Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 20 : คนที่โชคดีที่สุด [End]

ชื่อตอน : ตอนที่ 20 : คนที่โชคดีที่สุด [End]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2562 09:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20 : คนที่โชคดีที่สุด [End]
แบบอักษร

 

ตอนที่ 20 : คนที่โชคดีที่สุด [End] 

 

           จินปาดเหงื่อออกจากใบหน้า เขาตามรามิลมาดูความคืบหน้าของห้างสรรพสินค้า เป็นกิจวัตรของจินไปแล้วที่ทุกวันอาทิตย์ต้องทำ 

             จินไม่ได้บอกใครว่าเขาแอบหวังอยู่นิดๆ ว่าหลังจากการพบกันของผู้ใหญ่เมื่อวานวันนี้รามิลอาจจะพาเขาไปที่ไหนเป็นพิเศษบ้าง เช่นทะเล หรือไปกินข้าวชมวิวกันสองคน แต่ถึงจะไม่ได้ตามที่หวัง จินก็ไม่ได้ผิดหวัง เขามีความสุขดีที่ได้เดินตามรามิลตรวจงาน วันธรรมดาในสายตาของใครๆ ถึงอย่างไรก็ยังเป็นวันพิเศษสำหรับเขาเสมอถ้าได้อยู่ด้วยกัน

             “พี่ลืมบอกว่าพี่นัดภีมไว้ที่คอนโด นัดปรึกษาเรื่องงานกัน” รามิลบอกเขาระหว่างเดินกลับไปที่รถ

             “โอเคครับ ผมจะได้ไปนั่งเล่นกับศีล”

             ศีลย้ายมาอยู่ที่คอนโดของพีระพัฒน์แล้ว ยังไม่เรียกว่าอยู่ด้วยกันเสียทีเดียว เพราะพีระพัฒน์กลับไปค้างที่บ้านด้วย แต่อีกไม่นานคู่นี้ก็คงลงหลักปักฐานกัน จินเชื่ออย่างนั้น

 

             “เข้ามา” ศีลยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเขามากับรามิลด้วย ศีลพาเขาไปนั่งเล่นที่โต๊ะกินข้าวหาอะไรมานั่งกินระหว่างคุย ปล่อยให้ท่านผู้บริหารปรึกษาหารือเรื่องงานกันไป

           “ได้คุยบ้างหรือยัง” ศีลยื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ๆ ทั้งที่จุดที่พวกเขานั่งอยู่ห่างกับรามิลกับพีระพัฒน์พอสมควร 

             “คุยอะไร”

             “เอ้า! ก็เรื่องในอนาคตไง”

             “ยัง มันเพิ่งเมื่อวานเองนะ”

             “ขอแล้วก็ต้องคุยหรือเปล่าวะ”

             “แล้วจะตื่นเต้นไปทำไม” จินหัวเราะศีลที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเขา

             “ก็คนมันลุ้น” ศีลตอบเสียงอ่อย “เมื่อวานบรรยากาศโคตรดี อิจฉา”

             “ยังจะอิจฉาอีกเหรอ คุณพีระพัฒน์ดีออกขนาดนั้น”

             “ก็พูดไปงั้นเองมันยังอินไง”

             “หึๆ จะอินทำไม” ศีลผลักศีรษะของเพื่อนเบาๆ

             “แล้วเป็นไงบ้าง ขอแล้วแบบนี้ต่างไปจากเมื่อก่อนไหม”

             “อืมมม” จินหยุดคิดชั่วครู่ “ถามว่าต่างไหมเราว่าไม่นะ ทุกอย่างเหมือนเดิม มันไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก”

             “นึกว่าจะสวีทมากขึ้น” รอยยิ้มของศีลเจ้าเล่ห์

             “นี่กะจะหาเรื่องแซวใช่ไหม” จินหัวเราะเบาๆ “ไม่มี ทุกอย่างปกติ”

             “ไม่ลุ้นเลย” ศีลบ่นเบาๆ หยิบขนมเข้าปาก

             “เออ ดาดฟ้าที่นี่มีส่วนหย่อมด้วยนะ แต่งสวยพอๆ กับที่ตึกเลยอยากไปดูไหม คู่นั้นคุยงานกันแล้วน่าจะยาว”

             “เอาสิ เปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ดี”

             

             ศีลพาเขาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด จินมองหาทางหนีไฟหรือบันไดขึ้นชั้นบน แต่ศีลกลับพาเขาไปหยุดยืนที่หน้าประตูห้องหนึ่ง

