ทิพย์วารี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 เสน่ห์พ่อหม้าย 50%

ชื่อตอน : บทที่ 2 เสน่ห์พ่อหม้าย 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 21:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 เสน่ห์พ่อหม้าย 50%
แบบอักษร

บทที่  2 เสน่ห์พ่อหม้าย 

 

“คงหยุดครับ ผมชอบทำงานกับมืออาชีพมากกว่าจะมาทำเล่นๆเพื่อหวังผลประโยชน์อย่างอื่น สำหรับผมงานคืองานครับจะเอามาปะปนกับเรื่องอื่นผมไม่โอเคและผู้บริหารต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีไม่งั้นสินค้าจะไม่มีผู้บริโภคคงไม่มีใครอยากทำธุรกิจที่ไปไม่รอดตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำหรอกใช่มั้ยครับ ขอบคุณครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” อธิคุณพูดจบก็เดินตามทุกคนเข้าไปในงาน 

หลังจากที่สองพี่น้องให้สัมภาษณ์สั้นๆไปเมื่อคืนวันที่ไปงานเลี้ยงทางพอลลีนก็ส่งทนายความมาคุยเรื่องที่เขาทำร้ายเธอและจะฟ้องศาลหากเขาไม่ยอมร่วมงานกับเธอ 

“ผมเข้าใจว่าคุณทนายทำตามหน้าที่ แต่ความจริงก็คือความจริงตอนนี้ผมฟ้องเลขาของลูกความคุณและคนที่เอาภาพไปเผยแพร่ลูกน้องคงไม่ทำโดยพลการหากเจ้านายไม่สั่ง ฝากไปบอกเธอด้วยว่าผมรอหมายศาลอยู่จะฟ้องก็รีบฟ้องเร็วๆนะครับ” อชิระบอกทนายความของพอลลีนและมีทนายของเขาอยู่ฟังเก็บข้อมูลด้วย 

“ผมจะกลับไปแจ้งคุณพอลลีนให้ทราบแน่นอนครับ อีกอย่างผมว่าความมาไม่เคยแพ้ครับ” ทนายความปากดีบอกอชิระที่ยกยิ้มมุมอย่างเหนือกว่า 

“งั้นคุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก ผมจะรอหมายศาลนะแต่ว่าลูกความของคุณก็โจทย์เยอะไม่เบานี่ขอให้โชคดีละกัน"อชิระพูดกับทนายของพอลลีนที่ไม่พอใจเขา 

“ผมขอตัวครับ” ทนายความของพอลลีนยกมือไหว้อชิระและทนายความรุ่นใหญ่ที่นั่งฟังเฉยไม่พูดอะไรแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความหัวเสียตอนนี้พอลลีนไม่ได้เป็นต่อ อชิระต่างหากถ้าเขาฟ้องเลขาของพอลลีนจริงเธอก็ผิดเต็มประตูแล้วเขาจะช่วยอะไรได้หลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็ชัดเจนและคนที่เผยแพร่ก็ต้องเป็นคนถ่ายที่ภาพมาจากมุมกล้องเดียวกัน มิน่าล่ะอีกฝ่ายถึงเงียบเพื่อรอจังหวะนี่เอง 

“อะไรนะ คุณกายจะฟ้องพี่อ้อนเหรอ” พอลลีนถามทนายความเสียงดังเมื่อทนายพูดจบ 

“ครับ ทางโน้นบอกว่าจะส่งเรื่องฟ้องคุณอ้อนแล้วครับ” 

“ตายแน่ๆเลยคุณพอลลีนพี่จะทำยังไงดีคะ” อรพินพูดเสียงสั่นหน้าซีดเหลือสองนิ้ว 

“จะให้ฉันทำยังไงล่ะ พี่อ้อนก็ไปคุยกับเขาให้เขายกฟ้องสิ บอกแล้วว่าให้แอบทำแล้วทีนี้เป็นยังไงล่ะ” พอลลีนหัวเสียตอนนี้เธอไปไหนไม่ได้เลยเพราะมีแต่นักข่าวไหนจะพ่อแม่ที่บอกให้เธอฟ้องอชิระที่บีบคออีกล่ะหากพวกท่านรู้คาวมจริงจะทำยังไง 

