Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 18 : สิ่งที่ดีที่สุด

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : สิ่งที่ดีที่สุด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 697

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2562 13:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : สิ่งที่ดีที่สุด
แบบอักษร

 

ตอนที่ 18 : สิ่งที่ดีที่สุด 

 

             “รู้สึกไหมว่าบรรยากาศมันแปลกๆ” ลิลิตเดินโฉบมาหาลูกน้องที่เคาน์เตอร์ 

             “จริงพี่” ศีลรีบพยักหน้า เมื่อครู่ใหญ่มีหญิงสาวสองคนเดินเข้ามาในร้าน อากัปกิริยาคุยกันไปลอบมองพวกเขาไป ให้ความรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ 

             “ศัตรูใครหรือเปล่าวะ จะต่อยกับใครอย่าทำร้านพี่พังนะเว้ย” 

             “พี่ลิตครับนั่นผู้หญิง” จินรีบบอก ใครจะต่อยกับผู้หญิง 

             “ก็ไม่แน่นะ ถ้ามาหาเรื่องกันถึงเป็นผู้หญิงพี่ก็ต่อยได้” 

             “งั้นก็ของพี่ลิตแหละ ผมกับจินมีที่ไหน จริงไหมจิน” 

             “อืม” จินพยักหน้า เขาไม่เคยมีปัญหากับใคร 

             “ไม่ใช่พี่แน่ ถ้ามีคงฟาดปากจบdyoไปนานแล้ว ไม่ต้องรอมาเอาคืนทีหลัง” 

             “เออ อันนี้มีเหตุผล” ศีลพยักหน้าเห็นด้วย 

“แต่ผมว่าเขาอาจจะแค่มอง เหมือนเรามองคนอื่นก็ได้ แค่พูดถึงบ้างนิดหน่อย ไม่มีอะไรมั้งครับ” 

จินเดาว่าเป็นอย่างนั้นเพราะสายตาของทั้งคู่ดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะหาเรื่อง  

“โปรดอยู่ในความสงบ” ศีลรีบบอกเมื่อหนึ่งในสองคนลุกขึ้นเดินมาที่เคาน์เตอร์ 

             “ขอลาเต้แก้วหนึ่ง" 

             "ได้ครับ" จินรับเงินที่อีกฝ่ายยื่นให้ สายตาที่มองมาทำให้จินเกิดความสงสัย หรือว่าคนๆ นั้นจะเป็นเขาจริงๆ 

             "เดี๋ยวผมเอาไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะครับ" 

             หญิงสาวจ้องหน้าเขานิ่งก่อนหมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะ จินได้แต่มองตาม มั่นใจว่าเขาไม่เคยรู้จัก 

 

             "ลาเต้ครับ" จินวางกาแฟลงบนโต๊ะ ทันทีที่เขาหันหลังเสียงพูดก็ลอยเข้าหู 

             "คนนี้เหรอ" 

             "ใช่" 

             จินได้ยินแค่นั้นเพราะเดินห่างออกมา  

             "มีอะไรหรือเปล่าจิน ทำไมหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้น" พี่ลิตมองหน้าของเขาด้วยสายตาสงสัย 

             "ผมว่า..น่าจะเป็นผม“ เสียงของเขาไม่มั่นใจนักแต่จินคิดว่าใช่ 

             “ไม่ใช่มั้ง อย่างศีลหรือพี่ก็ว่าไปอย่าง ใครจะอยากมีเรื่องกับจิน เว้นแต่ว่า..” สีหน้าของลิลิตคิดหนัก 

             “แต่ว่าอะไรพี่” ศีลขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้านาย 

             “เว้นแต่ว่าเป็นแฟนเก่าคุณรามิลมาดูหน้าจินหรือเปล่า” 

             “ผมว่าไม่ใช่นะครับ สายตาไม่ได้ไปทางนั้นแต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร” จินไม่คิดเหมือนลิลิต 

             “งั้นก็ทนๆ เอาหน่อยเดี๋ยวก็คงกลับแล้ว” 

             “ครับ” 