             “ห้องพี่ชายพี่ภีม ตึกนี้เป็นโครงการของเขา”

             “อืม” จินเคยได้ยินเรื่องนี้แล้ว

             “จินรู้ใช่ไหมว่าคุณรามิลก็ซื้อห้องไว้เกร็งกำไรเหมือนกัน อยู่ชั้นเดียวกับห้องที่เราพัก”

             “รู้ว่าซื้อแต่ไม่รู้ว่าห้องไหน”

             “ใกล้กันเลย เดี๋ยวขากลับขอคุณรามิลพาไปดูสิ”

             “อืม แล้วเรามาทำอะไรที่ห้องนี้” จินสงสัยว่าพวกเขามาทำอะไรที่ห้องของพี่ชายพีระพัฒน์

             “ดาดฟ้าที่ว่าไม่ใช่ของส่วนรวมเป็นของห้องพี่ชายพี่ภีม เลยต้องเข้าจากในห้องนี้ เขาให้รหัสไว้เผื่อจะขึ้นไปนั่งเล่นกัน” ศีลกดรหัสผ่านก่อนเปิดประตูเข้าไปด้านใน

             “จะดีเหรอ” จินชักลังเล เขาว่าไม่เหมาะที่จะเข้าห้องคนอื่นโดยที่เจ้าของห้องไม่อยู่

             “เข้าได้ เพราะห้องไม่มีคนอยู่ ชั้นนี้มีแค่สองห้องใหญ่ ไม่ได้เปิดขายเก็บเอาไว้เองแต่ไม่ได้ใช้”

             “อ๋อ” จินเข้าใจแล้วว่าทำไมศีลถึงได้รับอนุญาตให้เข้าได้

             “สวย” จินมองวิวนอกกระจก ตัวห้องยังไม่ได้ตกแต่ง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์หรือข้าวของใดๆ เป็นเพียงห้องสีขาวสะอาดตา แต่นั่นไม่ทำให้ความสวยของทิวทัศน์โดยรอบน้อยลดลง

             “ขึ้นไปข้างบนกัน”

             จินเดินตามศีลขึ้นบันไดวนสีขาวไปยังดาดฟ้า มีประตูปิดกั้นอยู่เมื่อเปิดออกไปสวนหย่อมภายนอกแทบไม่ต่างจากที่ตึกพีพีอาร์บิวดิ้ง

             “เหมือนกันมากจริงๆ”

             “ใช้คนจัดคนเดียวกันกับตึกโน้น” ศีลไขข้อข้องใจให้

             “อีกห้องขึ้นมาได้ไหม” จินถามเพราะสวนกินพื้นที่ทั้งหมดของดาดฟ้า

             “ไม่ได้ไม่มีทางขึ้น”

             “เจ้าของก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้ว เข้าใจได้”

             จินนั่งลงที่เก้าอี้ใต้ร่มไม้ แม้แต่ตรงนี้ก็ยังเหมือนที่ประจำของเขา

             ลมเย็นๆ ทำให้พวกเขาคุยกันเพลิน จินไม่แน่ใจว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่เขาสามารถอยู่ที่นี่ได้สบายๆ ถ้ามีหนังสือสักเล่มคงอยู่ได้ทั้งวัน

             โทรศัพท์ของศีลมีเสียงข้อความเข้า เจ้าตัวยกขึ้นมาอ่าน จินจึงถือโอกาสนี้เดินไปที่ขอบกั้น เขาก้มลงมองสวนด้านล่าง ถึงแม้ตึกนี้จะไม่สูงเท่ากับตึกพีพีอาร์บิ้วดิ้ง แต่ความสวยของวิวแทบไม่ต่างกันเลย

             เขายกแขนขึ้นสูงบิดไปมา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

             “ได้กาแฟสักแก้วก็ดีสิ...” จินพูดค้างเมื่อหันไปแล้วไม่เจอเพื่อนยืนอยู่ เขามองไปรอบๆ เหลือเพียงเขาแค่คนเดียวเท่านั้น หรือศีลจะลงไปหยิบของ

             จินเดินกลับไปที่บันไดเพื่อตามเพื่อนลงไป

             เท้าของเขาชะงักเมื่อถึงบันไดขั้นสุดท้าย ดวงตาค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น เมื่อห้องสีขาวโล่งๆ มีโซฟาสีขาวตัวใหญ่ตั้งอยู่หันหน้าไปทางกระจก และทั้งห้องเต็มไปด้วยดอกคัตเตอร์บานสะพรั่ง

