Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 13 : ยอมรับ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : ยอมรับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 894

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : ยอมรับ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 13 : ยอมรับ 

 

             “กลับไปทำงานได้แล้วครับ” จินเอ่ยปากเมื่อรามิลยังมาที่ร้านเหมือนสองวันที่ผ่านมา 

             “ยังไม่มีอะไรยุ่ง เมื่อกี้พี่แวะไปมาแล้ว” 

             “ไหนว่าห้างใกล้เปิดแล้วไงครับ จะไม่ยุ่งได้ยังไง” 

             “แต่ตอนนี้ใจมันยุ่งกว่า ถ้าไม่มีใจงานก็ออกมาไม่ดี พี่ต้องดูแลใจตัวเองให้ดีก่อน” 

             “พูดแบบนี้กดดันกันชัดๆ เลยครับ” จินอดบ่นคนตรงหน้าไม่ได้ 

             “หึๆ”  

             “กลับไปทำงานเถอะครับ ผมหายโกรธแล้ว เหมือนเดิมกับคุณรามิลแล้ว ไม่ต้องทำอะไรแล้วครับ” 

             “แล้วใครบอกว่าพี่อยากเหมือนเดิม” ดวงตาคนพูดพราวระยับ ดูร้ายกาจจนจินหมั่นไส้ 

             “ก็ถ้าไม่กลับไปจะไม่เหมือนเดิมจริงๆ ครับ แต่คงคนละแบบกับที่คุณรามิลหมายถึง เอาไงดีครับ” 

             “เฮ้อพอรู้ว่าเราชอบก็ขู่ใหญ่ ไอ้เรามันก็ยอมเขาไปแล้ว พูดอะไรมาก็ต้องทำตาม” รามิลแกล้งถอนใจทำหน้าเหนื่อย 

             “อยากให้ผมขู่จริงๆ ไหมครับ” 

             คำพูดสั้นๆ กับรอยยิ้มอ่อนของจินทำให้รามิลกลืนน้ำลายลงคอ สงสัยว่าไอ้ที่เล่นๆ ไปจะเป็นเรื่องจริง เขากลัวจินเข้าให้แล้ว หมดกัน 

             “ไง” เสียงประตูเปิดตามมาด้วยเสียงทักทาย พีระพัฒน์เดินเข้ามาในร้าน 

             “ว่างเหรอวะ” 

             “ไม่ว่างแต่อยากมาดูคนสิ้นท่า” 

             “ตอกย้ำเพื่อนเข้าไป อย่าให้ถึงทีฉันบ้าง” 

             “จิน พี่ขออเมริกาโนแก้วหนึ่ง” 

             “ได้ครับคุณภีม” 

             “เสียงใสขนาดนี้หมายความว่ายังไงครับ”  

             จินเงยหน้าขึ้นมองคนทำหน้าหาเรื่อง  

             “ที่กับพี่เสียงแข็งเสียงเย็น” 

             “จิน” เสียงพีระพัฒน์ขัดขึ้น 

             “ครับ” 

             “รำคาญไหม” 

             “มากครับ คุณภีมพากลับไปหน่อยสิครับ ถือว่าช่วยผม” 

             “หึๆ” พีระพัฒน์ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะบุคลิกของรามิลเป็นคนสนุกและแพรวพราวอยู่แล้ว  

             “ศีลไปไหน” 

             “ชัด!” รามิลดีดนิ้ว “ไม่ได้มาหาเพื่อน” 

             “จะหาทำไม” พีระพัฒน์ตอบตามตรง  

             “อยู่ด้านในเข้าไปสิ” 

             “อืม” พีระพัฒน์รอรับกาแฟจากจินก่อนเดินเข้าไปหลังร้าน ความจริงเขาตั้งใจมาหารามิล อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างเพราะเป็นห่วง แต่เห็นสีหน้าแล้วคงไม่มีอะไรให้กังวล ทั้งจินและรามิลดูมีความสุขดี  

 

• • • • • • • • 

 

             จินเตรียมของที่ต้องการเมื่อเสร็จแล้วจึงเรียกศีลมายืนที่เคาน์เตอร์แทน พีระพัฒน์กลับไปได้สักพักหนึ่งแล้ว 

             “คุณรามิลครับ” จินเรียกชายหนุ่มที่ยืนคุยกับลิลิตอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขายดอกไม้ 

             “ครับ” 

             “ไปกับผมหน่อย พี่ลิตผมไปพักนะบอกศีลแล้ว” 

             “ไปเถอะ”  

