Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 6 : คิดถึง

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : คิดถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 876

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 11:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : คิดถึง
แบบอักษร

 

ตอนที่ 6 : คิดถึง 

 

             แม้จินจะยกเลิกข้อตกลงไม่เจอกันสองอาทิตย์แล้ว แต่กลายเป็นว่าหลังจากวันจันทร์ที่นัดกันเขาก็ไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าอีก สามวันแล้วที่จินติดภารกิจอยู่ที่ร้าน สืบเนื่องจากลิลิตรับงานจัดดอกไม้นอกสถานที่แบบเร่งด่วน เขาจึงต้องอยู่ประจำการแทน เพราะศีลต้องออกไปส่งของเป็นบางเวลา 

             จินมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ สองจิตสองใจว่าควรส่งข่าวบอกรามิลไหม ที่ชายหนุ่มพูดวันนั้นก็ไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนแกล้งแหย่เขาเล่น เกิดส่งไปบอกแล้วรามิลขำว่าส่งมาทำไมเขาจะทำยังไง  

             เมื่อคิดไปคิดมาหลายตลบจินก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ส่งไปบอกจะดีกว่า ยังไงก็ไม่ได้นัดกันเป็นเรื่องเป็นราวพูดแค่ว่าเจอกันใหม่ เอาไว้ลิลิตกลับมาแล้วเขาค่อยแวะไป 

             “จินออกไปส่งดอกไม้นะ เดี๋ยวรีบบึ่งกลับมาช่วย” 

             “ไม่ต้องรีบเราอยู่คนเดียวได้ สายๆ แบบนี้มีลูกค้าที่ไหน เข้าออฟฟิศกันหมดแล้ว” 

             “ก็นั่นแหละเป็นห่วง” 

             “เราเป็นห่วงศีลมากกว่า เอาให้ปลอดภัย” 

             “ก็ได้ มีอะไรโทรมานะ” ศีลหยิบช่อดอกไม้ที่จินจัดไว้ลงกล่อง   

             “อืม ขี่รถดีๆ” ศีลออกไปแล้วจินจึงกลับมาสนใจงานที่ทำอยู่ มีลูกค้าจะเข้ามารับดอกไม้บ่ายนี้เขาอยากจัดให้เสร็จตอนร้านไม่มีคน 

              

เสียงประตูร้านดังขึ้น จินเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง แต่เขาต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามา 

             “สวัสดีครับ” จินส่งยิ้มให้รามิล อีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาหาเขา สายตาที่มองมาสำรวจจนจินต้องก้มลงมองตัวเองว่าเขามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า 

             “มีอะไรหรือเปล่าครับ” จินถามเมื่อรามิลมาหยุดยืนตรงหน้า 

             “สบายดีใช่ไหม” 

             “ครับ” 

             “เห็นหายไป” 

             “อ๋อ ที่ร้านยุ่งครับ เจ้านายผมออกไปทำงานนอกสถานที่ เพื่อนอีกคนก็ออกไปส่งของ ผมต้องประจำการอยู่ที่ร้านคนเดียว” 

             “ทำไมไม่โทรหรือส่งข้อความมาบอก” 

             “ก็เราไม่ได้นัดกันนี่ครับ” 

             “บอกแล้วว่าจะขึ้นไปวันไหนให้บอก ถ้าไม่ขึ้นไปก็ควรบอก” 

             “ผมนึกว่าคุณรามิลพูดเล่น” 

             “คนพูดเล่นจะลงมาหาถึงร้านไหม มีแต่คนเป็นห่วงเท่านั้นที่ลงมา” 

             จินมองรามิลด้วยสายตาซาบซึ้ง เขายิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน “คุณรามิลไม่โทรลงมาถามละครับง่ายกว่า จะได้ไม่เหนื่อยด้วย” 

             รามิลจ้องหน้าคนพูด เขาโน้มตัวเข้าไปหาจนสายตาอยู่ในระดับเดียวกัน 

             “พูดกับคนเป็นห่วงแบบนี้เหรอ”  

             “ขอบคุณครับ”  

