Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 11 : การเอาคืนเล็กๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : การเอาคืนเล็กๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 985

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ต.ค. 2562 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : การเอาคืนเล็กๆ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 11 : การเอาคืนเล็กๆ 

 

           จินไขกุญแจร้านเข้าไปด้านใน นึกแปลกใจที่ลิลิตมาถึงก่อนเขา เพราะไฟในร้านถูกเปิดเรียบร้อยแล้ว 

           “ทำไมวันนี้พี่ลิตมาไวจังครับ” จินทักญาติสนิท เสียงประตูร้านดังขึ้นอีกครั้ง ศีลเดินตามเข้ามาหลังจากจอดรถมเตอร์ไซด์เรียบร้อยแล้ว 

             “ผีเข้าพี่ลิตหรือเปล่าทำไมวันนี้มาไว”

             ลิลิตมองหน้าลูกน้องทั้งสองคนโดยเฉพาะศีล “เอ็งทักพี่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือไงวะ แล้วหน้าตาสดชื่นมาแบบนี้ปัญหาเคลียร์แล้วเหรอ”

             “เมื่อคืนคุณภีมไปหาที่หอ” ศีลอยากเล่าด้วยความตื่นเต้นกว่านี้แต่เขาเกรงใจจิน เพราะอีกฝ่ายยังไม่สบายใจ

             “ก็ดีแล้ว”

             เสียงฝีเท้าเดินมาจากทางเข้าห้องน้ำเรียกสายตาของจินและศีลให้หันไปมอง ก่อนร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแลคสีดำจะปรากฏต่อสายตา ดวงตาของจินไหววูบ แต่ศีลอ้าปากค้าง

             “คุณ! คุณรามิล” ศีลหันไปมองหน้าลิลิต ต้องการคำตอบแบบเร่งด่วน

             “คุณรามิลจะมาฝึกงานที่ร้าน”

             “หา!”

             “สวัสดีครับ” รามิลทักทายทั้งสองคน ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าของจิน “พี่ฝากตัวด้วยนะ”

             “พี่ลิตคุยกันหน่อย” ศีลจับแขนของลิลิต หันไปยิ้มให้รามิล “ขอตัวสักครู่นะครับ” เขาลากลิลิตเข้าไปยังห้องด้านหลัง มีจินเดินตามมาติดๆ

             “นี่มันอะไรพี่”

             “เอ็งก็ได้ยินแล้วจะถามทำไมวะ” ลิลิตนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวขนาดเล็ก

             “พี่ลิตมันเรื่องปกติธรรมดาที่ไหน จะตอบแค่นี้ไม่ได้ ไอ้จินมันหน้าซีดแล้วเห็นไหม”

             ลิลิตหันไปมองจิน จริงอย่างที่ศีลพูดทุกอย่าง เขาจึงถอนใจออกมาเบาๆ

             “เมื่อวานคุณรามิลมาหาจินที่ร้านแต่ไม่เจอก็เลยคุยกับพี่ เขาเอ่ยปากอยากมาทำงานที่ร้านสักพัก ถึงจะฟังไม่เข้าท่าแต่เอ็งจะให้พี่ปฏิเสธยังไงวะ นั่นเพื่อนสนิทคุณภีมนะเว้ย แถมยังเป็นหุ้นส่วนที่ตึกนั้นด้วย” ลิลิตรู้ว่ามันฟังไม่ขึ้นแต่ก็รู้ว่าไม่มีใครขัดเขาได้

             “ให้ผมคุยกับพี่ภีมให้ไหมพี่ ผมว่าพี่ภีมเข้าใจ ให้เขาไปคุยกันเองอีกที” ศีลเสนอตัว

             “อย่าเลยพี่ไม่อยากมีปัญหา พี่รู้ว่าจินลำบากใจพี่ก็ลำบากใจ แต่ทนๆ เอาหน่อยนะพี่ว่าคงทำได้ไม่กี่วันหรอก”