“คุณพอลลีนต้องช่วยพี่นะคะ “อรพินบอกเจ้านายเสียงสั่นด้วยความกลัวเธอทำตามคำสั่งของเจ้านายและได้ค่าจ้างอย่างงามและไม่คิดว่าพอลลีจะไม่ช่วยเธอ 

“พอลลีนยังเอาตัวไม่รอดเลย พี่อ้อนทำพลาดเองก็รับผิดชอบเองสิ” พอลลีนปล่อยเทเลขาทิ้งทันที 

“คุณพอลลีนพูดอย่างนี้ได้ยังไงคะ พี่ทำตามคำสั่งคุณพอลลีนนะคะ” อรพินไม่คิดว่าเจ้านายสาวจะปล่อยเกาะเธอดื้อๆแบบนี้ 

“ก็ฉันบอกให้ระวังแล้วเธอทำไมไม่ระวังล่ะ เธอสัพเพร่าเองเงินก็รับไปแล้วก็รับผิดชอบเองสิ จะไปไหนก็ไปไม่ได้ดั่งใจจริง” พอลลีนไล่เลขาเพราะเห็นหน้าแล้วยิ่งเครียด 

“คุณพอลลีนจะไม่ช่วยฉันจริงๆเหรอคะ” อรพินป้ายน้ำตาออกด้วยความเสียใจทั้งท่าทางกิริยาของเจ้านายเปลียนไป 

“เธอก็รับผิดชอบเองแล้วอย่าพูดพาดพิงถึงฉันล่ะ” พอลลีนสั่งเลขาด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ อรพินมองเจ้านายอย่างผิดหวังลุกขึ้นยืนแล้วถอนหายใจในเมื่อฝ่ายโน้นเขามีหลักฐานเธอก็ต้องยอมรับผิดแต่โดยดี  

 “ฉันขอลาออกค่ะ” อรพินพูดจบก็เดินออกไปจากเพนท์เฮ้าส์ของเจ้านายที่กำลังกลายเป็นอดีต 

“ผมว่าคุณพอลลีนน่าจะช่วย..” 

“คุณทนายไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีฉันจ่ายไม่อั้นแต่ต้องชนะ” พอลลีนบอกทนายความที่ไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเขาจะถูกเทเหมือนเลขาส่วนตัวของพอลลีนหรือเปล่าทำให้เขาคิดหนัก 

“ผมไม่แน่ใจว่าจะชนะหรือเปล่าฝ่ายโน้นเขามีหลักฐาน ผมว่าคุณพอลลีนน่าจะไปคุยกับคุณอชิระและคุณอธิคุณนะครับตกลงประนีประนอมกันดีกว่าจะได้..” 

“นี่คุณทนายฉันบอกให้ทำอะไรก็ทำไปสิ อย่ามาพูดให้ฉันรำคาญ” พอลลีนหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจก็พาลพาโลทนายความหนุ่มใหญ่มากฝีมือ 

“นี่เอกสารทั้งหมดครับ ผมคงทำงานให้คุณพอลลีนไม่ได้แล้วคุณพอลลีนไปหาทนายความคนใหม่เถอะครับ ผมขอตัวครับ” ทนายความพูดจบก็เดินออกไปจากห้องทิ้งเอกสารที่ได้มาวางบนโต้ะ 

“ไปเลยจะไปไหนก็ไปฉันไม่ง้อก็ได้ กรี้ดดดด..” พอลลีนกรีดร้องเสียงดังเหมือนคนบ้าอยู่ในห้องคนเดียวด้วยความเครียด ตอนนี้ทุกเรื่องปาดังเข้ามาหาเธอจนกระดิกตัวไปไหนไม่ได้และยังไม่รู้เลยว่าใครปล่อยข่าวเรื่องของเธอกับคู่นอนและขุดคุ้ยกันจนเธอไม่กล้าออกไปไหน แม่ก็โทรตามจิกให้เธอกลับบ้านเพราะอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของบริษัททั้งหลายพากันส่งทนายความมาถอนหุ้นกันจนบริษัทย่ำแย่ 

