เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

มาทำวันนี้เป็นวันที่ดีกันเถอะเจ้าค่ะ✿◕ ‿ ◕✿

78.2 ลาเมืองแห่งความลับด้วยความรัก

ชื่อตอน : 78.2 ลาเมืองแห่งความลับด้วยความรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 75

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2562 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
78.2 ลาเมืองแห่งความลับด้วยความรัก
แบบอักษร

อยากสร้างหลุมศพให้คราซาดร้า ทว่ามณีที่สมควรเหลือจากศึกครั้งใหญ่กลับหายไปอย่างเป็นปริศนา 

         “บักใดอมมณีเข้าท้อง คายออกมาเดี๋ยวนี้!!” 

         เมรัยตบะแตกแต่เช้า ไหนว่าคฤหาสน์อีธานมีระบบตรวจจับขโมยมิใช่หรือ แล้วทำไมของสำคัญที่เมรัยพกติดตัวกลับหายง่ายๆเช่นนี้ หมอผีน้อยจำได้ว่าวางบนโต๊ะข้างเตียงนะ เรไรหลงคิดว่าเป็นขนมแล้วกินหรือเปล่า “..” เมรัยให้โอกาสเรไรแก้ต่าง ทว่าปักษาน้อยใช้สายตามองเมรัยเงียบๆแบบสายตาประมาณว่า อะไรของเจ้า  

         “มิใช่สลายไปแล้วหรือ” 

         นารีนั่งบนขอบเตียงพลางใจเย็นช่วยคิด เมรัยกอดอกหลับตาครุ่นคิด คำตอบของนารีใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะบางทีมณีอาจสลายหลังจากที่ไม่มีวิญญาณสถิตแล้ว แต่ถ้ามันจะสลายก็ควรสลายตั้งแต่ตอนที่วิญญาณสาวน้อยแตกสลายสิ อือ น่าสงสัย “ในพวกเจ้าหมู่พวกเจ้าไม่มีใครแอบกินแน่นะ” “มันกินที่ไหน..” เรไรเบือนหน้าหนี นารียกมือกุมขมับ 

         หมอผีน้อยกวาดสายตามองพวกสาวๆไม่พบพิรุธใดๆ 

         “น่าแปลกชะมัด..” 

         เมรัยยกมือขยี้ผมท่าทางคิดหนักจะทำอย่างไรต่อ ความจริงมิต้องใช้มณีก็ได้นะสำหรับสร้างหลุมฝังศพ แต่ถ้าไม่มีของหรือกระดูกฝังในหลุมสุสานมันก็ดูผิดธรรมชาติ “งืมมม” เมรัยกุมศีรษะพลางบอกพวกนารีว่าวันนี้เมรัยจะออกไปทำธุระกับพวกรองโรน่า ครั้นหมอผีน้อยเดินออกจากห้องแล้ว ดวงดาวน้อยลอบถอนหายใจ “ไม่ใช่เมรัยแอบกินเองหรือ” 

          “ฮึ ช่างเมรัยเถอะ” 

         ปักษาน้อยเชยหน้า มือสะบัดผมพลิ้ว ลึกๆแล้วเรไรแอบผวามิน้อยเลยเมื่อครู่ เพราะตอนเมรัยนอนป่วย พี่ลีโอน่าทำขนมคล้ายๆก้อนมณีสีเขียวมาให้เรไรกิน หรือว่าตอนนั้นปักษาน้อยหยิบผิดกินมณี!! ฉิบหายแล้ว ปักษาน้อยแอบหน้าซีด และตัวการอย่างดวงดาวน้อยก็เนียนต่อไป… 

