Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 5 : ไขว้เขว

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : ไขว้เขว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 886

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ต.ค. 2562 11:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : ไขว้เขว
แบบอักษร

 

ตอนที่ 5 : ไขว้เขว 

 

           รามิลมองนาฬิกาเพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่พลาดนัดเพราะจินแวะมาได้แค่ครั้งละไม่เกินยี่สิบถึงสามสิบนาที  

             “คุณพริ้งครับเข้ามาหน่อย”

             “ได้ค่ะ”

             รามิลรอให้เลขาเปิดประตูเข้ามา เขาส่งแฟ้มเอกสารที่เซ็นเรียบร้อยแล้วให้หญิงสาว

             “เดี๋ยวผมไม่อยูสักสามสิบนาที”

             “ค่ะ อ๋อคุณรามิลคะพริ้งลืมไปค่ะ เมื่อเช้าพริ้งเห็นเสื้อสูทของคุณรามิลมีรอยด้านในแต่เห็นไม่ชัดว่าเป็นรอยอะไร เป็นเส้นบางๆ ค่ะแต่ยาวลงมา” เป็นหน้าที่ของเลขาที่ต้องบอกเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ เช่นเสื้อขาด ด้ายลุ่ย เพื่อไม่ให้เจ้านายเสียภาพลักษณ์

             “รอยนั้นเหรอ” รามิลยกยิ้ม “ไม่เป็นไร”

             “ค่ะ” หญิงสาวไม่เคยเห็นเจ้านายใส่เสื้อมีตำหนิสักครั้ง เธอจึงแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายปล่อยผ่าน แถมใบหน้ายังยิ้มมีความสุข และตัวนี้ก็ใส่บ่อยขึ้นจนเธอจำได้

             “งั้นพริ้งออกไปก่อนนะคะ”

             “ครับ” รามิลพยักหน้า เขาหันไปมองเสื้อสูทที่แขวนอยู่ เพิ่งรู้สึกว่าเขาหยิบมาใส่บ่อยขึ้น ถึงไม่ใช่ทุกวันแต่ก็ทุกอาทิตย์

 

• • • • • • • • 

 

             จินโล่งอกเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เดินตรงเข้ามาหา รามิลยังดูหล่อเหลา ใบหน้าติดรอยยิ้มเหมือนเช่นทุกครั้งที่เจอกันแปลว่าคงไม่มีอะไร 

             “กาแฟกับแซนวิชครับ” จินส่งของกินให้เมื่ออีกฝ่ายนั่งลง 

             “ฉันต้องจ่ายเงินค่ากาแฟให้จินบ้างแล้ว กินฟรีตลอดเลย” 

             “ไม่เป็นไรครับผมก็ไม่ได้จ่ายเหมือนกัน สวัสดิการพนักงาน กินกาแฟฟรีครับ” 

             “หึๆ” รามิลชอบความตรงแต่สุภาพของจิน เขายกกาแฟขึ้นดื่ม เริ่มรู้สึกว่ามันอร่อยกว่ากาแฟร้านประจำของเขา 

             “เมื่อวานขอโทษนะ พอดีเพิ่งนึกได้ว่ามีนัดส่งงานให้ลูกค้า” 

             “ครับ” สีหน้าของจินโล่งอก แค่รู้ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเขาก็พอใจแล้ว 

             “วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่า” 

             “ครับ!” จินใจหายวาบรีบปฏิเสธทันที “เปล่าครับไม่มี”  

             “เห็นจินมาติดกัน ปกติจะมาวันเว้นวันไม่ใช่เหรอ” 

             “อ๋อ” คนวิตกไปล่วงหน้าโล่งอก เขากลัวรามิลรู้ว่าที่เขามาเพราะเป็นห่วงอีกฝ่าย อยากมาเห็นกับตาว่าสบายดี 

             “ไม่มีอะไรครับ บางทีผมก็มาติดกันแต่คุณรามิลไม่รู้” 