ที่คฤหาสน์ ธนวัชรกุล 

วันนี้อชิระนัดแถลงข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อจบข่าวเรื่องของพอลลีนตอนนี้เธอกำลังได้รับผลกรรมที่ก่อบริเวณสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ที่จัดไว้สำหรับแถลงข่าวมีเต็นท์สีขาวเรียงกันสี่หลังจัดโต้ะเก้าอี้สำหรับต้อนรับกองทัพนักข่าวที่ได้เชิญมานับห้าสิบชีวิตนั่งอยู่เพื่อรอข่าวเด็ดในวันนี้ 

อชิระเดินมาพร้อมครอบครัวและปู่ทุกคนเดินไปนั่งด้านหลังสุดเพื่อให้กำลังใจหลานชาย อชิระเดินไปนั่งด้านหน้าสุดที่เลขาและน้องชายน้องสาวจัดการทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้วบนโต้ะมีไมค์โครโฟนวางเป็นภูเขาลูกย่อมๆ 

“สวัสดีครับวันนี้ผมขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกท่านที่ร่วมงานแถลงข่าวของผม ทุกท่านคงมีคำถามอยู่ในใจแล้วเชิญครับ” เขาชินอยู่หน้าสื่อเพราะออกงานมาตลอดไม่มีเคอะเขินหรือหวั่นเกรง 

“เรื่องคลิปที่ออกมาคุณอชิระยืนยันว่าเป็นคลิปจริงไม่ได้ตัดต่อเหมือนที่เขาเล่าลือกันใช่มั้ยครับ?” นักข่าวหนุ่มถามพ่อหม้ายสุดฮอตขนาดเขายังอิจฉาความหล่อและรวยเวอร์ของเขา 

“เป็นคลิปจริงครับ ทุกท่านคงจะเห็นแล้วว่าทั้งเวลาและสถานที่ตรงกันถึงแม่ว่าบางคนเข้าใจว่าผมไม่เป็นลูกผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงผมไม่ขอแก้ตัว ผมอยากให้ผู้หญิงคนนั้นเขาออกมาพูดบ้างว่า เธอเป็นอะไรถึงทำแบบนั้นเพราะผมแค่รู้จักเธอในฐานะว่าที่หุ้นส่วนเท่านั้น”  

“ทำไมคุณอชิระถึงบีบคอเธอคะ?” นักข่าวสาวถามตรงๆ 

“ผมแค่กุมคอเธอหากผมบีบจริงผู้หญิงคนนั้นคงเหลือแต่ชื่อแล้วครับ”  

“คุณอชิระพอจะบอกได้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น?”  

“ผมไปงานวันเกิดเพื่อนอย่างที่พวกคุณทุกคนรู้เมื่อดึกแล้วผมกลับบ้านกับน้องชายแต่เขาขอตัวเข้าห้องน้ำผมก็เดินออกมารอที่รถพอเดินมาถึงตรงนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็มาทักทายแต่ผมไม่ได้สนใจจึงเดินหนีแล้วเธอกอดผมจากด้านหลังตามภาพ เขาบอกว่าชอบผมแต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นและไม่คิดจะชอบ พวกคุณเข้าใจมั้ยว่าผมเพิ่งเสียภรรยาไปพอมีคนมาทำแบบนี้ผมโมโหก็เลยทำแบบนั้นไป หากผู้หญิงคนนั้นคิดว่าผมบีบคอเธอก็ให้เอาหลักฐานมาฟ้องผมได้เลย ผมพร้อมจะยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองครับ” อชิระพูดแล้วมองนักข่าวทุกคนอย่างไม่หลบสายตา 

“คุณอชิระยืนยันว่าไม่ได้บีบคอคุณพอลลีนใช่มั้ยครับ?” 