         -- 

         ณ คฤหาสน์บ้านรองโรร่า บริเวณเขตสุสานตระกูล 

         ลำแสงอรุณส่องเรืองรองจากฟากฟ้าสีฟ้าคราม คลังเก็บสมบัติเก่า รั้วอิฐสีดำเขม่า และแผ่นหินรองเท้าลายปลาหางนกยูง รองโรน่า เมรัย และแคทเธอรีน สามสาวน้อยยืน และนั่งเบื้องหน้าหลุมศพที่ไม่มีสิ่งใดฝังข้างใต้นอกจากความทรงจำของชื่อที่สลักตราตรึงบนแผ่นหินป้ายหลุมศพ เพียงแค่ชื่อที่เขียนสลักด้วยลายมือสวยงามเท่านั้น ในหมู่พวกเมรัย รองโรน่าน่าคือคนใกล้ชิดคราซาดร้ามากกว่าใคร กระนั้นยากนักหากอยากแกะรอยหรือตามหาข้อมูลเรื่องต่างๆของวิญญาณสาวน้อยว่านางเกิด ตายในยุคไหน ไม่มีที่มา ปราศจากคนรู้ กระนั้นในเส้นทางชีวิตที่ไม่มีสิ่งให้คราซาดร้ายึดมั่น และดีใจกับมันเลย เมรัยกับรองโรน่าจึงตัดสินด้วยหัวใจที่อยากปกป้อง และจดจำเรื่องราวของเพื่อนตัวน้อยๆ  

         รองโรน่าขออนุญาตประมุขตระกูลให้รับคราซาดร้าเข้าตระกูลของนาง และขอให้นางทำหลุมศพให้พี่น้องในสุสานตระกูลที่อนุญาตเฉพาะคนของตระกูลรองโรน่าเท่านั้นฝังศพได้ 

         นับแต่นี้นางจักไม่ต้องตัวคนเดียวแล้ว.. เพราะสักวันรองโรน่าจะมาอยู่ที่นี้เช่นกัน 

         หญิงสาวก้มตัวลงพลางวางดอกลิลลี่ขาวบนหลุมศพ ด้วยใจปรานรถนาต่อผู้ที่ไม่มีจริงแล้ว ขอให้นางมีแสงชี้นำทางในค่ำคืนอันมืดมิดตลอดกาล 

         “หลับให้สบาย..” 

         แสงตะวันส่องพาดผ่านกลีบดอกลิลลี่ครามันเปล่งประกายแสงระยิบระยับ เมรัยกับแคทเธอรีนยืนข้างหลังรองโรน่า แม้นไม่มีคำพูดใดเอ่ยในเวลาเช่นนี้ กระนั้นพวกนางสัมผัส และรับรู้ถึงความรู้สึกที่มักพบเจอทุกครั้งเมื่อทำงานกำจัดวิญญาณร้ายเรียบร้อย “หากไม่ได้ท่านเมรัยช่วย…” จอมอาคมน้อยก้มหน้าต่ำ มือกำไม้เท้าแน่นด้วยความรู้สึกด้อยความสามารถ เมรัยกะพริบตาแล้วยกมือลูบหลังแคทเธอรีนอย่างใส่ใจ “สาวน้อยน่ารักๆอย่างเจ้าต้องแบกรับหน้าที่ของผู้ใหญ่เช่นนี้ย่อมลำบากเป็นธรรมดา อย่าดูถูกตัวเองเลย เอ้ายืดอกไว้…แม้มันไม่มีก็เถอะ” “ท่านเมรัย..” จอมอาคมอยากเอาไม้เท้าฟาดหัวหมอผีน้อย ปลอบได้เจ็บมากค่ะ 

         แต่ขอบคุณนะคะ 

         “..” ขึ้นชื่อจอมอาคมต้องเจอความยากลำบาก และเรื่องท้าทายตลอด นางเชื่อว่ามันต้องเป็นเช่นนี้เรื่อยๆจนวันที่นางหมดภาระหน้าที่ 

         เมรัยเห็นแววตาเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสของสาวน้อยที่เชื่อมั่น และอยากเดินบนเส้นทางที่มีอันตรายรายล้อมรอบด้าน ปีศาจ และวิญญาณร้ายที่พร้อมกระชากวิญญาณ และทำร้ายตัวเรา หมอผีน้อยคลี่ยิ้มอ่อนโยนพลางบอกว่า “รู้ไหมคนเข้มแข็ง..คือคนที่กล้าร้องไห้นะในเวลาที่มันไม่ไหว” 

         เมื่อก่อนเมรัยเคยคิดว่าคนที่เข้มแข็ง คนเก่งๆ คนที่ยิ้มสู้ได้กับทุกอย่างคือคนที่เอารอยยิ้มเข้าสู้ และไม่ว่าเมื่อไหร่พวกเขาก็จะยิ้มเสมอ.. 