             “พี่ลิตพูดก็ถูก อย่างคุณรามิลจะทำได้แค่ไหนกัน อีกอย่างห้างก็ใกล้เปิดแล้ว ดีไม่ดีบ่ายนี้อาจโดนตามตัวกลับไปก็ได้” ศีลสนับสนุนคำพูดของลิลิต ลึกๆ เขาก็อยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน

             “อืม รู้แล้ว”

             “งั้นก็ออกไปกัน ทิ้งเขาไว้แล้วเดินเข้ามาอย่างนี้มันน่าเกลียด” ลิลิตหันไปมองศีล คนที่ลากเขาเข้ามา

             “ไม่ทันแล้วพี่ น่าเกลียดไปแล้ว” ศีลหัวเราะขำ มันช่วยไม่ได้นี่นา

 

• • • • • • • • 

 

             “ให้พี่ทำอะไรดี” รอยยิ้มที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้าทำให้จินถอนใจออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกที่อยากให้ร้านอันเงียบสงบของเขาเปลี่ยนเป็นร้านกาแฟที่พลุกพล่าน อยากให้ลูกค้านั่งทานในร้านมากกว่าซื้อขึ้นไปทานบนออฟฟิศ อีกคนจะได้ไม่มีเวลาเดินมากวนเขาเรื่อยๆ แบบนี้ 

             “ไม่มีอะไรให้ทำครับ ผมวาคุณรามิลกลับไปทำงานดีไหมครับ น่าจะใช้เวลาได้มีประโยชน์กว่า ที่นี่งานน้อย” 

             “ไม่เป็นไร พี่อยากลองทำงานบริการ จะไปทำที่ห้างก็เกรงใจส่วนใหญ่จะรู้ว่าพี่เป็นใคร ไม่มีใครให้ทำงานจริงๆ สักคน จะพูดอะไรก็เกร็งไปหมด แบบนี้ดีกว่า” 

             “แต่ลูกค้าที่ร้านส่วนหนึ่งก็เป็นพนักงานที่ตึกนะครับ” 

             “สบายมาก” รามิลยิ้มกว้าง “ตึกนั้นเป็นบริษัทของภีม ไม่มีใครรู้จักพี่เท่าไหร่หรอก” 

             “ได้ข่าวว่าเป็นตึกของคุณรามิลด้วยไม่ใช่เหรอครับ” จินอดพูดไม่ได้ 

             “อย่าไปนับเลย หุ้นเท่าเศษฝุ่น” ดวงตาคนพูดดูแพรวพราวจนจินอดหมั่นไส้ไม่ได้ ว่าจะไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้วเชียว 

             “เศษฝุ่นคือกี่เปอร์เซ็นต์ครับ ยี่สิบหรือสามสิบ” 

             “พี่จำไม่ได้” คนถือหุ้นเกิดจำไม่ได้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดวงตาของจินสว่างวาบนึกอยากฟาดคนตรงหน้า 

             “ตกลงอยากทำงานจริงๆ ใช่ไหมครับที่มานี่” 

             “ทำจริงสิ มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้เลย” 

             “งั้นก็ไปส่งกาแฟให้หน่อยครับ มีออเดอร์มาห้าแก้วที่ร้านหนังสือเลิฟบุ๊ค เลยไปทางท้ายซอย เคยเห็นไหมครับ” 

             “เคย” 

             “ผมกำลังจะทำ รอสักครู่ครับ”  

             จินมองคนที่ยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม่ยอมไปไหน อยากทำมากก็ลองทำจริงๆ ดู 

 

             “จินคุณรามิลไปไหน” ลิลิตเดินออกมาจากห้องที่ใช้ทำงานและเก็บของด้านหลัง เขาถามลูกน้องเมื่อไม่เห็นรามิลอยู่ในร้าน 

             “ออกไปส่งของครับ” 

             “ไปส่งของ!” 