“ใช่ครับ” 

“แล้วที่คุณอธิคุณบอกว่าจะไม่ร่วมหุ้นกับคุณพอลลีนเป็นเรื่องจริงใช่มั้ยครับ?” 

“ใช่ครับ บริษัทของเราได้พิจารณาแล้วว่าจะไม่ร่วมหุ้นกับบริษัทนั้นครับ ทุกท่านก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น” อชิระตอบนักข่าวอย่าฉะฉานไม่มีหลุกหลิกและไม่พาดพิงถึงคนอื่นยกเว้นพอลลีน 

“งั้นบริษัทของคุณพอลลีนถูกหุ้นส่วนถอนหุ้นไม่เกี่ยวกับอนันท์กรุ๊ปฯถอนหุ้นใช่มั้ยครับ?”  

“ไม่เกี่ยวแน่นอนครับ ทุกท่านน่าจะรู้ว่ามาจากเรื่องไหนอย่าเอาอนันท์กรุ๊ปฯไปเกี่ยวข้องครับเพราะเราอยู่ในระหว่างศึกษาข้องมูลเท่านั้นยังไม่ได้เซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการจึงไม่เกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอนครับ”  

“แล้วที่ข่าวว่าคุณพอลลีนจะฟ้องอนันท์กรุ๊ปฯล่ะคะ?”  

“ผมก็รออยู่ว่าเธอจะฟ้องเรื่องอะไร ผมอยากให้แยกแยะระหว่างบุคคลคือผมและบริษัท ข่าวที่ออกมาทำให้ผมเสียหายเป็นผู้ชายหน้าตัวเมียรังแกผู้หญิง ผมอยากให้มองมุมกลับกันบ้างว่าถ้าคุณถูกคุกคามคุณจะป้องตัวกันมั้ยครับ ที่ผมออกมาพูดเพื่อขอความเป็นธรรมให้ตัวเองและครอบครัวที่ถูกประนามต่างๆนานาโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง” 

“ข่าวว่าคุณอชิระจะฟ้องคนที่เผลแพร่คลิปจริงมั้ยครับ?” 

“จริงครับ ตอนนี้ทนายของเรารวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดและส่งฟ้องไปแล้วครับ”  

“งั้นข่าวของคุณอชิระกับคุณพอลลีนที่ออกมาก่อนหน้านั้นก็ถูกจัดฉากเหรอคะ?”  

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจัดฉากหรือเปล่า ผมรู้แต่เรื่องคลิปล่าสุดนี้เท่านั้นว่าเขาตั้งใจถ่ายเพื่อแบล็คเมล์ผมหรือเปล่า ที่ผมไม่ให้สัมภาษณ์เพราะผมยังทำใจเรื่องภรรยาไม่ได้ก็ต้องขอโทษพี่ๆนักข่าวทุกคนด้วยนะครับ วันนี้ผมขอให้สัมภาษณ์เพียงเท่านี้ก่อนนะครับถ้าผมพร้อมมากกว่านี้ผมจะให้พี่นักข่าวทุกคนสัมภาษณ์แน่นอนครับ ขอบคุณคุณครับ” อชิระขุดหลุมฝังพอลลีนซ้ำอีก ตอนนี้นักข่าวทั้งหลายก็คิดตามที่หนุ่มนักธุรกิจชื่อดังพูดเพราะน่าเชื่อถือกว่าพอลลีนที่ตอนนี้ภาพลักษณ์ติดลบอย่างหนักเมื่อคลิปและภาพของเธอกับสามีชาวบ้านโผล่มาเรื่อยๆนับสิบคนและเป็นคนที่บริษัทของเธอร่วมหุ้นด้วย 

“พวกเราต้องขอขอบคุณคุณอชิระด้วยนะครับที่ให้ความกระจ่างกับพวกเรา ขอบคุณครับ”  

อชิระลุกขึ้นยกมือไหว้นักข่าวทุกคนก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านและทุกคนในครอบครัวก็ลุกตามไปไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด 

