Ratidarin

หวังใจว่าจะทำให้มีรอยยิ้มกันนะคะ ^^

ตอนที่ 2 : ไม่สนใจ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 : ไม่สนใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 932

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ต.ค. 2562 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 : ไม่สนใจ
แบบอักษร

 

ตอนที่ 2 : ไม่สนใจ 

 

             รามิลขึ้นมาที่ดาดฟ้าในวันจันทร์ตามที่นัด สามวันที่ผ่านไปเขาคิดเล่นๆ ว่าหรือเขาจะถูกตกเสื้อสูทไปแล้ว สนนราคาหลายหมื่นถึงจะขาดอย่างน้อยก็คงขายได้หลายพัน แต่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่นั้นทำให้เขารู้สึกผิดที่คิดในแง่ไม่ดี 

             “นี่ครับ” เด็กหนุ่มส่งเสื้อสูทให้เขาเป็นอย่างแรก รามิลพลิกดูด้านใน เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยสายตาแปลกใจ แม้ไม่ได้เปลี่ยนซับมาทั้งชิ้นแต่การเก็บงานก็ดีมาก เหลือรอยเย็บเพียงเส้นบางๆ ให้เห็น 

             “เก่ง” 

             “ยากเหมือนกันครับ นึกว่าจะทำพังแล้ว” 

             “ขอบใจ” 

             “ไม่เป็นไรครับช่วยได้ก็ช่วย อ๋อผมมีกาแฟกับแซนวิชมาฝากด้วย” เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวไปด้านหลังหยิบของที่บอกเขามายื่นให้ 

             “มีแต่ของมาให้แบบนี้คนมามือเปล่ารู้สึกผิดแย่” 

             “ไม่เป็นไรครับ ลองทานดูผมเพิ่งทำมาใหม่ ยังไม่หมดอายุไม่ต้องห่วง” 

             “อืม”  

             รามิลนั่งลง วางเสื้อสูทลงข้างตัว เขาแกะแซนวิชออกจากพลาสติกหุ้ม นั่งทานคู่กับกาแฟไปเรื่อยๆ 

             “คุณรามิลเป็นพนักงานขายหรือเปล่าครับ” 

             “หือ?” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนถาม  

             “เลิกอำผมได้แล้วเจอกันหลายทีแล้ว ไม่ยอมเฉลยสักทีผมเลยลองวิเคราะห์เอง ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย มาดดี มาที่นี่ได้โดยไม่ต้องรอเวลาพัก ก็น่าจะทำอาชีพนี้” 

             “ก็ใช่” รามิลพยักหน้า เขาบริหารห้างสรรพสินค้าก็ถือว่าเป็นคนขายของได้ 

             “ผมว่าแล้วเชียว” คนพูดมีสีหน้าดีใจที่ทายไม่ผิด รามิลอดยิ้มไม่ได้ พูดตรงๆ คือเขากำลังสนุก 

             “ผมไปก่อนนะครับวันนี้ที่ร้านยุ่งเพราะคนน้อย ผมแวะเอาของมาให้ไม่ได้มานั่งพัก” 

             “มาหาฉันโดยเฉพาะเหรอ” 

             “ครับ ก็รับปากไว้แล้วนี่ครับ” สายตาของคนพูดจริงใจ รามิลรู้สึกผิดขึ้นมา เหมือนเขาหลอกให้เด็กหนุ่มต้องเหนื่อยทั้งที่ไม่จำเป็นสักนิด 

             “ขอบใจมากนะ เอาไว้วันหลังฉันไปอุดหนุนที่ร้าน” 

             “ไม่เป็นไครับ ขอแค่เวลาขึ้นมาพร้อมกันไม่แย่งที่ผมก็พอ”  

             “หึๆ ไม่แย่งที่คือการบอกเป็นนัยๆ หรือเปล่าว่าไม่ต้องทักมาก ไม่ต้องแวะมานั่งด้วยก็ดีใช่ไหม”  

             ดวงตาภายใต้แว่นเป็นประกาย ริมฝีปากยกยิ้มกว้าง “ผมไม่ได้พูดนะครับ”  

             “หึๆ” 

             “โอ๊ะ!ผมต้องไปแล้วเดี๋ยวไม่ทัน” เด็กหนุ่มลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว 

             “จิน” 

             “ครับ” 

             “ฉันจะใส่มันอย่างดี” รามิลยกเสื้อสูทขึ้น เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง  

             “ครับผม”  

             ไม่มีอะไรในดวงตาคู่นั้นนอกจากความยินดี ความช่วยเหลือทำด้วยน้ำใจโดยไม่มีสิ่งใดเจือปน ในโลกที่โลดโผนของเขาไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเจอคนแบบจิน  