             “ครับ ผมให้ไปส่งกาแฟที่ร้านเลิฟบุ๊ค” 

             “แล้วไปยังไง” 

             “เดินไปมั้งครับ” ร้านอยู่ไม่ไกลมากปกติถ้าจินไปส่งเขาจะเดินไป 

             ลิลิตมองหน้าเขาก่อนหมุนตัวเดินออกไปนอกร้าน สักพักก็กลับเข้ามา 

             “รถไม่อยู่ เจริญละจิน ขับรถบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ล่าสุดไปส่งกาแฟ ลูกค้าไม่มองกันตากลับเหรอ แล้วร้านนั้นมีที่จอดแค่สี่คัน กว่าจะหาที่จอดรถได้อีก” 

             จินเบิกตากว้าง เขาก็ลืมคิดไป  

             “ป่านนี้ลูกค้าจะได้ดื่มกาแฟหรือยัง” ลิลิตกับจินสบตากัน ก่อนพวกเขาจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา 

             “พี่ไม่ห้ามนะถ้าจินจะให้คุณรามิลไปส่งของ แต่ขอเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่กาแฟเถอะ พี่กลัวน้ำแข็งละลายหมดก่อนลูกค้าได้กิน” ลิลิตพูดติดตลก แต่เขาคิดอย่างนั้นจริงๆ 

             “ครับพี่ลิต” จินถอนใจออกมาเบาๆ เขาตั้งใจจะแกล้งรามิลนิดหน่อยเพราะหมั่นไส้ ไม่คิดว่าตัวเองจะปวดหัวแทน 

 

             “คุณรามิลช่วยไปส่งดอกไม้ให้หน่อยได้ไหมครับ ลูกค้าสองราย” 

             “ได้ครับผม” 

             จินเม้มปาก เกลียดเวลาที่รามิลพูดแบบนี้เพราะมันทำให้ใจเขาอ่อนยวบ 

             “นี่ที่อยู่ครับ” จินหยิบใบส่งของมาให้รามิลดู “ตรงนี้ต้องให้ลูกค้าเซ็นรับแล้วเอากลับมาด้วย” 

             “โอเค” 

             “ไกลหน่อยนะครับ” 

             “ไม่เป็นไร พี่ทำได้” 

             “ครับ” จินลอบยิ้ม อย่างน้อยเขาก็มีเวลาหายใจหายคออีกหลายชั่วโมงก่อนรามิลจะกลับมา  

 

             จินทำงานอยู่ในร้านด้วยความสงบ ไม่มีคนคอยมองด้วยดวงตาที่ทำให้ข้างในเขาหวั่นไหว จินอยากถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้ถาม เพราะเขาไม่อยากให้รามิลรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร 

             เสียงโทรศัพท์ของร้านดังขึ้น จินเอื้อมมือไปรับ 

             “สวัสดีครับ” 

             “ร้านso far so good ใช่ไหม” 

         “ครับ” จินขมวดคิ้วเมื่อเสียงที่ได้ยินบ่งบอกถึงอารมณ์โมโหของปลายสาย 

             “ผมคือคนที่คุณให้ไปส่งดอกไม้เซอร์ไพรส์วันนี้” 

             “ครับ” ใจของจินเต้นตุ๊บตุ๊บ ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือรามิลจะส่งดอกไม้ผิดคน หรือมอบการ์ดผิดใบทำให้เกิดความเข้าใจผิด 

             “คุณให้ใครไปส่งดอกไม้!” 

             “พนักงานของที่ร้านครับ” จินคิดว่าต้องใช่เรื่องที่เขากังวลแน่ๆ  

             “เลือกคนหน่อยสิคุณ จะบ้าเหรอผมลงทุนซื้อดอกไม้แพงๆ หวังให้ผู้หญิงประทับใจ กลายเป็นดอกไม้ผมไม่มีความหมาย แม่งไม่มีพูดถึงคนให้สักคำ ลงรูปในไอจีรัวๆ มีแต่ถ่ายคู่กับคนส่งดอกไม้ มันหมายความว่ายังไง แล้วที่ผมลงทุนไปคืออะไร”  

             จินอ้าปากค้าง 

             “วันหลังหัดใช้หัวคิดหน่อยสิวะ!” 