         ทว่ามันไม่ใช่เลยนะ.. 

         ชีวิตจริงไม่มีใครสามารถยิ้มได้ตลอดหรอก เพราะสักวันหรืออาจเป็นบางครั้ง พวกเขาท้อแท้ และผิดหวังเหมือนกัน พวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาที่มีความรู้สึกไม่ต่างจากคนธรรมดา มีรัก มีหวัง มีเศร้า และมีเสียใจ ในบางเวลาที่พวกเขาทนไม่ไหวภายในอกสั่นเทิ้ม หัวใจเจ็บปวดรวดร้าว พวกเขาจะร้องไห้เพื่อระบายความรู้สึกร้ายๆในอัดแน่นในใจออกมา บางคนอาจร้องยามอยู่กับคนอื่น บางคนอาจร้องไห้เงียบๆเพียงลำพัง ใช่ พวกคนเก่งๆ คนที่พวกเราต่างบอกว่า ‘เขาเข้มแข็งแล้วชอบยิ้มนะ’  

         “จอมอาคมก็แค่คนธรรดมาแคทเธอรีน ไม่ผิดหรอกที่จะร้องไห้” 

         “..” 

         เมรัยยกมือลูบศีรษะแคทเธอรีน จับโยกเบาๆ “ถ้ามันลำบากนัก ถ้าหลายครั้งมันจบด้วยความเศร้าสร้อย เจ้าไม่ต้องแสร้งว่ามันไม่มีอะไรก็ได้นะ” 

         จอมอาคมน้อยชะงัก เบิกตากว้างพลางหดแคบลง ขอบตาแดงระเรื่อ และสั่นระริก ทำไมนะทั้งที่นางเคยไม่เล่าเรื่องของตนเองให้เมรัยฟังอย่างละเอียด ทำไมหมอผีน้อยถึงเข้าใจดีว่าชีวิตจอมอาคมเป็นเช่นไร เส้นทางของผู้ที่ก้าวเดินระหว่างสองโลกเพื่อรักษาความสงบคนเป็น และคนตาย แต่ละครั้งทุกงานมันมีเรื่องราวของมัน แต่ละเรื่องราวล้วนเผยให้เห็นถึงแก่นแท้ของชีวิตที่บางครั้งมันโหดร้ายเกินรับไหว หัวใจน้อยๆของสาวน้อยอย่างนางที่ยังไม่เข้าใจโลก เวลาเจอกับความผิดหวัง ความล้มเหลว ความเจ็บปวด และเสียใจจนอยากหลั่งน้ำตา 

         แคทเธอรีนเป็นจอมอาคม และจอมอาคมคนอื่นๆล้วนแล้วเป็นคนเข้มแข็งที่ไม่ว่าจักทำอะไรก็ทำได้ดีหมด ตอนที่พวกเขาเจอเรื่องราวเลวร้าย และตอนจบไม่สวย พวกนางทุกคนมักทำสีหน้าเรียบเฉยราวว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

         ไม่มีความสูญเสีย 

         ไม่มีใครเสียใจเพราะนี้คือสัจธรรม  

         หัวใจจอมอาคมด้านชานัก และเพราะพวกนางเข้าใจวิถีแห่งโลกดีกว่าคนทำงานธรรมดา พวกนางจึงไม่เผยอารมณ์ใดๆให้ผู้อื่นเห็น 

         แคทเธอรีนชื่นชอบพวกนางที่มีภาพลักษณ์เช่นนั้น เพราะมันดูสูงส่ง เงียบงันน่าค้นหา ทว่าจริงๆใจพวกนาง เหล่าจอมอาคมรู้สึกเช่นไรนั้น..ไม่มีใครรู้เลย 

         บางครั้งจอมอาคมก็ต้องยิ้มเพื่อให้คนอื่นๆสบายใจ ทั้งที่ตัวเองก็หวาดกลัวเหลือเกิน.. 