ที่บ้านของพอลลีน 

“กรี้ดดดด..” พอลลีนกรีดร้องลั่นบ้านเมื่อดูไลฟ์สดสัมภาษณ์อชิระ 

“เป็นอะไรอีกพอลลีน แค่นี้ก็จะล้มละลายกันแล้วเพราะความโง่ของแก” ลำเพาว่าลูกสาวที่นั่งดูไลฟ์สดกันอยู่ดีๆก็กรี้ดออกมาตอนนี้เธอไม่รู้จะแก้ตรงไหนก่อนเพราะเรื่องราวมันยุ่งตุงนังไปหมด 

“แม่ ช่วยพอลลีนด้วย ฮืออๆๆ..” พอลลีนจนหนทางแล้วตอนนี้เธอออกไปไหนมาไหนไม่ได้เลยหน้าบ้านก็มีนักข่าวเฝ้าอยู่ ที่บริษัทพนักงานก็ระส่ำระสายเพราะข่าวของเจ้านายและเลขาก็มาลาออกทั้งสองคนหุ้นส่วนทั้งหมดก็ถอนหุ้นออกไปหมดเพราะอชิระคนเดียว 

“ตอนทำแกทำไมไม่คิดฮ้ะ แกไปอยู่กับพ่อแกที่ฮ่องกงละกันไม่ต้อไปฟงไปฟ้องใครเขาให้อับอายขายหน้าอีกแค่นี่ฉันก็เอาปี้บคลุมหัวเดินแล้วส่วนเรื่องงานฉันจะจัดการเองล้มก็ต้องยอมไม่มีใครอยากร่มธุรกิจกับเราแล้ว” ลำเพาถอนหายใจงานนี้เธอต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไหร่กันคิดแล้วก็โกรธลูกสาวที่ก่อเรื่อง ทั้งที่งานกำลังไปได้สวยตอนนี้กลับกลายเสียหายหลายสิบล้าน 

เวลาผ่านไป2ปี 

หลังจากอชิระจัดการเรื่องของพอลลีนจนหนีไปอยู่ฮ่องกงเขารู้ทุกอย่างจากปากอดีตเลขาของพอลลีนทั้งสองเล่าให้ฟังหลังจากสองคนนั้นเอาหลักฐานมาให้และขอโทษพวกเธอจำเป็นต้องทำตามคำสั่งเจ้านายและขอร้องไม่ให้เขาฟ้อง อชิระก็ยอมถอนฟ้องและให้เลขาทั้งสองสารภาพกับนักข่าวเองจนกลายเป็นข่าวดังปทั่วประเทศและเขาก็เป็นผู้ถูกกระทำจนพอลลีนไม่มีที่ยืนในสังคมเมืองไทยและได้รับผลกรรมไปแล้วเขาจึงปล่อยวางเรื่องทั้งหมดและคิดว่าภรรยาของเขาบุญน้อยถึงได้จากไปก่อน  

“ตู้ดดๆ ตู้ดดๆๆ..” 

“ว่าไงหนุ่มเนื้อหอมว่างแล้วเหรอถึงโทรมาหาฉันได้น่ะ” ภูเบศหยอกเพื่อนรักที่เนื้อหอมสุดๆเป็นขวัญใจสาวแก่แม่หม้ายทั่วระเทศคู่ควงแต่ละคนก็สวยระดับดารา นางแบบ สาวไฮโซ ทั้งนั้น 

“ฉันว่างตลอดแหละมีแต่พวกแกน่ะสิที่ไม่ว่าง” พ่อหม้ายหนุ่มเนื้อหอมตอบเพื่อน 

“ช่วงนี้มังคุดแพ้ท้องหนักน่ะสิ ฉันก็เลยดูแลใกล้ชิดหน่อย ขอโทษทีเพื่อน” ภูเบศขอโทษเพื่อนช่วงนี้เขาไม่ได้ออกไปดื่มกับเพื่อนๆเลย 

