เรบิญ่า/ดาราวลี/สิปาหนันต์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10/1 สะใภ้คนโปรด

ชื่อตอน : ตอนที่ 10/1 สะใภ้คนโปรด

คำค้น : บัวบงกช,ชยากร,วิวาห์เร่รัก,ผู้หญิงหิวเงิน,เอาตัวเร่ขาย,ปากร้าย,เอาแต่ใจ,ไม่ยอมคน,

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ต.ค. 2562 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10/1 สะใภ้คนโปรด
แบบอักษร

พอกลับถึงบ้านก็ไม่พบชยากร ไม่รู้ว่าเขาไปไหนทำไมยังไม่กลับหรือว่าอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแต่จะเป็นไปได้ยังไงเพราะเพิ่งเจอมีนตรามาหมาด ๆ แล้วเขาไปไหน เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมจะต้องสนใจผู้ชายใจร้ายแบบนั้น เขาจะไปไหนกับใครมันก็เรื่องของเขา เธอควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรอีกบ้าง ในเมื่อเธอเลือกไม่ได้จนกว่าจะหาเงินก้อนนั้นมาคืนให้เร็วที่สุด 

“กลับมาแล้วหรือหนูบัว”  

พอสาวเท้าเข้ามาในบ้านพ่อสามีก็เอ่ยทักทายขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนทำให้เธออุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนที่หญิงสาวจะยิ้มให้ท่านและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งราวกับท่านเป็นพ่อแท้ ๆ เลยทีเดียว  

“พ่อเป็นห่วงแทบแย่เห็นหนูหายไปทั้งวัน” 

แม้เพิ่งจะเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้แต่ผู้สูงใยก็ห่วงใยเอื้ออาทรต่อเธอมาก ต่างกับผู้เป็นบุตรชายราวฟ้ากับเหวนอกจากจะไม่สนใจใยดีแล้วยังทำท่ารังเกียจราวกับเธอเป็นตัวประหลาดอีกต่างหาก 

“บัวขอโทษนะคะที่ทำให้คุณพ่อเป็นห่วง พอดีติดปัญหานิดหน่อยก็เลยกลับมาถึงช้า” 

“ไม่เป็นไรหรอกลูก แล้วทานอะไรมาหรือยัง” 

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วคุณพ่อละคะ” ด้วยความเกรงใจเธอจึงตอบไปแบบนั้นทั้งที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย 

“พ่อก็ทานแล้วเหมือนกัน” ผู้สูงวัยยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น “พ่อมีเรื่องอยากจะคุยด้วยพอดี” 

สีหน้าของท่านกังวลเล็กน้อย เธอจึงถามขึ้น “คุณพ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ” 

นายชัยยาระบายลมหายใจเบา ๆ พอเอาเข้าจริง ๆ ก็พูดไม่ออกมันเป็นเรื่องลำบากใจไม่น้อยที่จะพูดกับบัวบวกช หลังจากรอเธอมาทั้งวันกระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์เข้ามาจอดในบ้าน แต่ยังไงเสียก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่องเพราะเขาไม่อยากเสี่ยงไปมากกว่านี้แล้ว และเชื่อว่าชยากรไม่ได้กุเรื่องขึ้นมา 

“นั่งก่อนสิหนูบัว” 

บัวบงกชเลื่อนเก้าอี้นั่งลงเบา ๆ เห็นสีหน้าของผู้สูงวัยทำให้เธอคาดเดาไม่ถูกไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอะไรอีก 

นายชัยยาสบตาเธอเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เรื่องเมื่อคืนพ่อขอโทษแทนลูกชายด้วยนะ คืนเข้าหอแท้ ๆ แต่ลูกชายของพ่อกลับทำตัวเหลวไหลไม่ให้เกียรติหนูเลย” 

“ไม่เป็นไรค่ะคุณพ่อ บัวเข้าใจ” 

เธอยิ้มให้พ่อสามีเล็กน้อย แม้ในส่วนลึกจะรู้สึกเสียใจและอายอยู่บ้างที่พนักงานในโรงแรมต่างก็มองด้วยสายตาแปลก ๆแต่เธอไม่มีสิทธิ์โกรธชยากร เพราะเขาไม่ได้เรียกร้องการแต่งงานครั้งนี้ 

“ขอบใจมากที่หนูเข้าใจ แต่พ่อเชื่อว่ามันจะดีขึ้น” ชายสูงวัยเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะพูดต่อ “แต่งงานกันแล้วพ่อก็อยากให้มาช่วยงานตากรที่บริษัท บริหารคนเดียวบางทีก็ดูไม่ทั่วถึง ถ้าได้หนูมาช่วยอีกแรงพ่อคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อย” 

สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะต้องมาช่วยงานเขาที่บริษัท เพียงเจอกันที่บ้านเขาก็เกลียดชังจะแย่อยู่แล้ว หากต้องทำงานร่วมกันมีหวังต้องมีปัญหาตามมาแน่นอนและคงจะมีเรื่องทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน ผู้ชายอย่างเขานอกจากไม่ถนอมน้ำใจแล้วยังดูถูกเหยียดหยามอีกด้วย 

“พ่อไม่ได้เร่งรัดอะไรหรอก แต่อยากให้ลองคิดดู” 

มันเป็นเรื่องที่ลำบากใจเหลือเกิน แต่ก็เกรงใจผู้ใหญ่ตรงหน้าจึงพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพียงท่านไม่นึกรังเกียจก็ดีแค่ไหนแล้ว และควรเจียมตัวเพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอแต่งงานเพราะอะไร แค่นี้ก็ถือว่าท่านเอ็นดูและเมตตา 

 บัวบงกชไม่พูดอะไร นายชัยยาจึงรีบพูดขึ้น “ส่วนเรื่องตากรไม่ต้องห่วงนะ พ่อจะพูดเรื่องนี้กับพี่เขาเอง”  

มันเป็นวิธีเดียวที่ป้องกันไม่ให้บริษัทเกิดผลกระทบ หากบัวบงกชยังทำงานอยู่กับคู่แข่งมันอาจจะพลาดได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง หากมัดมือชกก็ต้องทำเพราะมันจำเป็น ถ้านายวิสุทธิ์รู้ว่าสะใภ้ของวัฒนาวีรกุลทำงานอยู่กับมันละก็ คงต้องล้วงเอาข้อมูลสักวัน ไม่ว่าจะเป็นวิธีสกปรกหรือไม่ก็ตาม 

“ที่จริงงานที่บัวทำอยู่มันก็ดีอยู่แล้ว ถ้าบัวไปช่วยงานที่บริษัทเกรงจะเป็นภาระให้เปล่า ๆ ค่ะ” 

คราวนี้นายชัยยาหัวเราะด้วยเสียงสดใส ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่ให้บุตรชายแต่งานกับผู้หญิงคนนี้ 

“พ่อว่าคนเป็นผัวเป็นเมียกันถ้าช่วยกันบริหารกิจการ มันคงดีไม่น้อย ดีกว่าจะปล่อยให้คนอื่นมาช่วยดูแล หนูกับตากรก็ยังหนุ่มยังสาวคงมีแรงทำงานกันอีกมาก พ่อเชื่อว่าหนูต้องทำได้ดีแน่ ๆ” 

“ขอบคุณค่ะคุณพ่อ บัวคงไม่เก่งถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ” 

“พ่อรู้ว่ามันไม่เกินความสามารถของหนูหรอก คนมีความรู้และฉลาดอย่างหนูทำให้อยู่แล้ว คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง ถ้าจะทำเพื่อพ่อสักครั้ง” 

คำพูดของท่านเหมือนจะขอร้อง แต่มันกลับทำให้เธอลำบากใจ เธอมีสิทธิ์เลือกงั้นหรือ เมื่อเป็นคำขอร้องที่เธอก็ไม่กล้าแม้แต่จะปฎิเสธท่าน 

“บัวขอคิดดูก่อนนะคะ เพราะตอนนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้จัดการเลย คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก” 

“ได้สิลูก ขาดเหลืออะไรก็บอกพ่อมาได้ไม่ต้องเกรงใจ ที่นี่ก็เหมือนบ้านของหนูทำตัวตามสบายนะ พ่อเข้าใจหนูดีว่ารู้สึกยังไง เรื่องของตากรก็ค่อย ๆ ปรับตัวเดี๋ยวมันก็จะดีเอง” 

“ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะคุณพ่อ ที่ให้ความช่วยเหลือบัวและครอบครัว หากไม่ได้คุณพ่อก็ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แค่นี้บัวก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วค่ะ” 

“ตอบทงตอบแทนอะไรกัน หนูก็เหมือนลูกของพ่อคนหนึ่ง พ่อถึงอยากให้มาช่วยกัน” 

บัวบงกชยกมือไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม นอกจากจะช่วยเหลืออย่างไม่นึกรังเกียจแล้วยังเอ็นดูเธอราวกับลูกในไส้ และทำให้เธอเกรงใจอย่างบอกไม่ถูกแล้วจะให้ปฎิเสธงั้นหรือ 

++อัพให้อ่านกันต่อ งานนี้ถึงหูชยากรเมื่อไหร่ลมออกหูกันแน่เลย........ขอบพระคุณสำหรับการติดตามค่ะ ++ 

ความคิดเห็น