“ท่านเมรัยเป็นจอมอาคมใช่หรือไม่ ไม่หลอกข้านะ..” 

         แคทเธอรีนยอมรับนับถือเมรัย เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นจอมอาคมจริงๆก็ยิ่งนับถือมากกว่าเดิม คำถามที่ค้างคาในใจจอมอาคมน้อยก็คลายแล้ว เรื่องที่เมรัยเกี่ยวข้องอย่างไรกับจักรพรรดิวิญญาณ  

         “อ่า นั้นสินะ” 

         เมรัยหลุบตานึกถึงความหลังเมื่อนานมาแล้ว..  

         “ไหนๆเจ้าเชื่อแล้ว ข้าบอกอะไรอีกอย่างละกัน” 

         “?” 

         “รู้อะไรไหม” 

         เมรัยยิ้มแล้วขยับตัวมาใกล้ๆแล้วโน้มตัวกระซิบหูแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยตื่นเต้น สัมผัสลมร้อนระอุเป่าหู หรือว่าเมรัยจะบอกเคล็ดลับวิชาสร้างเขตอาคม 

         “ข้าบอกเจ้าไม่หมด ที่จริงข้าเป็นจอมอาคมแค่สองวัน” 

         “…………………………………….” 

         “ส่วนเหตุผลหลักๆที่ข้าเป็นจอมอาคมก็แค่อยากเอาฐานะสูงๆไปลองต้มพวกขุนนางเฉยๆ” 

         มันก็ต้องมีบ้างแหละ คนมึนๆอย่างสาวน้อยเมรัยที่อยากลองทำงานอาชีพมีหน้ามีตา ตอนนั้นนางถังแตกด้วยเลยวางแผนปลอมตัวไปหลอกพวกขุนนางที่เดินทางมาพักเมืองลักกี้ แผนเมรัยคือนางปลอมตัวเป็นผีไปหลอกพวกขุนนางให้กลัวก่อน แล้วพอพวกขุนนางกลัวก็จะถามหาคนช่วยซึ่งก็คือเมรัย แต่ถ้าเล่นหลอกแบบง่ายๆปลอมเป็นผีกระจอกๆคงได้เงินค่าตอบแทนน้อย เมรัยเลยจัดใหญ่ แล้วบอกตัวเองเป็นจอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่ออกโรงช่วยเหลือปราบผี(ซึ่งก็เมรัยนั้นแหละ) แผนการแยบยลมาก มันจะสมบูรณ์แบบเลยถ้ามีเมรัยมีงบซื้อผ้ามาตัดเป็นชุดผีมากกว่านี้ 

         เพราะตอนท้ายโดนจับได้ พวกขุนนางโกรธแค้นเป็นอย่างมากเลยจับเมรัยไปขาย แต่ยังดีที่พี่บาเบลร่ามาซื้อเมรัยทัน 

         หมอผีน้อยเลยรอดตายอย่างน่าเหลือเชื่อ สุดท้ายโดนพี่บาเบลร่าจับตีก้นลาย แล้วโดนสั่งสอนไม่ให้ไปหลอกชาวบ้านอีก 

         สาเหตุหลักๆที่ปีนั้นเมรัยคิดทำก็เพราะนางอยากลองวิชาอาคมใหม่ๆ แล้วอยากหลอกต้มพวกขุนนางด้วยแหละ 

         “ข้าแต่งเรื่องได้เท่านั้นแหละ” 

         “ห๊ะ!!” 

         เดี๋ยวสรุปที่เล่ามาทั้งหมดคือเรื่องแต่ง!! “ข้าไม่รู้นะพวกเจ้าหมอผีสมัยนี้ตรวจสอบรายชื่อหมอผียังไง แต่มันคงมีใช่ไหมสมุดหรือหนังสือบันทึกรายชื่อจอมอาคมน่ะ?” เมรัยมาอยู่โลกสมัยนี้ได้สามปีเองนะ ก็บอกนางจะไปรู้เรื่องโลกภายนอกได้ยังไง ปัดโธ่ แคทเธอรีนกำหมัด กำหมัด กำหมัด “ท่านมันเลว!!!” 