             จินพยายามจะไม่สนใจ เขาทำงานไปเรื่อยๆ ก่อนที่เสียงชัตเตอร์กล้องจะดังขึ้น จินเงยหน้าขึ้นมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งรีบลดกล้องลง เขาได้แต่ถอนใจออกมา ให้มีเรื่องกับผู้หญิงจินไม่ทำแน่ 

 

             “นี่” 

             จินเงยหน้าขึ้นเมื่อมีเสียงเรียก หนึ่งในสองคนยืนอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ จินจึงส่งยิ้มให้  

             “รับอะไรดีครับ” 

             “เปล่าจะถามอะไรหน่อย” 

             “ครับ” 

             “ทำงานที่นี่รับวุฒิอะไร เงินเดือนเท่าไหร่เหรอ คือ..พอดีมีคนรู้จักอยากทำงานร้านกาแฟน่ะ” 

             “เดี๋ยวผมเรียกเจ้าของร้านให้ครับ เพราะข้อมูลพวกนี้ไม่แน่ใจว่าให้แจ้งได้ไหม” 

             “อืม” 

             จินยกมือขึ้นส่งสัญญาณเพราะลิลิตมองมาพอดี  

             “สวัสดีครับ ไม่ทราบมีอะไรหรือเปล่าครับ” ลิลิตถามเมื่อเดินมาถึง 

             “คือจะถามว่าทำงานที่นี่รับวุฒิอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ พอดีคนรู้จักอยากทำงาน เอาอย่างคนนี้ก็ได้ จบอะไรมาเหรอ”  

             “ร้านเราไม่กำหนดครับ รับหมด ดูจากความสามารถเป็นหลัก เงินเดือนก็เหมือนกันถ้ายังไงลองบอกให้มาสมัครดูก็ได้ครับ” ลิลิตตอบเหมือนไม่ตอบคำถามอีกฝ่าย ทำให้สีหน้าคนฟังดูขัดใจแต่ครู่เดียวก็เก็บอาการไว้ได้ 

             “ส่วนใหญ่มอหกหรือเปล่า” 

             จินเห็นลิลิตลอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แต่ใบหน้ายังยิ้มแย้ม “ที่นี่รับวุฒิมอหกด้วยครับแต่เผอิญตอนนี้ที่ร้านเรามีแต่ปริญญาตรี” 

             ดวงตาคนฟังออกไปทางผิดหวังมากกว่า “อ๋อค่ะ ขอบคุณค่ะ” 

             จินสบตากับลิลิตเมื่อหญิงสาวเดินกลับไปที่โต๊ะ จินมั่นใจว่าเมื่อครู่เขาถูกถ่ายรูปแน่ๆ แล้วยังมีเรื่องนี้อีก เขาเริ่มรู้สึกว่ามันแปลกเข้าไปทุกที 

             เมื่อหญิงสาวทั้งสองกลับไปแล้วจินจึงเล่าให้ศีลกับลิลิตฟัง ต่างคนต่างวิเคราะห์ไปคนละทางสองทาง ศีลคิดว่าเป็นที่บ้านของรามิลให้มาดู แต่จินมั่นใจว่าไม่ใช่ถึงเขายังไม่เคยเจอกับพ่อแม่ของรามิลแต่ก็มั่นใจว่าไม่ใช่แน่เพราะเคยเจอพี่สาวและพี่ชายมาแล้ว ในขณะที่ลิลิตคิดว่าน่าจะเป็นคนที่กำลังชอบรามิลอยู่ อาจแวะมาประเมินคู่แข่ง หรือมาเปรียบเทียบ ซึ่งจินเอนเอียงมาทางลิลิตมากกว่าเพราะไม่มีเหตุผลอื่นที่เขาคิดออกแล้ว 

             หากแต่ในวันถัดมาจินก็ได้รู้ว่ามันคืออะไร เมื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งซึ่งร้านรับเป็นประจำทุกวันลงรูปเขาในหน้าซุบซิบสังคม เป็นรูปที่เขาแต่งชุดพนักงานร้านยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ กับรูปคู่เขากับรามิลกำลังเดินข้างกัน โดยที่มือของรามิลแตะอยู่กลางหลังของเขาอย่างที่ชอบทำ 

             ลิลิตโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง เพราะในเนื้อข่าวเขียนแซวรักใหม่ของรามิลว่าเป็นเซอร์ไพรส์วงการเมื่อทายาทห้างสรรพสินค้าดังซุ่มคบเงียบหนุ่มน้อยเพศเดียวกัน แถมหนุ่มน้อยคนนั้นยังทำงานเป็นพนักงานร้านกาแฟเล็กๆ และคาดว่าจะจบการศึกษาแค่ชั้นมัธยมปลาย คนเขียนฉลาดพอที่จะเลี่ยงด้วยการลงรายละเอียดทีหลังว่ามาจากการสอบถามพบว่าพนักงานร้านกาแฟส่วนใหญ่นั้นจบชั้นมัธยมปีที่หก แต่เขียนแบบนี้ใครอ่านก็คงคิดเหมือนกัน 

             “เมื่อวานน่าจะต่อยผู้หญิงสักที” 

             “โกรธที่เขาไม่ลงชื่อร้านเหรอพี่จะได้โปรโมทไปในตัว หรือโกรธที่บอกว่าร้านเล็กๆ” 

             “เจ้าศีล! มันใช่เวลาไหม” 

             “ก็ผมไม่อยากให้จินมันเครียด อย่าไปสนใจเลยจินแค่ข่าวๆ หนึ่ง หน้านี้ใครเขาอ่านกัน” 

             “เออเอ็งไม่อ่าน แต่คนในแวดวงไฮซงไฮโซเขาอ่านกัน” 

             “โธ่แล้วพี่ลิตจะพูดให้มันแย่ลงทำไม” 

             “เออวะ” ลิลิตนึกได้ “โทษที” 

             “ไม่เป็นไรครับผมโอเคดี”จินรีบบอกทุกคน ถึงใจจะแป้วไปมากก็ตาม เขาไม่นึกว่าคนเขียนหรือผู้หญิงที่เขาเจอจะไร้จรรยาบรรณถึงขนาดนี้ 

             “แล้วจะเอาไงจะบอกคุณรามิลไหม ไม่รู้อ่านข่าวสังคมหรือเปล่า” 

             “คงไม่มั้งครับ” จินก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน 

             “แล้วจะบอกไหม พี่ว่าควรบอกนะเพราะคนที่เสียหายในข่าวนี้ไม่ได้มีแค่จิน” 

             “ครับ ผมก็คิดว่าจะบอก” 

             “งั้นก็ไปเลยไม่ต้องรอ” ลิลิตพับหนังสือพิมพ์ส่งให้เขา “เอาไปด้วย” 

             “ครับ เดี๋ยวผมกลับมา” 

             “อืม บอกคุณรามิลเอาระเบิดไปปาเลย” 

             จินยิ้มได้เพราะความเกรี้ยวกราดของลิลิต เวลาแบบนี้การมีเพื่อนดีที่สุดเ 

              

• • • • • • • • 

 

             ระหว่างยืนรอลิฟต์จินเกิดคำถามกับตัวเองว่ารู้แล้วเขาทำอะไรได้บ้าง หนังสือพิมพ์ลงไปแล้ว คนอ่านแล้ว เขาไม่สามารถตามไปแก้ข่าวให้ทุกคนรับทราบได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครได้อ่านบ้าง ที่ทำได้คือบอกให้รามิลรับรู้และรับมือกับคำถามจากคนรู้จักที่เข้ามา เขาอยากช่วยรามิลได้มากกว่านี้แต่คิดหนทางไม่ออกเลย จินภาวนามาตลอดว่าอย่าให้ตัวเขาเป็นปัญหาของรามิลแต่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้ 

             “คุณรามิลอยู่ไหมครับ” จินยิ้มให้กับเลขาของรามิล 

             “อยู่ค่ะคุณจินเข้าไปได้เลยค่ะ” 

             “ครับ” 

         เมื่อจินเปิดประตูเข้าไปสีหน้าของรามิลดูแปลกใจที่เขามา แต่กลับไม่แปลกใจเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ในมือของเขา 

             จินนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย 

             “คุณรามิลเห็นแล้วใช่ไหมครับ” จินวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะแต่ไม่ได้คลี่ออกให้ดู 

             “พี่เห็นแล้ว แต่ไม่คิดว่าจินจะเห็น” 

