Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 15 : เรียนรู้

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : เรียนรู้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 810

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2562 18:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : เรียนรู้
แบบอักษร

 

ตอนที่ 15 : เรียนรู้ 

 

           “ไปไหนนะครับ” จินถามซ้ำถึงสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่ 

             “ไปทานข้าวกับเพื่อนพี่”

             “คุณภีมเหรอครับ”

             “กลุ่มเดียวกันแต่ภีมไม่ว่าง”

             “คุณรามิลไปคนเดียวก็ได้นะครับ” 

             “จะไปคนเดียวได้ยังไง ในเมื่อพี่จะพาแฟนไปโชว์ตัว”

             จินถอนใจออกมาเบาๆ “ก็เพราะแบบนี้ไงครับผมถึงไม่อยากไป ชอบพูดให้ผมอาย”

             “ไปเถอะ พี่อยากให้รู้จักกันไว้ ไม่เจอกันวันนี้ยังไงสักวันก็ต้องเจอ”

             “ไปเจอก็ได้ครับ แต่สัญญามาก่อนว่าห้ามพูดอะไรให้ผมเขินต่อหน้าเพื่อนคุณรามิล”

             “แค่พยายามได้ไหม พี่ไม่อยากสัญญา”

             จินสบตากับรามิล เห็นความตั้งใจของอีกฝ่ายแล้วอย่างนี้เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร “ก็ได้ครับ”

             “เชื่อพี่เถอะไม่มีอะไรน่ากลัว เพื่อนพี่นิสัยดีทุกคน ดูพี่เป็นตัวอย่างได้”

             “ถ้าอย่างนั้นผมยืนยันว่าไม่ไปครับ ขืนมีแบบคุณรามิลอีกสักสองสามคนผมคงปวดหัวตาย”

             “หึๆ ไม่ตายหรอกน่า ดูอย่างภีมสินั่นก็อยู่กลุ่มเดียวกัน”

             “อืมม” จินแกล้ทำหน้าคิด “ถ้าแบบคุณภีมโอเคเลยครับ สิบคุณภีมมาก็ได้”

             “พูดอย่างนี้เดี๋ยวเราจะโดน อยากให้เพื่อนทะเลาะกันเพราะความอิจฉาใช่ไหม”

             “เปล่าสักหน่อยครับ” จินหัวเราะขำสีหน้าของรามิล เขารู้ว่าอีกฝ่ายก็แกล้งแหย่เขาเหมือนกัน

             “ผมต้องแต่งตัวแบบไหนครับ”

             “แบบไหนก็ได้แค่ไปกินข้าวกัน เอาที่จินถนัด...” รามิลชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ “แต่ให้ดูสุภาพหน่อยก็ดีเผื่อเราอยากไปที่อื่นกันต่อ”

             “ได้ครับ เดี๋ยวผมใส่เสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์ไปแล้วกันครับ กลางๆ ไว้ก่อน”

             “แบบนั้นก็ได้”

             จินนึกถึงตู้เสื้อผ้าที่บ้าน เขาคิดว่ามีตัวที่ใส่ไปได้ไม่ต้องซื้อใหม่

             “พี่ไปรับวันอาทิตย์สักเก้าโมงจะได้มีเวลาทักทายที่บ้านจิน สิบโมงค่อยออก”

             “ก็ได้ครับ” จินไม่ยอมบอกรามิลว่าที่บ้านเขาบ่นถึงเพราะกลัวจะได้ใจ เดี๋ยวนี้ชอบแอบไปตีสนิท ล่าสุดจินจับได้ว่าวันเสาร์รามิลไปขลุกอยู่ที่บ้านของเขาทั้งวันขณะที่เขาทำงานอยู่ที่ร้าน มีจอมน้องชายของเขารู้เห็นเป็นใจในการนัดหมาย เขากลับบ้านไปเจออีกฝ่ายนั่งเอกเขนกเล่นหมากรุกอยู่กับพ่อของเขา ตอนนี้กลายเป็นลูกรักคนใหม่ไปแล้ว

             

• • • • • • • • 

 

             จินมองตัวเองในกระจก เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน ดึงชายเสื้อออกแล้วใส่กลับเข้าไปใหม่ 

