ด้อยกว่าก็ต้องยอมรับอย่างเสียมิได้... แตกต่างเพียงแค่ดูจะเรียบร้อยผิดปกติก็เท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะข้อความรูปภาพสาเหตุการหายตัวไปของอังเดรย์ที่ถูกส่งเข้าโทรศัพท์ของทุกคนเมื่อครู่หรือเปล่า 

“ถ้าไม่มีปัญหาแล้วก็จัดการให้จบ” คราวนี้มิคาเอลเหลือบมองลูก้ากับทนายชราที่ยกมือเช็ดเหงื่อป้อยๆ พอรู้ว่าเจ้านายหมายถึงอะไร ลูก้าจึงเดินเข้าไปกระซิบกับกับทนาย รอจนอีกฝ่ายหยิบเอกสารขึ้นมาด้วยมือสั่นๆ แล้วจึงรับมาส่งให้มิคาเอลเซ็นชื่อ จากนั้นเป็นฝ่ายประกาศแทนทนายที่เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นเหมือนพร้อมจะเป็นลมได้ทุกเมื่อ 

“ในฐานะผู้นำคนที่ 13 ของชาลอฟ คุณมิคาเอลขอประกาศสละตำแหน่งให้ทายาทสายเลือดตรงอีกท่าน เนื่องจากขาดคุณสมบัติในฐานะผู้นำที่ต้องได้รับการสืบทอดสายเลือดและนามสกุลมาจากอดีตผู้นำเท่านั้น...” 

สิ้นเสียงประกาศที่จับเอาเพียงใจความสำคัญ เสียงฮือฮาและตกอกตกใจก็ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ความไม่เข้าใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้ฟังแทบทุกคน  

“หมายความว่ายังไง ขาดคุณสมบัติหมายถึงเรื่องไหน”  

“ตอนนี้...คุณมิคาเอลไม่ได้ใช้นามสกุลชาลอฟแล้วครับ” ลูก้าตอบคำถามของใครสักคนด้านล่าง และอธิบายต่อเองโดยไม่ต้องรอคำถามถัดไป “แต่คำสั่งที่ผ่านมาถือว่ามีผล เพราะท่านเพิ่งเปลี่ยนนามสกุลเมื่อครู่ที่ผ่านมาหลังจากออกคำสั่งไปแล้ว” 

กระดาษที่มิคาเอลเพิ่งเซ็นไปเมื่อครู่ถูกยกขึ้นโชว์ให้คนอื่นๆ ดู มันคือเอกสารการเปลี่ยนนามสกุลที่จะมีผลทันทีหลังจากผู้เปลี่ยนนามสกุลลงชื่อเรียบร้อยแล้ว เพราะในช่องอื่นๆ มีรายเซ็นทั้งหมด มองดูก็รู้ว่าเป็นการจัดการแบบพิเศษเฉพาะที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ 

แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า... 

“มิคาเอล แอง...แองเจโล!” ใครบางคนที่ยืนอยู่แถวหน้าตะโกนลั่นอย่างตื่นตระหนก  

“ว่าไงนะ!!” 

“ทำไมถึงเป็นแองเจโลไปได้...” 

เรื่องการแต่งงานของอดีตผู้นำกับหญิงสาวตระกูลแองเจโลไม่ใช่สิ่งที่เป็นความลับ ทว่าที่น่าตกใจคือการที่ลูกชายของทั้งสองตระกูลยังติดต่อกับแองเจโล และยังเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของฝ่ายนั้น ทั้งที่อดีตผู้นำเคยห้ามคนในตระกูลยุ่งเกี่ยวกับแองเจโลอีก หลังภรรยาคนแรกออกจากชาลอฟไป อีกทั้งการที่ทางนั้นเซ็นรับรอง จัดการเรื่องทุกอย่างให้เรียบร้อยพร้อมสรรพแบบนี้ ย่อมต้องหมายถึงยอมรับมิคาเอลไปแล้ว 

