Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 7 : ความเหมาะสม

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : ความเหมาะสม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 839

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ต.ค. 2562 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : ความเหมาะสม
แบบอักษร

 

ตอนที่ 7 : ความเหมาะสม 

 

             “อยู่หรือเปล่า” รามิลพยักพเยิดไปทางห้องทำงานด้านใน เขายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของรุ้งลาวัลย์เลขาของพีระพัฒน์ 

             “อยู่ค่ะ คุณรามิลเข้าไปได้เลย” 

             “อืม จริงสิผมเกือบลืม วันนั้นขอบคุณมาก” 

             “วันนั้น?” รุ้งลาวัลย์นิ่วหน้า “อ๋อไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวสงสัยว่าทำไมวันนั้นรามิลถึงให้เธอหยุดพูดแต่คิดว่าเธอไม่สมควรถาม 

             “สวัสดีครับ” เสียงทักทายเรียกสายตาของรุ้งลาวัลย์จากใบหน้าของรามิลให้หันไปมองเจ้าของเสียง  

             “ผมมาส่งกาแฟแทนศีลครับ อ้าว! คุณรามิล”  

             จังหวะที่จินพูดเป็นจังหวะเดียวกับที่รามิลหันกลับไปมองพอดี สายตาภายใต้แว่นเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ 

             “คุณรามิลทำงานที่นี่เหรอครับ” 

             “ฉันมาหาเพื่อน” 

             “เพื่อน” คิ้วของจินขมวดเข้าหากัน เขาอดมองชื่อและตำแหน่งที่ติดอยู่หน้าประตูห้องทำงานของพีระพัฒน์ไม่ได้ 

             “ใช่ กาแฟนี่ของรุ้งใช่ไหม” รามิลยื่นมือไปรับแก้วกาแฟมาจากมือของจิน 

             “ใช่ครับ ส่วนอีกแก้วของคุณพีระพัฒน์” 

             “โอเค” รามิลรับกาแฟมาทั้งสองแก้ว เขาวางลงบนโต๊ะเลขาพีระพัฒน์ “แก้วนี้ของรุ้ง แก้วนี้ของเจ้านายรุ้ง” 

             รุ้งลาวัลย์หน้าเหวอเมื่อจู่ๆ วิธีพูดของรามิลก็เปลี่ยนไป ใครฟังคำพูดของชายหนุ่มก็ต้องคิดว่าเธอเป็นเพื่อนกับเขา  เธอจำได้แล้วว่าวันนั้นคนที่อยู่กับรามิลก็คือเด็กคนนี้ 

             “ศีลไปไหนละจ้ะ” รุ้งลาวัลย์ฉลาดพอที่จะรีบเก็บอาการ และช่วยรามิลเปลี่ยนเรื่อง 

             “วันนี้ไม่ค่อยสบายครับ เมื่อวานตากแดดมากไปหน่อย ผมเลยมาส่งแทน” 

             “อ๋อ ฝากบอกด้วยแล้วกันว่าพี่เป็นห่วง อย่าลืมกินยา” 

             “ได้ครับ” 

             “จินส่งกาแฟเสร็จแล้วใช่ไหม” รามิลถามขึ้นมาบ้าง 

             “ครับ ผมส่งชั้นนี้เป็นชั้นสุดท้าย” 

             “งั้นเดี๋ยวลงไปพร้อมกัน ผมไปก่อน” รามิลหันไปยิ้มให้กับเลขาของพีระพัฒน์ แตะมือบนหลังของจินดันให้ออกเดิน 

             “เจ้านายจินกลับมาทำงานที่ร้านหรือยัง” 

             “กลับมาแล้วครับ งานเสร็จเมื่อวานวันนี้เข้าร้านแล้ว” 

             “จะแวะขึ้นไปข้างบนไหม” รามิลหมายถึงบนดาดฟ้า 

             “ยังครับ ต้องรีบกลับไปช่วยที่ร้าน ศีลไม่ค่อยสบาย” 