“ไม่เป็นไรพอดีฉันจะคุยเรื่องโรงเรียนของอีตั้นน่ะ” อชิระบอกเพื่อนเพราะลูกชายครบสามขวบแล้วแม้จะสงสารลูกแต่อีตั้นต้องไปโรงเรียนหลังจากกล่อมกันทั้งบ้านลูกชายตัวแสบของเขาก็เอาแต่ร้องไห้เมื่อพูดถึงโรงเรียน 

“ได้สิ แกมาหาฉันที่บ้านหรือที่โรงเรียนก็ได้”  

“เสาร์นี้ฉันไปหาแกที่บ้านดีกว่าจะได้คุยกัน”  

“ได้เลยเพื่อน ว่าแต่แกกล่อมลูกยังไงถึงยอมมาโรงเรียน” ภูเบศรู้แล้วว่าเพื่อนเก่งเรื่องงานบริหารมากแต่ล้มเหลวเรื่องเลี้ยงลูกสงสารลูกและตามใจเพราะเห็นว่าขาดแม่จึงชดเชยให้ทุกอย่างแต่ก็มีเหตุผล 

“ฉันบอกว่าให้ไปดูโรงเรียนก่อน ถ้าไม่ชอบจริงๆก็ไม่ต้องเรียนแค่นี้แหละเจ้าตัวแสบก็เลยยอมยังไม่รู้เลยว่าไปโรงเรียนแล้วจะเป็นยังไง” คนเป็นพ่อก็หนักใจ 

“แกไม่ต้องห่วงหรอกกาย ครูที่โรงเรียนฉันมืออาชีพเอาเด็กอยู่ทุกคน” เจ้าของโรงเรียนคุยใส่เพื่อน 

“ขอให้จริงเถอะว่ะ ขอบใจมากพูม เจอกันวันเสาร์นะ”  

“โอเคเพื่อน” 

สองหนุ่มคุยกันรู้เรื่องแล้วก็วางสายอชิระก็ทำงานต่อเย็นนี้เขามีนัดกับดาราสาวหลังจากที่เจอกันในงานเลี้ยงเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็โจ้ะพรึมๆกันตามประสาหนุ่มโสดที่สาวๆทอดสะพานให้ภายใต้สัญญาแค่คู่นอนหรือแลกเปลี่ยนเซ็กส์กันเท่านั้นเพราะเขาไม่คิดจะหาใครมาแทนที่ภรรยาหากผู้หญิงคนไหนคิดจะล้ำเส้นเขาก็จะหยุดความสัมพันธ์ทันที ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักภรรยาแต่เขาเครียดเกินไปหากยังจมอยู่ในความทุกข์เขาต้องดูแลบริษัทและพนักงานนับหมื่นได้ยังไงชีวิตต้องก้าวเดินต่อไปเขาก็ได้แต่หาที่ระบายหลังจากอัดอั้นมาเป็นปี 

“ก๊อกๆๆ..” 

“พี่กายกลับบ้านกันค่ะ” อัสมาชวนพี่ชายกลับบ้านวันนี้เธออาศัยรถของพี่ชายมาทำงานนั่นเอง 

“วันนี้พี่มีธุระ เกลกลับพร้อมพ่อละกันฝากดูเจ้าตัวแสบด้วยนะ” ชายหนุ่มบอกน้องสาวที่มองเขาอย่างจับผิด 

“ไปไหนคะ” 

“ไปกินข้าวกับผู้หญิงพอใจหรือยัง” คนเป็นพี่ตอบตรงๆ 

“ค่ะ,ระวังข่าวด้วยนะคะ”  

“ครับคุณน้องสาวที่เคารพ” อชิระประชดน้องสาวที่สอดส่องความประพฤติของเขากับน้องชาย 

“ดีมากค่ะ ตอนนี้อีตั้นกำลังโตขึ้นทุกวันหากเห็นข่าวพ่อบ่อยๆมันไม่ดี” คนเป็นน้องยังสอนพี่ชายเธอไม่ชอบสาวๆที่พี่ชายควง 