             เจอยิ้มหวานของจินเข้าไป คนไปไม่เป็นกลายเป็นรามิลเสียเอง เขาขยับตัวขึ้นยืนหลังตรง มองใบหน้าของจิน 

             “ไปเรียนมาจากไหน” 

             “เรียนอะไรครับ” 

             “วิธียิ้มแบบนี้ใครจะโกรธเราได้นาน” 

             “อ้าวเมื่อกี้โกรธอยู่เหรอครับ ผมนึกว่าเป็นห่วง” 

             รามิลทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง สุดท้ายก็หัวเราะออกมา เขาคิดว่าเขาเป็นคนแพรวพราวแล้วแต่ก็ยังแพ้ทางจิน  

             “อีกนานไหมกว่าเพื่อนเราจะกลับมา” 

             “น่าจะสักสี่สิบนาทีมั้งครับ ออกไปได้สักพักใหญ่แล้ว คุณรามิลมีอะไรหรือเปล่าครับ” 

             “จะได้อยู่เป็นเพื่อน” รามิลตอบความจริงครึ่งหนึ่ง เขาลงมาเพราะความเป็นห่วงโดยไม่สนใจว่าจะเจอกับศีลหรือไม่ แต่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีเขาก็อยากเลี่ยงไปก่อน 

             “ไม่ต้องทำงานเหรอครับ” 

             “ชั่วโมงเดียวไม่เป็นไร” 

             “ถ้าอย่างนั้นคุณรามิลรอแป๊บนะครับ ผมชัดช่อนี้เสร็จแล้วจะไปชงกาแฟให้” 

             “จินจัดเป็นด้วยเหรอ” 

             “เป็นสิครับ พี่ลิตเจ้านายผมสอนให้ แรกๆ ก็ดูแปลกๆ แต่ตอนนี้คล่องแล้ว” 

             จินยกดอกไม้ที่จัดอยู่ขึ้นมาอวด “สวยไหมครับ” 

             “สวย” รามิลตอบแต่สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่ดอกไม้ นับวันเขาก็ยิ่งคิดว่าหน้าตาของจินน่ารัก ลืมไปแล้วว่าวันแรกที่เจอกันเขาคิดว่าอีกฝ่ายหน้าตาธรรมดา บางทีสิ่งที่อยู่ภายในก็ทำให้ภายนอกดูดีขึ้นได้ในสายตาของคนที่เห็นคุณค่า 

             “อยากได้สักดอกไหมครับ” 

             “ฉันจะเอาไปทำอะไร” รามิลหัวเราะ  

             “แทนคำขอบคุณไงครับที่เป็นห่วงผม” 

             “ไม่ต้อง ฉันไม่ใช่คนที่ชอบดอกไม้” 

             “เคยได้ยินไหมครับที่เขาบอกว่าไม่ได้อยู่ที่ของแต่อยู่ที่คน” 

             รามิลยืนนิ่ง เขามองสายตาอ่อนแสงของจิน ริมฝีปากเด็กหนุ่มคลี่ยิ้มออกน้อยๆ ตามองดอกไม้ที่อยู่ในมือ 

             “เอามาสิ” 

             “ครับ?” จินละสายตาจากดอกไม้เงยหน้าขึ้นมองคนพูด 

             “เอามาให้ฉันดอกหนึ่ง” 

             “จะเลือกเองหรือให้ผมเลือกให้ดีครับ” 

             รามิลกวาดสายตามองดอกไม้ในตู้ “จินเคยคิดไหมว่าตัวเองเหมือนดอกอะไร” 

             “ผมเหรอครับ” จินหันไปมองดอกไม้ในตู้บ้าง “ผมคงเป็นดอกคัตเตอร์มั้งครับ” จินชี้ดอกไม้สีขาวดอกเล็กให้รามิลดู “เพราะดอกคัตเตอร์เป็นดอกไม้ ที่ใช้ประดับดอกไม้อื่นให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ผมว่ามันเป็นดอกไม้ที่มีน้ำใจ” จินหันกลับไปมองรามิล เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ “ผมชมตัวเองมากเกินไปไหมเนี่ย” 