             “อืม” 

             “คุณรามิลครับ” จินขยับเท้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย “คุณว่าพนักงานมองเราแปลกๆ หรือเปล่าครับ” เขาสังเกตตั้งแต่เดินออกมาจากห้องทำงานของรุ้งลาวัลย์แล้ว รู้สึกเหมือนถูกมอง 

             “หมุนตัวสิ”  

             “หมุนทำไมครับ” 

             “เดี๋ยวจะดูให้ว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” 

             จินตาเบิกกว้างเมื่อรามิลพูดจบ เขารีบก้มลงมองตัวเองโดยเฉพาะที่เป้า ก่อนจะหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “คุณรามิลดูข้างหลังให้ก็ดีครับ ก้นไม่ขาดใช่ไหม”  

เด็กหนุ่มหันหลังให้เขา รามิลพยายามกลั้นยิ้มทำสีหน้าจริงจังตามอีกฝ่าย “ไม่ขาด” 

“โล่งอกไป คุณรามิลหมุนสิครับผมดูให้”  

รามิลเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่คิดว่ามันจะย้อนกลับเข้ามาหาตัวเอง  

“ไม่มีแน่” 

“รู้ได้ยังไงครับเดี๋ยวผมดูให้ สูทก็เคยขาดมาแล้วคุณรามิลยังไม่รู้ตัวเลย” 

รามิลพูดไม่ออก ร่างสูงทำได้แค่หมุนตัวหันหลังให้อีกฝ่ายสำรวจ  

“ก็ไม่มีอะไร ทำไมถึงโดนมอง” 

“ใครที่ไม่ใช่พนักงานเดินเข้ามาก็ต้องมองอยู่แล้ว ฉันเดินเข้ามาคนเดียวก็โดนมอง เวลาลูกค้าเข้าร้านจินไม่มองเหรอ” 

“ก็จริงครับ ผมก็ไม่ค่อยได้มาด้วย” 

“ไปเถอะ” รามิลดันหลังของอีกฝ่ายเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก 

จินกดชั้นล่างสุดแล้วหันไปถามร่างสูง “ชั้นไหนครับ” 

“เดี๋ยวฉันลงไปส่ง” 

 “จริงสิ รู้จักกันมาตั้งนานผมยังไม่รู้เลยว่าคุณรามิลทำงานชั้นไหน 

“สิบ” รามิลตอบเสียงเรียบ สายตาของเขามองที่ตัวเลขชั้น เริ่มกังวลว่าเมื่อถึงชั้นสิบจะมีใครก้าวเข้ามาหรือไม่ โชคดีที่ลิฟต์ผ่านลงไปโดยไม่มีคนเรียก 

รามิลยืนรอจินแลกบัตรคืน เด็กหนุ่มเดินยิ้มมาแต่ไกล 

“ต้องแลกบัตรกันทุกครั้งแบบนี้ใช่ไหม” 

“ใช่ครับ” 

รามิลนึกขัดใจเพื่อนสนิท ทำไมพีระพัฒน์ไม่ออกบัตรให้ศีลผ่านเข้าออกได้โดยสะดวก เขาอยากทำให้จินแต่จนใจเพราะไม่รู้จะอ้างว่าอย่างไร 

“คุณรามิลครับ” 

“หือ” 

“อู้บ่อยๆ แบบนี้จะดีเหรอครับ” 

“หะ!” 

