Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 14 : ข้างคุณ

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : ข้างคุณ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 847

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ต.ค. 2562 10:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : ข้างคุณ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 14 :  ข้างคุณ 

 

           “จินไปส่งกาแฟให้พี่หน่อย” 

             “ผมเหรอครับ” จินแปลกใจเพราะศีลยังอยู่ในร้านแต่ลิลิตกลับเรียกเขา

             “วีไอพีน่ะไปส่งที”

             “ใครครับ”

             “แฟนเรา”

             จินหน้าแดงจนถึงหู เขายังไม่ชินเท่าไหร่

             “ยังไม่ใช่ครับ”

             “ไม่ใช่อะไร ไหนว่าบอกรักกันแล้ว”

             “พี่ลิต~ รู้งี้ผมไม่เล่าให้ฟังดีกว่า”

             “เอาน่า อย่าเพิ่งเขินไปได้แล้ว”

             “ไปส่งที่ไหนครับ ที่ดาดฟ้าหรือเปล่า”

             “เปล่า ชั้นสิบ”

             “ชั้นสิบ!” จินชักไม่อยากไป เขาไม่เคยเยี่ยมกรายไปบริษัทของรามิลเลย

             “เอาน่าเขาคงอยากเปิดตัว ไปๆ ให้หน่อยเถอะ แล้วก็ไม่ต้องใส่ผ้ากันเปื้อนไปล่ะ”

             “ครับ” จินใจเต้นตึกตัก บอกตรงๆ ว่าเขาไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่

 

• • • • • • • • 

 

             “จินเดินออกจากลิฟต์ที่ชั้นสิบ เขาหายใจเข้าลึกๆ ผลักประตูเข้าไป ยิ้มให้กับพนักงานที่นั่งต้อนรับลูกค้าอยู่ด้านหน้า 

             “ผม..” 

             “คุณจินใช่ไหมคะ” 

             จินยังไม่ทันบอกว่ามาขอพบรามิล พนักงานก็ยืนขึ้นเดินตรงมาหาเขา ทักอย่างนอบน้อม  

             “ใช่ครับ” 

             “เชิญทางนี้เลยค่ะ คุณรามิลรออยู่แล้ว” 

             “ครับ” 

             จินทำตัวไม่ถูก เขาได้แต่เดินตามหญิงสาวเข้าไปยังห้องด้านใน 

             “คุณพริ้งคะคุณจินมาแล้วค่ะ” 

             “ขอบใจมากจ้ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”  

             จินเดาว่าหญิงสาวบุคลิกดีคนนี้น่าจะเป็นเลขาของรามิล เขาเดินตามไปหยุดยืนหน้าประตูบ้านใหญ่ หญิงสาวเคาะเบาๆ ก่อนผลักเข้าไป 

             “คุณจินมาแล้วค่ะ” 

             “ทำไมช้า” รามิลลุกจากเก้าอี้เดินตรงมาหาเขา ยื่นมือมาจับแขน จินเขินเมื่อเห็นรอยยิ้มของเลขา ก่อนเสียงประตูห้องจะปิดลง 

             “ทำไมให้มาเจอที่นี่ละครับ” 

             “พี่อยากให้จินเห็นที่ทำงาน จะได้รู้ว่าพี่อยู่ตรงไหน” 

             “ไม่เห็นผมก็รู้” จินเถียงเบาๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าทำชั้นสิบที่ตึกนี้ 

             “มานี่เถอะ” รามิลจูงเขาไปที่โซฟาตัวใหญ่ ติดผนังกระจกมองเห็นวิวภายนอก ถึงไม่สวยเท่าดาดฟ้าแต่ก็ยังสวยมาก จินมัวแต่มองออกไปด้านนอกจึงไม่เห็นวารามิลเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน 

             ถุงใส่แก้วกาแฟในมือของเขาถูกดึงออกไป จินจึงละสายตาจากวิวมามองรามิล 

             “พี่มีของจะให้” จินมองดอกไม้ช่อใหญ่ที่รามิลถืออยู่ ชายหนุ่มยื่นมันมาตรงหน้าเขา  

             ดอกคัตเตอร์ถูกจัดช่อใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยดอกกุหลาบสีแดงเข้มดอกโต จินยื่นมือออกไปรับ รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ออก 