เด็กที่เกิดมาจากสายเลือดของสองตระกูลใหญ่...  ในตอนนี้เองที่คนด้านล่างเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดมิคาเอลจึงดูสูงส่งและมีอำนาจนัก เผลอๆ อาจจะยิ่งกว่าผู้เป็นพ่อเสียอีก 

ไม่ใช่เพียงวางแผนเรื่องการออกจากตำแหน่งผู้นำ แต่ยังคิดหาหนทางเอาไว้ล่วงหน้าโดยการเชือดไก่ให้ลิงดู จัดการอังเดรย์พร้อมๆ กับเลื่อนวันรับตำแหน่งขึ้นมา ออกคำสั่งให้ทุกคนสวามิภักดิ์ แบบนี้หากออกจากตระกูลไปแล้ว ใครยังจะกล้าสั่งให้การ์ดของตัวเองที่สาบานตนไปแล้วไปยุ่งกับคนผู้นั้นอีก แล้วยังไม่นับเรื่องที่มีแองเจโลคุ้มครองความปลอดภัย เรื่องเปลี่ยนนามสกุลไม่ใช่เรื่องเล็ก ถ้าไม่ใช่แองเจโล คนของชารอฟสายหลักต้องรู้ตัวและขัดขวางไปจนสุดทางแน่นอน... 

ฉลาดเป็นกรด...ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจ คนคนนี้ไม่สมควรยุ่งด้วยเด็ดขาด 

“คุณมิคาเอลจะยึดเรื่องผู้สืบทอดตามพินัยกรรมของอดีตผู้นำคนที่สิบสอง... ให้ผู้ที่มีสายเลือดชาลอฟที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวเข้ารับตำแหน่งแทน ซึ่งคนคนนั้นก็คือคุณแดเนียล มาเอล ชาลอฟ” 

“ไม่ใช่คุณโรมันเหรอ” 

“ไม่ใช่ครับ คุณโรมันไม่ได้มีสายเลือดชาลอฟ เป็นเพียงบุตรชายบุญธรรมของอดีตผู้นำเท่านั้น” 

ขณะที่คนในชาลอฟกำลังตกใจ ชายผู้เป็นใหญ่ที่สุดก็ก้าวเท้าลงจากบันได ตรงเข้าไปจูงมือไคแล้วพาออกไปทางด้านหลังบ้านโดยไม่สนใจอะไรอีก 

หลังจากนี้ชาลอฟจะเป็นยังไงไม่ใช่เรื่องของเขา เรื่องลูกแท้ๆ ที่ตาแก่นั่นจงใจปิดบัง เขาก็แค่เอามาบอกให้รู้ความจริงเฉยๆ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับคนของอดีตผู้นำที่ต้องไปจัดการลากมันกลับมารับตำแหน่ง ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาอีกต่อไป ชายที่ถูกกันออกจากวงล้อมอำนาจ ถูกปิดบังตัวตนไม่ให้คนไปทำร้ายนั่นจะดูแลชาลอฟได้ไหม ไม่ใช่เรื่องที่มิคาเอลต้องใส่ใจ ตาแก่นั่นโง่เอง คิดอยากให้ลูกรักปลอดภัยแต่ก็ยังมีตระกูลไว้คุมกะลาหัว จึงให้ใช้ชาลอฟเป็นนามสกุลห้อยท้ายแบบที่คนทั่วไปแทบไม่ได้สังเกต 

จากนี้ต่อให้ออกไปทำอะไรก็เป็นชีวิตของมิคาเอล ไม่มีทางที่คนจากชาลอฟจะตามมายุ่มย่ามได้อีก การบังคับให้สวามิภักดิ์นั่นก็แค่เพื่อความปลอดภัยของไค เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครตามมาสร้างปัญหาให้เท่านั้น 

กฎเรื่องการสวามิภักดิ์ที่มีมาเนิ่นนาน เขาก็แค่เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์แบบที่ใครก็คาดไม่ถึง แต่แม้มิคาเอลจะคิดว่ามันง่ายดายปานนั้น ทว่าในความเป็นจริงกลับไม่ง่ายเลย การจะทำให้คนสวามิภักดิ์จนยอมยกให้ทั้งชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่ใช่เขาที่เป็นเขา คิดหรือว่าอะไรต่อมิอะไรจะง่ายดายปานนี้  

เพราะสิ่งที่เรียกว่าอำนาจนี่เองที่ทำให้มิคาเอลเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ...  