             รายมิลส่ายหน้าช้าๆ เมื่อครู่ตอนที่เขากวาดสายตามองดอกไม้ในตู้ เขายอมรับว่าเขามองผ่านดอกไม้สีขาวดอกเล็กไป อันที่จริงเขาไม่ได้มองมันเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ดอกคัตเตอร์ที่เป็นเพียงดอกไม้ที่ใช้ประดับเพื่อให้ดอกไม้อื่นสวยงามกลับโดดเด่นขึ้นมาในสายตาของเขา 

             “ฉันเลือกดอกคัตเตอร์” 

             “พูดเอาใจผมหรือเปล่าครับ” จินแซวอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม 

             “เปล่า ฉันแค่รักในความมีน้ำใจของมัน” 

             ดวงตาสองคู่สบกันนิ่ง จินรู้สึกถึงความเงียบภายในร้าน รู้สึกถึงเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ภายใน 

             “ได้เลยครับเดี๋ยวผมหยิบให้” เขารีบหันหลังให้รามิล พักนี้จินไม่ไว้ใจตัวเองสักเท่าไหร่ มันมักเต้นในจังหวะที่แปลกๆ 

             “เรียบร้อยครับ” จินส่งดอกคัตเตอ์หนึ่งก้านที่ถูกตัดแต่งเรียบร้อยแล้วให้รามิล เขาผูกริบบิ้นเล็กๆ ไว้ที่ก้านเพื่อไม่ให้ดูเรียบจนเกินไป 

             “สวย” รามิลคิดอย่างนั้นจริงๆ “ขอบใจมาก” 

             “เต็มใจครับ คุณรามิลไปนั่งรอก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดช่อนี้เสร็จไปชงกาแฟให้” 

             “ฉันรอได้ไม่ต้องรีบ จัดไปตามสบาย งานแบบนี้เร่งไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” 

             “ใช่ครับ แต่พี่ลิตเจ้านายผมจัดเก่งและเร็วมาก เร็วจนบางทีลูกค้าคิดว่าไม่สวย” จินขำทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะลิลิตมักหัวฟัดหัวเหวี่ยงเสมอเวลาโดนลูกค้ากล่าวหา 

             รามิลมองใบหน้ากระจ่างนั้น เขามองได้ไม่เบื่อ นึกถึงคำเก่าๆ ที่เคยได้ยิน ‘เพลินตา’ เขาคิดว่าใบหน้าของจินเป็นแบบนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่รามิลไม่รู้คือใบหน้าของเขาปรากฎรอยยิ้มอ่อนโยนตาม 

 

             รามิลยืนรอจนจินเก็บดอกไม้ช่อที่จัดเรียบร้อยแล้วเข้าตู้แช่ เขาเดินตามอีกฝ่ายมารอที่โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์ มีลูกค้าเดินเข้ามาสั่งกาแฟพอดี เขาจึงมองจินทำงานเพลิน จินยิ้มน้อยๆ บนหน้า ดวงตาสดใส คงไม่มีลูกค้าคนไหนโกรธจินลง และน่าจะติดใจกลับมาซื้ออีก เพราะความสุภาพและเต็มใจบริการของคนขาย 

             มันทำให้เขานึกไปถึงเรื่องที่จินเคยบอก จินบอกเขาว่าชอบขึ้นไปบนดาดฟ้าเพราะอยากนั่งพักเงียบๆ รามิลมั่นใจว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้าคือความจริงใจของจินไม่ใช่การเสแสร้งแกล้งทำ แต่ก็คงมีจังหวะที่รู้สึกเหนื่อย ไม่อยากยิ้มให้ใครสินะ เขาเพิ่งเข้าใจสิ่งที่จินพูดวันนี้ 

             “มาแล้วครับ” แก้วกาแฟวางลงตรงหน้าเขา พร้อมกับบราวนี่ชิ้นเล็ก  

             “ขอบใจมาก” รามิลยกกาแฟขึ้นดื่ม  

             “ชิมบราวนี่ด้วยสิครับผมทำเอง” 

             “ทำเป็นด้วยเหรอ นึกว่าจะทำได้แค่แซนวิช” 