             “แม่ว่าดูดีแล้ว” 

             จินหันไปมองเมื่อได้ยินเสียงของมารดา 

             “หล่อแล้วลูก” มือที่วางลงบนบ่าให้กำลังใจ “ตื่นเต้นใช่ไหม” 

             “กังวลมากกว่าครับ ผมเพิ่งไปเจอครั้งแรกไม่รู้จะเป็นยังไง กลัวแปลกแยก กลัวคุยกับเพื่อนคุณรามิลไม่รู้เรื่อง” 

             “จินไว้ใจรามิลไหม” 

             “ไว้ใจครับ” 

             “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลอะไร แม่เชื่อว่ารามิลจะดูแลจินอย่างดี ไม่ให้อึดอัด” 

             “ครับ” 

             “ลงไปกันเถอะ พี่เขามารอแล้ว” 

             “มาแล้วเหรอครับผมไม่ได้ยินเสียงรถ” 

             “มาแล้วลูก เพิ่งถึงเมื่อกี้” 

             “ครับ”  

จินเดินตามมารดาลงไปข้างล่าง รามิลกำลังนั่งคุยกับพ่อและน้องชายของเขา สายตาที่หันมามองอบอุ่น มันทำให้จินมั่นใจในตัวเองมากขึ้น แค่เป็นตัวของตัวเองแค่นั้นก็พอ 

 

• • • • • • • • 

 

             “ไงวะ” เสียงทักทายดังขึ้นจากกลุ่มชายหนุ่มล้วนสี่คนที่นั่งอยู่ จินส่งยิ้มนำไปก่อน เขายืนมองรามิลทักทายเพื่อนๆ 

             “จินมานั่งนี่”  

             “ครับ” จินลงนั่งตามรามิล  

             “แนะนำให้รู้จักกันก่อน นี่กลด เชน ทวีแล้วก็เวย์เป็นเพื่อนพี่ ส่วนนี่จิน” รามิลไม่ได้แนะนำว่าเขาเป็นอะไร แต่ดูเหมือนทุกคนจะรู้อยู่แล้วจากเสียงแซวที่ดังขึ้น 

             “เสียดายเจ้าภีมรอดไปได้ คราวหน้ายังไงต้องลากตัวมาให้ได้” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น 

             “ภีมมันไม่ว่างจริงๆ” รามิลแก้ตัวให้เพื่อน  

             “แต่แบบนี้ก็ดีจะได้สัมภาษณ์ทีละคน ไงครับคุณรามิลเกิดอะไรขึ้นกับคนเจ้าชู้ที่สุดในกลุ่ม” 

             จินหันไปมองรามิล อีกฝ่ายรีบปฏิเสธ “อย่าไปเชื่อเจ้าพวกนี้” 

             “พี่พูดเรื่องจริงแน่นอนจิน ไว้ใจพี่ได้ ในกลุ่มหกคนเจ้ารามิลร้ายที่สุดแล้ว” 

             “ผมเชื่อครับ” จินยิ้มให้กับทวี  

             “วันหลังมาแอบถามวีรกรรมได้ พี่เล่าได้สามวันสามคืนไม่ซ้ำเรื่อง มันเยอะ แค่กินข้าวมื้อเดียวเล่าไม่จบหรอก” 

             “ฉันคิดผิดคิดถูกวะที่พาจินมาเจอพวกนาย สงสัยเจ้าภีมจะรู้ทันถึงไม่มา” 

             “รู้ตัวก็สายแล้วครับเพื่อน เตรียมตัวกันมาเต็มที่มากน้องจะได้ตาสว่าง” 

             “เสียใจด้วยว่ะสงสัยจะเก้อ จินไม่ทิ้งกูแน่นอน” 

             “ผมเปลี่ยนใจได้ครับ” จินยิ้มกว้าง ดวงตาวาวๆ ทำเอารามิลเย็นวาบ 

             “เรื่องมันเก่าแล้ว” คนพูดเสียงอ่อน 

             “แน่ใจนะว่าเก่า” กลดยักคิ้วให้เพื่อน “นายตกเลขหรือฉันตกเลขวะ ถึงกับนับวันนับเวลาไม่ถูก” 