“น่าเสียดาย...”  

โรมันที่เดินตามหลังมิคาเอลออกมาพร้อมลูก้าพึมพำเสียงแผ่ว ขณะมองตามแผ่นหลังกว้างของผู้เป็นนายที่อยู่ด้านหน้าอย่างเสียดาย ส่วนลูก้าที่ได้ยินอย่างชัดเจนเพียงแค่ยิ้มเงียบๆ ไม่ได้ตอบอะไร เพราะเขาเองก็เสียดายไม่ได้ต่างจากโรมันเลยสักนิด 

ทั้งที่มีความสามารถและพรสวรรค์ถึงขนาดนั้น แต่มิคาเอลกลับเลือกทิ้งทุกอย่างเพื่อคนคนเดียว จะไม่ให้เสียดายได้อย่างไรกัน แต่ว่านะ... 

“แบบนี้ดีแล้ว”  

ถ้าไม่ใช่มิคาเอลที่มีไคเป็นทุกสิ่งในชีวิต ลูก้าคิดไม่ออกเลยว่าเขากับคนรักจะได้รับความเมตตาขนาดนี้หรือเปล่า เผลอๆ หากไม่ได้เจอไค บางทีเจ้านายของเขาอาจจะกลายเป็นหุ่นยนต์ไร้ชีวิตไปแล้วก็ได้ 

“โรมัน”  

ในตอนนั้นเองที่มิคาเอลหยุดเท้าแล้วหันกลับมาหาคนที่เดินตามหลัง ทำเอาเจ้าของชื่อสะดุ้งจนเผลอยกมือแตะหน้าท้องของตัวเองโดยอัตโนมัติ ด้วยกลัวว่าลูกอาจจะตกใจตามไปด้วย 

“ครับ” 

“จากนี้ไปห้ามติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นอีก” 

โรมันกะพริบตาปริบๆ ด้วยความไม่เข้าใจ หากก็ยังส่งเสียงอืออารับคำตามหลังคนที่เดินขึ้นรถไปแบบไม่คิดรอคำตอบอยู่ดี แต่ยังไม่ทันเข้าใจ ฝ่ามือก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่ง ชายหนุ่มหันไปหาคนรัก มองใบหน้าที่ไม่ได้ดูเฉยชาแบบที่ทำมาตลอดแล้วจึงค่อยๆ เข้าใจทุกอย่าง 

มิคาเอลไม่ให้อภัยแม่ของเขา... 

“คุณมิคาเอล...ใจดีขึ้นเยอะเลยนะ” โรมันพึมพำพลางยกยิ้ม ทั้งที่จริงๆ จะไม่ใส่ใจก็ได้ แต่เพราะใจดีจึงสั่งไม่ให้เขาไปเจอ เมื่อไม่ได้เจอ เขาก็จะได้ไม่ต้องคิดมากหรือลังเลอีก 

“ความรักเปลี่ยนแปลงคนได้ คุณก็รู้ดี”  

“นั่นสินะ” 

ความรักเปลี่ยนแปลงคนได้จริงๆ... เขากับลูก้าพิสูจน์มาแล้ว 

 

 

มิคาเอลพาไคตรงกลับไปยังบ้านพักส่วนตัวของเขาโดยยังมีการ์ดส่วนตัวที่แอนโทเนียมอบให้ทำหน้าที่ตามเดิม ครั้งนี้เขาไม่ได้ไล่ทุกคนไปเหมือนเช่นรอบก่อน เพราะคิดดีแล้วว่าต่อให้ไล่ไป คนเหล่านี้ก็ยังรอรับคำสั่งอยู่ดี และจะให้ตัดขาดก็คงไม่ได้ผล ดังนั้นยามบอกว่าหากใครอยากกลับไปหาครอบครัวก็ให้ไป ไม่จำเป็นต้องติดตามกันอีกและทุกคนพร้อมใจกันยืนนิ่ง เขาจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจใดๆ ทั้งสิ้น 