             “ที่ร้านรับฉบับนี้ครับ ปกติผมไม่เคยเปิดหน้านี้ดูแต่พี่ลิตเป็นคนเห็นครับ” 

             “มานี่เถอะ” รามิลลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินมาจับมือของเขาจูงไปที่โซฟา 

             “ผมมีเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้เล่าให้คุณรามิลฟังครับ นึกว่าไม่มีอะไรแต่ก็มีจนได้” 

“เกิดอะไรขึ้น มีเรื่องอะไร”  

“เมื่อวานมีผู้หญิงสองคนมาที่ร้านครับ ผมรู้สึกแปลกๆ เพราะสังเกตเห็นว่าเขาแอบมอง แถมยังถ่ายรูปผมไปด้วย แล้วก่อนกลับก็ถามอะไรแปลกๆ บอกว่าอยากถามข้อมูลไว้สมัครงานว่าที่ร้านรับวุฒิอะไรได้เงินเดือนเท่าไหร่ ตอนแรกพี่ลิตไม่บอกแต่ตอนหลังก็บอกไปแล้วว่าจบปริญญาตรี พวกผมมารู้วันนี้เองว่าเป็นนักข่าว” จินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้รามิลฟัง  

“ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นเรื่องนี้ คุณรามิลเป็นยังไงบ้างครับ” 

             รามิลจับมือของจินขึ้นมา เขาลูบมือนั้นไปมา คิดว่าควรเล่าให้อีกฝ่ายฟังตามความจริง 

             “เช้านี้โทรศัพท์พี่ยังเข้าไม่หยุด ส่วนใหญ่ก็โทรมาเช็คข่าวให้แน่ใจว่าหนังสือพิมพ์เอารูปมามั่วข่าวหรือเปล่า แต่พี่ก็ตอบไปแล้วว่าเรื่องจริง ก็มีทั้งแปลกใจ แสดงความยินดีไปจนถึงตักเตือน” 

             “คุณรามิล” 

             “อย่าคิดอะไรมาก อย่าลืมว่าที่บ้านพี่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ไม่มีใครคัดค้านอะไร เราจะไปสนคำตักเตือนคนอื่นทำไม” 

             “มันจะมีผลอะไรกับคุณรามิลไหมครับ” 

             “ถ้าถามพี่ก็คงมี แต่เป็นผลกระทบที่พี่รับมือได้สบายๆ ดีเสียอีกมีคนเปิดตัวแฟนให้ไม่เหนื่อย” 

             “แต่เนื้อข่าวเขียนไม่ดีเลย”  

             “เขาตั้งใจบิดเบือนข่าวเพราะอยากให้ขายได้ ข่าวดีๆ มันขายลำบาก” 

             “แล้วเราควรทำยังไงครับ” 

             “ไม่ต้อง เราก็ใช้ชีวิตของเราไป เดี๋ยวมันก็ซาไปเอง” 

             “...” 

             “จิน” 

             “ครับ” 

             “เชื่อพี่ครับ ไม่มีอะไร” มือของรามิลยกขึ้นลูบผมของเขาอย่างอ่อนโยน จินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนยิ้มออกมา ถึงจะไม่สบายใจแค่ไหน เขาจะไม่ยอมให้เรื่องนี้มาทำให้รามิลรู้สึกผิดหวังในตัวเขา  

             “ครับ ผมเชื่อคุณรามิล” 

             “ไหน เอากาแฟมาฝากพี่ไหม” 

             “โอ๊ะ!” จินตาโต “เปล่าครับผมเอามาแต่หนังสือพิมพ์” 

             “พี่ไม่เห็นอยากได้ งั้นขออย่างอื่นแทนจะได้เป็นกำลังใจให้พี่รับโทรศัพท์” 

             รามิลยังพูดไม่ทันจบ จินก็โอบมือมารอบคอของเขาดึงเข้าไปหาตัว แตะริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเขา เงอะงะไปบ้างแต่ก็น่ารักมาก          