             “กลับกันไหมจิน พี่ว่าเราไปหาอะไรกินกันสองคนดีกว่า” รามิลทำท่าจะลุกขึ้น 

             “คุณรามิลจะกลับก็ได้ครับเดี๋ยวผมกลับเอง อยากอยู่คุยกับพี่ๆ มากกว่า” 

             “ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพี่ไปส่งเอง” เชนเสนอตัว “น้องน่ารักแบบนี้ต้องบริการอย่างดี” 

“ฉันยังนั่งอยู่” รามิลประกาศตัวแต่คนพูดทำเป็นไม่ได้ยิน  

“เสียดายที่พี่เจอทีหลัง ไม่อย่างนั้นน่ารักแบบนี้พี่จีบตัดหน้าไปแล้ว” 

             “นายก็ยกเมียหนึ่งลูกหนึ่งให้รามิลมันไปสิวะจะยากอะไร” 

             “เอออันนี้ดีไอ้เวย์พูดถูกใจ” เพื่อนซี้สองคนจับมือกันเขย่า  

             จินหัวเราะเบาๆ แค่ฟังเพื่อนของรามิลคุยกันเขาก็สนุกแล้ว อาการเกร็ง ความกังวลหายไปสิ้น ตลอดการสนทนาเขาถูกพาดพิงถึงเป็นระยะ เพื่อดึงให้มีส่วนรวมกับทุกคน จินรู้สึกเหมือนตนเองเป็นคนในกลุ่มจริงๆ อดคิดถึงศีลไม่ได้ ถ้ามาคงเข้ากับทุกคนได้ดี 

             “จินนี่นามบัตรพี่มีอะไรโทรมาฟ้องได้เลยนะ”  

             “เนียนๆ จีบแฟนเพื่อนเหรอครับเพื่อนเวย์” ทวีดึงนามบัตรออกจากมือของจิน “อย่าไปสนใจมัน เอานามบัตรพี่ไปมีอะไรโทรมาได้”  

             นามบัตรอีกใบถูกส่งมาตรงหน้าจิน เขาหัวเราะเต็มเสียง “ขอทั้งสองใบเลยก็ได้ครับ มีอะไรผมจะรีบโทรไปรบกวน” 

             “โทรมาได้เสมอ” 

             จินยังไม่ทันหยิบนามบัตรก็มีคนชิงตัดหน้าไปก่อน แถมหย่อนนามบัตรเพื่อนลงถังขยะต่อหน้าต่อตา 

             “เฮ้ย เอางี้เลยเหรอวะ” คนถามพูดกลั้วหัวเราะ 

             “กูหวง” 

             เสียงโห่ฮาดังอยู่พักใหญ่ ใบหน้าของจินแดงก่ำ เพราะคนพูดไม่พูดเปล่าหันมาทำตาวิบวับใส่เขา เพื่อนเลยสนุกกันใหญ่ รับปากเขาไว้แล้วยังทำเป็นลืมแต่จินจะยกให้สักครั้ง เพราะเพื่อนของรามิลน่ารักทุกคน ไม่ทำให้เขาอึดอัดใจเลย  

 

             “เพื่อนคุณรามิลน่ารักมากครับ ผมชอบทุกคน” จินพูดระหว่างพวกเขาเดินไปที่รถหลังจากแยกย้ายกันแล้ว 

             “พูดอย่างนี้พี่หึงนะ” 

             “เกินไปครับ” 

             “หึๆ” รามิลพาดมือไปบนไหล่ของจิน เขาเดินช้าลงเพื่อให้พอดีกับอีกฝ่าย 

             “เดี๋ยวเรากลับเลยไหมครับ หรือคุณรามิลจะไปที่ไหนต่อ” 

             “พี่จะแวะไปดูไซด์งาน ช่วงนี้งานค่อนข้างเร่ง ทำกันทั้งวันทั้งคืน” 

             “ครับ” จินพยักหน้า เขาไม่ได้คิดอะไรสักนิด จนกระทั่งพบว่าไม่ได้มีแค่รามิลเท่านั้นที่เข้าไปตรวจงาน มีผู้ใหญ่อีกหลายท่านที่รออยู่ ถึงจะมองออกว่าตำแหน่งน่าจะต่ำกว่ารามิล แต่ดูจากความอาวุโสและท่าทางที่น่าเกรงขามแล้วคงไม่ใช่ตำแหน่งเล็กๆ 