แน่นอนว่าคราวนี้เขามีแผนรองรับเรื่องทุกอย่างแล้ว และเพราะคำนวณผลได้ผลเสียเรียบร้อยจึงพบว่าการมีคนเหล่านี้อยู่เป็นผู้ใต้บังคับบังชาก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาจะทำหลังจากหมดสัญญากับ SMA ในฐานะนายแบบ 

จากนี้มิคาเอลจะเป็นเพียงคนธรรมดา...ที่มีลูกน้องเยอะหน่อยเท่านั้น 

“พรุ่งนี้เราจะกลับไทยกันแล้ว ไคตื่นเต้นไหม” มิคาเอลอมยิ้มเมื่อเห็นไคส่ายหน้า ท่าทางเฉยชา “แต่ฉันตื่นเต้นนะ” 

“…ทำไม” 

“เพราะครั้งนี้ฉันจะได้เป็นคนธรรมดาจริงๆ แล้ว ถึงจะไม่สบอารมณ์นิดหน่อยที่ต้องใช้นามสกุลนี้ก็เถอะ” 

ต่อให้บอกว่าจะไม่โกรธไม่เกลียด แต่ความรู้สึกมากมายในใจคงไม่อาจจางหายไปได้ง่ายๆ และมิคาเอลก็คิดว่าเพียงแค่นี้คนทางนั้นก็สมควรดีใจได้แล้ว เพราะหากไม่ใช่เพื่อไค เขาไม่มีทางบินไปหาให้ยุ่งยาก และยอมวางความเกลียดชังเพื่อแลกกับการใช้นามสกุลที่สกปรกไม่ต่างจากชาลอฟนั่นเด็ดขาด 

ขณะที่มิคาเอลกำลังคิดเรื่องน่ารำคาญอยู่ในหัว จู่ๆ ไคก็หยุดเท้าที่กำลังจะก้าวเดินเข้าไปในตัวบ้าน แรงรั้งเบาๆ ที่มือทำให้คนเดินนำต้องหยุดเท้าตามแล้วหันกลับไปมอง พอได้สบเข้ากับดวงตาแฝงแววครุ่นคิด เขาจึงยืนนิ่งรอฟังคำพูดของไคอย่างตั้งใจ  

“เปลี่ยน...” 

“หืม เปลี่ยนอะไรเหรอ” 

“เปลี่ยนนามสกุล...ไหม” 

“จะให้ฉันเปลี่ยนเป็นนามสกุลอะไรได้อีกล่ะ” มิคาเอลหัวเราะเมื่อเข้าใจว่าไคต้องการจะสื่ออะไร แต่ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะเข้าใจได้ไม่หมด คนฟังจึงส่ายหน้าไปมาเล็กน้อยแล้วพูดอธิบายออกมาเอง 

“ถ้าไม่รังเกียจ...” ไคกะพริบตาช้าๆ ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ตอนนี้เริ่มคาดเดาอะไรออกและกำลังเบิกตากว้างอย่างจริงจัง 

“ไค…” 

“มาใช้ด้วยกันไหม” 

 ถึงจะไม่ใช่นามสกุลที่ดีเด่อะไร แต่ในตอนนี้มีเพียงเขาที่ใช้มันอยู่คนเดียว หากคู่ชีวิตได้มาใช้ด้วยกันก็คงดีไม่น้อย ว่าแต่ว่า... 

มันคือการขอแต่งงานใช่ไหม 

ต้องซื้อแหวนให้หรือเปล่านะ 

 

 

------------------- 

 

 

TALK: ตอนที่แล้วทุกคนดูยินดีกับพี่มิมาก ฮืออ ขำมากแต่ก็ดีใจแทนนางด้วย ขอบคุณแทนพี่มินะคะ 

ความคิดเห็น