         ผัวะ!!! 

         “เอ๊อะ” เมรัยร้องเจ็บภาษาอีสานหลังโดนแคทเธอรีนต่อยท้องจุก จออาคมน้อยรู้แหละว่าสมัยนี้หมอผีมีหน่วยงานแล้วมีใบประกอบวิชาชีพรับรอง มีสำนักสอนไล่ผีด้วย นางคิดว่าเมรัยรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก ฮึ “รุนแรงจังหนู ถ้ามีของพวกนั้น ลองตรวจดูสิว่ามีชื่อข้าหรือเปล่า..แต่คงไม่มีหรอก” เมรัยพูดให้แคทเธอรีนฟัง แต่นางพึมพำประโยคสุดท้ายไม่ให้จอมอาคมน้อยอยากต่อยอีก 

         “นับแต่นี้ข้าสาบานไม่เชื่อท่านแล้ว!!” 

         “เจ้าไม่ควรเชื่อข้าตั้งแต่แรกแล้วนะ” 

         ฮาๆ รู้ไหมความจริงประโยคนั้นที่เมรัยอยากบอกแคทเธอรีนน่ะคือ 

         “จอมอาคมมันก็นักต้มตุ๋นนั้นแหละ” 

         หลอกลวงผู้อื่นเพื่อขอจับพุง แล้วขโมยมันบด จอมอาคมผู้ยิ่งใหญ่น่ะ จะยิ้มก็เมื่อได้กินมันบดเท่านั้นแหละจ้า!!! อ่อแล้วหลอกจับสาวน้อยรับประทาน 

-- 

         เรื่องราวอลวนรักด้านในเมืองแห่งกำแพงดำเนินต่ออีกนานกระทั่งสิ้นสุดข้อตกลงระหว่างพวกเมรัยกับอีธาน 

-คำขอที่สี่สำเร็จลุล่วง คำขอจากจอมโจรหนุ่ม ผู้ปิดบังความปรารถนาสมดั่งกำแพงเมืองแห่งความลับ- 

-mission complete- 

 

         และแล้ววันเวลาแห่งการจากลามาถึงอย่างรวดเร็วลมสายลมฤดูฝน เมรัย เรไร นารี เก็บสัมภาระเข้าประตูโยดา พวกไดอาเรียโดดเรียน และร่วมตัวมาบอกลาพวกเมรัยที่จะออกเดินทางก่อนเที่ยง เดินทางร่วมกับกองคาราวาน ณ เขตนอกเมืองแห่งกำแพงบริเวณทางลับที่พวกอีธานใช้ออก และเข้าเมืองอย่างลับๆ ถนนลูกรังมีดิน และแอ่งน้ำใส พุ่มไม้ และเถาวัลย์เกาะกำแพง  

         “สรุปพ่อหนุ่มขออะไรเนี่ย” 

         เมรัยอยากรู้นะ แต่อีธานคืออีธาน ความลับของเขามีแค่น้องสาวนารี และลีโอน่าเท่านั้นที่รู้ หมอผีน้อยหรี่ตาต่ำแล้วหันขอคำตอบจากพี่สาวข้างๆชายหนุ่ม ลีโอน่าเอียงอมยิ้มกรุ่มกริ่มอย่างคนเหนือกว่า นางยกนิ้วจรดริมฝีปากท่าทางไม่บอกจ้า หมอผีน้อยแก้มป่องเลยค่ะ “หวานกันเหลือเกิน” เมรัยฝันอยากซบอกหนุ่มหล่อเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้นางอยากซบอกเมียมากกว่า หึหึ แถมมีให้ซบด้วย 

         “พี่เรไรดูแลตัวเองด้วยนะ หนูอยากให้อาวุธพี่เอาไว้ใช้ยิงพ พี่เมรัยนะ แต่เอาของออกจากเมืองไม่ได้” 