             จินรู้สึกเหมือนเขาอยู่ผิดที่ผิดทาง ไม่รู้ว่าจะเอามือไม้ไปไว้ตรงไหน จวบจนวินาทีที่รามิลแตะมือกลางหลังเขา ชี้ให้ดูบางอย่าง การบอกเล่าเล็กๆ น้อยทำให้จินรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนรวม เขาเดินตามรามิลไปเรื่อยๆ มองด้วยความสนใจ ทุกครั้งที่ออกเดินจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง รามิลจะแตะหลังของเขาเบาๆ เพื่อให้ออกเดินก่อนเอามือลง  

             จินคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็เป็นเหมือนสัญญาณบางอย่าง  เพียงครู่เดียวทุกคนดูให้เกียรติเขามาก ระหว่างเดินตรวจงานรามิลกับคนที่คุยด้วยจะเดินนำหน้า ตามด้วยจินคนที่เหลือทิ้งระยะให้เขาเล็กน้อย คล้ายกับการเดินตามกันเป็นหมู่คณะ แม้ไม่มีการแนะนำตัว แม้ไม่มีใครรู้จักชื่อเขา แต่ทุกคนรักษามารยาทกับเขาอย่างดี 

             จินลอบพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ยอมรับว่าเมื่อเขาเห็นว่ามีคนอื่นมาด้วย จินอยากกลับไปรออยู่ที่รถมากกว่า ไม่มีใครอยากรู้สึกอึดอัด วางตัวไม่ถูก แต่ตอนนี้จินรู้แล้วว่าสิ่งที่รามินเคยพูดกับเขา ชายหนุ่มทำได้จริงๆ 

             “ไม่ว่ามันจะห่างกันแค่ไหน พี่จะพังทุกอย่างลงมาเองเพื่อให้เราใกล้กัน” 

 

           “เหนื่อยหรือยัง” รามิลถามเมื่อพวกเขากลับมาที่รถ 

             “ยังครับ” จินไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เขาตื่นเต้นมากกว่า ทุกอย่างดูน่าสนใจและน่าเรียนรู้ไปหมด

             “ถ้าอย่างนั้นไปหาอะไรทานกัน เดินเล่นสักนิดแล้วค่อยกลับ”

             “ได้ครับ”

             จินซักถามเรื่องราวที่อยากรู้จากรามิล ระหว่างขับรถไปห้างสรรพสินค้า เขาเก็บคำถามเอาไว้ถามทีหลังเพราะไม่อยากกวนระหว่างที่รามิลทำงาน

             ชายหนุ่มตอบเขาทุกเรื่องโดยไม่บ่น แม้แต่เรื่องเล็กน้อยรามิลก็อธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด

             จินกำลังเพลิดเพลินกับการคุย แต่เขาต้องชะงักเมื่อเห็นแล้วว่ารามิลพามาที่ไหน ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ขายสินค้าเฉพาะแบรนด์ไฮเอนด์ จินไม่เคยแวะเข้าไปและไม่คิดจะแวะ ขนาดห้างที่หรูหราน้อยกว่านี้บางครั้งพวกเขายังโดนพนักงานมองตั้งแต่หัวจรดเท้า

             “ไปอีกห้างดีไหมครับเลยไปไม่ไกล” จินต่อรองกับรามิล

              “ที่นี่ดีแล้ว”

             “แต่..” น้ำเสียงของจินลังเล

             “จิน พี่คบกับจินพี่ไม่ได้คบเล่นๆ จินรู้ใช่ไหม”

“ครับ”

“ พี่ถึงอยากให้จินรู้จักโลกของพี่ เพราะพี่เปลี่ยนมันไม่ได้ พี่ไม่ใส่เสื้อผ้าหลักร้อย พี่ทานอาหารราคาเท่ากับเงินเดือนพนักงานคนหนึ่งบางมื้อ และของที่พี่ใช้บางอย่างอาจซื้อรถได้ทั้งคัน พี่ไม่ได้หมายความว่าจินต้องเป็นฝ่ายปรับตัวมาเป็นเหมือนพี่ จินเป็นแบบที่เป็นจริงได้เลย ชอบอะไรไม่ชอบอะไร ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน เพียงแต่ในบางเวลาเราก็ต้องอยู่ในโลกของกันและกัน”