             “ชอบไหม” จินมองรามิลที่เดินเข้ามาหา

             “คุณรามิล!” จินมองใบหน้าของคนรักด้วยดวงตาแดงเรื่อ ดอกไม้ที่เห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง

             “ยังไม่ตอบพี่เลยว่าชอบไหม” รkมิลสอดมือเข้ากอดเอวของจินหลวมๆ มองใบหน้าของอีกฝ่าย

             “คุณรามิลทำให้ผมเหรอครับ”

             “ใช่”

             “ชอบครับ ผมชอบมาก มันสวยจริงๆ”

             “พี่ไม่ได้หมายถึงเฉพาะดอกไม้” สายตาของรามิลที่มองเขาอ่อนโยน

             “ไม่ใช่เหรอครับ?” ตาของจินเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม ความคิดของเขาเริ่มสับสน

             “จินชอบห้องนี้ไหม ห้องที่มีกระจกล้อมรอบมองวิวได้สุดสายตา”

             “คุณรามิล” จินพูดอะไรไม่ออกได้แต่เรียกชื่ออีกฝ่าย ริมฝีปากของรามิลแตะลงข้างแก้มเขาแผ่วเบา

             “พี่ขอซื้อห้องนี้ต่อจากพี่ชายของภีม ตื้ออยู่นาน ตอนแรกก็ไม่ยอมขายให้ แต่พี่ไม่อยากได้ที่อื่นเพราะรู้ว่าจินชอบวิวตรงนี้ จะได้อยู่ใกล้กับศีลด้วย หลังจากพยายามอยู่นานสุดท้ายก็ได้มา ห้องของจิน ห้องของเรา”

             “ของเราเหรอครับ” น้ำเสียงของจินแผ่วเบา

             “ใช่ห้องของเรา”

             “คุณรามิลยังจำได้” หยดน้ำสีใสไหลลงมาที่แก้ม รามิลใช้นิ้วค่อยๆ เช็ดมันออก

             “จำได้สิ สิ่งที่จินฝันอยากได้ พี่อยากเป็นคนให้มันกับจิน”

             “ผมชอบมากเลยครับ ชอบมากๆ” จินพูดวนไปมา เขามีความสุขจนล้น

             “เราจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน พี่ยังไม่ได้ตกแต่งอะไรเพราะอยากให้จินเป็นคนทำ พี่คิดว่าจินคงอยากตกแต่งมันด้วยตัวเอง”

             “ครับ ผมอยากทำ” เสียงจินเริ่มสะอื้น เขาไม่ใช่คนที่ร้องไห้ง่ายนัก แต่คราวนี้เขาไม่สามารถหยุดมันได้เลย

             “ชอบข้างบนไหม”

             “ชอบครับ”

             “พี่สั่งให้เขาทำ เพิ่งเสร็จเมื่ออาทิตย์ก่อน”

             “คุณรามิลเป็นคนทำเหรอครับ ผมนึกว่า..”

             “ใช่พี่เป็นคนทำเอง เดิมด้านบนเป็นดาดฟ้าโล่งๆ ไม่มีอะไร พี่คิดว่าจินน่าจะอยากได้สวนหย่อมไว้ขึ้นไปนั่งพักผ่อน”

             “ผมไม่รู้จะพูดอะไรแล้วครับ มันพูดไม่ออก” เขาจุกที่คอ รู้สึกรักผู้ชายคนนี้มากมายเหลือเกิน

             “ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร..ก็พูดว่ารักพี่สิ”ดวงตาของคุณพูดเป็นประกายวาววับ หน้าที่ยื่นเข้ามาใกล้ทำให้จินหน้าแดงเรื่อ

             “จินหลบสายตาลง รอยยิ้มเขินจุดขึ้นที่ริมฝีปาก เขาพูดด้วยเสียงแผ่วเบา “ผมรักคุณรามิลครับ”

             ใบหน้าของเขาถูกเชยขึ้น บังคับให้สบตา

             “อีกทีสิ”

             “ผมรักคุณรามิลครับ”

“อีกที”

             “ผมรักคุณรามิลครับ”

ริมฝีปากร้อนประทับลงมาบนริมฝีปากของเขา ดูดซับความหวานไปรอบๆ ก่อนที่ปลายลิ้นจะสอดแทรกเข้าไปด้านในเกี่ยวกระหวัดกับปลายลิ้นของเขา สมองของจินพร่าเบลอ เขาไม่เคยมาไกลถึงขนาดนี้

มือใหญ่ของรามิลสอดเข้ามาภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวหลวม ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของเขา

“คุณรามิลครับ” จินได้แต่ประท้วงเสียงพร่า ร่างกายสั่นสะท้าน

“ชู่ว อย่ากลัว พี่ขอแค่นี้เท่านั้นครับ”

ริมฝีปากของเขาถูกบดเบียนลงมาอีกครั้ง จินทำได้เพียงเผยอริมฝีปากออกจากกัน เพื่อให้รามิลได้ลิ้มรสอย่างที่ต้องการ

ร่างสูงซบหน้าลงกับไหล่ของเขาหายใจหอบแรง รู้สึกถึงเนื้อตัวที่สั่นเทิ้มของอีกฝ่าย จินนึกสงสารชายหนุ่ม

คุณรามิลครับ..คือ.ถ้า..”

“ไม่ต้องพูดครับคนเก่ง” ริมฝีปากร้อนแตะลงที่ซอกคอของเขา

 พวกเขากอดกันอยู่อย่างนั้นจนร่างกายสงบลง หายใจเข้าออกตามปกติ

“ทำไมครับ” จินซุกหน้ากับอกของรามิล เขาเขินแต่ก็อยากถาม “ทำไมคุณรามิลถึง..”

“เพราะพี่อยากให้ทุกอย่างดีที่สุดสำหรับจิน อีกแค่นิดเดียวพี่ทนไหว รอให้บ้านของเราเสร็จเรียบร้อย รอให้พี่ไปรับจินมาจากคุณพ่อคุณแม่ ถึงตอนนั้นพี่จะไปล่อยจินอีกเลย”

“คุณรามิล”

จินซุกหน้ากับอกของรามิล เขากดริมฝีปากลงไปตรงหัวใจของผู้ชายที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุด

             ไม่ใช่เพราะห้องสวยหรู แต่เพราะอีกฝ่ายจำความฝันของเขาได้

             ไม่ใช่เพราะสวนหย่อมบนดาดฟ้า แต่เเพราะอีกฝ่ายรู้ว่าเขาชอบนั่งพัก

             ไม่ใช่เพราะจำนวนดอกคัตเตอร์ที่บานสะพรั่งอยู่เต็มห้อง แต่เพราะอีกฝ่ายจำได้ว่าเขาคือดอกไม้ดอกเล็กนั่น

             ทั้งหมดคือความใส่ใจและความรักที่รามิลมีให้ เขาจึงเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด

             “มานี่เถอะ”

             รามิลจับมือของเขาพาเดินไปที่โซฟาสีขาวที่ตั้งอยู่ ชายหนุ่มจับไหล่ของเขากดให้นั่งลง จินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสงสัยเมื่อรามิลไม่ตามลงมานั่งด้วย แต่เพียงครู่เดียวดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ใบหน้าร้อนผ่าว

             รามิลคุกเข่าลงกับพื้น เปิดกล่องแหวนและยื่นมาตรงหน้าเขา

             “พี่รักจินครับ แต่งงานกับพี่นะ”

             “คุณรามิล”

             “ตกลงไหมครับ”

             “ตกลงครับ ตกลง”

             น้ำตาของจินไหลเป็นทาง เขาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย รามิลสวมแหวนที่นิ้วนางของเขา จรดริมฝีปากลงบนแหวนที่อยู่บนนิ้ว ก่อนลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วดึงเขาเข้าไปกอด ริมฝีปากของรามิลประกบเข้ากับริมฝีปากของเขา คราวนี้มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน

             จินไม่รู้ว่าเขาจะมีความสุขได้มากกว่านี้อีกไหม หัวใจของเขาถูกเติมเต็มจนล้น สองมือได้แต่กอดรามิลไว้แน่น เขาไม่รู้ว่าจะแสดงออกอย่างไรให้ชายหนุ่มรู้ว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน

             “คุณรามิลครับ” จินกระซิบเสียงพร่า

             “ครับ” ริมฝีปากของอีกฝ่ายคลอเคลียอยู่ที่ริมฝีปากของเขา

             “ผมดีใจที่ได้รักคุณรามิล”

             “พี่ก็ดีใจที่ได้เจอกับจิน”

             ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดอื่นใดอีก ระหว่างพวกเขาความบังเอิญนำพาให้มาพบกัน แต่ความรักและความเข้าใจจะหลอมหลวมพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียว ขอแค่มีกันและกันอย่างนี้ก็ไม่มีอะไรที่จินต้องการอีกแล้ว

 

-HAPPY ENDING- 

ความคิดเห็น