             “งั้นมาวันไหนบ้าง” 

             “ทำไมครับ ถ้าผมมาจะมาเหรอครับ” จินหัวเราะเบาๆ แซวอีกฝ่าย 

             “ใช่ ถ้าจินมาฉันก็อยากรู้” 

             จินชะงัก เอาอีกแล้วหน้าของเขาร้อนอีกแล้ว จินยกมือขึ้นขยับแว่น เขาชอบทำเวลาเขิน 

             “ไม่บอกหรอกครับ เดี๋ยวมีคนแย่งที่ ไหนว่าจะไม่แย่งเดี๋ยวนี้นั่งด้วยกันทุกที” 

             “ก็นึกว่าคนบางคนจะไม่ไล่เราแล้ว อะไรกันเจอกันบ่อยขนาดนี้ยังจะไล่ฉันลงอีกเหรอ” 

             “ผมไม่ได้ไล่นะครับ แค่พูดลอยๆ” จินยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ 

             “หึๆ รู้ตัวไหมว่าเรามันร้ายตาใส” มือหนายกขึ้นวางบนศีรษะของเขา ความอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่างกาย จินก้มหน้าลงไม่อยากให้รามิลเห็นสายตาของตนเอง 

             “เอาออกได้หรือยังครับเดี๋ยวหัวผมยุ่ง” 

             “แค่นี้ต้องบ่นฉันเหรอ” มือที่วางอยู่เปลี่ยนเป็นขยี้ผมของเขา 

             “อย่าครับ!” จินตกใจยกมือขึ้นจับมือของรามิลเอาไว้ เมื่อทุกอย่างหยุดลงเขาถึงรู้ตัวว่ากำลังกุมมือของอีกฝ่ายอยู่ จินรีบเอามือออกทันที เขาลุกพรวดขึ้นยืน 

             “เป็นอะไร นี่โกรธกันขนาดนี้เลยเหรอ” 

             “ก็ผมบอกแล้วว่าหัวจะยุ่ง” จินหันหลังให้รามิล ภาวนาให้หน้าของเขาหายแดงทันเวลา 

             “อย่าโกรธน่า เดี๋ยววันนี้เลี้ยงข้าวเย็นเอาไหม” คราวนี้ไม่ใช่แค่มือ ร่างสูงเดินมายืนซ้อนหลังเขาวางทั้งแขนลงบนศีรษะ จินแหงนเงยหน้าขึ้นมอง ตีหน้ายุ่ง 

             “ผมไม่สูงมั้งให้มันรู้ไปครับ” 

             “ฮ่าๆ” รามิลหัวเราะเสียงดัง “ฉันวางแขนกำลังดีเลยนะ เราสูงเท่าไหร่สูงเท่าเด็กห้าขวบไหม” 

             “เกินไปครับ คุณรามิลไมได้วางได้พอดีขนาดนั้นสักหน่อย ยื่นสูงขึ้นก็บอกเถอะ” 

             “หึๆ แต่ก็ยังวางได้ไม่ใช่เหรอ” 

             “ไม่อยากคุยด้วยแล้วครับ ผมมาจิบกาแฟดูวิวไม่ได้มาถูกก่อกวน” จินคว้าแก้วกาแฟ เดินไปที่ราวกั้นยืนมองวิวด้านหน้า  

             รามิลหัวเราะเบาๆ เขาชอบเวลาที่จินเอาเรื่องขึ้นมา เขาว่ามันน่ารักดี ชายหนุ่มเดินตามไป ยืนซ้อนด้านหลังอีกฝ่าย ยื่นมือไปข้างหน้าจับราวกั้นเอาไว้ 

             “ยืนตรงนี้ฉันก็ก่อกวนได้” 

             เสียงกระซิบชิดหู จินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรด ความร้อนจากใบหน้าที่แนบเข้ามาใกล้จนแก้มเกือบชิดแก้ม จะขยับเขาก็ไม่กล้าเพราะตอนนี้เหมือนตกอยู่ในอ้อมแขนของอีกคน 