“เดี๋ยวก็แอบขึ้นไปพัก เดี๋ยวก็แอบขึ้นไปหาเพื่อน ผมชักสงสัยแล้วนะครับว่าทำไมถึงไม่โดนไล่ออก” 

“เพราะฉันเก่ง” 

จินพยักหน้าช้าๆ “ผมก็เคยได้ยินมาว่าพนักงานขายบางคนบริษัทจะตามใจมาก ทำอะไรก็ไม่ผิด เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ถ้าทำยอดขายได้ดีๆ” จินเคยได้ยินลูกค้าที่มานั่งดื่มกาแฟในร้านบ่นกับเพื่อนเรื่องความไม่เท่าเทียมในที่ทำงาน 

“นี่เราหลอกด่าฉันอยู่หรือเปล่า” 

“เปล่าครับ แต่เกเรน้อยกว่านี้นิดก็ดีนะครับผมว่า ที่พูดเพราะเป็นห่วง” เสียงตอนท้ายของจินทำให้รามิลยิ้มอ่อนโยน 

“เชื่อเถอะว่าฉันทำงานได้ดี ไม่มีใครว่า” 

“ครับ งั้นผมไปก่อน” จินหันไปบอก เมื่อรามิลเดินมาส่งเขาถึงฟุตบาทหน้าตึก 

“จินมายังไง” 

“เมื่อกี้พี่ลิตขับมาส่งครับแล้ววนกลับเลย เดี๋ยวผมเดินกลับเอง” 

“ฉันเดินไปเป็นเพื่อน” 

“อย่าเลยครับ คุณรามิลขึ้นไปทำงานเถอะ” 

“เอางั้นเหรอ” แปลกที่เขายังไม่อยากกลับขึ้นไป จากเดิมคิดแค่ว่าเอาตัวจินออกมาจากชั้นยี่สิบห้าให้เร็วที่สุด ส่งเข้าลิฟต์ก็พอ เปลี่ยนเป็นลงมาส่งข้างล่าง ออกมาส่งริมถนน และตอนนี้ก็อยากเดินไปส่งที่ร้าน 

“ครับ” 

“อืม กลับดีๆ” 

“คุณรามิลก็ทำงานดีๆ นะครับ ถึงจะเก่งแค่ไหนก็อย่าอู้” 

“หึๆ ตกลงครับผม เชื่อแล้ว” 

จินหน้าแดง รามิลพูดว่าครับทีไรเขาเกิดอาการทุกที 

“คุณรามิลมาทำอะไรตรงนี้คะ”  

เสียงรถที่ชะลอจอดไม่ทำให้เขาเอะใจ จนกระทั่งกระจกรถด้านหลังลดลง หญิงสาวที่มองมาคุ้นหน้าคุ้นตาเขาดี 

“คุณดา” ชายหนุ่มยิ้มทักหญิงสาว “ผมลงมาส่งเพื่อนครับ” 

“เพื่อน!” สายตาของหญิงสาวประเมินคนที่ยืนอยู่ข้างเขา 

“ครับ” รามิลอ้อมมือไปแตะบ่าของจินด้านหลัง 

“ดามาทำธุระแถวนี้พอดีค่ะ เลยแวะมาเซอร์ไพรส์คุณรามิล” 

รามิลยิ้มในหน้า เขาคิดว่าหญิงสาวทำสำเร็จ เพราะตอนนี้เขาเซอร์ไพรส์มาก ยิ่งเห็นคิ้วของจินขมวดเข้าหากันเขาก็ยิ่งเซอร์ไพรส์หนัก 

“ขึ้นไปรอที่ออฟฟิศก่อนก็ได้ครับเดี๋ยวผมตามขึ้นไป จอดตรงนี้จะขวางทางเข้าออก” 

“เดี๋ยวดาไปพร้อมคุณรามิลค่ะ” 

รามิลก้าวเท้าออกไปข้างหน้า เขาใช้มือแตะประตูรถเพื่อกันไม่ให้หญิงสาวเปิดออก ยิ้มในหน้าพูดด้วยเสียงทุ้มนุ่ม “ตรงนี้ร้อนครับคุณดาขึ้นไปรอข้างบนเถอะ อีกสักครู่ผมขึ้นไป” 

“ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวยิ้มเขิน เธอแพ้สายตาและรอยยิ้มแบบนี้ของรามิล 