             “ดูถูกกันไปแล้วครับ ทำได้ไม่ได้ก็ต้องลองชิมดู” 

             “อืม” รามิลตัดบราวนี่เป็นชิ้นเล็กๆ ตักเข้าปาก ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบทานหวาน แต่สำหรับเขาแล้วทานได้สบาย 

             “กำลังดี ฉันชอบนะ” 

             “ลูกค้าก็ชมผมแบบนี้แหละครับ” 

             “เรานี่จริงๆ เลย” รามิลส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะไปด้วย กวนตาใสต้องยกให้จินจริงๆ 

             “จินเลิกงานสองทุ่มใช่ไหมถ้าฉันจำไม่ผิด” 

             “ครับ” 

             “ออกเร็วได้ไหม หรือที่ร้านไม่ให้ลา” 

             “ให้ครับไม่ต้องลา ใครจะไปไหนก็บอกกันได้ ถ้าไม่ใช่วันที่ร้านยุ่งมากหรือมีงานก็ไปได้” 

             “วันหลังไปกินข้าวเย็นด้วยกัน” 

             “ไม่ไปหรอกครับ” 

             “ทำไม” เสียงรามิลจริงจัง ดวงตาหรี่ลงมองใบหน้าของอีกฝ่าย 

             “วันหลังมันผ่านไปแล้ววันหน้าค่อยไป” 

             “ใช่เวลาเล่นไหม” รามิลทำเสียงดุ แต่คนฟังกลัวเขาเสียที่ไหน 

             “ไม่เล่นตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะหาจังหวะเล่นได้พอดีแบบนี้อีกไหมนี่ครับ” 

             “ดื้อจริงๆ” 

             “ครับ” คนตอบรับยิ้มตาใส หน้าชื่นตาบานจนรามิลที่ทำหน้าดุยังต้องยอม เขาหัวเราะออกมาเบาๆ 

             “ที่ร้านเป็นแบบนี้ทุกคนเลยใช่ไหม เจ้าของร้านไปหาพนักงานมาจากไหน หาเก่งจริงๆ” 

             “ใช่ครับ แต่คุณรามิลรู้ได้ยังไงครับ” 

             รามิลชะงัก เขารู้เพราะพีระพัฒน์เล่าเรื่องศีลให้ฟัง  

             “เปล่า ฉันไม่รู้ถึงถามว่าเป็นแบบนี้ทุกคนไหม” 

             “อ๋อ เป็นครับ ศีลเพื่อนผมจะออกล้นๆ กว่าผมแต่ดื้อน้อยกว่า ส่วนพี่ลิตเป็นเจ้านายผมแล้วก็เป็นญาติกันด้วย คนนั้นน่าจะรวมผมกับศีลเข้าด้วยกัน” 

             “ขนาดนั้นเลยเหรอ” 

             “เจอแล้วจะรู้ครับ” จินตอบอย่างมั่นใจ เขาคิดว่าลิลิตนี่แหละที่สุดของที่สุดแล้ว 

             รามิลยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เขายังไม่อยากเจอกับศีลตอนนี้ ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเร็วแค่ไหน 

             “จินจะขึ้นไปบนดาดฟ้าวันไหน” 

             “อืมม วันจันทร์หน้าเลยมั้งครับ” 

             “ถ้าไม่ขึ้นไปจะบอกฉันใช่ไหม” 

             “บอกก็ได้ครับ” 

             “จิน!” 

             “บอกครับ ดุชะมัด” 

             “ฉันไม่ได้ดุ” รามิลรีบปรับเสียง เมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าทำหน้าสงสัยที่เขาจริงจังกับเรื่องเล็กน้อย 

             “คุณรามิลครับ” 

             “หือ” 

             “ผมถามอะไรหน่อยสิครับ” 

             “ว่ามา” 

             “ทำไมถึงเป็นห่วงผมละครับ” 

             รามิลชะงัก เขามองหน้าของจินนิ่ง “ก็เพื่อนกัน” 

             “อ๋อครับ นึกว่าคิดถึง เมื่อกี้ก่อนคุณรามิลมาผมยังคิดถึงอยู่เลย” 

             “...” 