             เห็นทีว่าเขาต้องหาอะไรมาให้เด็กหนุ่มบ้าง แล้วพนักงานขายคนหนึ่งควรให้อะไรกับเพื่อนใหม่ดี  

 

• • • • • • • • 

 

             “คุณรามิลคะคุณคำลภมาแล้วค่ะ” 

             “ให้เข้ามา” 

             เสียงเปิดประตูดังขึ้น ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของรามิล 

             “เชิญครับ” รามิลผายมือไปที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงาน 

             “ขอบคุณครับ” คำลภเป็นพนักงานขายอาวุโส เขาตื่นเต้นนิดหน่อยที่รามิลเรียกเข้าพบ เขาย้ายจากสาขาเดิมที่เคยทำงานอยู่มากินตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่สาขาใหม่ 

             “ปกติทางแผนกแจกอะไรให้กับพนักงานขายที่ทำยอดได้ดี” 

             “แจกโบนัสตามความสามารถครับ” 

             “ไม่เอาแบบนั้น” รามิลปัดมือ “ผมหมายถึงของที่เป็นชิ้น”   

             “ทองเหรอครับ” 

             “เอาธรรมดากว่านั้น” 

             “คุณรามิลจะเอาไปแจกใครครับผมจะได้ตอบถูก” คนถามใช้น้ำเสียงเกรงใจ ถึงแม้อาจะจะเยอะกว่ามากแต่ด้วยตำแหน่งผู้บริหาร พ่วงท้ายด้วยตำแหน่งลูกรักและน้องรักของครอบครัว ทำให้ไม่มีใครกล้ากับรามิล 

             รามิลถอนใจยาว เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองคนพูดจนอีกฝ่ายรู้สึกตะครั่นตะครอขึ้นมา 

             “ใครก็ช่างเถอะ ผมอยากได้ของประเภทที่คนรับดีใจแต่ไม่ตื่นเต้น” 

             “ดีใจแต่ไม่ตื่นเต้นเหรอครับ”  

“ใช่” 

“ถ้าทำยอดขายได้ดีไม่น่าจะมีของแบบนั้น แต่ถ้าเป็นพวกรางวัลแจกตามเทศกาลมีครับ พวกชุดเครื่องครัว เครื่องนอน เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องทำแซนวิช กระทะไฟฟ้า เครื่องดูดฝุ่น..” 

             รามิลยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้รู้ว่าไม่ต้องนำเสนอต่อ ชายหนุ่มยิ้มพอใจ “ผมอยารู้แค่นี้ ขอบคุณมาก” 

             “ครับ” คำลภลุกขึ้นยืน เขาค้อมศีรษะให้รามิลก่อนเดินออกจากห้องด้วยความสงสัยว่าเขาถูกเรียกมาทำไมกันแน่ 

             “คุณพริ้งเข้ามหาผมหน่อย” 

             “ได้ค่ะ”   

             เพียงครู่เดียวประตูห้องทำงานก็เปิดออกโดยเลขาของเขา 

             “คุณช่วยหาเครื่องทำแซนวิชอันเล็กให้ผมสักเครื่อง ผมจะให้เป็นของขวัญ” 

             “ได้ค่ะ ให้พริ้งทำการจัดส่งให้เลยไหมคะ” 

             “ไม่ต้อง แค่หามาให้ผมก็พอ” 

             “ได้ค่ะ” 

             “แค่นี้ ผมไม่มีอะไรสั่งเพิ่มแล้ว” 

             “ถ้าอย่างนั้นพริ้งขอตัวค่ะ” 

             “เดี๋ยวคุณพริ้ง” รามิลรีบเรียกเลขาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเปิดประตูห้องออกไป 

             “คะ?” 

             “เลือกแบรนด์ตลาดอย่าซื้อแบรนด์แพง” 

             “ได้ค่ะ”  

             “ขอบคุณ” 

             รามิลเคาะนิ้วลงกับโต๊ะ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ชักอยากรู้แล้วว่าจินจะชอบไหม  

 

• • • • • • • • 

 

             จินมองกล่องที่วางลงข้างตัวเขาก่อนเงยหน้าขึ้นมองรามิล คนให้ยิ้มกริ่ม  

             “ให้ผมทำไมครับ” 

             “ขอบคุณเรื่องเสื้อ” 

             “ไม่เป็นไรครับผมเสนอตัวเอง อยากช่วยไม่ได้อยากได้ของตอบแทน” 

             “รับไปเถอะ ฉันได้มาฟรีจากที่บริษัทน่ะ” 