รามิลรอจนรถของหญิงสาวผ่านไปแล้ว จู่ๆ เขาก็รู้สึกเสียวสันหลัง มันเย็นขึ้นมาแปลกๆ ชายหนุ่มทำใจดีสู้เสือหันกลับไป ก็เจอเข้ากับสายตานิ่งของจิน  

“ลูกสาวของลูกค้าน่ะ” รามิลคิดว่าเขาไม่ได้โกหก ดารณีคือลูกสาวของเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่งซึ่งมีสินค้าครองตลาดอยู่ และขายในห้างของเขาด้วย 

“เธอชอบคุณรามิลใช่ไหมครับ” 

“คิดว่า”รามิลรับไปตามตรง เขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธหญิงสาวเสียทีเดียว ไม่ได้แสดงออกว่ามีใจแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ 

“ครับ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อน” 

“จิน” รามิลอดเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่ได้ จินดูขรึมแม้ใบหน้าจะมีรอยยิ้มอ่อนติดอยู่เหมือนทุกครั้ง 

“ครับ”  

“ไม่มีอะไร กลับดีๆ ล่ะดูแลตัวเองด้วย” 

“ในซอยนี่เองครับ” คราวนี้เจ้าตัวหัวเราะออกมา 

“ในซอยก็เป็นห่วงได้” 

“ครับ”  

             “แล้วไว้เจอกัน” 

             รามิลมองจินเดินไปตามฟุตบาท เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรออกมา ชายหนุ่มถอนใจออกมาเบาๆ เงยหน้าขึ้นมองตึกสูงตรงหน้า เขาเคยคิดว่าดารณีก็ดี เหมาะสมกับเขา แม้ตัวเขาจะค่อนข้างเจ้าชู้ และคบผู้หญิงมาแล้วหลากหลายสไตล์ แต่เขารู้ดีว่าเมื่อถึงวันหนึ่งเขาจะหยุดสร้างครอบครัวกับคนที่เหมาะสม และเดินเคียงข้างกันได้ มาถึงตอนนี้เขาไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขาอยากได้คือความเหมาะสมจริงหรือไม่ อาจเพราะเขาได้รู้แล้วว่าเสียงหัวเราะและความสบายใจเป็นอย่างไร 

 

• • • • • • • • 

 

             “มาแล้วเหรอคะ ดารอจนนึกว่าคุณจะไม่กลับขึ้นมาแล้ว” เสียงทักกระเง้ากระงอด หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกในห้องทำงานของเขาลุกขึ้นยืน เมื่อรามิลเดินไปถึง แขนยาวเรียวก็สอดเข้ามามากอดแขนเขา  

             “ผมรอส่งเพื่อนก่อนครับ” เขานั่งลงพร้อมหญิงสาว มือข้างนั้นยังเกาะอยู่ที่แขน 

             “คนเมื่อกี้เพื่อนคุณรามิลจริงๆ เหรอคะ” สีหน้าของหญิงสาวยังแปลกใจ  

             “ครับ”  

             ดารณีฉลาดพอจะไม่พูดต่อเมื่อเห็นสายตาที่กระด้างขึ้นของรามิล  

             “ดามาทำธุระแถวนี้คิดถึงเลยแวะเข้ามาหาค่ะ” 

             “ไม่โทรบอกก่อนครับ เผื่อผมไม่อยู่ไม่อยากให้คุณดาเสียเวลา” 

             “ไม่อยู่ดาก็รอสิค่ะ ห้องทำงานคุณรามิลดารอได้ทั้งวัน” 

             “ครับ” 

             “เห็นคุณพ่อบอกดาว่าจะส่งสินค้ามาลงที่สาขานี้ให้เป็นพิเศษ ปีนี้สินค้าของเราผลิตแทบไม่ทัน แต่คุณพ่อก็อยากช่วยคุณรามิล” 