         ของใดเป็นของเมืองแห่งความลับก็ต้องเป็นของเมืองแห่งความลับ หลายอย่างเอาออกจากเมืองแล้วจะสลายในเวลาไม่นาน จะมีของไม่กี่อย่างเท่านั้นที่นำออกนอกเมืองได้ เช่น คนหรือแร่มณี จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ระบบการจำกัดความลับนี้ทำงานอย่างไร กระนั้นสักวันต้องมีคนรู้แน่ อีธานคือหนึ่งในนั้น ชายหนุ่มมาส่งพวกเมรัยถึงด้านอกกำแพง เขายอมรับไม่ค่อยให้ความสนใจพวกสาวน้อยน่ารักน่าชังมากเท่าไหร่ เพราะตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขามีสาวสวยอย่างลีโอน่าสะกดเอาความสนใจไปหมดแล้ว 

         แล้วอย่างที่เดาว่าอีกไม่นานเขาต้องพานางไปส่งบ้านของนางด้วย.. 

         “ไปทางตะวันตกคือเขตแคว้นฮาโมนีแล้ว พวกเมรัยจะไปที่ไหนต่อหรือ” 

         ลีโอน่าเอ่ยถามจุดหมายต่อไปของพวกเมรัย  

         เมรัยยิ้มพลางหันซ้ายขวามองสองสาวน้อยข้างไหล่ พลางพวกนางพูดพร้อม “เมืองไมเดนเจ้าค่ะ!!” 

         มุ่งหน้าสู่นครแห่งเจ้าหญิง 

         “เช่นนั้นหรือจ๊ะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะ แล้วก็” 

         นักไวโอลินกะให้พวกเมรัยหลายวันแล้ว แต่ไม่มีจังหวะสักทีเพราะในหัวมีแต่เรื่องของอีธาน ไหนๆปล่อยผ่านมานานแล้ว เช่นนั้นให้เวลานี้เลยดีกว่า เอาให้พวกสาวน้อยตกใจหัวใจวาย “#$@#$@#$@#” “!!!!” “กระเป๋าตัง!!!” เมรัยตกใจหน้าบาน นางนึกว่าลืมที่บ้านพี่แคโรไลน์เสียอีก ทำไมมันอยู่กับพี่ลีโอน่าง่ะ นักไวโอลินสาวยิ้มพรายพลางบอกว่ามีใครคนหนึ่งนี่แหละใส่กระเป๋าตังเมรัยผิด เอามาใส่กระเป๋าลีโอน่า  

         อาเร๊ะ ใคร 

         “ข้าไม่ได้ใส่นะ” 

         “หรือข้าใส่ผิดหรือเปล่า..” 

         นารีตอบหน้าตาย เรไรตอบไม่มั่นใจเพราะนางวุ่นมากวันนั้น เมรัยหรี่ตามองปักษาน้อย ใช่นางแน่ๆ 

         “หึหึ แต่ช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเรารวยแล้ว!!!” 

         ในที่สุดค่าขนมพี่แคโรไลน์ก็มาตกอยู่ในกำมือเมรัย!!! “ถึงเมืองไมเดนแล้วพวกเราไปบุกหอนางโลมกัน!!” “หยุดความคิดบ้าบอนั้นไปได้เลย” 

         แปะ 

         นารีชักพักกระดาษแล้วฟาดตบหน้าผากเมรัย ครั้นยึดกระเป๋าตังมาใส่ประตูโยดาเพื่อร่วมกับเงินกองกลาง “อ้าว นั้นเงินข้านะ” เมรัยเหวอรับประทาน เงินนางกลายเป็นเงินครอบครัวได้ไง เอาจริง!! “ยังไม่แต่ง แต่พวกเราเป็นครอบครัวกันแล้วมิใช่หรือจ๊ะ” นารีประกบมือแนบแก้ม เอียงคอ และยิ้มหวาน เมรัย และเรไรเห็นแล้วกลัวฉี่จะราด แม่โหด!!! 