             จินเดินออกจากร้านมีรามิลเดินตามหลังมา  

             “ขับรถไปนะครับ” 

             “ไปไหน” 

             “ที่ตึก” 

             “เดินไปก็ได้” รามิลไม่ยอมเอารถกลับไป 

             “ผมอยากนั่งรถนี่ครับ” 

             “หลอกพี่กลับตึกชัดๆ” คนตัวสูงรู้ตัวแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กดรีโมทเปิดประตูรถ ก้าวขึ้นไปเป็นสารถีแต่โดยดี 

 

• • • • • • • • 

 

             “ผมจะขึ้นไปที่ดาดฟ้าไปไหมครับ” จินถามรามิลแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว 

             “ไปสิ” 

         รามิลเดินตามไปนั่งข้างจินเมื่อพวกเขาขึ้นไปถึงด้านบน รู้สึกว่ามันนานมากที่ไม่ได้ขึ้นมาทั้งที่ผ่านไปไม่กี่วัน 

             จินส่งกาแฟที่เตรียมมาให้รามิล “ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” 

             “ใช่” 

             “วันสุดท้ายที่ผมขึ้นมามันสวยแต่เศร้า” จินมองออกไปยังวิวกว้าง 

             “พี่ขอโทษ” 

             “ไม่ต้องขอโทษครับ ที่ผมชวนมาก็เพราะอยากคุยเรื่องนี้ ผมเคยบอกคุณรามิลว่าผมผิดเองผมไม่ได้ประชดนะครับ ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เพราะเรื่องมันเริ่มมาจากผมที่ไม่เชื่อคุณรามิล” จินหันไปสบตาอีกฝ่าย 

             “แต่คราวนี้ผมจะไม่พูดเหมือนคราวก่อนที่บอกว่าคุณรามิลไม่ผิด เพราะคุณรามิลผิดเต็มๆ ที่ตั้งใจปล่อยให้ผมเข้าใจแบบนั้น”  

             “หึๆ” รามิลมองตาเอาเรื่องของจิน  

             “ดังนั้นเราต่างคนต่างผิดทั้งคู่ ไม่มีใครมากหรือน้อยกว่าใคร เราจะขอโทษกันตรงนี้อีกครั้งและไม่ติดใจเรื่องนี้อีก  ตกลงไหมครับ” 

“ตกลง” 

“ผมขอโทษครับที่หาว่าคุณรามิลเป็นพนักงานขาย คุณรามิลบอกแล้วก็ไม่ยอมเชื่อ” จินพูดขอโทษก่อนเป็นคนแรก 

             “พี่รับคำขอโทษและพี่ก็ต้องขอโทษจินเหมือนกันที่ปล่อยให้เข้าใจผิด แถมทำอะไรหลายอย่างให้เข้าใจไปแบบนั้น” 

             “ผมรับคำขอโทษครับ ทีนี้ก็เลิกคิดมากกันได้แล้วทั้งผมทั้งคุณรามิล” 

             “ขอบใจมาก” 

             “ไม่เป็นไรครับ ชีวิตคนมันสั้นจะคิดเล็กคิดน้อยไปทำไม วันนี้ดีต่อกันก็ดีแล้ว” 

             “ใช่ ชีวิตมันสั้นควรรีบมีแฟนก่อนจะได้อุ่นใจ” 

             จินหรี่ตามองคนพูด เห็นโอกาสเป็นไม่ได้เลย 

             “ผมถามจริงๆ เถอะครับคุณรามิล” 

             “ถามมาสิ” ดวงตาคนพูดเป็นประกาย รอยยิ้มกรุ่มกริ่ม 

             “พี่ลิตรู้เห็นเป็นใจด้วยใช่ไหมครับ” 

             รามิลยิ้มค้าง ในใจเริ่มมองหาทางหนีทีไล่ 

             “ตอบมาตรงๆ ครับไหนว่าเราจะพูดความจริงกัน” 

             “งั้นพี่ไม่ตอบได้ไหมจะได้ไม่ต้องโกหก” รามิลยิ้มแหย คิดไม่ตกว่าควรเลือกมีปัญหากับลิลิตหรือควรยอมให้จินโกรธดี สุดท้ายเขาก็เลือกตอบแบบที่พูดออกไป 

             “ผมคิดอยู่แล้วเชียว เหตุผลไม่เข้าท่าทั้งคู่” จินตวัดตามองด้วยสายตาเอาเรื่อง 

             “อย่าโกรธเลย คุณลิตแค่ห่วงจินมาก ไม่อยากให้เสียใจเท่านั้นเอง เลยยอมเปิดโอกาสให้พี่ได้คุยกับจิน” 