             “ดอกคัตเตอร์ไม่ใช่ดอกไม้ประดับอีกต่อไปแล้ว” 

             จินเขินก็เขิน ขำก็ขำ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ทำเอาเจ้าของดอกไม้เริ่มเหวอ 

             “หัวเราะอะไรครับ” 

             “มันสวยนะครับ สวยมาก แล้วผมก็ชอบมันมาก แต่มองยังไงดอกกุหลาบก็เด่นกว่าอยู่ดี”  

             คนให้ตีหน้ายุ่ง พูดด้วยเสียงดื้อดึง “แต่พี่ว่าดอกคัตเตอร์เด่นที่สุด สวยที่สุด” 

             จินมองใบหน้าของอีกฝ่าย ยิ้มขำ “ครับ เด่นกว่าก็เด่นกว่า” 

             “จำไว้นะครับ สำหรับพี่จินเด่นกว่าทุกคน สำคัญกว่าทุกคน” 

             “ครับ ผมจะจำไว้ ขอบคุณมากครับ” 

             ร่างสูงโน้มตัวมาหา หันแก้มให้เขา “ขอรางวัลด้วย” 

             “งั้นเอาดอกไม้คืนไปครับ” จินแกล้งยื่นดอกไม้คืน อีกฝ่ายทำหน้าเซ็งเขาจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ใช้ทีเผลอยื่นจมูกไปแตะแก้มรามิลเร็วๆ หนึ่งที 

             สายตาที่มองมาพอใจ แต่ตัวคนทำกลับหน้าแดงไปจนถึงหู จนต้องยกดอกไม้ขึ้นบังหน้า แต่ถูกแย่งไปถือโดยร่างสูง รามิลวางดอกไม้ลงบนโต๊ะ ดึงมือเขาให้นั่งลง 

             รามิลกุมมือของจินไว้ เขาชอบที่จะได้จับมืออีกฝ่าย 

             “พี่พูดจริงๆ จินสำคัญกับพี่ไม่ว่าจะเทียบกับคนอื่นอีกกี่คน ต่อให้คนๆ นั้นเป็นดอกกุหลาบพี่ก็ไม่สนใจ” 

             “ขอบคุณครับ” จินยิ้มอ่อน เขามีความสุขมากจริงๆ 

             “คุณรามิลทราบไหมครับว่าความหมายของดอกคัตเตอร์คืออะไร” จินมองไปยังดอกไม้ที่อยู่บนโต๊ะ 

             “อะไรครับ” 

“มันหมายความว่า... 

แม้ว่าคุณไม่มองมา แต่ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอ  

ผมก็เป็นเหมือนดอกคัตเตอร์ครับ จะอยู่ข้างคุณรามิลเสมอ” 

“จิน” 

จินรีบยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากของรามิล “ซึ้งได้แต่ห้ามเกเรครับ” 

รามิลยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นจับมือของอีกฝ่าย “เบื่อคนรู้ทันจริงๆ” 

“ไม่ได้สิครับอยู่กับคนเจ้าเล่ห์อย่างคุณรามิลผมก็ต้องพัฒนา” 

“ใครเจ้าเล่ห์ กล่าวหาพี่ชัดๆ” 

“น้อยไปสิครับ” จินย่นจมูกใส่ รามิลหัวเราะเสียงดัง  

“ตกลงเราเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม” 

“ใช่เหรอครับ” จินพยายามกลั้นยิ้ม “ผมว่าผมยังไม่เคยถูกขอนะ” 

             “ให้พี่คุกเข่าด้วยไหม” คนพูดทำท่าจะลงไปนั่งที่พื้น จินต้องรีบดึงเสื้อเอาไว้  

             “ไม่เอาครับ ห้ามเด็ดขาด” 

             “หึๆ เป็นแฟนกับพี่นะ” 

             “...” 