         ลีโอน่าหัวเราะเบาๆ แอบขำที่เรื่องราวไปตามดั่งกลอุบายที่นางวางไว้… 

         “..” อีธานมองทะลุหน้ากากสาวงามแล้วเห็นแผนการทำให้เมรัยหน้าแตกของลีโอน่า ชายหนุ่มมองแล้วชักสายตากลับอย่างเฉยเมย พลางบ่นในใจว่า นางมันปีศาจชัดๆ 

         นิกุยังไม่ค่อยรู้เรื่อพวกเมรัยเท่าไหร่ แต่นางดีใจที่พบพวกพี่สาวน่าอร่อย ไม่ๆ หมายถึงพวกพี่สาวที่ชอบเอาของอร่อยๆมาให้นางกิน ใครก็ตามที่ให้ขนมนางเยอะๆนิกุชอบหมดนั้นแหละ ชอบสุดก็ไดอาเรียเพราะคุณหนูน้อยให้ขนมเยอะสุด “ลาก่อนนะพี่สาว” เมรัย นารี เรไร พลันกันลูบหัว ลูบหาง กอดหมูป่าน้อย เมรัยน้ำตาจะไหล ในที่สุดก็ได้กอดนิกุแล้ว หลังโดนนารีเตะขาหัวทิ่มมาตลอดหลายครั้งตอนหมอผีน้อยจะกอดหมูป่าน้อย 

         ฝั่งแคทเธอรีนยืนกอดสีนวลกะพริบตาปริบๆ นางอยู่วงนอกพลางยิ้มมองพวกเมรัยเงียบๆ  

         “แม้นบอกแล้ว แต่ข้าอยากบอกอีกนะคะ” 

         รองโรน่าเดินมายืนเคียงข้างแคทเธอรีน “ขอบคุณพี่แคทเธอรีน” 

         “ขอบคุณอะไร ข้ายังไม่ทันทำอะไรเลย..” 

         แผนนางพังหมด คนที่จัดการเรื่องทั้งหมดคือเมรัยต่างหาก ส่วนแคทเธอรีนน่ะ..ทำอะไรไม่ได้เลย 

         แถมทำให้เมรัยบาดเจ็บด้วย.. 

         “อย่าน้อยใจสิพี่แคทเธอรีน ข้าอยากขอบคุณพี่นะ พี่ทำทุกอย่างเพื่อช่วยข้ามิใช่หรือ” 

         ระหว่างที่ความสิ้นหวังมากมายถาโถม ปกคลุมเมืองแห่งวิญญาณ คนที่ยืนหยัดในวินาทีนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือจอมอาคมน้อยที่แม้นหมอผีน้อยจะสลบบาดเจ็บ แม้นยมทูตจะวิ่งหนี กระนั้นแคทเธอรีนกับสีนวลยืนสู้มิใช่หรือ พวกนางไม่เคยถอยหนี และพยายามสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือ เพื่อปกป้องเมือง และยังเพื่อช่วยรองโรน่าให้ปลอดภัยถึงไม่ใช่ “ศาสตร์ลับจอมอาคมแห่งโซดา” ทำลายล้างวิญญาณร้าย.. 

         “นั่นข้า..เพราะไม่รู้จะแยกวิญญาณร้ายออกจากตัวรองโรน่าอย่างไร..” 

         “ใช่ เพราะตอนนี้พี่ไม่เก่งเลยยังทำไม่ได้เหมือนท่านเมรัย แต่สักวันพี่ต้องทำได้แน่” 

         “…” 

         รองโรน่ายิ้มอ่อนโยนละม่อม “เพราะอยากช่วยข้า พี่เลยพยายามทำทุกวิถีทาง..แค่นั้นข้าก็ดีใจแล้ว” 

         สมควร และคู่ควรกับคำ “ขอบคุณ” 

         จอมอาคมน้อยเม้นปากตื้นตันใจ ความพยายามของนาง..มีคนเห็นความพยายามของนาง.. 

         บรรยากาศอบอุ่นมีเสียงนกร้องกังวาน รองโรน่ายิ้มให้แคทเธอรีน จอมอาคมน้อยพลันโล่งอกสบายใจขึ้นมาก “ขอบคุณนะ” นางเอ่ยบอกเสียงแผ่วเบาๆด้วยความดีใจชุ่มฉ่ำ รองโรน่ายิ้มตอบ และพวกนางก็ยิ้มให้กัน 

         “ข้าสัมผัสได้ถึงบางสิ่งระหว่างสองคนนั่น” 