             เสียงปลายสายขาดหายไปแล้ว คงโมโหจนกดวางไป จินยืนถือโทรศัพท์ค้าง กระพริบตาปริบๆ  

             “เป็นอะไรจิน” ศีลเดินเข้ามาหาเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน  

             “ให้ตายเถอะ!”  

             “เกิดอะไรขึ้น” ลิลิตเดินเข้ามาหาอีกคนเมื่อได้ยินจินสบถ ไม่บ่อยหรอกที่ลูกน้องของเขาจะทำแบบนี้ 

             จินมองหน้าศีลและลิลิตนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนระเบิดเสียงหัวเราะจะดังขึ้น เขากลั้นไม่อยู่จริงๆ เล่นเอาอีกสองคนมองหน้ากันงงๆ จินใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหยุดอาการขำ ก่อนเล่าเรื่องที่โดนต่อว่าให้คนที่เหลือฟัง 

             ศีลหัวเราะออกมาเสียงดัง ขณะนี้ลิลิตมีสีหน้าที่บอกไม่ถูก 

             “จะบ้าเหรอ เรื่องแบบนี้มาด่ากันได้ยังไง ไม่หล่อเท่าแล้วโวยวายเหรอวะ”  

             “แต่ก็น่าเห็นใจนะพี่” ศีลหัวเราะจนน้ำตาไหล “คิดภาพตามแล้วแบบ โอ๊ย..ขำ” 

             “ผมเริ่มคิดแล้วนะครับว่ารายสุดท้ายที่ไปส่งจะเป็นยังไง ผู้หญิงเหมือนกันด้วย คราวนี้ครบรอบวันคบกันอีกต่างหาก” จินยิ้มแหย เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า พวกเขาสามคนได้แต่มองหน้ากัน และภาวนาว่าอย่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีกเลย 

 

• • • • • • • • 

 

             “กลับมาแล้ว”  

             จินมองรอยยิ้มอบอุ่นของรามิล ร่างสูงยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม่ได้รับรู้อะไรเลย  

             “เป็นไงบ้างครับคุณรามิล” ลิลิตเดินเข้ามาหา พิงตัวกับเคาน์เตอร์มองชายหนุ่มยิ้มๆ แม้แต่ศีลก็ค่อยๆ เขยิบตามมา 

             “เรียบร้อยดีครับ ไม่ต้องห่วงผมบริการลูกอย่างดี ไม่เสียชื่อร้านแน่นอน” คนพูดทำสีหน้าภูมิใจ ลิลิตกับศีลสบตากัน พวกเขาพยายามกลั้นขำ 

             “ดีแล้วครับ ขอบคุณมากที่เป็นธุระให้” 

             “จินมีอะไรให้พี่ทำอีกบอกได้เลย พี่เต็มใจทำทุกคำสั่ง” ดวงตาคนพูดกรุ่มกริ่มจนจินนึกหมั่นไส้ นี่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าทำอะไรลงไป 

             “คุณรามิลครับ” 

             รามิลหันไปมองศีล เมื่ออีกฝ่ายเรียกชื่อเขา 

             “คนรับดอกไม้สวยไหมครับ” 

             “ก็หน้าตาดีนะ ยังขอถ่ายรูปกับพี่ด้วย”  

             “หึๆ” ศีลกลั้นแล้วแต่ยังหลุดเสียงหัวเราะออกมา 

             “ทั้งสองคนเลย” 

             “หา!” คราวนี้เป็นเสียงร้องของลิลิต รามิลหันไปมอง คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยในปฏิกิริยาของเจ้าของร้าน 

             “มีอะไรหรือเปล่าครับ” 