             ชายหนุ่มสอดมือไปรอบเอวของจินกอดกระชับอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนเป็นฝ่ายบดเบียนริมฝีปากให้แนบชิดมากขึ้น เขาเริ่มคิดว่าการลงข่าวนั้นก็ไม่เลวนัก ถ้ารางวัลปลอบใจของเขาจะเป็นคนที่อยู่ในอ้อมแขน 

             “พอแล้วครับ ได้ทีเอาใหญ่” 

             “หึๆ ก็เราอยากน่ารักเอง” 

             จินย่นจมูก ไปๆ มาๆ ก็มาเรื่องนี้จนได้ 

             “สบายใจขึ้นหรือยัง” 

             “ผมสิครับต้องเป็นคนถามคุณรามิล” 

             “พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่เป็นไร ทีแรกอาจจะหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ตอนนี้มาเถอะกี่สายก็รับได้สบาย ได้กำลังใจมาเต็มร้อย” 

             “ดูพูดเข้าครับ” 

             “จิน” รามิลใช้สองมือจับแก้มของคนรัก มองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น 

             “ไม่ว่าเรื่องอะไรพี่จะจัดการเอง จินมองแค่พี่ก็พอจำได้ไหม” 

             “จำได้ครับ” 

             “เด็กดี” รามิลแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากของจิน  

             เดิมเขาคิดวจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป แต่เห็นสีหน้าของจิน เห็นความไม่สบายใจของคนรักแล้ว เห็นทีเขาคงปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้ 

 

• • • • • • • • 

 

             “ฮ่าๆ” เสียงหัวเราะชอบอกชอบใจของลิลิตทำให้พวกเขาอดหันไปมองไม่ได้ ในมือของอีกฝ่ายมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งแต่คนละหัวกับหนังสือพิมพ์ต้นเหตุ 

             “มีอะไรหรือเปล่าพี่ลิต” ศีลตะโกนถาม 

             “ดูเอาเอง” ลิลิตเดินมาหาลูกน้องอย่างอารมณ์ดี 

             จินเบิกตากว้างเมื่อเห็นรูปคู่ของเขากับรามิลอีกครั้งแต่เป็นรูปที่จินแน่ใจว่ามาจากมือถือของรามิล สกู๊ปข่าวขนาดหนึ่งในสี่หน้าหนังสือพิมพ์เป็นบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ส่วนหนึ่งพูดถึงเรื่องห้างสรรพสินค้าสาขาที่จะเปิดตัวใหม่ อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของความรักที่กำลังเป็นที่จับตามอง  

             จินอ่านซ้ำไปซ้ำมา ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว เขาคิดว่ามันเป็นบทสัมภาษณ์ที่คนๆ หนึ่งจะพูดถึงแฟนได้ดีที่สุดแล้ว  

             “อิจฉาชะมัด” ลิลิตจับศีรษะจินโยกไปมา “ถ้าเป็นพี่คงไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว” 

             “นั่นสิคุณรามิลสุดยอด” 

             ไม่ใช่แค่ให้เกียรติเท่านั้นแต่มันแสดงถึงความรักมากมายที่คนพูดมีให้เขา รามิลยังพูดถึงอนาคตข้างหน้า พูดถึงครอบครัวที่เขาหวังว่าจะมีในเร็ววันนี้ มันทำให้จินเขินจนพูดไม่ออก ขณะเดียวกันก็มีความสุขจนล้นหัวใจ 

             “ ดีใจด้วยนะจิน” 

             “ครับพี่ลิต”  

             จินเงยหน้าขึ้นยิ้ม ไม่ต้องบอกว่าเขามีความสุขมากแค่ไหน เพราะศีลกับลิลิตสามารถเห็นมันได้จากดวงตาของเขา 

             จินหลบออกมาจากเคาน์เตอร์โดยไม่มีใครสอบถามว่าไปไหน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความไปหารามิล 

             ผมรักคุณรามิลร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ 

             หวังว่ารามิลจะจำได้ว่าเขาหมายถึงอะไร 

 

             เสียงประตูหน้าร้านดังขึ้นในเวลาไม่นานนัก คนที่ยืนอยู่หอบหายใจนิดๆ จินยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นใคร แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขารักได้อย่างไร ไม่ต้องรอพิสูจน์อะไรอีกแล้ว  

ความคิดเห็น