“พี่รู้แต่บางทีนักข่าวก็เขียนเกินจริงไปหน่อยต่อไปพี่จะระวังตัว ไปนะน้องรัก” อชิระบอกน้องสาวแล้วสองพี่น้องก็ลงลิฟต์ไปด้วยกันแล้วแยกย้ายกันไปขึ้นรถ 

อชิระตรงไปที่ผับของเพื่อนตามที่ได้นัดดาราสาวไว้จะได้ไม่เป็นข่าวและเลือกไปต่อที่คอนโดของเขาที่ซื้อไว้นานตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกเพื่อเอาไว้นัดสาวๆมาหาความสุขกัน 

“วันนี้ลมอะไรหอบพ่อหนุ่มเนื้อหอมมาถึงผับของผมได้ครับ” ชนเทพถามเพื่อนเมื่ออชิระเปิดประตูห้องเข้ามาในห้องทำงานของเขา 

“ก็ผับของแกเป็นส่วนตัวดีหากมีข่าวของฉันเล็ดลอดออกไปจะได้รู้ว่ามาจากไหนไง” ร่างสูงใหญ่สมาร์ทนั่งลงตรงข้ามเพื่อน 

“นัดสาวคนไหนไว้วะ”  

“จันจิรา”  

“อ่อ,เดี๋ยวจัดมุมส่วนตัวให้พร้อมห้องพิเศษให้เลยเพื่อน รับรองว่าไม่มีข่าวของนายแน่” ชนเทพบอกเพื่อนเขามีห้องพักส่วนตัวที่นี่หนึ่งห้องและห้องพักรับรองแขกสองห้องหากเพื่อนๆหรือแขกเมาจนกลับบ้านไม่ได้เขาก็จะให้นอนพักที่นี่จนสร่างเมาถึงจะให้กลับเพื่อความปลอดภัยซึ่งนานๆครั้งถึงจะมีแขกใช้บริการเขาไม่ได้มีไว้เพื่อการค้ามนุษย์ แต่สำหรับเพื่อนเขาจัดให้เป็นกรณีพิเศษ 

“ขอบใจมากเพื่อน ฉันไปคอนโดดีกว่าว่ะ” อชิระตอบชนเทพเขาไม่อยากให้ร้านเพื่อนมีปัญหาเพราะมีผับประเภทมีห้องพักเพื่อให้ลูกค้าหาความสุขจากสาวๆในผับได้เลยโดยไม่ต้องไปหาโรงแรมข้างนอกและผับของชนเทพก็มีชื่อเสียงในหมู่ไฮโซ ดารา นางแบบ คนดัง นักการเมือง เศรษฐีมากมายมาใช้บริการ 

“เอาที่แกสบายใจละกัน วิสกี้อุ่นเครื่องก่อนสักแก้วมั้ย” 

“ก็ดีเหมือนกันว่ะ” อชิระเอนกายพิงเก้าอี้และคุยกับเพื่อนเรื่องงานเรื่องลูกพักใหญ่พ่อหม้ายหนุ่มเนื้อหอมวัยสามสิบห้าก็ไปนั่งดื่มที่โซนส่วนตัวรอดาราสาวคู่เดทในคืนนี้ 

จันจิรามาพร้อมกับคณิตผู้จัดการหนุ่มสวยชื่อดังที่มีดาราในสักกัดมากมายมีแต่ระดับนางเอกพระเอกแถวหน้าของวงการ 

“พี่เคว่าจ๋าจะทำยังไงถึงมัดใจคุณกายได้คะ” ดาราสามถามผู้จัดการเพราะอชิระนั้นเพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตาฐานะชื่อเสียงและเงินทองที่ใช้ทั้งชาติก็มาหมดเป็นที่ต้องการของสาวๆและจันจิราก็เป็นหนึ่งในนั้น 

“พี่ว่าคุณน้องพอใจแค่นี้เถอะค่ะ อย่าเอาชื่อเสียงไปเสี่ยงกับเขาเลยตกลงแค่ไหนก็แค่นั้นเพราะมันเป็นไปไม่ได้หรอก” คณิตบอกดาราในสังกัดเธอไม่ได้อยากว่าเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของจันจิราเธอไม่อยากให้กระทบกับงานหากเกิดอะไรขึ้นเธอกลัวดาราสาวจะเจอดีเพราะยังจำเรื่องของพ่อหม้ายหนุ่มหล่อคนดังครั้งที่มีปัญหากับพอลลีนได้ดี 