             “ไม่มีครับ ไม่มีอะไร” ลิลิตยิ้มให้รามิลก่อนหันไปหาญาติของเขา “พี่ไหว้ละนะจินพอเถอะ” ลิลิตพูดทิ้งทายไว้แค่นั้นก่อนเดินกลับไปทำงาน ศีลรู้งานรีบตามไปอีกคน 

             “มีอะไรหรือเปล่า” เมื่อเหลือคนเดียวให้ถาม รามิลจึงหันไปมองจิน 

             อีกฝ่ายถอนใจออกมาเสียงดัง “คนที่สั่งดอกไม้ที่คุณรามิลไปส่งให้โทรเข้ามาที่ร้านครับ” 

             “โทรมาว่า?” 

             “ใช่ครับโทรมาว่า ว่าว่าทำไมถึงส่งคนหน้าตาดีไปส่งดอกไม้ ผู้หญิงเอาแต่สนใจคุณรามิลไม่สนใจเขาเลย” 

             รามิลยืนนิ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบต้นคอ ยิ้มเก้อๆ “ก็พี่อยากทำให้จินประทับใจ ลูกค้าขอให้ทำอะไรก็ทำ บริการอย่างดีเลย” 

             จินไม่รู้จะพูดอะไรเขาทำได้แค่ถอนใจดังๆ มีใครให้มากกว่านี้อีกไหม ขับรถหรูไปส่งกาแฟ ไปส่งดอกไม้แต่คนส่งดันน่าสนใจกว่าดอกไม้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่สาวๆ ไม่เข้ามาเต็มร้าน 

             เสียงประตูหน้าร้านเปิดออก ลูกค้าประจำของเขาเดินเข้ามา 

             “สวัสดีครับ” จินรีบยิ้มทัก ปัดเรื่องนั้นออกไปก่อน “รับเหมือนเดิมใช่ไหมครับ” 

             “ค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นทานที่นี่แทน ดวงตาคนสั่งตวัดไปมองรามิลพร้อมรอยยิ้มเขิน จินได้แต่สบถอยู่ในใจ ให้ตายเถอะ! 

 

• • • • • • • • 

 

         “จินกลับยังไง” รามิลถามเพราะวันนี้พีระพัฒน์มารับศีลออกไปแล้ว 

             “รถเมล์ครับ” 

             “พี่ไปส่ง” 

             “ไม่เป็นไรครับ คุณรามิลกลับได้เลย ผมเหลือแค่ล้างตรงนี้ก็เสร็จแล้ว” 

             “ไม่เป็นไรพี่รอกลับพร้อมจิน” 

             จินไม่พูดอะไรเพราะรู้ว่าพูดไปก็เท่านั้น เขาทำงานไปเงียบๆ หลังจากเช็คว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี จินปิดไฟในร้านและก้าวออกประตูไป 

             ร่างสูงเดินตามเขามาเรื่อยๆ จนจินทนไม่ไหวต้องหันกลับไปมอง 

             “พี่ไปส่ง” 

             “ไม่ต้องครับผมจะกลับรถเมล์เอง” 

             “งั้นพี่นั่งรถเมล์เป็นเพื่อน” 

             จินถอนใจเฮือกใหญ่จ้องใบหน้าของรามิลนิ่ง “ตามใจครับ” เขาหันกลับเริ่มออกเดินต่อ พูดไปก็คงเท่านั้น จินคิดว่าพอเขาไม่ยอมให้ไปส่งจริงๆ เดี๋ยวรามิลก็คงถอยไปเอง 

             แต่จินคิดผิด ร่างสูงนั่งรอรถเมล์มากับเขา นั่งอยู่ข้างกันแม้ไม่ได้พูดอะไรเลยก็ตาม จินพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เป็นวันที่เขาต้องใช้พลังงานเยอะมาก ผู้ชายคนนี้จัดการไม่ได้ง่ายๆ เลย  