         เมรัยทำมือเป็นกล่องส่องทางไกลปานทหารกำลังดูผู้ร้ายวางแผนการปล้นเก้าอี้โยกบ้านอีธาน นารีกระแอมพลางลากคอหมอผีน้อย เรไรเป็นห่วงพฤติกรรมก้าวร้าวของไดอาเรีนเลยใช้เวลาครู่หนึ่งกล่าวตักเตือนเหมือนพี่สาวเตือนน้องสาว พลางบอกให้พูดดีๆกับนิกุ แล้วโน่นนี้นั่น คุณหนูน้อยเม้นปากบูด แต่ยอมฟังพี่สาวบ่น อย่างน้อยก็ดีกว่าฟังคำพูดลีโอน่า นางจิ้งจอกเก้าหางนั้นแปดเท่า  

         ใช้ไม่เวลาไม่นานหลังทุกคนกล่าวอำลาเรียบร้อย ลีโอน่าบอกแผนจะอยู่เมืองแห่งความลับกับครอบครัวอีธานอีกสักระยะ เมรัยยิ้มกอดพี่ลีโอน่า พลางบอกว่า “สมหวังแล้วนะเจ้าคะ” “จ๊ะ สมหวังแล้ว” พบคนที่สามารถเล่นดนตรีด้วยกัน พบคนที่เข้าใจกัน ชีวิตหลังจากนี้ขอให้พี่สาวมีความสุขๆมากนะเจ้าคะ เมรัยยิ้มให้กำลังใจพลางบอกเจอกันคราวหน้า ถ้ามีอะไรให้เมรัยอีก “ช่วยอย่าให้ต่อหน้านารีนะเจ้าคะ นางนั่นมันร้าย” “จ้าๆ” 

         ฮึๆ 

         มีรถม้ารอรับเมรัย นารี เรไร และแคทเธอรีน และแล้วเมื่อทุกอย่างจบลง เมรัยโบกมือลาพวกลีโอน่า อีธานยืนมองพวกสาวน้อยสุดสายตาพลางโอบเอวภรรยา และพาน้องๆกลับบ้าน ชีวิตแห่งความลับยังเป็นความลับต่อไป จะมีเพียงคนรักเขา และเขารักเท่านั้นที่ล่วงรู้ความลับของเขาว่าแท้จริงแล้วความปรารถนาของเขานั่นคือควาปรารถนาเดียวกันกับของลีโอน่า  

         ขอให้พบนางอีกครั้ง ขอให้ได้เล่นดนตรีกับนาง.. และเคียงคู่กันจนแก่เฒ่า 

         “ขอบคุณ..ที่นำทางนางมาให้” 

         อีธานยกยิ้มที่ไม่มีใครมองเห็น.. คำขอบคุณแด่ดวงดาวน้อย และเพื่อนของนาง.. 

         -- 

         ณ ถนนหลวงเส้นทางแยกระหว่างตะวันตก และใต้  

         “ท่านนารี..รู้หรือไม่เรื่องท่านเมรัย..” 

         ก่อนจอมอาคมน้อยจะแยกทางกับพวกหมอผีน้อย ตอนนี้เมรัยกำลังเจรจากับหัวหน้ากองคาราวาน มีเรไรคอยช่วยพูด ส่วนนารีกำลังยืนหลังพิงรถม้า อีกฝั่งข้างๆรถม้ามีแคทเธอรีนยืนหลบในเงามืด “เรื่องอะไรหรือ” นารีพอเดาได้แล้วว่าแคทเธอรีนอยากบอกอะไร น้ำเสียงดวงดาวน้อยราบเรียบ เฉยเมยอย่างที่สุด จอมอาคมน้อยยินแล้วเจ็บปวดหัวใจ “วิญญาณของท่านเมรัย…” 

         ตั้งแต่ครั้งแรกที่จอมอาคมน้อย และหมอผีน้อยพบกันครั้งแรกที่ห้องอีธาน 

         สิ่งที่คาใจ และสร้างความหวาดหวั่นให้แคทเธอรีนมาตลอดหนึ่งเดือนนั้น 

         “กำลังแตก..” 

         แตกเป็นชิ้นๆ.. 

         -- 

ความคิดเห็น