             “จิน” 

             “ตกลงครับ” 

             รามิลอดใจไม่อยู่จริงๆ เขาดึงจินเข้ามากอด ประทับริมฝีปากลงบนปลายจมูก แก้มทั้งสองข้างและจบลงที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย มันหอมหวานอย่างที่เขาคิดถึง 

             “พี่มีของอีกอย่างจะให้จิน” รามิลพูดหลังจากกอดจินไว้นิ่งๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง 

             “อะไรครับ” จินผละหน้าออกจากอกกว้างเพื่อมองคนพูด 

             “รอตรงนี้” รามิลลุกขึ้นยืนเขาเดินกับไปที่โต๊ะทำงานหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชัก 

             “สำหรับแฟนของพี่ครับ” 

             “อะไรครับ” 

             จินรับของที่รามิลส่งให้ มันคือบัตรพนักงานที่มีรูปของเขาติดอยู่ จินเบิกตากว้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองรามิล 

             “จินจะขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ตามต้องการ จะขึ้นไปนั่งชมวิวที่ดาดฟ้า จะเข้ามาที่บริษัทของพี่ หรือจะเข้ามานั่งเล่นดูวิวในห้องนี้ก็ได้” 

             “ทำได้ไม่เป็นไรเหรอครับ” 

             “ไม่เป็นไร นอกจากตำแหน่งผู้บริหารแล้วยังมีตำแหน่งแฟนผู้บริหารด้วย” 

             จินรีบก้มลงดูทันที เขาหายใจโล่งอกเมื่อตำแหน่งที่เขียนอยู่ไม่ใช่ มันคือตำแหน่ง sales manager 

             “นี่ล้อผมใช่ไหมครับ” จินแกล้งทำหน้าโกรธ แต่ทำได้ไม่นานก็หัวเราะออกมา 

             “ไม่ได้ล้อแต่พี่คิดว่ามันคือสิ่งที่ทำให้เราได้รู้จักกัน มาคิดดูดีๆ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าวันนั้นจินเชื่อพี่ จินจะยอมคุยยอมพูดเล่นกับพี่ไหม” 

             จินไม่เคยคิดในมุมนี้มาก่อน เป็นอย่างที่รามิลพูดทุกอย่าง ถ้าเขารู้ตั้งแต่วันนั้นคงยืนตัวลีบ ไม่กล้าคุยไม่กล้าเล่นและไม่กล้าเข้าใกล้อีกฝ่าย 

             “เราอาจจบลงที่พี่เป็นเพื่อนภีม และจินเป็นเพื่อนศีล” 

             จินพยักหน้าเห็นด้วย “จริงครับ เพราะผมคงไม่กล้าแน่ๆ ผมไม่เหมือนศีลไม่มั่นใจขนาดนั้น” 

             “เพราะจินคิดเยอะกว่าศีล” 

             “นี่หาว่าศีลไม่คิดเหรอครับ” จินแกล้งชี้นิ้วใส่รามิล 

             “พี่ไม่ได้พูด” คนพูดไปแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน 

             “วันนี้มีความผิดสองกระทงรู้ตัวไหมครับ แถมอีกอันร้ายแรงมากด้วย” 

             “อะไร พี่ทำอะไรครับ” รามิลขมวดคิ้ว มั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไร 

             “เรื่องศีลไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องพี่ลิตเรื่องใหญ่แน่ครับ อีกหน่อยคุณรามิลจะไม่ได้เข้าร้าน” 

             “เดี๋ยว พี่ไม่มีอะไรกับคุณลิต ไม่เคยมีปัญหาด้วยสักที มีแต่เกรงใจที่คอยช่วยพี่” 

             “แน่ใจนะครับว่าไม่มี” จินยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาวาววับ 

             “อะไร” รามิลหรี่ตาลง ชักไม่ขำ 

             “นี่ไงครับ” จินชี้มือไปที่ดอกไม้ “จะให้ผมถือเข้าร้านยังไงเหรอครับ ให้ถือเข้าไปแล้วบอกว่าคุณรามิลเลือกสั่งดอกไม้จากร้านอื่นดีไหม” 

             “ฉิบ!” รามิลเผลอสบถออกมา ใบหน้าซีดนิดๆ เขาว่าต่อให้เป็นผู้ชายหนักแน่นแค่ไหนก็ต้องกลัวผู้ชายอย่างลิลิต 