             เพราะความเหนื่อยอ่อน ดวงตาของจินค่อยๆ หรี่ปรือลง เขาพิงศีรษะกับหน้าต่าง ตัดสินใจพักสายตาสักครู่  

             ในความง่วง จินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่คลุมลงมาบนตัว ศีรษะของเขาถูกจับเอนให้ซบลงบนบางอย่างที่แม้ไม่นุ่มแต่ให้ความรู้สึกสบาย 

             “จินใกล้ถึงแล้ว” มือเย็นแตะที่แก้มของเขา จินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาขยับตัวออกห่างอย่างรวดเร็วเมื่อรู้ว่าเขานอนพิงศีรษะอยู่กับไหล่ของรามิล มีมือของอีกฝ่ายโอบอยู่ที่ไหล่ เสื้อสูทที่คลุมตัวเขาตกลงบนตัก  

             “ป้ายนี้ใช่ไหม ลงกันเถอะ” รามิลจับเสื้อสูทมือหนึ่ง อีกมือคว้ามือของเขาให้ลุกขึ้นยืน ดึงให้เดินตามไปหยุดที่หน้าประตูรถ จินพยายามดึงมือออกแต่มือของรามิลไม่ขยับสักนิด เขาไม่อยากให้คนมองจึงปล่อยให้อีกฝ่ายจับจูง และถ้าไม่โกหกตัวเองเกินไปจินรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย 

             “จากตรงนี้จินเข้าบ้านยังไง” 

             “วินมอเตอร์ไซด์ครับหรือไม่ก็เดิน” 

             “พี่ไม่ส่ง” 

             “ไม่ต้องครับ ข้างในจะเรียกแท็กซี่ยาก คุณรามิลกลับเถอะครับ” 

             “พี่อยากเห็นว่าจินถึงบ้านแล้ว” 

             “ผมกลับบ้านเองมาเกินสิบกว่าปี รับรองว่าไม่หลงไปไหนแน่” 

             “แต่พี่ก็ยังเป็นห่วง” 

             จินถอนใจยาว วันนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะต่อล้อต่อเถียงด้วย “แค่ให้ไปส่งก็พอใช่ไหมครับ” 

             “ใช่” 

             จินออกเดินนำ เสื้อสูทถูกคลุมลงมาบนไหล่ของเขาอีกครั้ง 

             “อากาศเย็นใส่ไว้เถอะ” 

             “ขอบคุณครับ”  

             บทสนทนาสั้นๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง พวกเขาเดินข้างกันไปเรื่อยๆ ไม่มีใครพูดอะไรออกมา  

จินลอบมองใบหน้าด้านข้างของรามิล ถามตัวเองว่าเขารู้สึกอย่างไรกันแน่ โกรธหรือน้อยใจ และสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจจะเลือนหายไปได้จริงหรือ 

 

“ขอบคุณครับ” จินส่งเสื้อให้เมื่อถึงหน้าบ้านของเขา 

“พักผ่อนมากๆ พรุ่งนี้เจอกัน” 

“ยังไปทำอยู่เหรอครับ” 

“ไปสิ พี่อยากเจอจิน” 

“กลับบ้านดีๆ ครับ” จินพูดเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่รามิลพูดกับเขา แต่หัวใจกลับทำงานหนัก  

“ฝันดีนะ” มือของรามิลวางลงบนไหล่ของเขา ดวงตาอ่อนโยนจ้องเข้ามาในดวงตา ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อน ก่อนเจ้าตัวจะหมุนตัวจากไป 

จินได้แต่มองตามหลังอีกฝ่าย เห็นทีว่าหัวใจของเขากำลังทำงานไปคนละทางกับสมอง ในขณะที่สมองสั่งให้เขาอยู่ห่างๆ หัวใจกลับรู้สึกอบอุ่น เขากำลังใจอ่อนแล้วใช่ไหม จินได้แต่ถามตัวเอง 

ความคิดเห็น