             “เฮ้อ~” จินแกล้งถอนใจออกมาเสียงดัง “ไว้ใจใครได้บ้างไหมนี่” 

             “ไว้ใจพี่ได้” 

             จินหัวเราะออกมาเบาๆ หันไปมองผู้ชายที่เขาผูกพันโดยไม่รู้ตัว คำตอบมีอยู่ในใจแล้วอยู่ที่ว่าเขาจะพูดออกไปไหม 

             “คุณรามิลครับ” 

             “ครับผม” 

             “รู้ไหมครับว่าศีลเคยพูดว่าศีลกับคุณภีมห่างกันเท่ากับตึกยี่สิบห้าชั้น มันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก แต่ผมกับคุณรามิลมีดาดฟ้าเพิ่มขึ้นมาอีก ดูเหมือนเราจะห่างกันมากกว่า” 

             รามิลดึงมือข้างหนึ่งของจินมาจับ เขาส่งยิ้มอ่อนโยนให้อีกฝ่าย “อยากให้พี่พังตึกของภีมไหม มันจะได้ไม่สูงอีก” 

             “คุณรามิล~” จินออกอาการงอนโดยไม่รู้ตัว ดูเถอะเขาพูดจริงจังอีกฝ่ายดันพูดเล่น 

             “งอนพี่เหรอ” 

             “เปล่าครับ” คนไม่งอนถอนใจยาว 

             “หึๆ อย่าเพิ่งงอนฟังพี่ก่อน เพราะจินพูดเปรียบเทียบมาพี่ก็เลยพูดบ้าง” 

             “พูดว่าจะพังตึกเหรอครับ เปรียบเทียบตรงไหนนี่มันมุกขำแล้ว”  

             “เปรียบเทียบสิ เพราะพี่อยากบอกจินว่าไม่ว่ามันจะห่างกันแค่ไหน พี่จะพังทุกอย่างลงมาเองเพื่อให้เราใกล้กันให้ได้ ดังนั้นจินอย่ากังวล อย่าคิดมาก แค่เชื่อใจพี่ก็พอ” 

             “คุณรามิล” ใบหน้าของจินขึ้นสีแดงเรื่อ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ 

             “จินเชื่อใจพี่ไหม” 

             คนฟังได้แต่พยักหน้า เขินจนไม่กล้าตอบ 

             “แค่นั้นก็พอแล้ว จินมองแค่พี่ก็พอ ที่เหลือพี่จัดการเอง” 

             “ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะครับ ไม่ได้บอกว่าชอบด้วย” จินประท้วง เมื่อรามิลพูดรวบรัด 

             “พี่ให้เวลาบอกทั้งชีวิตเลยเอาไหม ตอนนี้ย้ายไปอยู่กับพี่ก่อน” 

             จินตาโตแต่พออีกฝ่ายหัวเราะเขาเลยเปลี่ยนเป็นหน้ายุ่งแทน เอาเถอะถ้าจะรักผู้ชายขี้เล่นคนนี้คงต้องทำใจ 

             “คุณรามิลแน่ใจแล้วเหรอครับ” จินกลั้นใจถามออกไป เป็นสิ่งเดียวที่ยังติดค้างอยู่ในใจของเขา 

             “ยิ่งกว่าแน่ใจ พี่ชอบจิน ชอบมากจนรัก” 

             คำว่ารักกระทบหูของเขา จินไม่แน่ใจว่าคราวนี้เขาหูฝาดไปอีกหรือเปล่า 

             “พูดว่ารักเหรอครับ” 

             “ใช่ พี่พูดว่ารัก พี่รักจิน” 

             “งั้นผมรักคุณรามิลก็ได้ครับ” จินพูดเสียงเบาโดยเฉพาะคำนั้น เขาเขินจนหน้าแดง 

             “พูดอีกทีสิ” รามิลเร่งเร้า 

             “ไม่เอาแล้วครับ”  

             “นะครับ พี่อยากฟังพูดอีกที” 

             “ผมพูดไปแล้ว” 

             “แต่พี่อยากได้ยินอีก” 

             “ผมก็รู้สึกเหมือนกัน” จินตอบเลี่ยง คนมันกำลังเขิน 

             “จิน” 