             “ผมขอบคุณคุณดนุตมากครับ ฝากคุณดาบอกคุณพ่อให้ด้วย” 

             “แหมถ้าไม่ช่วยคุณรามิลแล้วคุณพ่อจะช่วยใครละค่ะ คุณพ่อรักดาจะตายไป” 

             รามิลยิ้มในหน้าเขาเข้าใจความหมายของหญิงสาวดี เขาไม่เคยปฏิเสธและไม่เคยรับ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ และส่วนหนึ่งเขาก็มองว่าหญิงสาวอาจเป็นคนที่เดินไปกับเขาได้ในอนาคต จึงไม่เคยพูดขัดให้เสียความรู้สึก เพียงแต่ตอนนี้ความคิดของเขาเปลี่ยนไปแล้ว  

             “ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอบคุณคุณดามากครับที่คอยช่วย วันไหนคุณดาว่างผมขอเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณสักมื้อ” 

             “วันนี้ก็ได้ค่ะดาว่าง” 

             “สักอาทิตย์หน้าได้ไหมครับ ผมมีคนอยากแนะนำให้คุณดารู้จักด้วย” 

             “ใครคะ” 

             “แฟนผมเองครับ” 

             !!! 

             “คุณรามิลพูดว่าอะไรนะคะ” 

             “แฟนผมครับ ผมอยากแนะนำให้รู้จักกัน เพราะคุณดาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมคนหนึ่ง” รามิลรู้ว่าสิ่งที่เขาทำใจร้าย แต่เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่ใช่เขาก็อยากแสดงออกให้ชัดเจน 

             “ดาเป็นเพื่อน! คุณรามิลแน่ใจนะคะว่าจะพูดแบบนี้” 

             “แน่ใจสิครับ เพราะคุณดาดีกับผมมาก เราไม่ใช่แค่คนรู้จักกัน” 

             “ค่ะ” เสียงที่พูดกดอารมณ์ไว้ ดวงตาที่มองมาราวกับมีเปลวไฟอยู่ภายใน “รับรองว่าดาจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของคุณ จนคุณรามิลลืมไม่ลง” 

             ดารณีลุกพรวดขึ้นยืน เธอจ้องชายหนุ่มอย่างเกลียดชัง เมื่อไม่เห็นเธอเป็นที่หนึ่งก็จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง เธออาจจะชอบรามิล แต่ก็ชอบเพราะชายหนุ่มหน้าตาดี ฐานะทัดเทียมกับเธอ และเป็นชายหนุ่มที่หญิงสาวมากมายหมายปอง เธอชอบที่ได้อยู่เหนือผู้หญิงพวกนั้น 

             เสียงกระแทกเท้าตามด้วยเสียงปิดประตูโครมใหญ่ รามิลถอนใจออกมาเบาๆ เขาเข้าใจความหมายที่หญิงสาวพูดดี ถึงจะรู้สึกผิดแต่ชายหนุ่มก็โล่งใจ เห็นอย่างนี้แล้วคิดไม่ออกเลยว่าถ้าอยู่ด้วยกันไปจะเป็นอย่างไร 

             เรื่องที่หญิงสาวพูดเขาไม่เป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะห้างสรรพสินค้าของตระกูลเขาเป็นห้างสรรพสินค้ามีชื่อ มีสาขามากมายทั่วประเทศ หากบิดาของดารณีเป็นนักธุรกิจเขาเชื่อว่าอีกฝ่ายฉลาดพอ รู้ว่าต้องทำอย่างไร เขาอาจไม่ได้รับอะไรเป็นพิเศษแต่จะมีสินค้าลงขายแน่นอน เรื่องนั้นเขามั่นใจ 

             สิ่งเดียวที่รามิลไม่มั่นใจในตอนนี้คือ เพราะอะไรเขาถึงตัดสินใจได้ในทันที 

ความคิดเห็น