             “คุณรามิลครับ” 

             “คุณรามิล” จินเรียกซ้ำเมื่ออีกฝ่ายเหมือนไม่ได้ยินที่เขาเรียก 

             “หือ”  

             “เงียบไปเลย” 

             “กำลังคิดน่ะว่าอย่างเราเหรอคิดถึงฉัน” รามิลตอบปัดไป เขาไม่รู้ว่าจะบอกอีกฝ่ายอย่างไร ความรู้สึกเมื่อครู่มันมากกว่าดีใจ แต่มากกว่าแค่ไหนรามิลตอบไม่ได้ 

             “โหพูดงี้ได้ไงครับ คิดอยู่แล้ว เมื่อกี้ผมคิดว่าบอกยกเลิกเรื่องไม่ให้เจอสองอาทิตย์ไปสุดท้ายก็ไม่ได้เจอกันจริงๆ” 

             รามิลถอนใจยาว จ้องเข้าไปในดวงตาของจิน “แบบนั้นเขาไม่ได้เรียกว่าคิดถึง เขาเรียกว่านึกถึง” 

             “อ้าวเหรอครับ! ผมก็นึกว่ามันใช้คำเดียวกัน” จินยิ้มกว้าง แต่ภายใต้รอยยิ้มกว้างนั้นเขาซ่อนรอยยิ้มเขินไว้อีกที เขาแค่อยากบอกให้รามิลรู้ว่าเขาคิดถึง แต่ก็เขินเกินกว่าจะปล่อยให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกจริงๆ นั้น  

             “งอนผมเหรอครับ” จินยื่นหน้าเข้าไปหา ยิ้มขำ เมื่อเห็นใบหน้าเหนื่อยหน่ายใจของอีกฝ่าย 

             “หน้าตาแบบนี้เขาไม่เรียกว่างอน” 

             “งั้นเรียกอะไรครับ” 

             รามิลยื่นหน้าเข้าไปหาจินบ้าง ทำให้ใบหน้าของพวกเขาใกล้กันมาก 

             “เขาเรียกว่าผิดหวัง” 

             “อ๋อ” จินรีบถอยหน้าหนี เขาเขินแต่ต้องทำเป็นไม่ได้รู้สึกอะไร “ผมก็นึกว่าเขาเรียกว่าเซ็ง” 

             “หึๆ” รามิลคิดว่าใครก็ตามที่เห็นจิน ต้องไม่คิดว่าหน้าตาสุภาพอ่อนโยนจะต่อปากต่อคำเก่งขนาดนี้ เขาเองก็ไม่เคยคิด  

             “ฉันต้องกลับขึ้นไปทำงานแล้ว” 

             “ครับ” 

             “วันจันทร์เจอกัน” 

             “ได้ครับ” 

             ร่างสูงยิ้มให้เขาก่อนลุกขึ้นยืน จินคิดว่าอีกฝ่ายจะลืมดอกคัตเตอร์ที่วางชิดแก้วใส่ดอกไม้บนโต๊ะ มีจานบราวนี่บังอยู่ แต่รามิลก็หยิบมันขึ้นไป 

             จินมองร่างสูงใหญ่ในชุดทำงานอย่างดี ถือดอกไม้หนึ่งก้าน มันเป็นภาพที่บอกไม่ถูกว่าดูน่ารักหรือดูตลกกันแน่ แต่สำหรับเขามันเป็นภาพที่น่ามองที่สุด  

             จินหยิบโทรศัพท์ออกมา เขารีบปิดเสียงชัตเตอร์และถ่ายสิ่งที่ตาเห็นเอาไว้ ภาพด้านหลังของรามิล ไหล่กว้าง รูปร่างสูงใหญ่ มือที่ตกอยู่ข้างลำตัวถือดอกคัตเตอร์ มีริบบิ้นผ้าทิ้งสายยาว แสงแดดที่ส่องผ่านประตูร้าน ทำให้เกิดเงาทาบทับ มันสวยมากจริงๆ 

             ไม่เจอก็คิดถึง ยิ่งเจอยิ่งคิดถึง ความคิดถึงมันเป็นแบบนี้นี่เอง 

ความคิดเห็น