จินฟังรามิลพูดอย่างตั้งใจ ในหัวของเขาค่อยๆ คิดตามไปด้วย

“มันต้องมีอยู่แล้วที่พี่จะชวนจินมาเป็นเพื่อนซื้อของ กินข้าวร้านที่ชอบ ซื้อของขวัญให้จินในแบบที่พี่อยากให้ ในมุมกลับกันพี่ก็จะไปกินข้าวต้มร้านที่จินชอบ ซื้อของตลาดนัดเป็นเพื่อนจิน เดินไปทำธุระใกล้ๆ โดยไม่ใช่รถ ทำสิ่งที่จินทำประจำเป็นเพื่อนจินเหมือนกัน จินเข้าใจสิ่งที่พี่กำลังบอกไหม”

“คิดว่าเข้าใจครับ” จินพยักหน้า

“จิน”

“ครับ”

“จะเข้าไปกับพี่ไหม” คำถามที่ครอบคลุมความหมายมากกว่าคำที่พูด จินพยักหน้าช้าๆ ด้วยความมั่นใจ

“เข้าครับ ผมจะเข้าไป”

รามิลละสายตาจากถนนหันไปมองคนรัก ดวงตาสองคู่ประสานกัน เขายิ้มภูมิใจ นอกจากความรักแล้ว ความเข้าใจและการยอมรับกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เขาเห็นมันในสายตาของจิน

“รู้อะไรไหม” รามิลยกยิ้มมุมปาก เขาหันกลับไปมองถนน  

“อะไรครับ”

“เครื่องทำแซนวิชนที่ให้ไปพี่ไม่ได้ได้จากบริษัท แต่พี่อยากให้ของขวัญจินเพื่อขอบคุณเรื่องเสื้อ เลยเรียกผู้จัดการมาถามว่าของขวัญอะไรที่ให้พนักงานแล้วคนรับดีใจแต่ไม่ตื่นเต้น เพราะตอนนั้นพี่นึกไม่ออกจริงๆ

จินยิ่งเข้าใจความหมายเมื่อครู่มากขึ้น ที่รามิลบอกเขาว่า..อยากซื้อของขวัญให้เขาในแบบที่ตัวเองอยากให้

“ใครจะคิดว่านอกจากดีใจแล้วจินจะตื่นเต้นด้วย เครื่องทำแซนวิชอันไม่กี่บาทเนี่ยนะ” รามิลส่ายศีรษะ

จินหัวเราะสีหน้าของอีกฝ่าย ยิ่งพูดแบบนี้เขายิ่งเห็นภาพ โลกของเขาพวกเขาต่างกัน การใช้ชีวิตบางอย่างก็ต่างกัน ทำให้มุมมองบางเรื่องพลอยต่างกันไปด้วย แต่ถ้าเราต่างเคารพในโลกของกันและกัน ทุกอย่างก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไป

“คุณรามิลครับ”

“หือ”

“ไหนๆ ก็มาห้างใหญ่ขนาดนี้แล้ว ช่วยพาผมทัวร์หน่อยนะครับ ผมอยากเห็นว่ามันเป็นยังไง” จินพร้อมแล้วที่จะเปิดรับโลกใบที่เขาไม่เคยเห็น เขาอยากแสดงให้รามิลรู้

“ได้สิ ทุกที่ที่จินอยากไป”

เป็นครั้งแรกที่จินยื่นมือไปจับมือของรามิลก่อน เขาดึงมือของอีกฝ่ายจากพวงมาลัยมาประสานมือเข้าด้วยกัน มันให้ทั้งความอบอุ่นและปลอดภัย

มีเรื่องราวอีกมากมายให้เขาเรียนรู้ แต่ถ้ามีมือนี้คอยเกาะกุมมือเขาไว้ จินก็พร้อมจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เรียนรู้ไปด้วยกันนะครับคุณรามิล 

ความคิดเห็น