             “คุณรามิลก็เอาเก็บไว้ใช้สิครับ” 

             “ไม่ได้ใช้แน่ ฉันเข้าครัวซะทีไหน” รามิลคิดว่าเขาไม่ได้โกหก  

             “อะไรเหรอครับ” พอพูดถึงครัว ดวงตาภายใต้แว่นเริ่มสนใจขึ้นมาทันที มันทำให้ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ 

             “เปิดดูสิ” 

             รามิลมองกระดาษห่อของขวัญเชยๆ ที่เขาให้เลขาหามาห่อ มันดูไม่เข้าตาสักนิดแต่ดูเหมือนว่าได้ผล จินเชื่อสิ่งที่เขาบอก 

             “ก็ได้ครับ”  

             เด็กหนุ่มแกะกระดาษห่อของขวัญออกช้าๆ อย่างบรรจง จนรามิลอดพูดไม่ได้ 

             “ฉีกเลยจะได้ไม่เสียเวลา” 

             “ไม่เอาครับ” คนแกะของขวัญปฏิเสธ “คนห่อใช้ความตั้งใจในการห่ออย่างน้อยการแกะดีๆ ก็เป็นการแสดงความขอบคุณในสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้ ไม่ใช่ฉีกทีเดียวขาด ยิ่งฉีกต่อหน้าคนห่อยิ่งไม่สมควรทำครับ” 

             “ฉันไม่ได้เป็นคนห่อ” 

             “ผมรู้ครับ แค่พูดให้ฟัง” 

             รามิลยิ้มขำ ไม่ได้ขำคำพูดของจินแต่ขำตัวเอง ว่าทำไมเวลาอยู่กับเด็กคนนี้เขาเหมือนคนที่ทำอะไรไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่ละอย่างที่เด็กแว่นพูดมาทำเอาเขาสะอึกได้เหมือนกัน 

             “เครื่องทำแซนวิชเหรอครับ!” ดวงตาคู่นั้นเป็นประกาย “ของดีนะครับ คุณรามิลน่าจะเก็บไว้ใช้ ผมเสียดายแทน” 

             “ถ้าเสียดายแทนจินก็เอาไปใช้แทนฉันที เก็บไว้ก็กลายเป็นของไม่มีค่าเพราะฉันไม่เอาออกมาทำแน่ๆ จะเอาให้คนอื่นก็ไม่รู้จะให้ใคร เลยเอามาขอบคุณจิน” 

             “แต่..” สีหน้าคนพูดลังเลยังไม่กล้ารับของจากเขา รามิลจึงต้องกระตุ้นอีกนิด 

             “รับไว้เถอะ ว่างก็ทำมาให้ฉันชิมบ้างเผื่อจะขอฝากท้องด้วย” 

             “โธ่แล้วก็ไม่บอกครับ” คนรับมีสีหน้าโล่งใจ “งั้นผมรับไว้ก็ได้ครับ ขอบคุณมาก” จินยิ้มกว้าง ไม่ใช่แค่ดีใจแต่สีหน้าตื่นเต้นจนรามิลนึกแปลกใจว่าเครื่องทำแซนวิชอันนิดเดียวทำให้มีความสุขได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ 

             “จิน” 

             “ครับ” 

             “เอาโทรศัพท์มา” 

             “เอาไปทำไมครับ” 

             “ฉันจะเซฟเบอร์กับไลน์ฉันให้ แล้วจะได้เซฟของนายด้วย” 

             เด็กหนุ่มเอียงคอมองเขา ขมวดคิ้วเข้าหากัน สีหน้าสงสัยจนรามิลนึกขำ 

             “อะไร” เขาถามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ 

             “ขอเบอร์คนอื่นทำไมถึงสั่งละครับ ทำไมถึงไม่ขอดีๆ” 

             รามิลสะอึก “ขอโทษที ฉันขอเบอร์กับไลน์ของจินหน่อยเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน” 

“ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมบอกให้” 

รามิลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเบอร์กับไลน์ของจินตามที่อีกฝ่ายบอก เขาคิดจะกดโทรออกเพื่อส่งเบอร์ของเขาให้อีกฝ่ายบ้าง แต่เห็นจินบอกเบอร์แล้วนั่งเฉยรามิลจึงอดถามไม่ได้ 

“ไม่เอาเบอร์ฉันเหรอ” 