             จินเม้มปากไม่ยอมพูด เขาจึงโดนคนรอฟังทำโทษด้วยการขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่ จินตกใจจนเกือบทำแก้วกาแฟหลุดมือ เขายกมือขึ้นจับแก้มตัวเองตาโต 

             “ถ้าไม่พูดก็ต้องโดนทำโทษ” 

             “ได้ยังไงครับ!” เขาไม่เล่นด้วยเด็ดขาด 

             “หนึ่ง” รามิลเริ่มนับ ดวงตาเป็นประกายวาววับ 

             “ไม่เล่นครับ” 

             “สอง” 

             “ผมจะกลับร้านแล้ว” 

             “สาม” ดูเหมือนคำว่าสามดังชิดริมฝีปากของเขา ก่อนที่ริมฝีปากของรามิลจะประทับลงมา ดวงตาของจินเบิกกว้าง รสสัมผัสทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง 

             “ไหนว่านับสามไงครับ” คนประท้วงเสียงพร่า 

             “พี่นับแล้ว” 

             “ใครจะไปพูดทัน” 

             “ก็พูดตอนนี้สิ” 

             “....” 

             “พูดแล้วครับ!” จินรีบกลับคำเมื่อริมฝีปากนั้นแตะลงที่มุมปากของเขา 

             “ผมรักคุณรามิลครับ” 

             “เด็กดี”  

             ความร้อนแตะแต้มลงมาบนริมฝีปากของเขา มันบดเคล้าแนบชิดจนจินหายใจไม่ทัน ได้แต่ยกมือดันอกกว้าง  

             “พอแล้วครับ” จินหายใจหอบเมื่อรามิลถอนริมฝีปากออก ดวงตาคู่นั้นจับจ้องจนเขาเขินต้องยกมือปิดปากเอาไว้ 

             “หึๆ” 

             “คุณรามิลทำไมร้ายแบบนี้ครับ ทำเป็นยอมผมกลัวผมแล้วดูตอนนี้สิ ฟังผมที่ไหน” 

             “พี่เป็นเด็กดีก็ต้องได้ของรางวัล” 

             “เป็นที่ไหนครับเด็กเกเรชัดๆ” จินทำหน้ายุ่งใส่ 

             “งั้นทำยังไงถึงจะได้เป็นเด็กดีของจิน”  

             “กลับไปทำงานครับ ไม่ต้องไปช่วยที่ร้านแล้ว เอาไว้ผมจะขึ้นมาที่นี่บ่อยๆ เหมือนเดิม” 

             “จินพูดแล้วนะ” 

             “ครับ” 

             “ตกลง” รามิลยกมือขึ้นแตะแก้มคนตรงหน้า “พี่จะกลับมาทำงานเป็นเด็กดีของจิน อย่าลืมให้รางวัลเด็กดีล่ะ” 

             จินรีบเอนตัวหนี มันทำไปโดยอัตโนมัติ รามิลหัวเราะขำเสียงดังเขาจึงทำหน้างอ ลุกขึ้นยืน 

             “ผมกลับแล้วครับ หมดเวลาพักแล้ว” 

             “เดี๋ยวเย็นนี้พี่ไปรับ” 

             “ไม่ต้องครับผมจะกลับกับศีล ไม่อยากให้ขี่มอเตอร์ไซด์คนเดียว” 

             “เฮ้อ พี่มาทีหลังสินะ” 

             “ใช่ครับ” จินยิ้มกว้าง “ผมไปแล้วครับอู้นานแล้ว” 

             “พรุ่งนี้พี่แวะไป ไปดื่มกาแฟเฉยๆ แป๊บเดียวกลับ” รามิลรีบบอกเมื่อเห็นสายตาที่หรี่ลงของจิน 

             “แบบนั้นก็ได้ครับ ผมจะรอ” จินยิ้มเขิน พูดเองเขินเองจึงรีบหันหลังให้รามิล เดินตรงไปยังบันได เขามองไปข้างหน้าก่อนดวงตาจะเบิกโพลง หันกลับไปมองรามิลแทบไม่ทัน 

             “คุณรามิลครับ กล้องวงจรปิด!” 

             “ไม่ต้อห่วง เดี๋ยวพี่จัดการเอง” 

             “ครับ” จินโล่งอก เขาหมุนตัวกลับไปเหมือนเดิม ได้ยินเสียงรามิลดังตามมา 

             “เดี๋ยวพี่จะเก็บเอาไว้ดูเอง” 

             ใบหน้าของจินร้อนผ่าว นี่เขาต้องโดนแกล้งไปทั้งชีวิตไหมหนอ  

ความคิดเห็น