“แต่จ๋าชอบคุณกายจริงๆนะคะ” จันจิราคิดว่าเธอชอบอชิระจริง 

“ทำใจเถอะค่ะคุณน้อง เรื่องนี้พี่ไม่สนับสนุน” คณิตเตือนดาราสาวในสังกัด 

“ค่ะพี่เค” จันจิราคิดตามผู้จัดการส่วนตัวที่เธอรักเหมือนพี่ชายเพราะคณิตทำให้เด็กบ้านนอกอย่างเธอมายืนจุดได้และเธอก็ไม่อยากเสียมันไป 

“ไปเถอะ” คณิตลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในผับกับดาราสาวขึ้นไปชั้นสองที่เป็นโซนส่วนตัวแล้วเธอก็แยกมานั่งคนเดียว คณิตรับรู้เรื่องสัญญาที่อชิระทำกับจันจิราต่างฝ่ายก็พอใจกับความสัมพันธ์ฉาบฉวยแลกเปลี่ยนกันอย่างคุ้มค่าเมื่อถึงเวลาฝ่ายชายจะเป็นผู้ยุติความสัมพันธ์เองหรือฝ่ายหญิงมีที่หมายใหม่ดีกว่าก็ถือว่าจบกัน 

จันจิราเดินตามบริกรชายไปที่โต้ะของอชิระที่นั่งอยู่ในมุมด้านในสุดชายหนุ่มระวังตัวมากแม้จะมีข่าวเล็ดรอดออกไปแต่เขาก็ไม่ออกมาปฏิเสธแล้วตอบนักข่าวว่าไม่มีใครจะไม่รู้จักดาราดังเท่านั้น 

“สวัสดีค่ะคุณกาย” จันจิรายกมือไหว้หนุ่มหล่อแล้วนั่งลงข้างเขา 

“สวัสดีคุณจ๋า จะดื่มอะไรดีครับ”  อชิระถามดาราสาวที่นั่งลงข้างๆเขา 

“จ๋าขอไวน์แดงค่ะ”  

“น้องขอไวน์แดงให้คุณผู้หญิงด้วย” หนุ่มหล่อบอกบริกรหนุ่มที่เพื่อนจัดให้มาดูแลเขา“จะสั่งอาหารก็เชิญตามสบายนะ” ชายหนุ่มใจป้ำกับคู่ควงทุกคนอย่างเท่าเทียมมาตรฐานเดียวกันและไม่มีใครสำคัญกว่าใครถึงเวลาจบก็คือจบ 

“คุณกายใจดีจังเลยค่ะ” จันจิรากระแซะเข้าไปชิดหนุ่มหล่อลูบไล้แขนแข็งแรงด้วยกล้ามเนื้อสมบูรณ์ที่เจ้าของออกกำลังกายสม่ำเสมอ 

“เฉพาะคนที่พูดคุยกันรู้เรื่องครับ”  

“จ๋าเข้าใจค่ะ เพื่อความสุขของเราในค่ำคืนนี้ค่ะคุณกาย” ดาราสาวยกแก้วไวน์ชนแก้ววิสกี้ของอชิระ จากนั้นทั้งสองก็กินอาหารค่ำดื่มไปด้วย จันจิราคลอเคลียนัวเนียพ่อหม้ายสุดหล่อ.......... 

##TTTTTTTT## 

มาอีกตอนแล้วจ้า คุณกายจัดการตัวต้นเหตุแล้วจ้า แต่พอลลีนจะเข็ดหรือเปล่ารอดูกันต่อไปนะคะรีดที่รักขา 

ขอบคุณรีดที่รักทุกท่านมากกๆๆค่าา ฝันดีจ้า จุ๊บๆๆ 

ความคิดเห็น