             “ทีนี้จะหนีไปไหนดี” 

             จินยืนนิ่ง เขาคิดสักครู่ก่อนยิ้มกว้าง 

             “หนีไม่ได้ก็ไม่หนีสิครับ” 

             “โอ๊ะ!” รามิลอุทานเมื่อจินก้าวถอยหลังแล้วเหยียบลงบนรองเท้าหนังอย่างดีของเขาเต็มๆ ทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มตัว 

             ชายหนุ่มปล่อยมือจากราวกั้นทันที รีบถอยหลังให้พ้นจากเท้าของจิน 

             “เล่นอย่างนี้เลยเหรอ” 

             “ใครเล่นก่อนละครับ โตแล้วเล่นเป็นเด็กไปได้” 

             “หึๆ” รามิลยิ้มกว้าง เขามองใบหน้าเอาเรื่องของจิน แม้แต่ในเวลาแบบนี้อีกคนก็ยังดูอ่อนโยนในสายตาของเขา 

             “ขอโทษ” 

             คนถูกขอโทษไม่ตอบ มองเขาเหมือนไม่เชื่อถือ 

             “ขอโทษจริงๆ” รามิลหัวเราะออกมาเบาๆ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายหรี่ตาลง 

             “ให้ทำยังไงถึงจะเชื่อ” 

             “ห้ามกวนผมสองอาทิตย์ติด” จินเสนอไปแล้วก็ใจหายเอง แต่เขาคิดว่าห่างกันสักพักก็ดีก่อนที่จะรู้สึกแปลกไปมากกว่านี้ 

             “ขอแบบนี้เหยียบฉันเหมือนเดิมดีกว่า” 

             จินเผยอปากค้าง หัวใจเต้นตึกตัก เขาไม่เข้าใจที่รามิลพูด ไม่แน่ใจว่าความหมายที่เขาคิดจะเหมือนความหมายที่ชายหนุ่มตั้งใจบอกหรือไม่ 

             “กลัวอดดื่มกาแฟฟรีเหรอครับ” 

             “กลัวไม่ได้เห็นหน้าใครบางคนมากกว่า” 

             จินชะงักกึก เขาไปต่อไม่ได้อีกแล้ว 

             “เป็นอะไร” รามิลมองอีกฝ่ายขำๆ เมื่อต่อล้อต่อเถียงกันอยู่ดีๆ จินก็ชะงักค้างไป 

             “ผมกลับดีกว่าครับ อยู่ไปก็ไม่ได้ชมวิวอยู่ดี” 

             “เดี๋ยวสิ” แขนของเขาถูกร่างสูงคว้าเอาไว้ “นั่งเถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่แกล้งแล้ว” 

             ‘ไม่แกล้ง’จินควรรู้สึกดีใจแต่ทำไมหัวใจมันหน่วงๆ มันก็ถูกแล้ว รามิลทำหรือพูดไปทั้งหมดก็เพราะจะแกล้งเขามันจะแปลเป็นอย่างอื่นได้อย่างไร จินเอ๋ยเอ็งคิดไปถึงไหน เขาถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนจะยิ้มได้ 

             “แน่ใจนะครับ” 

             “รับประกันเลย” 

             จินพยักหน้า เขากลับไปนั่งที่เดิม มองตรงไปยังวิวที่เขาชอบ พยายามปรับหัวใจให้เต้นในจังหวะปกติ รวมถึงจัดระเบียบความคิดตัวเองใหม่  

             “หัวเราะอะไร” 

             รามิลยกคิ้วขึ้น เมื่อจู่ๆ สีหน้าครุ่นคิดของจินก็คลายออก ก่อนเจ้าตัวจะหัวเราะออกมาเบาๆ 