“ไม่ครับ” คนตอบยิ้มอ่อน สีหน้าไม่สนใจสักนิด รามิลอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนหัวเราะออกมาเสียงดัง เขาเคยเจอแต่คนอยาดได้เบอร์ ไม่เคยโดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อขาดใยขนาดนี้มาก่อน นับวันเขาก็ยิ่งชอบจิน ชอบที่อีกฝ่ายไม่สนใจเขา ชอบที่มองเขาเป็นผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง และชอบความกวนตาใสของอีกฝ่าย 

รามิลเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า เขาไม่ได้กดโทรออก เพราะรู้ว่าถึงโทรไปจินก็คงไม่บันทึกเบอร์ของเขาไว้ หากเป็นคนอื่นเขาอาจสงสัยว่านี่คือการเรียกร้องความสนใจวิธีหนึ่งหรือไม่ มันช่วยไม่ได้ทีเขาคิดเพราะเจอมาไม่น้อย แต่ถ้าเป็นจินเขาเชื่อสนิทว่าอีกฝ่ายไม่สนใจ 

             “จิน” 

             “ครับ” 

             “ฉันชอบนายนะเป็นเพื่อนกันได้ไหม” 

             “ได้ครับ” 

             “ง่ายๆ แค่นี้” รามิลคิดว่าอีกฝ่ายอาจปฏิเสธหรือมีคำพูดแปลกๆ มาให้เขาได้ยินอีก แต่จินกลับรับคำสั้นๆ 

             “แล้วคุณรามิลอยากให้ผมตีลังกาแล้วค่อยตอบตกลงเหรอครับ” 

             “หึๆ” คำพูดสุภาพเสียงเพราะหูแต่กวนที่สุดเขาก็เพิ่งเคยเจอนี่แหละ 

             “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ ฉันแค่แปลกใจ เห็นนายไม่ค่อยอยากรู้จักฉันเท่าไหร่” 

             “มันก็จริงครับ แต่การมีเพื่อนก็ดีกว่าไม่มีคุณบอกผมเอง อีกอย่างเพื่อนไม่จำเป็นต้องสนิทกันทุกคนไม่ใช่เหรอครับ เพื่อนห่างๆ ก็มี” 

             รามิลคิดว่าหน้าของเขาแตกเล็กน้อย หรืออาจจะมากกว่าที่คิดนิดหน่อย ชายหนุ่มนั่งนิ่ง พออีกฝ่ายหันมาส่งยิ้มกว้างให้ รามิลก็หัวเราะออกมาเสียงดัง 

             “ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาส่งมือให้จิน เด็กหนุ่มยกมือขึ้นเช็ดเสื้อตัวเองก่อนยื่นมือมาจับมือเขาเขย่าเบาๆ แล้วปล่อยออก 

             รามิลยกกาแฟที่วางอยู่ขึ้นจิบ มองวิวกว้างเห็นตึกสูงสุดลูกลูดตา  

             “คุณรามิลครับ”      

             “หือ” รามิลหันไปมองหน้าคนเรียก 

             “นั่นแก้วกาแฟผมครับ วันนี้ไม่ได้เอามาฝาก เราไม่ได้นัดกันผมไม่รู้ว่าคุณจะขึ้นมา” 

             !!! 

             “ขอโทษที” รามิลรีบส่งแก้วกาแฟคืนให้จิน แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า  

             “ถ้าไม่รังเกียจว่าผมดื่มแล้วก็ดื่มเถอะครับ ผมพอแล้ว” 

             “ขอบใจ” รามิลถือแก้วกาแฟไว้เหมือนเดิม เขาไม่ได้คิดจะดื่มต่อแต่พลาดไปแล้วก็ไม่รู้จะพูดอะไร 

             “เดี๋ยวนะ” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าจิน 

             “จะบอกว่าที่เราไม่ดื่มต่อเพราะรังเกียจที่ฉันเอามาดื่มแล้วอย่างนั้นเหรอ” 

             คนฟังยิ้มกว้างทั้งปากและตา ลุกขึ้นยืน บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนยกกล่องเครื่องทำแซนวิชขึ้น  

             “คิดซะว่ากาแฟเป็นค่าเครื่องทำแซนวิชก็แล้วกันนะครับ ผมต้องกลับไปทำงานแล้ว” 

             รามิลได้แต่มองตามร่างเล็กไป ก่อนเสียงหัวเราะจะระเบิดออกมา เขายกแก้วกาแฟในมือขึ้นดู มองนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มก่อนเปลี่ยนใจยกขึ้นดื่มโดยไม่รังเกียจ 

             ชักเข้าใจแล้วว่าทำไมจินถึงชอบขึ้นมานั่งดื่มกาแฟตรงนี้ บรรยากาศดีมากจริงๆ ดีจนลืมไปว่ากาแฟไม่ใช่ของตัวเอง  

ความคิดเห็น