             “คือพี่..พี่มีเหตุผลนะ” ชายหนุ่มพยายามแก้ตัว 

             “ไหนพูดมาสิครับ” จินได้ทีทำท่าข่มขวัญคนรัก 

             “พี่อยากเซอร์ไพรส์จิน ถ้าจัดที่ร้านจินก็ต้องเห็น ถึงคุณลิตแอบจัดยังไงก็ต้องเห็น พี่ก็เลยไปสั่งร้านอื่น” 

             “ผมไม่แน่ใจว่าพี่ลิตจะฟังหรือเปล่านะครับ พี่ลิตเป็นญาติผมด้วยสิ ถ้าเกิดสั่งให้เลิกคบคุณรามิลขึ้นมา..” จินแกล้งลากเสียงยาว 

             “เดี๋ยวพี่สั่งหมดตู้เลย เอาหมดเลย บอกคุณลิตจะให้สั่งกี่วันติดถึงจะหายโกรธก็บอกมา พี่ยอมทุกอย่างแล้ว” 

             “หึๆ ผมล้อเล่นครับ พี่ลิตเข้าใจอยู่แล้ว” 

             “จินมั่นใจแต่พี่ชักไม่มั่นใจแล้วสิ” สีหน้าของรามิลคิดหนัก 

             “จริงๆ ครับเชื่อผมเถอะ พี่ลิตต้องดีใจกับผมแน่ๆ ที่ได้ดอกไม้ช่อนี้” เพราะความหมายที่รามิลใส่ลงไปในช่อดอกไม้ มันมากกว่าความสวยเป็นหลายเท่า 

             “ขอบคุณมากนะครับ ผมชอบมากทั้งสองอย่างเลย” 

             “จิน” คนเรียกลงเสียงหนัก ทำหน้าดุดัน 

             “อะไรครับ” จินถึงกับเหวอ เมื่อจู่ๆ รามิลก็จริงจังขึ้นมา 

             “ชอบแค่สองอย่างเหรอ แล้วพี่ล่ะ” 

             “โธ่~” จินถอนใจยาว เล่นเอาเขาตกใจ 

             “บอกมาเร็วแล้วพี่ล่ะ” รามิลดึงจินเข้ามากอด ริมฝีปากชิดแก้ม 

             “ชอบครับ ชอบทั้งสามอย่างเลยพอใจหรือยัง” 

             “พอใจแล้วครับ”  

             แล้วเขาก็ถูกขโมยจูบอีกจนได้ จินชักไม่แน่ใจแล้วว่ารามิลอยากให้เขาบอกชอบหรืออยากเกเรกันแน่ 

             “จิน” 

             “ครับ” 

             “จะไม่เรียกพี่ว่าพี่รามิลจริงๆ เหรอ” 

             “ไม่เรียกได้ไหมครับ ผมชอบเรียกแบบนี้” 

             “พี่ถามเท่านั้นเองเพราะเห็นเราเปลี่ยนสถานะกันแล้ว จินอยากเรียกแบบไหนพี่ก็ตามใจ” 

             “ขอบคุณครับ” 

             จินส่งยิ้มให้รามิล เขาจะไม่บอกหรอกว่าเขาชอบเวลาที่แม่เรียกพ่อว่าคุณ และพ่อก็เรียกแม่ว่าคุณ มันน่ารักดี 

             “ยิ้มอะไร” 

             จินไม่รู้เลยว่าเขากำลังยิ้มเขินกับสิ่งที่คิด 

             “เปล่าครับ” จินส่ายศีรษะ 

             “งั้นก็นั่งดื่มกาแฟชมวิวกันไหม เดี๋ยวจินต้องกลับไปทำงานแล้ว” 

             “ครับ” 

             จินนั่งพิงไหล่ของรามิลมองออกไปนอกกระจก ถึงวิวตรงนี้จะไม่สวยเท่าดาดฟ้า แต่เขาเริ่มชอบมันมากกว่าแล้ว เพราะตรงนี้อบอุ่นและปลอดภัย โดยเฉพาะ..จินซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ 

             โดยเฉพาะมันไม่มีกล้องวงจรปิดให้เขาอาย 

ความคิดเห็น