             “ไม่มีอะไรครับ ผมคงเพี้ยนไปชั่วขณะ ตอนนี้หายแล้ว”  

             จินยิ้มกว้างให้รามิล คิดแล้วก็ขายหน้าตัวเอง ไม่รู้เขาไขว้เขวไปได้อย่างไร 

             “ตกลงไม่ต้องทำตามที่ขอใช่ไหม” 

             “นี่ยังไม่ลืมเหรอครับ” จินยิ้มกว้างทั้งปากและตาเงยหน้าขึ้นมองคนพูด 

             รามิลมองใบหน้าของจินอยู่เช่นกัน ใบหน้านั้นเหมือนศูนย์รวมความสว่าง ทุกอย่างเปล่งประกาย เขามองนิ่งจนอีกฝ่ายเรียกขึ้นมา 

             “คุณรามิลครับ” 

             “โทษที” รามิลขยับตัว “เมื่อกี้จินพูดอะไรนะ” 

             “นี่ยังไม่ลืมอีกเหรอครับว่าผมขออะไร” 

             “ไม่ลืมและจะไม่ทำ เลยถามให้แน่ใจว่าเข้าใจตรงกันใช่ไหม” 

             “ทำไมถึงอยากเจอผมละครับ” 

             “เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ” 

             ใช่ครับ” จินยิ้มบาง ค่อยๆ รู้สึกสบายใจขึ้น “ถึงจะแก่ไปสักหน่อยก็เถอะ” 

             “พูดอะไรนะ!” รามิลหรี่ตาลง 

             “คุณรามิลอายุมากกว่าผมหลายปีใช่ไหมครับ” 

             “ใช่” 

             “แล้วผมดูเด็กไหมครับ” 

             “ก็ใช่” 

             “ถ้าอย่างนั้น” จินยกนิ้วขึ้นมาทีละนิ้ว “เราอายุห่างกันมาก ผมเด็ก คุณรามิลก็ต้อง...” จินลากเสียงยาว 

             “หนุ่ม ชายหนุ่ม” 

             “หึๆ ก็ได้ครับ ผมก็เคยได้ยินมาว่าคนแก่ไม่ค่อยยอมรับความจริง สงสัยจะเป็นเรื่องจริง” 

             “แสบใหญ่แล้วนะเรา พอฉันชมเข้าหน่อยเอาใหญ่” 

             “เฮ้อ” จินยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ “ผมต้องลงไปจริงๆ แล้วครับ เอาไว้เจอกันใหม่” 

             “อืม” 

             “จะลงไปพร้อมกันไหมครับ” 

             “ยังก่อน ฉันอยากดื่มกาแฟให้หมด” 

             “โอเคครับ” 

             จินขยัยตัวลุกขึ้นยืน เป็นวันที่ความรู้สึกของเขาหลากหลายอารมณ์ แต่ในที่สุดก็ควบคุมมันไว้ได้ด้วยความจริง 

              

             “จิน” 

             “ครับ” 

             จินหันกลับไปมองคนเรียก รามิลมองตรงมายังเขาด้วยดวงตาอ่อนโยน 

             “อย่าลืมบอกว่ามาวันไหนบ้าง” 

             “เอาไว้จะบอกครับ ผมไปจริงๆ แล้วนะเดี๋ยวไม่ทัน” 

             “อืม” 

             จินหมุนตัวกลับ ขณะที่เขาก้าวเดินน้ำเสียงทุ้มหูก็ดังตามมา 

             “วันจันทร์เจอกัน” 

             “ครับ วันจันทร์เจอกัน” จินตะโกนตอบแต่ไม่หันไปมอง 

             “ครับผม” 

             ฝีเท้าของเขาชะงัก หัวใจเต้นในจังหวะที่เร็วขึ้น ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาจัดการกับความคิดของตัวเองได้จริงไหม 

             ‘ครับผม’ เขาชอบเสียงที่ได้ยินจริงๆ 

ความคิดเห็น